“นี่คือร่างของมารร้ายที่เข้ามาวุ่นวายภายในตระกูลข้ารับใช้ถูกสังหารไปสี่คนาเ็สาหัสหนึ่งคน แต่พวกข้าได้กำราบมันเอาไว้แล้ว!ข้าจะบอกพวกเ้าว่าภายในตระกูลยามนี้มีมารร้ายแฝงเข้ามา จงระมัดระวังและเป็หูเป็ตาให้กับตระกูลถ้าเจอสิ่งใดผิดปกติก็ให้รีบแจ้งทันที!” กล่าวจบเขาก็สั่งให้ผู้ฝึกตนชุดขาวลากร่างของมารร้ายมายังด้านหน้าเพื่อให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน
ทั่วทั้งร่างกายของมารร้ายเต็มไปด้วยร่องรอยของคมกระบี่จำนวนมากนอกจากนี้แขนและขาทั้งสองข้างก็ถูกตัดทิ้งจนหมดมันเหลือเพียงศีรษะที่ติดกับส่วนลำตัวเท่านั้นทั่วทั้งร่างของมันมียันต์สีเหลืองซีดแปะเอาไว้หลายจุดแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงจ้องเขม็งไปยังผู้คนด้วยสายตาอันน่ากลัวได้อยู่ดี
เพียงแค่การจ้องมองของมันก็ทำให้เหล่าข้ารับใช้หลายคนถึงกับขวัญผวาขึ้นมาได้แล้วมันเป็สายตาของนักล่าที่จ้องมองเหยื่อของตนเองดูเหมือนว่าตัวตนในฐานะมนุษย์ของเมิ่งเหลียนจะไม่เหลืออยู่อีกแล้ว
“ตระกูลเมิ่งจะตัดขาดจากโลกภายนอกเป็เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนห้ามใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด!”หลังจากกวาดสายตามองเหล่าข้ารับใช้ทั้งหมดชายกลางคนแห่งหน่วยจันทราทมิฬก็กล่าวขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง
“ตระกูลเมิ่งยิ่งใหญ่เสมอ! แม้จะเจอกับพวกมารร้ายก็ตามขอให้พวกเ้าทุกคนจงอย่าได้กังวลไป”
“แยกย้ายกันไปได้แล้ว! จงจำไว้ให้ดีว่าจุดจบของพวกมารร้ายก็คือความตาย!! พวกเ้าจงกลับไปแล้วทำกิจวัตรประจำวันตามเดิม” ชายกลางคนซึ่งเป็ผู้ฝึกตนของหน่วยจันทราทมิฬกล่าวสั่งการด้วยเสียงอันดังคำพูดของเขาฝังลึกลงไปในใจของข้ารับใช้เกือบทุกคน
หลังจากได้ยินคำสั่งของชายผู้นั้นเหล่าข้ารับใช้ของตระกูลเมิ่งก็พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายในทันทีพวกเขาอยากกลับไปพักผ่อนเต็มทนแล้ว เื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้มันหนักหน่วยเกินกว่าที่หลายๆ คนจะรับไหว
ข้ารับใช้ถูกสังหาร มีมารร้ายแฝงตัวหน่วยลับที่มิเคยมีใครได้ยินสิ่งเหล่านี้รบกวนจิตใจของเหล่าข้ารับใช้ตระกูลเมิ่งเป็อย่างยิ่งแต่พวกเขาก็มิอาจทำสิ่งใดได้นอกจากเงียบปากให้สนิทและใช้ชีวิตไปตามปกติประจำวัน
“พวกเรากลับกันเถอะ พอรุ่งเช้าค่อยไปตามหาแม่ของเ้าอีกที” หรูเป้ยเฟิงกล่าวกับเด็กสาวที่ยืนจับมืออยู่ข้างกายของตนด้วยความเข้มแข็งแม้ว่าในใจของเขาจะหวาดกลัวและเต็มไปด้วยคำถามมากแค่ไหนเขาก็ไม่อาจแสดงด้านอันอ่อนแอของตนออกมาให้ลูกของตนเห็น
เพราะถ้าแม้แต่ตัวเขายังอ่อนแออิงฮวาก็จะรู้สึกไร้ที่พึ่งพิงเอาได้ ชะตาของเหมยลี่ยังมิอาจบอกได้ว่าเป็เช่นไรเขาจะต้องไม่ทำให้ลูกของตนเสียขวัญไปเสียก่อน
“ท่านแม่มิเป็อันใดหรอกเ้าค่ะ ท่านพ่อมิต้องกังวลใจไป” อิงฮวากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงน่ารัก ก่อนที่นางจะยิ้มให้กับอีกฝ่าย
“..อืม พ่อก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”หรูเป้ยเฟิงนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบลูกสาวของตนเอง
ขนาดเด็กน้อยตัวเท่านี้ได้เห็นมารร้ายยังไม่หวาดกลัวแล้วข้าจะมาขวัญเสียอะไรกัน ข้านี่ช่างอ่อนแอเสียจริง!
“หรูเป้ยเฟิง! ซิ่วอิงฮวา! เ้าสองคนมาหาข้าก่อน” แต่ในตอนที่หรูเป้ยเฟิงกำลังจะเดินจากไปชายกลางคนผู้ฝึกตนของหน่วยจันทราทมิฬก็ได้ะโขึ้นมา
พร้อมกันนั้นร่างนับสิบในชุดคลุมสีขาวของผู้พิทักษ์แห่งตระกูลเมิ่งก็เดินเข้ามาหาสองพ่อลูกด้วยใบหน้าจริงจังหรูเป้ยเฟิงที่เห็นดังนั้นก็ตัวสั่นเล็กน้อย เขาลังเลว่าควรจะทำเช่นไรดี
“ไปกันเถอะท่านพ่อ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับพวกเราหรอก”เด็กน้อยกุมมือของชายกลางคนเอาไว้แน่นนางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร่าเริงชายกลางคนมองหน้าลูกสาวตัวน้อยของตนก่อนจะพยักหน้าให้กับอีกฝ่ายอย่างแ่เบา
“ตามข้ามา!” ทันทีที่เหล่าผู้พิทักษ์แห่งตระกูลเมิ่งเดินมาถึงด้านหน้าของคนทั้งคู่เขาก็กล่าวขึ้นมาทันทีคนกลุ่มนี้เป็กลุ่มเดียวกันกับที่ไปพาตัวสองพ่อลูกมาที่นี่นั่นเอง
ครึ่งหลัง
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ปิดทึบด้วยผนังสีดำแห่งหนึ่งบรรยากาศภายในห้องยามนี้เต็มไปด้วยความกดดันอย่างน่าแปลกประหลาดสีหน้าของผู้คนที่อยู่ภายในเต็มไปด้วยความตรึงเครียดผิดปกติมีคนของหน่วยจันทราทมิฬหกคนยืนเผชิญหน้ากับ เหมยลี่ หรูเป้ยเฟิงซิ่วอิงฮวาอยู่คนละฝั่งและมีร่างอันน่าสังเวชของเมิ่งเหลียนอยู่ที่พื้นตรงกลางของทั้งสองฝ่าย
“พวกเ้ามีอะไรจะกล่าวหรือไม่?”ผู้ฝึกตนที่เหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มคนตรงหน้ากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกดดันเพียงแค่เขากล่าวออกมาก็ทำให้เหมยลี่และหรูเป้ยเฟิงถึงกับเหงื่อออกเต็มใบหน้า
แต่น่าแปลกที่เด็กน้อยเช่นอิงฮวากับไม่รู้สึกอะไรนั่นจึงทำให้สายตาของหัวหน้ากลุ่มจันทราทมิฬแพ่งมองไปยังเด็กน้อยด้วยความสนใจ
หลังจากที่หรูเป้ยเฟิงและอิงฮวาเดิมตามผู้พิทักษ์ของตระกูลเมิ่งมาได้ราวหนึ่งก้านธูปทั้งสองก็พบว่าถูกพาตัวมายังส่วนลึกภายในชั้นนอกของตระกูลเมิ่งที่รู้ได้ก็เป็เพราะกลุ่มคนตรงหน้าเป็ผู้บอกกล่าวออกมานั่นเอง
“ท่านหมายถึงเื่ใดหรือขอรับ?”หรูเป้ยเฟิงเป็ผู้เปิดปากตอบกลับไปโดยมีเหมยลี่ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างกายกับอิงฮวาที่กำลังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อย่าบอกนะว่าเ้าไม่รู้จริง ๆ ?ลองถามภรรยาของเ้าสิว่ารู้จักกับมารตนนี้หรือเปล่า”หัวหน้ากลุ่มจันทราทมิฬกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังออกได้อย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อในคำตอบของอีกฝ่ายเลยสักนิด
“ภรรยาของข้ารึ? อย่าบอกนะว่า...”หรูเป้ยเฟิงกล่าวทวนคำของอีกฝ่าย ก่อนจะฉุกคิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองคิดเลย!
“เป็อย่างที่เ้าคาดเดานั่นแหละ เ้านี่ก็คือเมิ่งเหลียนสมาชิกชั้นนอกที่เรียกตัวภรรยาของเ้าไปกลางดึก”หัวหน้ากลุ่มจันทราทมิฬพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเฉลยออกมา
สิ่งนี้ทำให้ทั้งหรูเป้ยเฟิงและเหมยลี่เกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าเมิ่งเหลียนคือผู้ฝึกตนคนหนึ่งของตระกูลเมิ่งหรอกรึ?เหตุไฉนจึงกลับกลายเป็มารร้ายรูปร่างอัปลักษณ์ผิดมนุษย์เช่นนี้ไปได้?
“หนูน้อย ดูเหมือนเ้าจะไม่หวาดกลัวเลยนะ?”หัวหน้ากลุ่มจันทราทมิฬหันหน้าไปจ้องมองเด็กน้อยเพียงคนเดียวในห้องก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมา
นั่นทำให้ทุกคนต้องหันไปมองด้วยเช่นกันพอพวกเขาได้เห็นท่าทีของเด็กน้อยตรงหน้าก็เกิดความคิดเช่นเดียวกันกับหัวหน้ากลุ่มจันทราทมิฬขึ้นมา
เด็กสามขวบที่ไหนกันจะไม่ร้องไห้เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้?เด็กสามขวบที่ไหนกันที่จะไม่แสดงความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้ามารร้ายที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังขวัญผวา?นี่มันออกจะผิดปกติเกินไปหรือไม่?
บรรยากาศที่ตรึงเครียดอยู่ก่อนหน้าพลันทวีคูณความกดดันเพิ่มเข้าไปอีกทุกคนที่อยู่ภายในห้องรวมถึงหรูเป้ยเฟิงและเหมยลี่ต่างก็รอฟังคำตอบของเด็กสาวตัวน้อยด้วยความสนใจ