ณ จักรวรรดิัฟ้า...
เด็กหนุ่มชื่อ เฟยซุน อายุแปดปีกำลังนั่งเหลาไม้เป็รูปดาบกับสหายที่ชื่อ ซิ่นหยาง อายุแปดปี
ซุน เป็เด็กหนุ่มที่กําพร้าพ่อแม่ั้แ่จำความได้ ปัจจุบันอาศัยอยู่กับท่านย่าที่ชรามากแล้ว
“หยาง วันนี้เ้าจะทำดาบรูปแบบใดข้าอยากจะรู้เหลือเกิน” ซุนขมวดคิ้วเป็ปมรามกับสงสัยรูปทรงที่โค้งอย่างแปลกประหลาดของหยาง
“ข้าจะทำดาบรูปทรงเสี้ยวพระจันทร์“ รอยยิ้มหยางยกขึ้นอย่างมีเล่ห์นัย
“เอ๋! ข้าอยากรู้จริงๆมันจะออกมารูปแบบไหน ความคิดของเ้าช่างยากที่คาดเดาได้จริงๆ“ ซุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความนับถือ
“แล้วเ้าจะทำดาบแบบไหน เหตุใดเ้าจึงใช้ไม้ใหญ่โตกว่าตัวเ้านักละ ” หยางไม่อย่างสกั้ดกั้นความอยากรู้อยากเห็นได้
“ข้าเคยเห็นจอมดาบสะพายดาบอันใหญ่อยู่ด้านหลัง ข้าคิดว่าโดยความใหญ่โตของตัวดาบ สามารถกวาดล้างศัตรูจำนวนมากในทีเดียว” แววตาซุนควบแน่นจ้องมองเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น
“ร่างกายเ้าจะมีแรงยกขึ้นฟาดฟันหรือยังไง” หยางจ้องมองซุนด้วยสายตาประหลาด
“ฮี่ ฮี่ ถ้าไม่ฝึกปรือั้แ่วันนี้วันไหนจะใช้ได้คล่องแคล่ว” ซุนปรากฎรอยยิ้มเ้าเล่ห์ มันมุ่งสมาธิทั้งหมดใช้กับเหลาดาบไม้ขนาดใหญ่ของมันต่อไป หยางจ้องมองซุนด้วยรอยยิ้มก่อนมันมุ่งสมาธิเหลาดาบเสี้ยวพระจันทร์เช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไปสี่ชั่วโมง....
“นายน้อยหยาง นายน้อยหยาง” เสียงเรียกของสตรีปรากฎขึ้นเพียงชั่วครู่ น้ำเสียงเริ่มไล่กลับมาดังอย่างชัดเจน เป็สัญญาณที่นางได้มุุ่งหน้ามาทางที่ผู้เยาว์ทั้งสองอยู่ หยางเพียงสดับรับฟังน้ำเสียงเพียงพริบตามันสามารถจดจำได้ทันที เ้าของน้ำเสียงผู้นี้คือฮุ่ยเหมยหนึ่งในสิบผู้ยอดยุทธของสำนักัดำสามเศียร ปัจจุบันนางอายุสิบแปดปีนาง
“ข้าอยู่นี้ ข้าอยู่นี้” หยางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ปกติท่านพ่อจะไม่ส่งคนออกมาตามมัน ทว่าครั้งนี้อาจมีเื่สำคัญไม่อาจหลีกเลี่ยง
นายท่านให้มาตามนายน้อยหยางรีบกลับไปเตรียมตัว วันนี้มีแขกคนสำคัญของนายท่านมาเข้าพบ นายท่าน้าแนะนำให้นายน้อยรู้จักกับสหายของนายท่านผู้นี้
“เอ๋!! วันนี้คะ...คุณ..." ฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเผลอเร่อหลุดปากสรรนามอย่างว่องไว "นายน้อย เหตุใดเนื้อตัวมอมแมมไปทั้งตัวเช่นนี้” ฮุ่ยเหมยไม่อาจไม่อาจรั้งอาการประหลาดใจในครั้งนี้ไปได้ สายตาฮุ่ยเหมยเหลือบมองพบเด็กหนุ่มเนื้อตัวมอบแมมเฉกเช่นเดียวกัน "เฟยซุน!"
“ทำไมนายน้อยชอบมาเล่นกับเ้าเด็กมอมแมมคนนี้อีกแล้ว นายน้อยกับเ้าซุน มิได่อยู่ในระดับเดียวกันนะ” ถ้าหากใครมาพบเข้าอาจทำให้นายน้อยและนายท่านด่างพล่อยก็เป็ไปได้ เพราะตัวมันเป็ถึงลูกหลานของจอมโจรเงาั อดีตอาญากรชื่อดกระฉ่อนของจักรวรรดิ เมื่อแปดปีที่แล้ว
“ข้าซิ่นหยาง ในชีวิตข้ามีสหายมากมาย แต่ทั้งหมดล้วนเป็สิ่งจอมปลอม ที่ทุกคนเข้าหาข้าเพราะพวกมันล้วน้าประโยชน์จากท่านพ่อของข้าหาได้ไม่้าเป็สหายกับข้าอย่างแท้จริง พวกมันทุกคนล้วน้าผลประโยชน์จากข้าทั้งสิ้น” แววตาหยาง ปรากฎความไม่พอใจพลันเอ่ยไปด้วยโทสะที่ปะทุขึ้น
“ถึงแม้ว่าชาติกำเนิด เฟยซุนเป็ลูกหลานจอมโจร แต่ตัวมันไม่เคยขอร้องหรือให้ข้าช่วยมันสักครา เ้าคิดว่าแค่นี้ไม่พอสำหรับคำว่าสหายอีกหรือไม่ สหายไม่สำคัญว่าอยู่ในฐานอะไรขอเพียงจริงใจต่อกัน แค่นี้ก็เพียงพอต่อข้าแล้ว” หยาง เผยสีหน้าจริงจัง
“หยาง … ” ซุนเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปียกชื้น ตัวมันไม่คาดคิดว่าจะได้พบสหายที่จริงใจไม่สนฐานะแบบนี้ในชีวิตมาก่อน หยางคือสหายคนแรกและคนเดียวในชีวิตของตัวมัน
“เฮ้อออชั่งมันเถอะ…” ฮุ่ยเหมยลอบถอนหายใจ
“อย่าให้นายท่านล่วงรู้ไม่งั้นเื่นี้อาจจะกลายเป็เื่ใหญ่” ฮุ่ยเหมยเผยสีหน้าอย่างกังวลใจ
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมง พระอาทิตย์กำลังจะสิ้งแสง นายน้อยต้องรีบกลับไปเตรียมตัวก่อนงานเริ่มสองชั่วโมง ”
ฮุ่ยเหมย กล่าวเสร็จร่างของนางเลื่อนรางค่อยๆจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงบุปผาร่วงหล่นจากบริเวณที่นางยืนอยู่เมื่อครู่สามดอก
“หยางเ้ากลับไปที่บ้านของเ้าก่อนดีไหม เดียวท่านพ่อเ้าจะลงโทษเ้า” ซุนเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ
เมื่อหยางคิดถึงท่านพ่อตอนลงโทษฐานไม่เชื่อฟัง หน้าเปลี่ยนเป็สีซีดขาวในทันที
“ดีข้าว่าข้ากลับก่อนดีกว่า เดียวพรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ ข้าขอฝากดาบเสี้ยวพระจันทร์ไว้กับเ้าก่อน”
“ได้ข้าจะดูแลมันอย่างดี” ซุนตอบรับอย่างหนักแน่น
ซิ่งหยางคือบุรุษรูปงามใบหน้าหยก ผิวพรรณขาวใสเรียบเนียนดั่งสตรี ร่างกายดูผอมกว่าบุษุรทั่วไปเล็กนอย ดวงตาและเส้นผมยาวสีน้ำตาล ซิ่งหยางผู้นี้ชอบใส่ผ้าแพรสีน้ำเงินตรงกลางหน้าอกมีลวดลายัสามเศียรสีดำคาดสีทองปรากฎอยู่เป็สัญญาลักษณ์ของคำในสำนักของมัน
เฟยซุนเป็บุรุษรูปงามเช่นเดียวกัน ผมยาวสีฟ้า ดวงตาสีฟ้า ผิวขาวเนียน ท่อนแขนทั้งสองปรากฎกล้ามเนื้อจากการใช้แรงงาน ทว่าภาพรวมภายนอกของเฟยซุนแตกต่างกับสหายมันราวฟ้ากับดิน มันสวมใส่เสื้อผ้าสีน้ำตาลซีดๆ ประหนึ่งสีกระสอบข้าวสาร เสื้อทั้งตัวมีรอยปะนับสิบแห่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงดูแล้วรกตาอย่างยิ่ง