เมื่ออาวุธนิวเคลียร์กว่าสิบลูกได้ถูกจุดชนวนขึ้น สิ่งนี้มันก็ไม่ต่างไปจากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน
ในตอนนั้นพวกเขาได้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีเหล่ามอนเตอร์กลายพันธุ์
แต่นั้นกลับเป็ฝันร้ายที่ทุกคนก็ไม่เคยคาดคิด ยีนส์ของพวกมันได้ซึมซับรังสีนิวเคลียร์จนทำให้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นอีกครั้ง มนุษย์จึงรับรู้ได้ว่าอาวุธที่เป็ไพ่ตายของตน ไม่อาจทำอะไรมอนเตอร์ระดับาาขึ้นไปได้
อาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดก็ต่างถูกเก็บเอาไว้อย่างดีใจฐานบัญชาการหลายร้อยแห่ง ใครจะไปคิดละว่าภายในวันนี้มันจะเกิดการะเิ
ผู้นำชั้นสูงของโลกได้รับรู้ถึงภัยอันตรายครั้งใหม่ การประชุมครั้งยิ่งใหญ่ของโลกได้บังเกิดขึ้นอีกครั้ง ถือเป็เื่ด่วนอย่างแท้จริง
ในโถงที่เป็เหมือนกับห้องประชุมขนาดใหญ่ ภาพโฮโลแกรมมากมายต่างถูกฉายขึ้นจากเก้าอี้โลหะที่ดูทนทาน ร่างของนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่ง คนแล้วคนเล่าจากทั่วทุกมุมโลกได้มารวมตัวกัน พวกเขาสวมใส่ชุดเกราะโลหะที่เป็เอกลักษณ์ สีหน้าแววตาจริงจังกันเป็อย่างมาก
[เกิดอะไรขึ้น? ได้ยินมาว่าระบบป้องกันของสมาพันธ์โลกถูกแฮก มันคือเื่จริงเรอะ?!!]
ตอนนั้นชายวัยกลางคนก็ได้กล่าวถามออกมา เขานั่งอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าดูคมเข้มและหล่อเหลา ถ้าให้ว่ากันตามสถานะของผู้คนที่นั่งอยู่ในตอนนี้ ชายคนนี้ก็คือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของดาวเคราะห์โลกในตอนนี้ เ้าศิลปะแห่งการต่อสู้โบราณ ผู้นำสำนักั ซวนหยวน
[เหอะๆ แบบนี้พวกเราจะไว้วางใจ้สมาพันธ์โลกได้ยังไงกัน?]
[ไม่เห็นหรือไงว่าะเินิวเคลียร์ได้ถูกจุดประทัดขึ้นแล้วน่ะ]
ขณะที่ด้านข้างก็มีชายหนุ่มอีกคนนึงนั่งอยู่ ชายคนนี้มีใบหน้าที่ดูทะเล้นและชอบทำอะไรที่ติดตลก เขาเป็นักสู้อันดับที่สองและมีพลังเป็รองเพียงแค่ซวนหยวนเท่านั้น ถือเป็ผู้ใช้วิชาดาบโบราณ ดาบแสงสบั้นตัดผ่านท้องฟ้า ผู้นำสำนักดาบโบราณ เทพดาบผู้ยิ่งใหญ่ หยางจินเหิน
[มันก็จริงอย่างที่ทั้งสองพูดอยู่น่ะ นี่มันเป็เื่ใหญ่ในระดับที่เกิดความร้ายแรงเลยเชียวละ]
[ถูกต้อง อยู่ดีๆะเินิวเคลียร์ดันถูกจุดชนวนขึ้น ถึงพวกเราจะไม่เป็อะไร แต่มันไม่ใช่กับประชาชนคนธรรมดานะ]
[ฮึ่ม! ยังดีที่อาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้ถูกยิงออกไปจากฐานบัญชาการ ไม่งั้นเมืองมากมายนับร้อยของพวกเราคงได้พังทลายลง]
คำพูดของทั้งสองได้ทำให้เกิดเสียงฮือฮากันอย่างล้นหลาม ทำให้ผู้นำสมาพันธ์โลกต่างมีใบหน้าที่บิดเบี้ยว พวกเขาไม่อาจโต้เถียงอะไรต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยซักนิด ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นไปแล้ว ต่อให้พวกมันจะหาข้อแก้ตัวยังไง มันก็ไม่อาจหักล้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไปได้
[เอาละๆ เงียบกันก่อนทุกท่าน เดี๋ยวข้าจะอธิบายเื่ทั้งหมดให้ฟังเอง]
ตอนนั้นชายชราไอน์สไตร์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาที่ใจกลางห้องโถง ภาพโฮโลแกรมของเขาถูกขยายใหญ่ขึ้นอย่่างฉับพลัน จากนั้นชายชราคนนี้ก็ได้เล่าเื่ราวของสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาทั้งหมด ไม่มีอะไรปิดบังเลยซักนิด ทำให้ทุกคนที่รับฟังอยู่ต้องเบิกตากว้างไปด้วยความใ
[จะบอกว่ามีซากอารยธรรมลึกลับโบราณที่พวกเรามนุษย์ยังไม่ได้ค้นพบ]
[แล้วตอนนี้ก็ได้มีคนใช้พลังของมัน ในการขโมยรากฐานข้อมูลทั้งหมดไป?]
ใบหน้าของซวนหยวนเต็มไปด้วยความจริงจัง แววตาดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และไม่ใช่แค่เขา ทั้งหยางจินเหิน รวมถึงนักสู้ระดับตำนานคนอื่นๆต่างก็มีลักษณะท่าทางที่เหมือนกันทั้งสิ้น พวกเขาดูตกตะลึงเมื่อรู้ว่ายังคงมีอารยธรรมโบราณอยู่ในโลกแห่งนี้
[ถูกต้อง หลังจากนี้ข้าจะต้องขอความร่วมมือจากพวกท่านทุกคนด้วย]
[ใช้เครือข่ายและเส้นสายทั้งหมดของตนในการออกตามหาซากอารยธรรมที่ลึกลับนี้ซะ]
[ถ้าได้รับเทคโนโลยีของทางนั้นมา.. พวกเราทุกคนคงไม่ต้องตกอยู่ในวิฤกติเช่นนี้หรอก]
เมื่อพูดจบชายชราก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ สีหน้าดูหมดอาลัยตายอยาก ราวกับเสียแก่ชราลงไปอีกหลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ
[แล้วคนที่แฮกฐานข้อมูลแล้วเปิดใช้ะเินิวเคลียร์ละ?]
[จะปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปหรือไง ถึงจะมีคนตายเพียงเล็กน้อย แต่นั้นก็หมายถึงชีวิตของพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยนะ]
คำถามของหยางจินเหินทำให้ทุกคนต้องกลับมาโฟกัสที่เื่นี้อีกครั้ง ซึ่งในเื่นี้ตัวของอาซาเลียจะเป็ผู้ที่ตอบขึ้นแทน
[ไม่ได้ค่ะ ดิฉันไม่สามารถเชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลของทางนั้นได้เลย ทุกอย่างถูกปิดกั้นทั้งหมด]
[อย่างที่บอกไป คนร้ายได้ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยและอยู่เหนือยิ่งกว่าที่พวกเราไปมีหลายล้านปี]
[การจะหาตัวตนของเขานั้น มันก็ไม่ต่างไปจากการงมเข็มในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้]
[สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือการมองหาซากอารยธรรมโบราณยังไม่ถูกค้นพบก็เท่านั้น]
หลังจากที่ติดสินใจกันได้อย่างจริงจัง ทุกคนที่เป็นักสู้พันธุกรรมและมีเครือข่ายมากมายในโลกก็ต่างให้ความร่วมมือ เหตุผลหลักๆก็เป็เพราะซากอารยธรรมโบราณ ถ้าพวกเขาได้พบเจอมัน ไม่แน่ว่าพวกเขาทั้งหมดอาจมีหนทางในการยกระดับให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
[เข้าใจแล้ว เดี่๋ยวข้าจะใช้เครือข่ายของสำนักัเข้าร่วมด้วยละกัน]
[หยางจิน เ้าเองก็ต้องใช้เครือข่ายของสำนักดาบโบราณด้วยนะ เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่เล็กน้อย]
ชายวัยกลางคนทำสีหน้าจริงจังและลอบกระซิบให้กับชายหนุ่มที่หน้าดูยียวน เขาเองพอได้ยินแบบนั้นก็แสยะยิ้มออกมา เห็นด้วยในเื่นี้อย่างถึงที่สุด เพราะการที่พวกเขาแข็งแกร่งได้ถึงระดับนี้ ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณซากอารยธรรมโบราณหลายแห่งบนโลกเลยด้วยซ้ำ
***
หลังจากที่ดาวาลได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับทันย่าผู้เป็ลูกศิษย์ของตน ทั้งสองก็ได้ทะยานลงมายังเบื้องล่าง กลับเข้าไปในอาณาเขตบริเวณที่ต้นไม้เพลิงกัมปนาทได้เติบโต ขณะที่ดาวาลเองก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงได้บอกกล่าวกับทันย่าในทันที
[จริงสิทันย่า ตอนนี้มีนักสู้พันธุกรรมมากมายกำลังอยู่บริเวณด้านนอกของเมืองที่พังทลายแห่งนี้]
[พวกมันคือนักเรียนของสถาบันนักสู้ศักดิ์สิทธิ์ มาพร้อมกับเ้าพวกที่ถูกทันย่าฆ่าตายไปนั่นแหละ]
พอได้ยินว่าเป็พวกมนุษย์อีกครั้ง ทันย่าก็ต้องหยุดชะงักและหันขวับมามองด้วยท่าทางที่เฉยชา
“เื่จริงเหรอท่านอาจารย์ งั้นก่อนอื่นออกไปสังหารพวกมันดีไหมนะ”
ทันย่ายังคงแค้นเคืองที่ถูกหยุดการวิวัฒนาการเอาไว้ ตอนนี้เขาได้สูญเสียโอกาสครั้งสำคัญไป ถือเป็การสูญเสียที่มากมายมหาศาล ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะได้ยกระดับไปเป็ขั้นเติบโตอีกครั้ง แต่ในเมื่อพวกมนุษย์ยังคงกล้ารุกล้ำเข้ามา เขาก็ต้องต้อนรับพวกมันเป็อย่างดีซักหน่อย
ยิ่งเป็พวกนักสู้พันธุกรรมอัจฉริยะและเป็ความหวังในอนาคตของโลก การสังหารพวกมันั้แ่ตอนนี้ก็ย่อมเป็ความคิดที่ไม่เลว
[คิกคิก ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดมีเพียงแค่ระดับ 4]
[พวกเราสามารถสังหารพวกมันได้อย่าง...?]
ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะได้กล่าวจบ ในตอนนั้นสายตาของทั้งสองก็ได้หันขวับไปมองยังร่างเงาที่เพิ่งขยับตัว ร่างสูงใหญ่เกือบสิบเมตรได้ค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ เส้นขนสีดำพริ้วไหว ใบหน้าท่าทางดุร้ายและอหังการ คมเขี้ยวยาวสะท้อนแสง เขาสีทองสาดส่องประหนึ่งเป็สายฟ้า
“หงึก!หงึก!หงึก!”
หมาป่าจันทราโลหิตรีบพุ่งเข้ามายังเบื้องหน้าของทันย่า พร้อมกับที่มันได้เริ่มหมอบกราบ ส่งเสียงครางเหมือนแสดงความขอบคุณ ถึงมันตอนนี้จะพัฒนาร่างกายด้วยยีนส์พันธุกรรมส่วนนึงของเบฮีมอท ทว่ามันก็ยังไม่อาจพูดภาษาของมนุษย์ได้อยู่ดี
“ฮ่าฮ่าฮ่า แกแข็งแกร่งแบบนี้ฉันก็ดีใจด้วย ส่วนคนที่ลงมือกับแกไปก่อนหน้านี้”
“ฉันก็ได้สังหารพวกมันและกลืนกินเข้าไปในร่างกายแล้ว สบายใจหายห่วงเลย!”
ทันย่าดีใจที่เห็นว่ามันกลับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง เขาได้ใช้กรงเล็บของตนในการจับไปยังบริเวณศีรษะและเขาที่อยู่กลางหน้าผาก
“เหอะๆ เป็มอนเตอร์แบบพวกแกนี่มันดีจริงๆ เอะอะอะไรก็วิวัฒนาการขึ้นได้อย่างง่ายดาย”
“แกตอนนี้สูงมากกว่าฉันเกือบสิบเท่าเลยนะ แต่ดูฉันตอนนี้นี่สิ กว่าจะวิวัฒนาการได้ครั้งนึง..”
พอพูดถึงการพัฒนาร่างกายไปเป็ระดับเติบโต ทันย่าก็ยังคงแค้นเคืองขึ้นอยู่ไม่หาย จิตใจของเขายังคงเดือดดาลเป็อย่างมาก ทำให้หมาป่าจันทราโลหิตตอนนี้ยังต้องแสดงความหวาดกลัวออกมา เพราะมันผิดเองที่ไม่สามารถปกป้องผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่นี้ได้
“หงึก!หงึก!หงึก!”
เสียงของมันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ถึงขั้นบริเวณดวงตาได้มีหยดน้ำตาคลอออกมาอยู่นิดๆ ทำให้ทันย่าที่เห็นก็ต้องประหลาดใจ
“เหอะๆ แกไม่ผิดหรอกไอ้เ้าดำ ไอ้พวกเวรนี้มันแข็งแกร่งเกินไปตังหาก!”
“แต่ถ้าตอนนี้แกได้ปะทะกับพวกมันอีกรอบ ไม่แน่ว่าสถานการณ์อาจแปรเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะ”
...
เย้ ฟื้นคืนมาพร้อมพลังใหม่ เ้าดำตอนนี้เก่งมาก
ส่วนทันย่าตู เมื่อไหร่จะวิวัฒนาการไปเป็ร่างสอง โดนขัดจนไปไม่เป็เลย 5555+