ทันทีที่รถมอเตอร์ไซค์เทียบจอดสองขาก็รีบสาวเท้าตรงเข้าตึกคณะวิทยาศาสตร์ทันทีขึ้นลิฟต์มาถึงชั้น 5 วิ่งสุดชีวิตตรงเข้าห้อง
“เกือบสายนะเราน่ะขนาดอาจารย์เลื่อนเวลาให้แล้วนะเนี่ย”อาจารย์ประจำวิชาเอ่ยทักเหมือนเห็นไทม์เข้าห้องมา
“ขอโทษครับ”เอ่ยตอบด้วยสภาพหอบแทบลมจับก่อนจะตรงไปยังที่นั่งว่างด้านหลังห้อง
“เอาล่ะเก็บเอกสารกับโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเริ่มทำข้อสอบได้”
นักศึกษาเริ่มลงมือทำข้อสอบทั้งห้องเงียบกริบมีแต่เสียงเครื่องปรับอากาศเสียงเดินของอาจารยืกับเสียงจากด้านนอกเท่านั้น
“เสร็จแล้วครับ”
“เสร็จแล้วหรอ”
“ครับ”เสียงจากนักศึกษาคนหนึ่งที่ทำข้อสอบเสร็จภายในเวลา 10 นาทีซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครนอกจากติมหนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาเป็นปกติของติมเขามักจะทำข้อสอบเสร็จก่อนเป็นคนแรกของห้องโดยถ้านับจากเวลาก็ราวๆ10 - 15 นาทีเท่านั้น ติมเคยเล่าให้ฟังว่าเขาไม่สามารถทำข้อสอบให้นานกว่านี้ได้เพราะถ้านานเกินไปคะแนนเขาจะออกมาแย่ซึ่งต่างจากคนอื่นและเขาที่ถ้าทำเสร็จเร็วนั่นหมายความว่าคิดไม่ออกไม่ก็มั่ว
ผ่านไปเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงนักศึกษาเริ่มทยอยกันทำข้อสอบเสร็จเหลือเพียงไม่กี่คนในห้องที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำอยู่ในที่สุดไทม์ก็ทำข้อสอบเสร็จเขายื่นข้อสอบส่งให้อาจารย์ก่อนจะหันมาเก็บของแล้วเดินออกจากห้อง
“วันนี้ทำนานนะ”บูมเอ่อยทักทันทีที่เขาออกจากห้อง
“ยากนิดหน่อยแต่ก็พอทำได้”
“ไปหาไรกินกัน”
ทั้งสามหน่อพากันเดินตรงไปยังโรงอาหารพอมาถึงก็พบว่าผู้คนในโรงอาหารน้อยมากรวมถึงร้านอาหารที่เปิดแค่บางร้านเพราะวันนี้สอบปลายภาควันสุดท้ายแล้วทำให้มีแค่บางร้ายเท่านั้นที่ยังคงเปิดทำการอยู่
“จะเอาไรเดี๋ยวไปสั่งให้”บูมเอ่ยถามเพื่อนๆ “ราดหน้าหมี่กรอบล่ะกัน”
“แล้วมึงล่ะติม”
“เดี๋ยวกูไปด้วยยังคิดไม่ออก”
“เค”
ระหว่างที่กำลังรออาหารที่เพื่อนไปซื้อไทม์ก็หยิบเอกสารขึ้นมาเช็คสำหรับการสมัครงานพาร์ทไทม์
“สรุปจะไปสมัครพาร์ทไทม์จริงดิ”ติมที่มาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้เอ่ยทักพร้อมกับวางจานข้าวและชามราดหน้าของเขาลง
“ขอบใจเอาจริงสิ มาขนาดนี้แล้ว”
“แล้วแม่ว่าไงให้มั้ย”
“ก็โอเคนะแต่ก็ยังห่วงอยู่”
“ก้นะมึงเจอเรื่องมาเยอะเขาจะห่วงก็ไม่แปลก”
“นั่นสิเนาะ”จริงๆ ตอนแรกที่บอกแม่ว่าจะไปสมัครงานพาร์ทไทม์แม่กะจะไปด้วยนะ แต่ผมไม่ให้ไปแค่นี้แม่ก็ป่วยมากแล้วอยากให้แม่ได้พักบ้าง
“แล้วพี่ลูซี่อ่ะ”
“บอกแล้ว”
ไทม์บอกลูซี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วตอนก่อนที่ลูซี่จะกลับบ้านช่วงเช้ามืดตอนที่ลูซี่ได้ยินเธอกะจะเสนอช่วยออกค่ารักษาให้แม่ด้วยแต่ผมปฏิเสธไม่ใช่ไม่อยากรับน้ำใจนะ แต่เขาเกรงใจ
อย่างที่รู้กันว่าที่ผ่านมาลูซี่เธอช่วยเขามาเยอะแล้วอีกอย่างทั้งคู่ก็พึ่งจะคบกันด้วยเลยยังไม่อยากเอาภาระไปให้เธอมากเกินไป แล้วก็เขาอยากช่วยแม่ทำงาน อยากเอาเงินมารักษาแม่ให้หาย เขาอยากดูแลแม่ก็แค่นั้นเองเลยทำให้ลูซี่ยอมแต่เธอก็กำชับว่าหากมีอะไรฉุกเฉินเขาจะต้องรายงานเธอทันที
พูดคุยกันไปสักพักต่างคนก็ต่างจัดการอาหารของตัวเองกินเสร็จไทม์ก็ขอตัวออกมาก่อนเพราะจะต้องไปสมัครงานพาร์ทไทม์
ขับมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดศูนย์การค้าขนาดย่อม มันเป็นศูนย์การค้าที่เปิดโล่งตัวอาคารไม่ได้สูงมากแค่สองชั้น แต่จำนวนร้านดังๆเยอะมากผนวกกับอยู่ใกล้กับโรงเรียนและบริษัทใหญ่ๆทำให้เป็นอีกหนึ่งศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยม
ไทม์ไล่ถามตามร้านต่างๆแน่นอนว่าไม่ได้เลยสักที่ส่วนใหญ่มักจะตอบว่าเต็มแล้วไม่ก็ช่วงนี้ยังไม่ได้เปิดรับ
ถอนหายใจยาวก่อนจะหย่อนตัวนั่งพักที่ลานน้ำพุการสมัครงานนี่มันช่างยกาเย็นอะไรเช่นนี้เนี่ย แต่จะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ถ้าอยากได้เงินมาช่วยรักษาแม่ยังไงวันนี้ก็ต้องหางานให้ได้!
“เอาจริงหรออือๆ ช่วยไม่ได้ เคๆ งั้นก็โชคดีน้า บาย ชิ! มาขอออกกันอะไรตอนนี้เนี่ย”
เสียงสบถของพี่สาวคนหนึ่งทำให้ไทม์ต้องหันไปมองดูเหมือนเธอคนนั้นจะเป็นพนักงานของร้านใดร้านหนึ่งในศูนย์การค้าแห่งนี้
“ฮัลโหลค่ะค่ะ น้องออกกันหมดเลยค่ะ พี่ก็งงเหมือนกัน ไม่มีปัญหาเลยนะคะ อ๋อมีค่ะแต่น้องลาคลอดน่ะค่ะ ก็คงต้องอย่างงั้นค่ะ ได้ค่ะ บายค่า”
พิจารณาจากประโยคของพี่สาวคนนั้นดูเหมือนว่าพนักงานของร้านเธอจะลากออกหมดเลยสินะคะแล้วก้เห็นว่ามีคนลาคลอดด้วยได้ยินแบบนี้ไทม์ก็รีบลุกแล้วเดินตรงไปหาเธอทันทีโอกาสมาขนาดนี้แล้วจะให้ปล่อยไปเปล่าแบบนี้ได้ไงล่ะ
“เอ่อ…ขอโทษนะครับไม่ทราบว่ารับสมัครพนักงานรึเปล่าครับ”
พี่สาวหันมาพร้อมกับทำสีหน้าตกใจอยู่ครู่พร้อมกับกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอื้อมมือมาจับไหล่ไทม์จนเขาสะดุ้ง
“เคยทำงานมาก่อนมั้ย”
“เอ่อ…เคยแต่ช่วยแม่ทำน้ำพริกขายน่ะครับ”
“ทำมานานรึยัง”พี่สาวพนักงานรอคำตอบด้วยสีหน้าที่จริงจังมากจนไทม์เริ่มจะเกร็ง
“อ่า…ก็ตั้งแต่เด็กๆ เลยครับ”
“เยี่ยมตามพี่มาเลย” เอ๊ะ ? ถึงจะงงแต่ไทม์ก็เดินตามพี่สาวพนักงานไป
เดินจนมาถึงคาเฟ่ร้านหนึ่งประตูหน้าแขวนป้ายclose พอเข้ามาข้างในสิ่งแรกคือกวาดสายตาสำรวจคาเฟ่นี้ตกแต่งด้วยโทนน้ำตาลธรรมชาติ มีต้นไม้ประดับอยู่ตามมุมกับห้อยตาเพดานดูรวมๆแล้วช่างเป็นคาเฟ่ที่น่านั่งและน่าจะฮีลใจได้ไม่น้อยเลย
“มาๆนั่งนี่” พี่สาวตบเก้าอี้ที่โต๊ะหนึ่งให้ไทม์เดินไปนั่ง
“เราเอาเอกสารมามั้ย”
“เอามาครับ”หยิบเอกมาขึ้นมายื่นให้พี่สาว เธอเช้คดุอยู่ครู่ก่อนจะวางลงที่โต๊ะ
“วันนี้เราว่างมั้ย”
“ว่างครับ”
“โอเคงั้นวันนี้พี่จะสอนงานเราเลย เอาแบบคร่าวๆ ก่อน แล้วสะดวกเริ่มงานวันไหน”ไทม์แอบตกใจเล้กน้อยไม่คิดว่าจะได้งานเร็วขนาดนี้
“พรุ่งนี้เลยก้ได้ครับ”
“ดีเลยงั้นหนุตามพี่มานี่แล้วเดี๋ยวเก็บของไว้ที่ล็อคเกอร์ตรงนั้นนะ”
“ครับ”เก็บกระเป๋าใส่ล็อคเกอร์สายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่ที่ตู้ล็อคเกอร์อยู่แค่สามช่องดูเหมือนว่าที่นี่จะเคยมีพนักงานอยู่ไม่กี่คนเองสินะ
เก็บของเสร็จไทม์ก็เดินตามพี่พนักงานมาที่หลังเคาน์เตอร์“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่จะสอนนะ มีอะไรสงสัยก็ถามนะ”
“ครับ”
พี่สาวหรือพี่น้ำเธอเริ่มสอนไทม์ตั้งแต่ขั้นตอนรับออเดอร์นับสต็อค ไปจนทำเครื่องดื่ม ระหว่างที่สอนพี่น้ำก็คอยยืนคุมไม่ห่างลองทำตามไปอยู่ครู่ใหญ่จนครบหลักสูตรเบื้องต้นพี่น้ำก็ให้เขาหยุดพักก่อนจะให้มานั่งที่โต๊ะเดิม
“โอเคเท่าที่พี่ดูแล้วถือว่าเราทำได้ดีเลยนะ อาจจะมีพลาดบ้างแต่เดี๋ยวทำไปก็ดีขึ้นเรื่องสูตรถ้าจำไม่ได้ก็ดูที่ป้ายเอานะ มีเขียนบอกอยู่ ส่วนอื่นๆ เดี๋ยวค่อยๆเรียนรู้ไป ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อน แล้วก็เราจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยใช่มั้ย”
“ครับ”
“โอเคพรุ่งนี้เข้างานเก้าโมงนะ เลิกสองทุ่ม ไหวมั้ย”
“ไหวครับๆ”
“โอเคช่วงนี้เราอาจจะงานหนักหน่อยนะ เพราะพึ่งมีคนออกไปคนนึงแล้วก็ลาคลอดอีกไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาทำมั้ย เดี๋ยวพี่จะพยายามหาคนมาช่วย”
“ได้ครับไม่เป็นครับ”
“โอเคงั้นวันนี้ก็แค่นี้ก่อน ส่วนนี่ชุดยูนิฟอร์ม อ่อ แล้วก็เราตอนเปิดเทอมเราจะยังทำอยู่มั้ย”
ไทม์ใช้ความคิดอยู่ครู่ก่อนจะตอบออกไป“อาจจะทำช่วงหลังเลิกเรียนครับ”
“อ๋องั้นเอาไว้ถึงตอนนั้นก็แจ้งพี่อีกทีนะ”
“ครับ”
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับสวัสดีครับ”
“ดีจ้า”ร่ำลาเสร็จไทม์ก็ขอตัวกลับก่อน ตอนแรกกะจะขับรถกลับเลยแต่คิดอีกทีไหนๆก็มาถึงศูนย์การค้าแล้วไปเดินเล่นแล้วแวะซื้อของเข้าบ้านด้วยเลยดีกว่า
สองขาเดินช้าๆพลางกวาดสายตามองหาร้านที่สนใจ แต่เดินมาจะชั่วโมงแล้วเขาได้แค่หมอน 2 ใบเองไทม์เดินไปเรื่อยตรงไปยังโซนของสดในซุปเปอร์มาร์เก็ต
มาถึงไทม์ก็เลือกของสดที่ต้องใช้ทำอาหารสำหรับอาทิตย์นี้ใส่ตระกร้าคำนวณเงินแล้วประมาณ 1,000 น่าจะพออยู่จ่ายตังค์เสร็จก็ได้เวลาจะกลับบ้านแต่ดันโชคไม่ดีเพราะข้างนอกดันมาฝนตกเอาซะก่อน
“แย่ล่ะกลับไงเนี่ย”
สายฝนตกลงมาอย่างหนักแบบว่ากะไม่ให้ไปไหนกันเลยได้แต่สบถแล้วยืนรอเงียบๆ อยู่ใต้หลังคา
“โอ๊ะเจอใครเนี่ย”
เสียงใครบางคนให้เขาต้องหันไปมองแต่พอเห็นหน้าก็ต้องชะงัก
“วิน”
“เออกูเอง”
วินอดีตเพื่อนเก่าสมัยมอปลายเพื่อนที่เคยอยู่กลุ่มเดียวกันและเพื่อนที่เคยบูลลี่เขาจนอาละวาดแล้วโดนพักการเรียน จู่ๆ ก้อนเนื้อในอกก็เต้นถี่ไม่ใช่เขินหรืออาย แต่มันเ็นความรู้สึกอึดอัดที่อยากจะอออกไปจากตรงนี้
“สบายดีมั้ย”วินเอ่ยถามขณะที่สายตาของเขายังคงจดจ้องสายฝนที่ตกลงมาไทม์ชะงักไปครู่เพราะเขาไม่คิดว่าวินจะเอ่ยถามออกมา
“ก็…ดี”
“หรอ”วินไม่ได้ถามอะไรต่อเพียงยืนเงียบมองสายฝนอยู่อย่างนั้น
ผ่านราวๆ20 นาทีกว่าสายฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะตกแรงขึ้น
“ได้ข่าวว่ามีแฟนแล้วหรอ”
“อือ”
“ดีเนาะได้แฟนรวยด้วยนี่”
“มันแปลกหรอ”
“ป่าวแค่พอเป็นมึงแล้วมันไม่โอเค” คำตอบวินทำเอาไทม์ถึงกับขมวดคิ้วแค่เขามีแฟนแล้วมันผิดมากหรอ
“มึงรู้มั้ยว่าตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้นกูไปสมัครโรงเรียนอื่นไม่ได้เลยแทนที่กูจะได้เรียนที่เดิม แทนที่กูจะได้อยู่กับเพื่อน กูต้องไปเรียนกศน.แทน”
วินหันมองไทม์ที่กำลังหลบหน้าก่อนจะเดินตรงไปหาแล้วเผชิญหน้าจนไทม์ต้องเงยหน้ามอง
“รู้ใช่มั้ยว่าที่กูพูดหมายความว่าไงเพราะมึง เพราะมึงกูเลยเป็นแบบนี้ เพราะมึงคนเดียว”
ไทม์สูดหายใจลึกก่อนจะหันสบตาเพื่อประจันหน้า“งั้นนายขอถามนายกลับนะ ตอนนั้น นายทำร้ายเราทำไม”วินเหมือนจะชะงักเมื่อโดนไทม์สวนกลับ
“มันก็ใช่ที่เราเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายเรียนต่อที่ไหนไม่ได้แต่นายก็อย่าลืมว่าต้นเหตุทั้งหมดมันเกิดจากที่นายกับเพื่อนกลั่นแกล้งเราถ้าพวกนายไม่ทำก่อน เราก็ไม่ทำนายเหมือนกัน”
“นี่มึงจะบอกว่าพวกกูผิดหรอห๊ะ?” วินวิสาสะกระชากคอเสื้อก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพง“แกล้งแค่นั้นมึงบอกว่าพวกกูผิดหรอ งี่เง่าว่ะ”
คำตอบของวินทำเอาไทม์ขมวดคิ้วอีกครั้งงี่เง่าหรอ? คิดได้ไง
เสียงสั่นจากมือถือของวินทำให้เขาต้องปล่อยมือจากคอเสื้อวินหยิบมือถือขึ้นมาดูก่อนจะหันมามองหน้าไทม์ครู่หนึ่ง
“ชิส!”วินสบถก่อนจะเตะหมอนที่ไทม์ถือจนกระเด็นออกนอกหลังคาแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ไทม์ยืนมองหมอนสองใบที่ขาดรุ่งริ่งจากการโดนกิ่งไม้ปาดก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินออกจากหลังคาหลบฝนไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อเช็ค
“ขาดหมดเลยแฮะ”
ไทม์หยิบหมอนขึ้นมาใช้มือปาดเช็ดคราบเลอะแต่ไม่ว่าจะเช็ดยังไงก็เช็ดออกไม่หมดมือเรียวเริ่มเช็ดแรงขึ้นส่วนสายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดขอบดวงตาเริ่มอุ่นขึ้นรับรู้ได้ว่าตอนนี้น้ำตาคงไหลลงมาแล้ว
“ฮึก”
พยายามยกมือปาดน้ำตาแต่ไม่ว่าจะปาดยังไงมันก็ไม่หยุดไหลสักทีทำไมถึงต้องเป็นเขาตลอดที่คอยเจอแต่เรื่องแบบนี้นะ ให้เป็นคนอื่นบ้างไม่ได้หรอ
เขาเหนื่อยแล้วนะ…เหนื่อยที่จะใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว
ขอร้องล่ะพระเจ้า…เลิกรังแกกันสักที…