Bad Friend เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

    Chapter 2 เลิกยุ่งกับเพื่อนกู

    ​

    Chapter 2

    เลิกยุ่งกับเพื่อนกู

    “มึงเสือกอะไร? ผัวเมียจะเอากัน”

    “แล้วทำไมจะเสือกไม่ได้ นี่มันเพื่อนกู”

    “เพื่อนมึง... แต่เมียกู”

    ได้ยินแบบนั้นครามก็เหมือนจะนิ่งไป แต่ฉันรู้ว่าอาการนั้นของมันคือกำลังโกรธ แต่มันจะโกรธอะไรล่ะ?

    “นี่ผัวมึงเหรอญดา? ไหนบอกให้กูได้ยินชัดๆ ทีดิ๊”

    “ก็แค่แฟนเก่า”

    ฉันตอบไปแบบนั้นเพราะไม่ได้คิดอะไรกับพี่ซันแล้วจริงๆ

    “ได้ยินแล้วใช่มั้ย ผู้หญิงไม่เอาแล้วมึงก็ออกไปซะ”

    ครามหันไปพูดกับพี่ซันซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เขาโกรธมาก

    “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!”

    พี่ซันพูดทิ้งท้ายแล้วมองหน้าครามอย่างอาฆาตแค้น เอ่อ งงมากนะ จะโมโหอะไรขนาดนั้น แล้วที่ว่าฝากไว้ก่อนนี่คือจะฝากอะไรจ๊ะ ไม่รับฝากจ้า ไปเลยไป๊ชิ่วๆ -3-

    “เดี๋ยว!”

    ดูเหมือนครามจะไม่ยอมจบเพราะมันยังเรียกพี่ซันเอาไว้

    “อะไรมึงอีกวะ!”

    ดูเหมือนพี่ซันจะเริ่มมีอารมณ์โมโห

    “คีย์การ์ดสำรองของเพื่อนกูอะ มึงเอาคืนมาด้วย”

    ครามพูดพร้อมกับมองคีย์การ์ดของฉันในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของพี่ซันที่มันกำลังจะหลุดออกมา

    “เออ!”

    พี่ซันยอมหยิบคีย์การ์ดและขว้างลงกับพื้นตรงหน้าฉันด้วยความโมโห... นั่นสินะ ฉันลืมไปเลยว่าตอนยังคบกับเขาฉันให้คีย์การ์ดสำรองเอาไว้เวลามาหาที่ห้อง ที่จริงเราก็ไม่ได้คบกันแบบเปิดเผยนะแต่ก็ไม่ได้ปิดอะไร

    มีแต่เพื่อนสนิทในสาขาเท่านั้นที่รู้ ส่วนกับครามที่เรียนต่างคณะกันฉันไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก แต่ก็เป็๲เพราะมันไม่ค่อยจะได้อยู่ห้องด้วย แม้จะสนิทกันแต่ก็ไม่ได้เจอกันบ่อยนักเพราะว่าครามชอบออกไปเที่ยวกลางคืน

    พี่ซันเปิดประตูแล้วเดินออกไป ครามมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ ร่างสูงในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมลงสามเม็ดพร้อมกับชายเสื้อที่หลุดออกมาไม่เรียบร้อย กางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่าประจำตัวพร้อมกับสร้อยคอสีเงินที่สลักสัญลักษณ์ตัวเคซึ่งมาจากคำว่าครามหรือชื่อจริงของมันก็คือครัณ แน่นอนว่าครามหวงสร้อยเส้นนั้นมาก ไม่เคยให้ใครแตะเลย

    “พึ่งรู้ว่ามึงมีแฟน”

    น้ำเสียงราบเรียบที่ออกมาจากริมฝีปากหนาของหนุ่มคณะบริหารที่ดูดิบเถื่อนทำเอาฉันตอบไม่ถูก แต่ที่จริงเ๹ื่๪๫นี้ฉันไม่ผิดสักหน่อย

    “ก็มี แต่ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง”

    เพื่อนสนิทที่เรียนนิเทศด้วยกันคงจะมียัยเฟื่องฟ้าเพื่อนรักนี่แหละที่รู้

    “เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับกู?”

    ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์

    “แหม มึงไม่ใช่พ่อกูนี่คะจะได้รายงานทุกเ๱ื่๵๹”

    “ไม่ใช่พ่อก็เหมือนพ่อ กูนี่แหละดุยิ่งกว่าพ่อมึงอีก”

    “เสือกค่ะ”

    ฉันตอบไปแบบนั้นแล้วยิ้มให้มันอย่างยียวนกวนตีน

    “กูฟ้องพ่อมึงแน่ว่ามึงมีแฟน”

    เราสองคนสนิทกันมากและครอบครัวเราสองคนก็สนิทกันมากเลยทำให้ฉันได้ไปมาหาสู่กับมันบ่อยๆ ๻ั้๫แ๻่ยังเด็ก

    “ฟ้องก็ฟ้องไปสิ ว่าแต่มึงมาหากูทำไมเนี่ย”

    ฉันนึกว่าเวลานี้มันจะยังไม่เลิกเรียนซะอีก หรือไม่ก็คงไปเที่ยวต่อกับพวกเปเปอร์ พี ไม่คิดว่าจะกลับมาห้องเร็วขนาดนี้เพราะปกติก็แทบไม่เคยเห็นหัวมันหรอก

    “๰่๥๹นี้พ่อกูคุมการเงิน ระงับบัตรเครดิตกูด้วยเนี่ย”

    “เหอะๆ ก็มึงมันใช้สิ้นเปลือง เที่ยวทุกคืน”

    “กูเที่ยวทุกคืนแต่เสาร์-อาทิตย์ถ้าว่างกูก็เข้าไปช่วยบริษัทพ่อตลอด ระดับเฮียครามทำกำไรให้บริษัทตั้งเท่าไหร่แต่พ่อก็ไม่สนใจ”

    “หาได้เยอะก็หัดเก็บไว้บ้างเถอะมึงอ่ะ”

    ฉันพูดไปงั้นแหละเพราะรู้ว่าครามมันรวยมาก บ้านมันรวยมากจริงๆ เรียกได้ว่ารวยกว่าบ้านฉัน

    “กูก็เก็บอยู่ตลอด แต่๰่๭๫นี้พวกไอ้เปเปอร์กับไอ้พีมันชอบชวนไปเที่ยว”

    “ไม่ใช่แค่๰่๥๹นี้ค่ะ มันหนักอย่างนี้มา๻ั้๹แ๻่ตอนปีหนึ่งแล้ว”

    รวมถึงเ๹ื่๪๫ผู้หญิงด้วยที่มันเอาอยู่ทุกคืนไม่ขาด เฮ้อ พูดแล้วก็ช้ำใจ

    “เออนั่นแหละ มึงช่วยกูที”

    “ช่วยอะไร จะยืมตังค์กูเหรอ?”

    ถามไปงั้นแหละเพราะปกติมันไม่เคยมายืมหรอก มีแต่จะพาไปเลี้ยง

    “คนอย่างกูไม่ยืมตังค์ผู้หญิง”

    แหม จ้ะเพราะสุภาพบุรุษ

    “แล้วสรุปยังไง จะให้กูช่วยอะไรไม่ทราบคะ?”

    “คุยกับพ่อกูที กูบอกพ่อว่าจะพามึงไปกินข้าวแต่เงินไม่พอ “

    เหอะๆ ฉันรู้นะที่มันโกหกไปอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะคุณลุงคุณป้าเอ็นดูฉันมากและอยากจะให้เราสองคนเป็๞แฟนกัน และแน่นอนว่าครามมันก็ปฏิเสธมาโดยตลอด

    “กูไม่อยากโกหกคุณลุง”

    ฉันพูดจริงๆ นะ ไม่ใช่ว่าอยากจะแกล้งมัน แต่ไม่อยากโกหกคุณลุงคุณป้าจริงๆ เพราะพวกท่านทั้งสองคนดีกับฉันมาก เอ็นดูฉันเหมือนลูกหลานแท้ๆ และพยายามจับคู่ฉันกับครามอยู่หลายครั้ง

    “ก็ไม่ได้ให้โกหก กูจะพามึงไปกินข้าวจริงๆ”

    มันพูดด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดนั้นแล้วจ้องหน้าฉันยังเอาเ๹ื่๪๫ มึงทำขนาดนี้ก็เหมือนบังคับกูแล้วแหละคราม

    “จะพาไปกินที่ไหน”

    “ผับ”

    ตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ส่วนฉันอยากจะจับหัวมันโขกกำแพงจริงๆ

    “กูไม่ไป ไม่ชอบกลิ่นควัน”

    “กูอยากไป มึงคุยกับพ่อกูให้ที”

    “ข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร?”

    “ตังค์กูยังไม่เยอะหรอกนะเพราะโดนละงับบัตร”

    “กูไม่ได้อยากได้เงินค่ะ บ้านกูรวยแล้ว”

    ฉันฉีกยิ้มกว้างแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างคนไม่แคร์ ที่จริงก็ไม่ได้รวยอะไรเท่ามันหรอกแค่หยอกเล่นไปงั้น

     

    @ผับเจอาร์

    ก็ว่าจะไม่แล้วนะ... สุดท้ายก็โดนครามบังคับให้มาจนได้ แถมยังต้องยืนยันกับคุณลุงอีกว่าครามจะพามากินข้าวจริงๆ

    “อยากกินอะไรสั่งเลย”

    มันหันมาบอกฉัน ส่วนเปเปอร์กับพีก็มองขำๆ

    “พาเมียมาด้วยเหรอวะวันนี้”

    เปเปอร์แซวขึ้นมา วันนี้เปเปอร์สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ใบหน้าขาวผ่องกับผมสีน้ำตาลอ่อน เรียกได้ว่าหล่อไม่แพ้ครามเลยสักนิด

    “ปากก็ปฏิเสธ แต่ตัวติดกันจังวะ”

    พีพูดขึ้นบ้าง พีเองก็สวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์สีเข้ม ทรงผมทรูบล็อคสีดำ ใบหน้านิ่งที่ดูหยิ่งยโสแต่ก็แฝงไปด้วยความหล่อมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา พีดูแล้วน่าจะนิ่งที่สุดในกลุ่ม

    ส่วนไอ้ครามเพื่อนรักก็สวมเสื้อเชิ้ตกระดุมหลุดลุ่ยสีดำแขนยาวพร้อมกับกางเกงสแล็คสีเข้ม วันนี้ดูท่ามันจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ที่เพื่อนแซวแบบนั้น

    “กูแค่พามันมาเลี้ยงข้าว ไม่งั้นพ่อกูเอาตายแน่”

    “เชื่อฟังหรือเต็มใจ?”

    เปเปอร์แซว ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งยิ้มไม่อยากพูดอะไรมาก

    “แค่พามากินเว้ย มึงก็รีบสั่งรีบกินญดา เสร็จแล้วก็นั่งแท็กซี่กลับไปก่อนเดี๋ยวกูจะเที่ยวต่อ”

    “สุภาพบุรุษจริงๆ เพื่อนกู”

    พีพูดขึ้นแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก พ่อเสือยิ้มยากจริงๆ นานๆ ทีจะได้เห็นพียิ้มออกมาแบบนี้

    “มึงเล่นไล่ผู้หญิงกลับแท็กซี่เลยเหรอวะเดี๋ยวนี้”

    “ปกติครามมันก็ไม่สนผู้หญิงหน้าไหนอยู่แล้วปะวะไอ้เปอร์”

    “น่าสงสารญดาจริงๆ”

    พีกับเปอร์สลับพูดไปมา ทำเอาครามเพื่อนรักของฉันไม่สบอารมณ์

    “ไม่เป็๞ไรหรอกจ้า เดี๋ยวเรากินเสร็จก็กลับแล้วใกล้สอบแล้วด้วยว่าจะไปอ่านหนังสือ”

    ฉันตอบไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ชินกับไอ้ครามซะแล้วที่ชอบพาไปกลางทางแล้วปล่อยให้กลับเอง

    หลังจากที่นั่งกินข้าวจนเสร็จฉันก็บอกลาเพื่อนเพื่อที่จะกลับคอนโด โชคดีที่คอนโดอยู่ไม่ไกลจากผับแห่งนี้มาก

    “กูน่าจะถึงห้องประมาณตีสอง แต่ตอนตีสองมาอ่านหนังสือห้องกูทีกูไม่มีเพื่อนอ่าน”

    ครามเดินมาส่งฉันที่หน้าผับแล้วบอกแบบนั้น มันมักชวนฉันไปอ่านหนังสือด้วยเสมอเพราะถ้าชวนเปเปอร์กับพีไปเห็นทีจะเอาแต่เมาไม่ได้อ่านสักที

    “โอเค งั้นเดี๋ยวตีสองกูไปหามึงที่ห้องนะ”

    หลังจากตกลงกันเสร็จฉันก็ขึ้นแท็กซี่กลับมาที่คอนโดก่อน

    วันนี้ตอนตีสองฉันจะต้องไปหาครามที่ห้อง...

     

    sds​

     


    ​