พริบตาเดียวกาลเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
เวลานี้หอการค้าหมื่นสมุทรก็ยิ่งมีชื่อเสียงมากกว่าเดิมมาก เพราะการมาถึงของจวินชิงเหยียนที่เป็นักปรุงโอสถระดับตำนานสามดาว ทำให้โอสถระดับมนุษย์ของหอการค้าหมื่นสมุทรมีเป็จำนวนมาก แม้กระทั้งโอสถระดับปฐีก็ยังปรากฏออกมาบ่อยๆ เื่นี้ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่เมืองใกล้เคียงก็ยังเดินทางมาซื้อโอสถที่เมืองฮุ่ย
แม้กระทั้งเ้าเมืองใกล้เคียงก็ยังส่งคนมาสอบถามว่าสามารถไปเปิดหอการค้าที่เมืองของเขาได้หรือไม่ นอกจากนี้พวกเขายังจะมอบเงินจำนวนมากให้กับหอการค้าหมื่นสมุทรเพื่อเป็ของตอบแทน
เพราะเหตุนี้ทำให้หนานิกลายเป็เศรษฐีตัวน้อยในชั่วพริบตา เพราะตอนนี้เงินของเขาก็น่าจะมีมากกว่าสองแสนตำลึงทองเสียอีก เรียกได้ว่าเขามีเงินมากกว่าตระกูลหนานทั้งตระกูลรวมกันหลายเท่าเลยด้วยซ้ำ
ด้วยการช่วยเหลือของโอสถของจวินชิงเหยียนทำให้หนาหนมิงกลายเป็อาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แล้ว อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุด
เหรินจ้าวที่รับหน้าที่เป็ผู้ติดตามของหนานิ ตอนนี้เขาได้กลายเป็ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ทำให้ตระกูลหนานมีเหรินจ้าวคอยปกป้องทำให้หนานิรู้สึกวางใจเป็อย่างมาก
ส่วนทางด้านของตระกูลหนาน
หนานเฟยหยุนได้เลือกสมาชิกของตระกูลหนานที่คิดว่าซื่อสัตย์และจงรักภักดีมากห้าสิบคน ซึ่งคนเหล่านี้มีทั้งสายเืตระกูลหนานโดยตรงและบ่าวรับใช้ที่ภักดีต่อตระกูลหนานมาอย่างยาวนาน
พวกเขาเหล่านี้มีคุณสมบัติที่หนานเฟยหยุนวางเอาไว้มานานแล้ว และตอนนี้หนานเฟยหยุนก็คิดที่จะตอบแทนความภักดีของบ่าวรับใช้เ่าั้โดยการให้พวกเขามาฝึกฝนกับหม่าซีเยว่และได้รับทรัพยากรบ่มเพาะระดับสูงสุดที่สามารถจัดหาให้ได้
หนานเฟยหยุนและคนอื่นๆที่ได้รับการฝึกฝนจากหม่าซีเยว่โดยตรง ความแข็งแกร่งของพวกเขาพุ่งทะยานราวกับติดจรวด เนื่องจากเพียแค่หนึ่งเดือนหนานหยุนเฟยก็มาถึงระดับยอดยุทธ์ขั้นปลายจนไปถึงยอดยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แล้ว เรียกได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขายกระดับสูงขึ้นมาก
ส่วนคนอื่นๆในตระกูลพวกเขาถูกหนานเฟยหยุนจับตาดูอย่างใกล้ชิด ถ้าหากพวกเขามีความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลหนาน หนานเฟยหยุนก็จะดึงคนเ่าั้มาฝึกฝนแบบพิเศษโดยเฉพาะ
สำหรับตระกูลหนานที่ไม่ได้รับการฝึกฝนพิเศษจากหม่าซีเยว่ พวกเขาก็เป็เพียงแค่นักยุทธ์ขั้นต้นจนไปถึงนักยุทธ์ขั้นปลายเท่านั้น ไม่สามารถเทียบได้กับคนที่ได้รับการฝึกฝนพิเศษจากหม่าซีเยว่
เวลานี้หนานิและหม่าซีเยว่ได้มายังที่ค่ายฝึกของไป๋จวินเพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งของกองกำลังลับของเขา
ค่ายฝึกลับของพวกเขาถูกสร้างขึ้นลับๆบนูเามู่อวิ๋น และมีการวางค่ายกลลับทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็น แม้กระทั้งเทพยุทธ์ผ่านมาก็ยังไม่สามารถมองผ่านค่ายกลลวงตาได้เลย
หนานิยืนอยู่บนยอดเขาเล็กๆแห่งหนึ่งบนูเามู่อวิ๋น สายตาของเขามองลงไปก็เห็นเป็เพียงแค่ป่าไม้ธรรมดา แต่แท้จริงแล้วพื้นที่ตรงนั้นถูกค่ายกลลวงตาเอาไว้ทำให้เห็นเป็แบบนั้น
“ ไปกันเถอะ ” หนานิกล่าวพร้อมกับให้หม่าซีเยว่พาลงไปจากยอดเขาและเข้าไปในค่ายกลด้วยวิธีการลับบางอย่าง
เมื่อเข้ามาด้านในหนานิก็เห็นว่าภายในค่ายกลนั้นมีอาคารเล็กๆอยู่จำนวนมาก และยังมีสนามฝึกซ้อมขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง
เมื่อหนานิเข้ามาในค่ายกล ตัวตนระดับสูงทั้งหมดย่อมััได้ทันที
ไป๋จวิน เฮยจวิน และซูเล่ยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน
“ คาระวะนายท่าน ”
หนานิโบกมือเบาๆก่อนที่เขาจะถามขึ้นว่า “ เดินไปคุยไปกันเถอะ ”
เวลานี้ที่ค่ายแห่งนี้มีคนของพวกเขาอยู่มากกว่าเก้าสิบกว่าคน โดยส่วนมากจะอายุั้แ่สิบปีถึงสิบแปดปีด้วยกัน และที่สำคัญคือรุ่นเยาว์เหล่านี้ต่างก็เป็ยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์ทั้งหมดอีกด้วย
สาเหตุที่พวกเขาเป็ยอดยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วก็เพราะคนเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนและทรัพยากรที่เหนือกว่าที่อื่นๆมาก ไม่ว่าจะเป็โอสถหรือสมุนไพรที่ใช้ในการแช่เพื่อเพิ่มพลังยุทธ์ก็อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ในทุกๆสิบวันพวกเขาจะได้รับการแช่สมุนไพรชำระร่างกายเพื่อเพิ่มพร์ในการฝึกยุทธ์อีกด้วย
ต้องบอกว่าสมุนไพรชำระร่างกายเป็ของหายากแม้กระทั้งที่แคว้นฉินโจวหรืออาณาจักรต้าเหยียนก็ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากสมุนไพรชำระร่างกายเป็ของที่จวินชิงเหยียนนำมาด้วย นอกจากนี้เขายังสามารถใช้ส่วนผสมของสมุนไพรในโลกนี้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าด้วย ซึ่งแม้แต่หนานิเองก็ยังได้รับประโยชน์จากเื่นี้
ซึ่งสมุนไพรชำระร่างกายก็ถูกมอบให้กับหนานเฟยหยุนและคนของเขาด้วยเหมือนกัน เพราะแบบนี้ทำให้หนานเฟยหยุนและคนอื่นๆพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่ารุ่นเยาว์ที่ฝึกฝนอยู่ที่นี้เสียอีก
ระหว่างทาง ซูเล่ยได้แจ้งให้ทุกๆคนมารวมตัวกันที่ลานฝึกแล้ว
เวลานี้คนของค่ายฝึกได้มารวมตัวกันที่ลานฝึกทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังสวมชุดพิเศษที่ถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะ นอกจากนี้พวกเขายังยืนเป็ระเบียบวินัยด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าพวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
เมื่อกลุ่มของหนานิเดินมาถึง คนของค่ายฝึกก็ให้ความสนใจทันที เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหน้าของหนานิและหม่าซีเยว่มาก่อน แต่พวกเขาทั้งหมดก็รู้ได้ว่าสองคนนี้จะต้องเป็บุคคลระดับสูง ไม่อย่างนั้นอาจารย์ทั้งสามของพวกเขาคงไม่เคารพทั้งสองขนาดนี้
“ ทั้งหมดแถวตรง ” ซูเล่ยะโขึ้น
“ พวกเ้าทั้งหมดสงสัยใช่ไหมว่าคุณชายท่านนี้คือใคร ข้าขอบอกตรงนี้เลยว่า คุณชายท่านนี้คือนายท่านของพวกเราทั้งหมด ” ซูเล่ยะโขึ้นอีกครั้ง
เมื่อทุกๆคนได้ยินที่ซูเล่ยกล่าวมา พวกเขาก็มองไปที่หนานิด้วยความเคารพมากกว่าเดิม เพราะในอดีตพวกเขาเป็เพียงแค่เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือคนที่สูญเสียครอบครัวไป พวกเขาโชคดีที่ได้ไป๋จวินพาตัวมาที่นี้เพื่อฝึกฝนให้กลายเป็นักยุทธ์
นอกจากนี้พวกเขาก็ยังรู้ดีว่าสักวันหนึ่งพวกเขาก็ต้องพบกับเ้านายที่แท้จริงของค่ายฝึกแห่งนี้ แต่พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าเ้านายที่แท้จริงจะเป็เพียงแค่คนที่อายุเท่ากับพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้นทุกๆคนก็พยายามจดจำใบหน้าของหนานิเอาไว้อย่างดีและจะไม่มีวันลืมใบหน้านี้เป็อันขาด
“ ข้าหนานิยินดีที่ได้พบกับพวกเ้าทุกคน หลังจากนี้ไปพวกเ้าจะต้องขยันฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเ้าจะมีพร์มากแค่ไหน แต่สิ่งเดียวที่ข้า้าจากพวกเ้าก็คือความซื่อสัตย์ ถ้าหากใครก็ตามที่กล้าที่จะทรยศข้าหรือพี่น้องของเรา ข้าจะไม่ปล่อยคนผู้นั้นเอาไว้อย่างแน่นอน ” หนานิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แม้ว่าหนานิจะเป็เด็กหนุ่มแต่ออร่าและกลิ่นอายของเขาไม่ใช่คนธรรมดาจะมีได้
ทุกๆคนบนลานฝึกต่างก็มองไปยังหนานิด้วยแววตาเปร่งประกายก่อนที่ทุกคนจะโค้งคำนับพร้อมกัน
หนานิยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะหันไปมองไป๋จวินและกล่าวขึ้นว่า “ ไป๋จวินจากนี้ไปเ้าก็เพิ่มทรัพยากรในการฝึกฝนให้กับพวกเขาแล้วกัน ข้า้าให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วข้า้าเห็นผลภายในเวลาสามปี ”
การฝึกยุทธ์ไม่สามารถรีบฝึกได้ เพราะฉะนั้นการใช้เวลาสามปีจึงเป็เพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น แต่หนานิเชื่อว่าภายในสามปี คนกลุ่มนี้จะกลายเป็ยอดฝีมือที่ทรงพลังที่สุดของอาณาจักรต้าเหยียน
“ รับคำสั่งนายท่าน ” ไป๋จวินรับคำ
เมื่อได้ยินว่าจะได้ทรัพยากรในการฝึกฝนเพิ่ม ทุกๆคนบนลานฝึกต่างก็ยิ้มอย่างตื่นเต้น พวกเขาเองก็้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะเป็กำลังสำคัญให้กับนายท่านของพวกเขา
หลังจากที่หนานิอยู่ที่ค่ายฝึกเป็เวลาสองวัน เขาก็เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านหยุนฉาง
เมืองฮุ่ย ณ จวนเ้าเมือง
ห้องนั่งเล่นของจวนเ้าเมือง
เวลานี้เย่เจียงกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับชายหนุ่มอายุประมาณสิบแปดปี รูปร่างหล่อเหลา สวมชุดหรูหรา เขาคือคุณชายตระกูลหวง หวงเลี่ยง
ตระกูลหวงคือหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่ทรงพลังที่สุดในแคว้นฉินโจว ตระกูลของพวกเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายสมุนไพร รวมไปถึงมีนักปรุงโอสถที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ตระกูลเป็จำนวนมาก และแน่นอนว่าพวกเขามีตัวตนระดับราชันยุทธ์เป็เสาหลัก ทำให้ตระกูลหวงมีหน้ามีตาในแคว้นฉินโจว
“ นายน้อยหวง นึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะให้เกียรติมาเยือนเมืองเล็กๆของข้าแห่งนี้ ” เย่เจียงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ประจบประแจง
หวงเลี่ยงยิ้มพร้อมกับยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองของท่านมีหอการค้าที่มีชื่อเสียงอยู่ ไม่ทราบว่าเป็เื่จริงหรือไม่? ”
เมื่อราวๆหนึ่งเดือนก่อน ตอนที่หวงเลี่ยงต้องเดินทางมายังเมืองซูปิง เขาได้ไปที่จวนเ้าเมืองและเห็นสิ่งของแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่นเครื่องทำความเย็นที่ทำให้เย็นสบายเหมือนกับมีลมเย็นพัดใส่อยู่ตลอดเวลาหรือโซฟาที่ใช้นั่งนุ่มสบายจนเหมือนกับนั่งอยู่บนอากาศ
เขาจึงสอบถามสินค้าเหล่านี้จากเ้าเมืองซูปิงจนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วสินค้าเหล่านี้มีขายเฉพาะที่เมืองฮุ่ยเท่านั้นและผู้ที่ขายก็คือหอการค้าหมื่นสมุทร และรู้ว่าผู้ดูแลของหอการค้าหมื่นสมุทรแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย เขาเป็ถึงตัวตนระดับราชันยุทธ์อีกด้วย
ตัวตนระดับราชันยุทธ์เรียกได้ว่าแม้แต่ตระกูลหวงของเขาก็ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหา แม้ว่าเื้ัของตระกูลหวงจะมีผู้ยิ่งใหญ่ระดับราชันยุทธ์อยู่เหมือนกัน แต่ตัวตนระดับนี้คงไม่อยากสร้างปัญหากับราชันยุทธ์เพื่อหวงเลี่ยงอย่างแน่นอน
นอกจากนี้พวกเขายังรู้อีกว่าท่านหยางผิงที่เป็ราชันยุทธ์และยังเป็ผู้ดูแลของหอการค้าหมื่นสมุทรยังเป็เพียงผู้ติดตามของรุ่นเยาว์คนหนึ่ง ซึ่งเพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเื้ัของหอการค้าหมื่นสมุทรไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น คาดว่าจะต้องมีราชันยุทธ์มากกว่าหนึ่งคนอย่างแน่นอน กองกำลังระดับนี้เกรงว่าตระกูลหวงทำได้เพียงแค่สร้างความสัมพันธ์เท่านั้น
เย่เจียงพยักหน้าพร้อมกับเล่าเื่ของหอการค้าหมื่นสมุทรให้กับหวงเลี่ยงฟังอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็ถึงสินค้าต่างๆและความแข็งแกร่งของผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรที่ชื่อว่าหยางผิง
เมื่อหวงเลี่ยงได้ยิน สีหน้าของเขาก็ยังคงยิ้มแย้มไม่เปลื่ยนแปลง
“ นึกไม่ถึงเลยว่าเมืองเล็กๆแห่งนี้จะมีหอการค้าที่ยอดเยี่ยมแบบนี้อยู่ เห็นทีข้าคงต้องไปสำรวจสักหน่อยแล้วล่ะ เช่นนั้นต้องรบกวนท่านเ้าเมืองเป็คนพาข้าไปแล้ว ” หวงเลี่ยงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ยามค่ำคืน ห้องพักของหนานิ
หนานิกำลังอ่านตำราอยู่ จู่ๆก็มีนกกระดาษสีเงินบินมาอยู่ด้านหน้าของเขา
นกกระดาษนี้คือสิ่งประดิษฐ์ที่มีเอาไว้สำหรับส่งสารของหอการค้าหมื่นสมุทรเท่านั้น
หนานิหยิบนกกระดาษก่อนที่จะใส่พลังยุทธ์ลงไปเล็กน้อย
“ เรียนนายท่าน เมื่อ่บ่ายของวันนี้หวงเลี่ยงแห่งตระกูลหวง ซึ่งเป็ตระกูลใหญ่ของเมืองต้าฉินมาที่หอการค้าเพื่อขอซื้อเครื่องทำความเย็นและโซฟาจำนวนมาก นอกจากนี้หวงเลี่ยงยัง้าที่จะพบกับนายท่านเพื่อที่อยากจะเจรจาซื้อขายกับนายท่าน ถ้าหากนายท่านไม่้าข้าก็จะปฏิเสธพวกเขาไป ”
เสียงของหยางผิงดังมาจากนกกระดาษ
หนานิครุ่นคิดก่อนที่จะจำได้ว่าตระกูลหวงคือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแคว้นฉินโจว พวกเขามีทั้งนักปรุงโอสถระดับ์สามดาวและผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราชญ์จารย์ยุทธ์อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เมื่อเทียบกับผู้ติดตามของเขาที่เพียงคนเดียวก็สามารถทำลายตระกูลหวงได้แล้ว
‘ ตระกูลหวงแห่งเมืองต้าฉินงั้นหรือให้พวกเขารอไปก่อนแล้วกัน มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเจอตอนนี้ ’ หนานิครุ่นคิดก่อนที่จะปฏิเสธการพบเจอกับหวงเลี่ยง
สาเหตุง่ายๆก็เพราะตระกูลใหญ่มักจะทำตัวเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเอง หนานิจึงคิดที่จะขยายการค้าของหอการค้าหมื่นสมุทรด้วยตัวเอง ไม่จำเป็ต้องจับมือกับตระกูลหวงเพื่อขยายการค้าแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ด้วยความแข็งแกร่งของหยางผิงที่กลายเป็จักรพรรดิยุทธ์แล้ว เขาเชื่อว่าภายในอาณาจักรต้าเหยียนคงมีคนที่ต่อการกับหยางผิงได้น้อยมากๆ เพราะแบบนี้หอการค้าหมื่นสมุทรจึงยังคงปลอดภัยแม้ว่าจะปล่อยสินค้าที่ทำให้ผู้คนโลภมากก็ตาม
หนานิหยิบเอานกกระดาษออกมาและกล่าวขึ้นว่า “ เื่เจรจาเ้าจัดการเองได้เลย ”
จากนั้นนกกระดาษตัวนั้นก็บินตรงไปหาหยางผิงที่อยู่ที่หอการค้าหมื่นสมุทร