เมื่อลงมาถึงโต๊ะแคชเชียร์ซึ่งอยู่ชั้นล่าง ดานี่ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง 5 ฟุต 4 นิ้ว พร้อมกับของบิลล์ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด เตรียมตัวพร้อมที่จะต่อปากคำในเื่สิทธิที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ของตน แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจ เมื่อเ้าหน้าที่ซึ่งเป็ผู้หญิงสูงอายุคนนั้นยื่นบิลล์มาให้โดยมิได้พูดจาว่ากระไรเลย ซึ่งทำให้ดานี่ที่เตรียมพร้อมจะเล่นงานอยู่ต้องนิ่งอั้นไป หลังจากที่ได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งยัดรวมเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกับเงินจำนวนที่พ่อให้ซึ่งเหลืออยู่แล้ว ดานี่ก็เดินออกไปยังห้องล็อบบี้ของโรงพยาบาล
ความหวังทั้งมวลที่ว่าเธอจะสามารถแอบเล็ดลอดผ่านสายตาของนักข่าวออกไปโดยไม่ทันที่ใครจะสังเกตเห็นมลายหายไปทันที ทั้งนี้เพราะการแต่งเนื้อแต่งตัวของเธอซึ่งอยู่ในกางเกงยีนส์สีซีดๆ รองเท้าแบบโคบาล กับเสื้อที่ไร้รูปทรง ได้สร้างความสนใจให้กับทุกคนที่นั่งกันอยู่ในห้องนั้นทันที ทุกคนต่างหันมามองเป็ตาเดียว ดานี่พยายาเชิดหน้าไว้ ตั้งใจจะเดินตัดห้องที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องยางออกไปยังประตูหน้าให้เร็วที่สุด แต่ทว่า ผู้ชาย 3 คนกับช่างภาพอีกคนหนึ่ง ได้เดินเข้ามารุมล้อมเธอไว้เสียก่อน พร้อมกับระดมคำถามเข้าใส่ โดยปฏิเสธไม่ยอมให้เธอผ่านออกไปได้โดยดี
“คุณวิลเลียมส์ครับ คุณจะช่วยบอกเราหน่อยได้ไหมว่าเวลานี้พ่อคุณอยู่ที่ไหน?”
“คุณมีความเห็นอย่างไรกับการที่คุณคิง วิจารณ์ว่าอันที่จริงยังไม่มีใครรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของเดอะ โร้ค? คุณเห็นด้วยกับเขาไหมครับ?”
“เวลานี้คุณมีแผนการว่าจะทำอะไรต่อไปครับคุณวิลเลียมส์”
“ช่วยมองมาทางนี้หน่อยสิครับ”
ดานี่ยกมือขึ้นปิดหน้าไว้เมื่อแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบขึ้น
“หลีกทางให้ฉันเถอะค่ะ” เธอร้องออกมาดังๆ เพื่อข่มเสียงคำถามที่ดังอยู่รอบข้าง “หลีกทาง...”
แต่คำร้องขอของเธอไม่ได้รับความสนใจจากใครเลย ดานี่กวาดสายตาไปรอบๆ อย่างตระหนก มองหาช่องทางที่จะเร้นกายหยีไปให้ได้ แต่ดูเหมือนคนพวกนั้นจะไม่ยอมเปิดทางให้เธอเลยแม้แต่น้อย และตรงผนังด้านไกลออกไป ดานี่ได้มองเห็นเขา บาร์เรทท์ คิง คนนั้น ที่กำลังมองมาทางเธอด้วยรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า มุมปากที่กดลึกลงบอกให้รู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในอารมณ์ขันที่เห็นเธอไม่อยู่ในสภาพที่จะช่วยตัวเองได้เลย แวบหนึ่ง ที่ดวงตาของเธอได้เปล่งแววอ้อนวอนแกมขอร้องให้เขาได้ช่วยเหลือ แต่แล้วดานี่ก็สะบัดหน้ากลับอย่างเด็ดเดี่ยว
“หลีกทางนะ” เธอพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงที่หมดความกลัวเกรง พร้อมกับผลักผู้ชายคนหนึ่งให้หลีกทางให้ เขาเพียงแต่เซไปเท่านั้น แต่มิได้เปิดช่องทางให้เธอก้าวออกไปได้เลย
ในวินาทีต่อมา ดานี่ก็มีความรู้สึกว่ามีมือของใครคนหนึ่งมาจับตรงปลายศอกไว้ ซึ่งทำให้เธอหันขวับไปมองด้วยความโล่งใจ
“เอาละ พอแล้วน่าเพื่อน...ให้เขาไปเถอะ” กระแสเสียงที่บอกถึงความรับผิดชอบในตัวเธอนั้นเป็เสียงของบาร์เรทท์ คิง “เขาอาจจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลก็จริง แต่ไม่มีผู้หญิงสาวๆ คนไหนอยากจะเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าอย่างพวกคุณหรอก โดยเฉพาะในสภาพที่เข้ามาอย่างจะรุมทึ้งเหยื่ออย่างนี้”
“เราเพียงแต่้าจะถามเธอ แค่ 2-3 คำเท่านั้นละน่า บาร์เรทท์” นักข่าวผู้หนี่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาใจ
“เธออยากจะตอบคำถามของเขาไหมล่ะ?”
จากทิศทางที่มาของเสียงถาม ดานี่รู้ว่าเขากำลังโน้มศีรษะลงมาใกล้
“ที่ฉัน้าคือออกไปให้พ้นจากที่นี่เท่านั้น” เธอคำรามจมอกเสื้อเขาอยู่
“นายก็ได้ยินที่คุณผู้หญิงพูดแล้วนะ เฟรด” บาร์เรทท์พูดอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่ยกมือขึ้นโอบไหล่เธอไว้ที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งก็คือ นักข่าวทุกคนต่างหลีกทางให้โดยดี เขาเพียงแต่กล่าวคำขอบใจตามมรรยาท แต่ในน้ำเสียงสุขภาพนั้นแฝงความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยวให้
ดานี่ใคร่ที่จะได้วิ่งออกประตูไปให้พ้นๆ แต่แขนที่โอบไหล่เธออยู่ยังไม่ยอมปล่อย บาร์เรทท์พาเธอเดินอย่างไม่รีบร้อนผ่านห้องล็อบบี้ออกไปยังประตู ขณะที่ลงบันไดโรงพยาบาลมาด้วยกัน เธอหันไปหาเขาเพื่อจะกล่าวคำขอบคุณที่เขาได้ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งรู้สึกว่าเป็ความจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องทำ แต่เขาก็ยังโอบไหล่เธอไว้และพาเดินตรงไปยังที่จอดรถ
“ตอนนี้ฉันไปเองได้แล้วละ ขอบใจมาก” ดานี่เอ่ยขึ้น สะบัดตัวออกจากวงแขนของเขา “เห็นจะไม่้าความช่วยเหลือจากคุณอีกต่อไปแล้ว”
แม้แขนจะลดลงจาก่ไหล่แล้ว แต่เขาก็คว้าข้อมือเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันเดินจากไป พละกำลังที่เหนือกว่าทำให้เธอต้องยืนอยู่กับที่
“รับรองว่าในอีก 2 นาทีข้างหน้า นักข่าวพวกนั้นจะต้องตามเธอพบ แล้วเธอก็จะต้องตกอยู่ในสภาพอย่างเมื่อกี้นี้อีก” ริมฝีปากของเขาเหยียดออกอย่างราวจะยิ้ม เพียงแต่ว่ามันมิได้แฝงอารมณ์ไว้เลย เมื่อเพ่งพิศใบหน้าที่ฉายแววอาฆาตมาดร้ายของเธออยู่ “ฉันรู้ว่าเื่นี้มันฝืนความ้าของเธอ แต่ถ้าเธอ้าจะหลีกเลี่ยงเสีย เธอก็ควรจะยอมนั่งรถไปกับฉันเสียดีๆ”
ดานี่ยื่นปากอย่างฉุนโกรธได้แต่จ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่สามารถเอาตัวรอดจากนักข่าวพวกนั้นได้โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากเขาและที่มันร้ายกว่านั้นก็คือ เขาหยิบยกเอาเื่นี้ขึ้นมาลูบหน้าเธอเล่น บาร์เรทท์ออกจะมั่นใจในตัวเองมากเกินไปเสียหน่อยแล้ว
“รถของคุณอยู่ที่ไหนล่ะ?” ดานี่ถามเสียงขุ่น เบือนหน้าหนีดวงตาคู่สีเขียวที่มักจะทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยโง่เง่าอยู่ตลอดเวลา
เขาชี้มือไปทางรถสปอร์ตสีครีมอมเหลืองคันที่จอดอยู่ตรงทางโค้ง และดานี่ก็รู้ว่า เธอกำลังถูกบังคับให้ต้องนั่งเคียงคู่กับผู้ชายท่าทางโอหังคนนี้อีก ท่าทางของเขายามที่เปิดประตูรถให้เธอนั้นข่มอยู่ในที ดูถูกกับการไร้มรรยาทของเธอ ดานี่เข้าไปนั่งแนบตัวอยู่ประตูรถให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ขณะที่เขาเดินอ้อมไปยังประตูด้านคนขับ
“เธอจะไปไหนล่ะ?” เขาเอ่ยถามขึ้น ตวัดสายตามองเธอขันๆ ขณะที่ติดเครื่องใส่เกียร์ขึ้น
ดานี่รู้สึกเครียดไปทั้งตัวขณะที่ใช้ความคิดเกี่ยวกับเื่จุดหมายปลายทางที่เธอ้าจะไป ถ้าจะขอให้เขาปล่อยเธอลงตรงป้ายรถเมล์ มันก็จะเพิ่มความสงสัยที่เธอไม่ยอมบอกสถานที่ซึ่ง้าจะไปให้มากขึ้น และการที่จะอ้ำอึ้งอยู่นานเกินไปก็จะยิ่งเพิ่มความสงสัยขึ้นในทำนองเดียวกัน ดังนั้น เธอจึงรีบบอกชื่อร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับสนามม้า
“อ้าว...เธอยังไม่กลับไปโรงแรมที่พักอยู่หรอกหรือ?” เขาถามอย่างแปลกใจ
“เห็นจะยังหรอก” ดานี่เพ่งสายตามองตรงไปแต่เฉพาะเส้นทางข้างหน้า “ฉัน...ฉันนัดกับเพื่อนไว้ที่นั่น”
อย่างน้อยมันก็พอจะเป็ความจริงอยู่บ้าง เพราะเธอได้ตั้งใจไว้ว่าจะใช้โทรศัพท์ที่นั่นนัดหมายกับมาร์แชลล์ ทอมป์สัน แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอยู่ว่า บาร์เรทท์ คิง ไม่ใคร่จะเชื่อในคำพูดของเธอเท่าไรนัก และคาดว่าเขาจะต้องถามต่อเพื่อให้หายสงสัย ดังนั้น ดานี่จึงเตรียมใจไว้มั่นว่าถ้าเขาทำเช่นนั้นจริงๆ เธอจะต้องหาทางกันเขาออกไปให้พ้นตัวอย่างเด็ดขาดที่สุด แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจอีก เมื่อเห็นเขาเงียบไปมิได้ถามอะไรต่อ ท่าทางของเขาในยามนี้เหมือนกำลังใช้ความคิดในเื่ใดเื่หนึ่งอยู่
เมื่อเขาเลี้ยวรถเข้าสู่ที่จอดรถ ดานี่ก็รีบเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตู ปรารถนาที่จะรีบลงจากรถไปเสียให้พ้นๆ แต่แล้วน้ำเสียงเรียบๆ ที่เขาพูดขึ้นก็ทำให้เธอชะงักอยู่กับที่
“ฉันเสียใจเื่ เดอะ โร้คกับเธอด้วยจริงๆ แล้วก็หวังว่าเธอจะเชื่อนะ ว่าที่ฉันพูดนี่คือความบริสุทธิ์ใจ” บาร์เรทท์พูดเรียบๆ
เธอเอี้ยวตัวไปมองและเห็นว่าเขาก็กำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่สีหน้าของเธอเท่านั้นที่ยังบอกถึงความในคำพูดของเขาอยู่ และเป็อีกครั้งหนึ่งที่เธอพิจารณาใบหน้าที่บอกถึงความเข้มแข็งเต็มไปด้วยอำนาจ ไม่มีวี่แววข่มขู่หรืออื่นใดทั้งสิ้น
“ฉันไม่้าความเห็นใจจากคุณหรอก” เธอย้อนอย่างเผ็ดร้อน ไม่ไยดีในความมีน้ำใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของเขาวาววาบขึ้น แต่แล้ว บาร์เรทท์ก็เบือนหน้าไปเสียทางหนึ่ง ล้วงลงไปในกระเป๋าหยิบกระดาษกับปากกาออกมา ดานี่มองตามมือที่เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษแผ่นนั้น ก่อนที่จะยื่นให้เธออย่างแปลกใจ
“เอ้า นี่โทรศัพท์ที่อพาร์ตเม้นท์ของฉัน” เขาบอก
ดานี่ได้แต่มองดูมันเฉยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะเอื้อมไปรับกระดาษแผ่นนั้น
“ทำไมฉันจะ้ามันด้วยล่ะ?”
“ถ้านับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เธอเกิดปัญหายุ่งยากอะไรขึ้น ฉันก็อยากให้เธอโทรศัพท์หาฉัน ซึ่งทำได้ทุกเวลา” บาร์เรทท์ตอบอย่างอดทน
“ฉันไม่้าเบอร์โทรศัพท์ของคุณหรอก เพราะไม่คิดว่าจะ้าความช่วยเหลืออะไรจากคุณอีกต่อไป ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว สามารถที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองได้” ดานี่ตอบเสียงเข้ม
“อย่างเื่ที่เธอจัดการพวกนักข่าวนั่นใช่ไหมล่ะ?” เขาเยาะให้
“ฉันรู้หรอกน่า ว่าที่คุณทำลงไปเมื่อกี้นี้น่ะ มันทำให้คุณผยองคิดว่าช่วยชีวิตฉันไว้ แต่ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว ถึงอย่างไรฉันก็คงหาทางเอาตัวรอดออกมาได้ โดยไม่จำเป็จะต้องรับความช่วยเหลือจากคุณหรอก” ดานี่ตอบอย่างเหน็บแนม “เอาละ ฉันขอบใจมากที่คุณช่วยมาส่งฉันที่นี่ แต่ตอนนี้เพื่อนกำลังรอฉันอยู่”
“เออ นั่นสินะ ฉันก็ลืมเื่เพื่อนของเธอไปแล้ว” สีหน้าของบาร์เรทท์กึ่งสังสัยกึ่งเห็นขันกับท่าทางของสาวน้อย
ดานี่ตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างไม่เป็มิตร ก่อนที่จะเปิดประตูและก้าวลงไปยืนอยู่บนถนนคอนกรีต ทันทีที่เธอผลักประตูให้ปิดลง ก็ได้ยินเสียงใครคนหนี่งเรียกชื่อเธอขึ้น ซึ่งทำให้เธอต้องหันขวับไปมองอย่างแปลกใจ และแล้ว รอยยิ้มก็ฉาบขึ้นบนใบหน้า เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นคือแมนนี่ เฮอเรร่า ซึ่งกำลังรีบเดินเข้ามาหา ดานี่รู้อยู่ว่าขณะนี้บาร์เรทท์ คิง จะต้องเหมาเอาว่าที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะพบกับแมนนี่นั่นเอง ดังนั้นเธอจึงหันไปชวนจ๊อคกี้ผู้นั้นคุยอย่างเอาจริงเอาจัง ขณะที่รถสปอร์ตเคลื่อนออกจากที่