บทที่ 35: ก้าวแรกสู่นครเมฆาล่อง
เฟยชินก้าวออกจากสถานีการค้าป่าดำดินแดนเถื่อนที่มอบทั้งอันตรายและโอกาสให้แก่เขา เขาทิ้งความทรงจำทั้งหมดไว้เบื้องหลังและมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก... สู่ "นครเมฆาล่อง" เป้าหมายใหม่ที่เถ้าแก่เนี้ยหงได้ชี้ทางให้
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆเขาไม่ได้หลบหนี ไม่ได้ซ่อนตัวแต่เป็นการเดินทางอย่างเปิดเผยของนักเดินทางพเนจรคนหนึ่ง เขามีเงินทองติดตัวมากพอมีแผนที่ และที่สำคัญที่สุดคือมีพลังที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องตนเองได้
เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเดินทางผ่านป่าเขาและทุ่งราบระหว่างทางเขาได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายเขาเห็นความยากลำบากของชาวบ้านที่ถูกขูดรีดจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเห็นกองคาราวานเล็กๆ ที่ถูกโจรป่าปล้นชิงและเห็นผู้ฝึกตนพเนจรที่ต่อสู้แย่งชิงสมุนไพรเพียงต้นเดียวจนถึงแก่ความตาย
ภาพเหล่านี้ทำให้เฟยชินเข้าใจโลกภายนอกจวนตระกูลหลิวและสถานีการค้าป่าดำมากขึ้น...โลกใบนี้กว้างใหญ่และโหดร้ายกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนักผู้ที่อ่อนแอย่อมถูกเหยียบย่ำและผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง
ในยามค่ำคืนเขาจะหาที่ปลอดภัยเพื่อฝึกฝน "กรงเล็บร้อยเงา"และทำความเข้าใจกับพลังในขั้นก่อเกิดแก่นแท้ให้มากขึ้น เขาล่าสัตว์อสูรเพื่อหาอาหารและทดสอบฝีมือประสบการณ์การต่อสู้ที่แท้จริงทำให้เขาควบคุมพลังของตนเองได้อย่างเชี่ยวชาญและเยือกเย็นยิ่งขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็เดินทางมาถึงเมืองหน้าด่านก่อนที่จะเข้านครเมฆาล่องที่นี่เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่คึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเฟยชินได้เห็นยอดฝีมือมากมายที่แผ่กลิ่นอายพลังที่แตกต่างกันออกไปบางคนมาจากสำนักใหญ่ บางคนมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงและบางคนก็เป็นผู้ฝึกตนอิสระเช่นเดียวกับเขา
เขานั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งจิบชาและรับฟังข่าวสารต่างๆ ข่าวที่ดังที่สุดในช่วงนี้หนีไม่พ้น"การประลองยุทธ์ระหว่างตระกูล"ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ณ นครเมฆาล่อง ซึ่งเป็นงานประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปี
ตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆทั่วทั้งอาณาจักรต่างส่งตัวแทนรุ่นเยาว์ที่เก่งกาจที่สุดของตนเข้าร่วมเพื่อชิงเกียรติยศและสมบัติล้ำค่า
"ข้าได้ยินว่าตระกูลหลิวส่งคุณหนูสี่ 'หลิวชิงอี' เข้าร่วมด้วยนะ นางที่จู่ๆก็มีพรสวรรค์เบ่งบานขึ้นมาน่ะ" นักเดินทางโต๊ะข้างๆ กล่าวขึ้น
"ใช่ๆ ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่ากันว่านางงดงามราวกับเทพธิดาและมีฝีมือสูงส่งนัก" อีกคนเสริม
เฟยชินเพียงแค่รับฟังเงียบๆข่าวของหลิวชิงอีไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรเป็นพิเศษอีกต่อไปแล้ว นางคืออดีต...คือเส้นทางหนึ่งที่เขาเคยเดินผ่าน แต่บัดนี้เขามีเส้นทางของตัวเองแล้ว
หลังจากพักผ่อนที่เมืองหน้าด่านหนึ่งคืนเขาก็ออกเดินทางต่อ และในที่สุด... เขาก็ได้เห็นมัน
กำแพงเมืองสีขาวขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าตั้งอยู่เบื้องหน้าของเขามันทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา เหนือกำแพงนั้นคืออาคารและหอคอยที่งดงามราวกับถูกสร้างขึ้นบนสรวงสวรรค์นี่คือ "นครเมฆาล่อง" มหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร!
เฟยชินหยุดยืนอยู่หน้าประตูเมืองที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนเขามองดูยอดฝีมือมากมายที่เดินผ่านเข้าออกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ที่นี่...คือจุดหมายปลายทางของเขา ที่นี่... คือสถานที่ที่เขาจะได้ทดสอบพลังของตนเองและที่นี่... คือสถานที่ที่โชคชะตาอาจจะนำพาเขาให้กลับไปเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยจากมา
เขาจัดหมวกปีกกว้างให้เข้าที่เก็บงำกลิ่นอายพลังทั้งหมดของตนเองจนดูเหมือนนักเดินทางธรรมดาคนหนึ่งก่อนจะก้าวเท้าเดินตามฝูงชนเข้าไปในประตูเมือง
ก้าวแรกของ"อสูร" ในนครเมฆาล่อง... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว