บ่ายนี้ชลทิศขอกลับบ้านเพราะรู้สึกปวดหัวจนไม่อาจฝืนนั่งทำงานต่อได้
หนุ่มหน้าเครียดนอนก่ายหน้าผาก หนักใจเื่น้องทั้งสองคนพงศกรชอบเที่ยวกลางคืนกลับบ้านเกือบสว่างเป็ประจำนี่ก็หายไปั้แ่เมื่อคืนป่านนี้ยังไม่กลับ
และกังวลกับอาการแปลก ๆ ของน้องสาวในสองสามวันที่ผ่านมา น้องดูซึมไป หน้าซีดไม่สดใสเหมือนเคยอาเจียนตลอดทั้งเช้าก่อนไปเรียนและ่เย็นถึงค่ำ ถามคำตอบคำ บอกให้ไปหาหมอก็ว่าแค่โรคกระเพาะ
พักนี้ไอ้คนหล่อแฟนน้องดาก็หายหัวไป
ชายหนุ่มสังหรณ์ใจอย่างไรพิกล ครุ่นคิดแต่ว่า อย่าให้เกิดเื่นั้น...อย่างที่หวั่นใจเลย
ขณะกำลังเคลิ้มหลับหูได้ยินเสียงหนึ่งดังแว่วคล้ายเสียงคนร้อง
“ว้าย”
ตามด้วยเสียงคล้ายของตกดัง
“ตุ๊บ”
ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจข่มตาหลับเพื่อพักผ่อนได้ ลุกขึ้นนั่งบนโซฟามองไปด้านข้างตัวบ้านลอดหน้าต่างที่มีมุ้งลวดขวางแต่มองเห็นตรงที่ได้ยินสียง กลับไม่เห็นสิ่งใด
ชลทิศผิดสังเกต เสียงคนแน่ เขาฟังไม่ผิด อาจเป็ขโมย เขาคิด ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเบา ยกสองเท้าก้าวเดินแบบเงียบที่สุด
สายตากวาดหาของติดมือที่พอจะเป็อาวุธได้จึงใช้มือทั้งสองข้างหยิบแจกันดอกไม้ปลอมทรงสูงตรงโต๊ะกระจกข้างโซฟาเข้ามาถือไว้ แล้วตั้งท่ายกแจกันขึ้นกะว่าถ้าเจอคนแปลกหน้าหรือคนร้ายจะได้ฟาดได้ทันที
ชลทิศได้ยินเสียงกุกกักหลังบ้านตรงส่วนที่เป็ห้องครัว ชายหนุ่มเม้มปาก ตาเพ่งไปข้างหน้าค่อย ๆ ย่องจนถึงประตูห้องครัวเปลี่ยนมาใช้มือข้างหนึ่งถือแจกันยกชูขึ้นสูงเหนือศีรษะ มืออีกข้างผลักประตู
จนเมื่อประตูเปิดกว้าง เขาเงื้อมือสุดแรงกำลังจะฟาดไปที่ร่างคนแปลกหน้าแต่พอมันหันหน้ากลับมา ดวงหน้าขาวใสกับผมหยิกที่มัดเป็มวยหลวมแต่ดูยุ่งไม่เป็ระเบียบของคนใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดรัดรูปพอดีตัวหันหน้ามาร้อง
“ว้าย”
ดังลั่น ด้วยความใแล้วเสียหลักถอยหลังก้นจ้ำเบ้ากระแทกลงไปบนพื้นในท่าชันเข่าสองมือเอนไปด้านหลังยันพื้นไว้ปากส่งเสียง
“พี่ทิศ”
เรียกชื่อเขา
ทำให้เขาชะงักเมื่อเห็นชัดว่าดวงหน้างามผ่องตรงหน้าคือใครเขาพูดสวนขึ้นแทบจะทันทีที่เห็นหน้าหล่อนว่า
“ปิ่น”
และเมื่อมองสบตาหล่อน หัวใจเขาเต้นแรง หายใจขัด ยืนนิ่งราวถูกหล่อนสาปด้วยดวงตากลมโตสั่นระริก มือที่ถือแจกันอยู่ค้างเติ่ง
พอนึกขึ้นได้และรู้สึกตัวจึงลดระดับลงมาแล้วเอี้ยวตัวไปวางบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ มองตาขวาง พูดดุสาวน้อยไปว่า
“ปิ่น ทำไมทำแบบนี้ แอบเข้ามาในบ้านพี่ทำไม”
ใบหน้าคมเข้มน่ามองของผู้ชายตัวใหญ่ แต่ท่าทางไว้ตัวทำให้หญิงสาวรู้สึกแตกต่างในเวลาเดียวกัน อยากเจอหน้า อยากคุยด้วย แต่ทันทีที่เขาตำหนิหล่อน หญิงสาวกลับประหม่า
ปิ่นติดอ่าง พูดไม่ออก
“คือว่า...คือ...ปิ่น”
จากคนที่หล่อนอยากเจอที่สุดกลายเป็ว่าหล่อนอยากพาตัวเองหายตัววับไปจากเขาซะ เพราะอายเหลือเกินที่เขาเจอหล่อนในสภาพนี้
“อูยยย...”
ปิ่นเผลอหน้านิ่วปากห่อย่นหัวคิ้ว ก้นระบมจนเจ็บไปหมดทั้งยังรู้สึกแสบจิ๊ด ๆตรงข้อศอกและหัวเข่าซึ่งยังมีรอยขีดสีแดงคล้ำจากแผลเพราะถูกข่วนตอนตกลงมาอีก
แต่พอมองคนตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งไม่ขยับ
สาวน้อยกระพริบตาปริบปริบแล้วสะบัดหน้าส่งเสียง
“ชิ”
ก่อนจะหันกลับมาจิกสายตามองคนตัวโตกว่าที่ไม่ยอมช่วยปล่อยให้หล่อนนั่งแช่อยู่บนพื้นเป็นาน
ชลทิศเห็นดวงตาบึ้งตึงที่ค้อนขวับใส่เขาเมื่อเขายืนเฉยไม่ยอมช่วยดึงแล้วทั้งสมน้ำหน้าทั้งสงสาร จึงพูดเสียงเข้มแบบฝืนกลั้นไว้ไม่ให้หลุดขำต่อว่าเ้าหล่อนไปอีกว่า
“ปิ่นไม่ควรทำแบบนี้ เข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นี่ถ้าพี่ยั้งไว้ไม่ทัน เผลอฟาดปิ่นขึ้นมาจะเป็ยังไง หะ”
“...”
คนดื้อั้แ่เล็กจนโตไม่ตอบได้แต่ทำตาประหลับประเหลื่ออยู่ร่ำไป
ดี ให้นั่งกองอยู่ตรงนั้นแหละ จะได้เข็ดไม่กล้าทำอะไรไม่เข้าท่าอีก
ปิ่นฉุนกึกที่เขาไม่ยอมช่วย หญิงสาวขบฟันหางตาตวัดมองไปทางอื่น ก่อนจะเปล่งเสียง
“ฮึบบบ”
แล้วสองมือหล่อนยันพื้นยกตัวเองขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
ซึ่งพอทรงตัวอยู่ได้แค่ชั่วครู่ หญิงสาวกลับเซราวหมดแรงโดยไม่ตั้งใจจนลำตัวหล่อนเอน ทำท่าจะล้ม ตาหล่อนโตปากร้องลั่นด้วยความใ
“อะ...ว๊าย”
แล้วสองแขนกำยำก็สอดเข้ามากอดตัวหล่อนไว้ได้ทัน หล่อนจึงยังยืนอยู่แต่กลับอยู่ในอ้อมกอดของคนใจดำที่ไม่ยอมช่วยแต่แรก
ใบหน้าสองคนใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย
ปิ่นใจเต้นแรงเหมือนมันจะหลุดออกมาเต้นข้างนอก เหมือนตัวเองกลายเป็กองไฟมันร้อนรุ่มวูบวาบโดยเฉพาะใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก เหมือนยืนอยู่บนูเาน้ำแข็งเพราะขาหล่อนชามันไม่ยอมขยับ
ชลทิศหวั่นไหวไปกับใบหน้าแดงเรื่อและดวงตาเอาเื่คู่นั้นแต่พอมองจ้องลึกเข้าไปเขากลับพบความอ่อนหวานแทรกซึมอยู่ ทำให้ความตั้งใจที่จะสั่งสอนหล่อนคราแรกแปรเปลี่ยนเป็อยากดูแลไม่อยากให้หล่อนเจ็บกายหรือเจ็บใจเลยแม้แต่น้อย
สองร่างยืนโอบกอดกันนิ่งราวปูนปั้น
กระทั่งเสียงห้าวของบางคนดังขึ้นว่า
“พี่ทิศ คุณปิ่น”
ทำให้สองคนผละออกจากกันอย่างขัดเขินแต่แล้วฝ่ายหญิงกลับเป็ฝ่ายตัวเซคล้ายจะล้มลงไปอีกรอบ แล้วฝ่ายชายรีบรวบร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ชลทิศกอดปิ่นไว้ในอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม จนร่างเล็กของปิ่นแทบจะหลอมละลายรวมเข้าไปในร่างแข็งแรงของเขา
และอีกครั้งที่ พอตาสบตา คนทั้งคู่ก็หยุดเคลื่อนไหว
พงศกรมองภาพบาดตานั้นอย่างเ็ป
พี่ชายคนดีที่คอยพร่ำเตือนเขาว่าอย่าใฝ่สูงจนเกินศักดิ์กลับหักหลังแอบพาผู้หญิงที่เขารักมาโอบกอดกันถึงในบ้าน
พงศกรยืนตัวสั่น สองแขนแนบลำตัว เกร็ง สองมือกำหมัดจนเส้นเอ็นดันปูดออกเป็แนวตรงหลังมือ
คนเป็น้องกัดฟันกรอด ใบหน้าแข็งกร้าว ดวงตากระด้างมองหน้าพี่ชายคนโตราวคนแปลกหน้าหรือศัตรู
สุดท้าย อารมณ์โกรธ ผิดหวังระคนเสียใจ ทำให้พงศกรซึ่งเพิ่งกลับมาบ้านต้องระเห็จออกไปจากบ้านอีกครั้งอย่างแค้นใจ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥