เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

            ฟางซิ่นกลับโบกมือและพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นว่า“ข้างกายนายท่านตอนนี้มียอดฝีมือเฟิงฮั่วซานหลินทั้งสี่กลุ่มคอยอารักขาอยู่และยังมีองครักษ์เงาอยู่อีก พวกเจ้าอย่าได้กังวลไปเลย ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือพยายามติดต่อเหล่าทหารในอดีตและส่งข่าวให้พวกเขารู้ว่ากงจื้อหมิงยังมีชีวิตอยู่”และเขาก็ยิ่งพูดลึกซึ้งมากขึ้นไปอีกว่า“เนื่องจากนายท่านถูกวางยาพิษตอนนี้จึงกำลังพักรักษาตัวอยู่เขาพักฟื้นมาสองสามปีโดยรวมๆ แล้วก็ถือว่าฟื้นตัวกลับมาได้เกือบทั้งหมด แต่วันนี้ฮ่องเต้จอมเผด็จการและบ้าอำนาจทั่วทั้งแผ่นดินประชาชนยากลำบากเหมือนจมโคลนและตกลงไปในกองเพลิง [1]นายท่านรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากและตัดสินใจอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเกรงว่าต่อให้เขาจะต้องแบกรับชื่อในฐานะกบฏก็ต้องทวงคืนความเป็นธรรมแก่ราษฎรให้จงได้!ทุกๆ ท่านจะต้องเชื่อมั่นว่าการติดตามนายท่านของพวกเรานั้นเป็นไปเพื่อสร้างบ้านเมืองที่สงบรุ่งเรืองขึ้นมาและสร้างชื่อเสียงให้แก่ตระกูลและบรรพบุรุษไปตราบนานเท่านาน!”

            เลือดของเหล่าทหารเดือดพล่านขึ้นมาทันทีแล้วพากันตะโกนเสียงดังว่า “ถึงแม้ว่าร่างกายของข้าจะแหลกลาญแต่ข้าก็ยินดีติดตามนายน้อยตราบจนชีวิตจะหาไม่!”

            แม้จะมีคนเพียงสิบกว่าคนเท่านั้นแต่ท้ายประโยคที่ว่าตราบจนชีวิตจะหาไม่ยังคงก้องกังวานและสะท้อนผ่านสถานที่รกร้างออกไปทั่วทิศทาง

            ฟางซิ่นหัวเราะออกมาสองครั้งและพูดว่า“ดี! ตอนนี้เรามีเวลาไม่มากแล้ว เชิญพวกท่านตามข้าเข้าไปด้านในเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการขั้นต่อไป!”

            ทุกคนต่างก็รีบเข้าไปในเรือนส่วนชายหนุ่มคนนั้นก็คอยเฝ้าระวังอยู่ที่ด้านนอก

            ณเช้าวันรุ่งขึ้น ประตูของเรือนเล็กๆ ก็เปิดออกอย่างเงียบๆเหล่าแม่ทัพที่แต่งตัวปกปิดมิดชิดขี่ม้าเร็วของตนเองเพื่อแยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจ

            ฟางซิ่นยุ่งมาตลอดทั้งคืนแต่ใบหน้าของเขาไม่มีความเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย เขากลับไปที่จวนอัครเสนาบดีด้วยใบหน้าที่สดชื่นและแจ่มใส

            ในขณะที่ฟางซิ่นกำลังติดต่อกับกำลังคนของหน่วยซีเจิ้งเดิมอัครมหาเสนาบดีฟางก็ติดต่อกับสี่ตระกูลหลักแล้ว เพื่อประโยชน์ของตระกูลและเพื่อความผาสุกของราษฎรเขาบอกข่าวเรื่องที่กงจื้อหมิงยังมีชีวิตอยู่แก่พวกเขา แล้วก็มีข่าวลือเล็กๆ น้อยๆเข้าไปถึงหูของเหล่าขุนนางในเมืองหลวง มีขุนนางจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเคลื่อนไหว ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงอันตรายมาก

            อัครมหาเสนาบดีฟางหารือกับขุนนางเหล่านั้นในห้องหนังสือเพื่อหาวิธีการที่เร็วที่สุดที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจ

            ทันทีที่ฟางซิ่นกลับมาถึงจวนก็มีคุณชายน้อยท่านหนึ่งวิ่งลนลานเข้ามาในจวนทั้งน้ำตาไหลอาบหน้า พอเขาเห็นอัครมหาเสนาบดีฟางก็คุกเข่าลงกับพื้นและร้องไห้โฮออกมา“ท่านอัครมหาเสนาบดีฟางท่านพ่อของข้าถูกฝ่าบาทรับสั่งให้ลากไปประหารที่ประตูอู่เหมิน!”

            ทุกคนที่ตามอัครมหาเสนาบดีฟางออกมาต่างก็ตกใจสุดขีด

            คุณชายที่กำลังพูดอยู่นั้นท่านพ่อของเขาก็ถือว่าเป็นที่ปรึกษาทางการทหารของอัครมหาเสนาบดีฟางมาหลายต่อหลายปีและพวกเขาก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จู่ๆ ได้ยินข่าวร้ายเช่นนี้หัวใจของอัครมหาเสนาบดีฟางจึงเต้นรัวจากนั้นเขาถามออกมาด้วยเสียงแหบแห้งว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!”

            คุณชายน้อยท่านนั้นร้องไห้ไปและเล่าถึงเหตุการณ์ในรัชสมัยก่อน

            ที่แท้เป็นเพราะว่าในช่วงนี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่รักและเอ็นดูนางสนมในวังหลังเป็นอย่างมากเขาไม่เข้าร่วมประชุมตอนเช้าอีกต่อไป ดังนั้นเหล่าอัครมหาเสนาบดีถึงได้มีเวลามาแอบวางแผนการ

            ทว่าข่าวการมีชีวิตของกงจื้อหมิงได้แพร่กระจายไปในวงในเล็กๆผู้คนในเมืองหลวงต่างก็เริ่มตื่นตระหนก เหล่าขุนนางไม่มีกะจิตกะใจปฏิบัติหน้าที่และพวกเขามักจะรวมตัวกันเพื่อซุบซิบนินทา

            ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็หาใช่คนโง่เขลาไม่ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

            เนื่องจากเนื้อแท้ของเขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมทารุณอยู่แล้วและตัดสินใจจะไม่ถามอะไรใดๆทั้งสิ้นเช้าวันนี้เขาจึงเรียกรวมตัวเหล่าขุนนางชั้นสูงให้เข้าวังโดยไม่บอกเหตุผลใดๆเมื่อพวกเขาเข้าไปในวังแล้วก็ถูกเหล่าทหารที่ยืนอยู่ด้านข้างเข้าจับกุมตัวและอ่านราชโองการของฮ่องเต้จากนั้นก็ลากไปประหารที่ประตูอู่เหมิน!

            ในขณะที่คุณชายน้อยอ่านชื่อของคนที่ถูกรับสั่งให้โดนประหารชีวิตทีละคนๆทุกคนก็ค้นพบว่าในหมู่คนเหล่านั้นหากไม่เป็นคนที่มีข้อขัดแย้งหรือมีความโกรธแค้นกับฮ่องเต้มาแต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นคนที่ฮ่องเต้เกลียดชังหรือเพราะเป็นคนที่เคยใกล้ชิดกับกงจื้อหมิง ทว่าตั้งแต่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์พวกเขาเหล่านี้ก็ขยันหมั่นเพียร ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนเป็นขุนนางที่ดีในสายตาของราษฎร

            ที่ปรึกษาทางการทหารวัยสี่สิบกว่าปีคนหนึ่งก้าวออกมาและพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า“ทุกวันนี้ฮ่องเต้กำลังถือโอกาสกำจัดคนที่เห็นต่างกับตนเองก็เท่านั้น…”

            ฟางซิ่นแอบกัดฟันอย่างเงียบๆบางทีเขาอาจจะคิดเรื่องนี้เอาไว้ง่ายดายเกินไป

            อัครมหาเสนาบดีฟางเงยหน้ามองท้องฟ้าเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดออกมาอย่างหนักแน่นว่า“การกระทำของฝ่าบาทได้ครั้งนี้ได้ทำลายหัวใจของคนที่ซื่อสัตย์และภักดีไปแล้ว!และการกระทำเช่นนี้เป็นการกระตุ้นให้พวกเราเหล่าขุนนางต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดี!”

            ทุกคนต่างก็มองหน้ากันและตอบรับออกมาอย่างจริงจังและหนักแน่น

            ……

            ไม่ต้องพูดถึงความดุเดือดเลือดพล่านที่เรือนหลังของครอบครัวสกุลติงแค่พูดถึงหลิวพัวจวินที่ได้ฟังข่าวเช่นนี้อยู่ที่บ้านเขาก็มือไม้อ่อนและล้มลงบนเก้าอี้ทันที

            อนุภรรยาที่คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างๆเขาตกใจจนหน้าถอดสี นางรีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยประคองทว่ากลับถูกหลิวพัวจวินตะโกนไล่ตะเพิดออกมา“ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!”

            อนุภรรยาที่เมื่อครู่ยังเป็นที่เอ็นดูและโปรดปรานตกใจจนไม่กล้าแสดงความโกรธออกมานางรีบถอนตัวออกไปอย่างด้วยความน้อยใจ

            หลิวพัวจวินเงยหน้ามองไปบนเพดานจู่ๆ ในใจของเขาก็รู้สึกเสียใจสุดขีดที่ติดตามฮ่องเต้เช่นนี้ความทะเยอทะยานและความฝันที่จะทิ้งชื่อเสียงอันโด่งดังไว้ชั่วกาลนานจะเป็นไปได้จริงๆงั้นหรือ?

            ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็นึกถึงกงจื้อหมิงที่ถูกเขาทำร้ายจนเสียชีวิต หากเปรียบเทียบกับผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรผู้นี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว!

            หากคราแรกติดตามเขาไม่แน่ว่าจะ…

            เมื่อคิดเช่นนี้ใบหน้าของหลิวพัวจวินจู่ๆก็ดูน่าสะพรึงกลัว เขาพูดออกมาอย่างรุนแรงว่า“ต่อให้ตระกูลกงจื้อจะมีความสามารถมากสักแค่ไหนแต่สุดท้ายก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ตัวหนึ่งของฮ่องเต้เท่านั้น!คนเช่นนั้นใช่ว่าจะเป็นนายที่ดีได้สักหน่อย! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดข้าหลิวพัวจวินผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและมีความทะเยอทะยานอันแรงกล้าก็แค่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ใช่ว่าจะทำให้เขาพ่ายแพ้เสียหน่อยจะต้องมีหนทางที่ช่วยให้รอดพ้นไปได้แน่ๆ! จะต้องมีวิธีการแน่ๆ!”

            ทันใดนั้นเขาก็มีพละกำลังขึ้นมาทันทีเขาลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซและตะโกนออกไปข้างนอกว่า“เข้ามาช่วยข้าเปลี่ยนเป็นชุดเฉาฝู [2] ข้าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท!”

            จะต้องมีโอกาสรอดพ้นเป็นแน่!ตราบใดที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ยังคงรับฟังคำของขุนนางที่ซื่อสัตย์และภักดี!

            เขาเปลี่ยนชุดและวางแผนการในใจไปด้วยการไปครั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้องเกลี้ยกล่อมให้ฮ่องเต้ประหารชีวิตขุนนางตงฉิน [3]เท่านั้น ทั้งยังต้องให้ลดอัตราภาษีอีกด้วย ปีนี้ทางใต้เกิดภัยแล้ว และผู้ลี้ภัยก็กำลังอพยพขึ้นมาทางเหนือหากว่าขึ้นภาษีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกรงว่าจะกระตุ้นให้เกิดการก่อกบฏได้ และหากจำเป็นจริงๆก็ต้องเปิดท้องพระคลังเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ และใช้สิ่งนี้เพื่อเอาชนะใจราษฎร!

            ทว่าหลังจากที่คิดไปคิดมาเขาก็นึกถึงการกระทำต่างๆดังเช่นทรราช ตั้งแต่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่นี้ได้ขึ้นครองราชย์จึงอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งอยู่ในใจ

            ก่นด่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ไม่เป็นกษัตริย์ที่มีคุณธรรมและด่าตนเองที่ไม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลทำให้วันนี้ถูกลากเข้าไปในโคลนตมนี้จนไม่สามารถเอาตัวรอดออกมาได้!

            ต่อให้จะเข้าวังไปเกลี้ยกล่อมแต่โอกาสที่จะสำเร็จมีเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น และไม่แน่ว่าบางทีชีวิตของเขาอาจจบลงไปด้วย

            อย่างไรก็ตามเขาเองก็ไม่กล้าที่จะไม่ไป สิ่งที่เขาต้องการคือการได้ทิ้งชื่อเสียงอันโด่งดังไว้ชั่วกาลบนโลกใบนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ให้คนก่นด่าสาปแช่งไปตลอดกาล!

            แต่น่าเสียดายที่สิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง

            เขาเก็บข้าวของเตรียมพร้อมเข้าวังรถม้ายังอยู่ที่หน้าวังหลวงก็ได้ยินเสียงคนควบม้าไปตลอดทางในเมืองชั้นในและพูดด้วยเสียงดังว่า “มีเรื่องเร่งด่วน! ใครที่ขัดขวางจะต้องตายใครต่อต้านก็ต้องตาย!”

            หลิวพัวจวินนางกำนัลและขันทีต่างก็พากันหลบอย่างจ้าละหวั่นเขาหลีกทางให้คนส่งสารผู้นั้นผ่านทางไป และทิ้งไว้เพียงฝุ่นคละคลุ้ง

            ในขณะนี้ทุกคนในวังต่างก็กระวนกระวายใจทั้งยังได้ยินว่ามีเรื่องเร่งด่วนอีก ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่กใบหน้าของแต่ละฝ่ายต่างเต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัว

            หลิวพัวจวินเองก็เริ่มวิตกกังวลขึ้นมาหรือว่าบางพื้นที่จะมีกลุ่มกบฏปรากฏขึ้นมาแล้ว?

            เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นและเดินเข้าประตูก่งเหมินไปทางตำหนักจินหลวนเตี้ยน [4]

            ปรากฏว่าเขายังเดินไปไม่ถึงก็มีเหล่าขันทีที่ได้รับข่าวคราวกำลังคุยกันเป็นการส่วนตัว“ได้ยินว่ามีรายงานเร่งด่วน ทางใต้เกิดภัยแล้งติดต่อกันหลายวัน จากนั้นจู่ๆก็เกิดน้ำท่วมขึ้นอีก ที่นาทั้งหมดถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีเกษตรกรส่วนใหญ่กลายเป็นคนเร่ร่อนและขอทาน มีคนที่หิวโหยและโดนน้ำท่วมจนเสียชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วน!”

            หลิวพัวจวินรู้สึกมือไม้อ่อนไปหมดรอจนกระทั่งถึงตำหนักใหญ่ก็ได้ยินซือหม่าเชวี่ยนกำลังโกรธและถามคนส่งสารว่า“เหตุใดเจ้าเพิ่งจะมารายงานตอนนี้ ปัญหาใหญ่ระดับแว่นแคว้นเช่นนี้เจ้ากลับละเลยได้ยังไง!”

            องครักษ์คนนั้นวิ่งติดต่อกันมาหลายวันหลายคืนทำให้ม้าที่แข็งแรงเหนื่อยตายไปหลายตัว และเขาก็ไม่ได้ดื่มน้ำเลยแม้แต่น้อยใบหน้าและปากของเขาล้วนมีตุ่มสีขาวขึ้น ท่าทางดูไม่ได้เอาเสียเลย

            เมื่อได้ยินคำถามของฮ่องเต้เขาก็อธิบายด้วยเสียงแหบแห้งออกมาว่า “ฝ่าบาท ระหว่างทางจากทางใต้ขึ้นทางเหนือต้องผ่านบริเวณที่มีกลุ่มลี้ภัยกับกองโจรข้าน้อยรีบเร่งจนม้าที่แข็งแรงตายไปถึงหกตัว ถึงได้เพิ่งมารายงานให้ฝ่าบาททราบ!”

            หรือความหมายก็คือเขาได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว

            “ไอ้สารเลว! เรื่องสำคัญเช่นนี้ต้องมาล่าช้าเพียงเพราะเจ้า! ทหารเข้ามาลากตัวไปตัดหัวเสีย!” ซือหม่าเชวี่ยนยิ่งโกรธมากขึ้นหลังจากได้ฟังคำอธิบายเขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าองครักษ์ผู้นี้กำลังสำบัดสำนวน เถียงข้างๆ คูๆ จึงรับสั่งให้ตัดหัวไปเสีย!

            หลิวพัวจวินรีบวิ่งเข้าไปเขาคุกเข่าลงกับพื้นในตำหนักใหญ่สีทองอย่างแรง และตะโกนซ้ำไปซ้ำมาว่า “ฝ่าบาทพระองค์ทรงอย่าทำเช่นนี้เลย! ในสภาวะที่ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในสงครามจะไม่สังหารคนส่งสารโดยเด็ดขาดอีกอย่างคนส่งสารผู้นี้ก็มิได้มารายงานล่าช้าแต่อย่างใด ขอฝ่าบาททรงเมตตาด้วย!”

            เขารู้ว่าฮ่องเต้กำลังทรงกริ้วหากว่าจะฆ่าใครในวันทั่วไปคงจะไม่สลักสำคัญอะไร ทว่าคนส่งสารผู้นี้เดินทางมามากกว่าหลายพันลี้หากจะสั่งประหารเขาด้วยความโกรธแล้วเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าทุกคนจะยิ่งโกรธแค้นฮ่องเต้พระองค์ใหม่นี้ยิ่งขึ้นไปอีก!

            ซือหม่าเชวี่ยนกลับไม่ฟังเขาถลึงตาทั้งสองด้วยความโมโหและชี้นิ้วไปที่หลิวพัวจวิน“เจ้ากล้าร้องขอความเมตตาอย่างนั้นหรือ งั้นเจ้าก็ไปตายแทนเขาซะ!”

            หลิวพัวจวินกำลังจะอ้าปากพูดแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าต่อกรกับฮ่องเต้ที่กำลังทรงกริ้วอยู่จริงๆ

            ดังนั้นคนส่งสารผู้นี้ยังไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกลากไปตัดหัวเสียแล้ว

            รอยเลือดบนพื้นที่ประตูอู่เหมินยังไม่ทันแห้งก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น

            บางทีหลังจากที่ประหารชีวิตใครสักคนแล้วความโกรธของฮ่องเต้ก็บรรเทาลงเล็กน้อยเขาหรี่ตาและมองไปที่หลิวพัวจวิน “หลิวอ้ายชิง [5] ตอนนี้ที่นาทางใต้ถูกทำลายจนสิ้นซากมีคนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน เจ้าว่าเรื่องนี้ควรจะแก้ปัญหายังไงดี!”

            สิ่งที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนกลัวมากที่สุดก็คือภัยแล้งและน้ำท่วมเพราะนี่หมายความว่าเกษตรกรจะไม่สามารถอิ่มท้อง และหากเป็นเช่นนั้นต่อไปจะเริ่มเข้าสู่เส้นทางในการก่อกบฏซือหม่าเชวี่ยนก็เป็นแค่ทรราชที่ละโมบ แต่หาใช่คนโง่เขลาไม่

            เขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถละเลยได้อีกต่อไปและจำเป็นจะต้องรีบจัดการในทันที

            หลิวพัวจวินที่วางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมาถึงเขาคุกเข่าลงกับพื้นทันทีและยกก้นสูงโด่งราวกับหมูไม่มีผิด แล้วพูดด้วยเสียงอันแหบแห้งว่า“ฝ่าบาทสำหรับแผนการในตอนนี้มีแค่รีบเปิดท้องพระคลังเพื่อบรรเทาภัยพิบัติเท่านั้น!และส่งผู้แทนพระองค์ไปคอยตรวจตราทางใต้ ประการแรกเพื่อป้องกันขุนนางทางใต้คดโกงประการที่สองเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณ!”

            ซือหม่าเชวี่ยนขมวดคิ้วเมื่อเปิดท้องพระคลังแล้วจำนวนเสบียงที่จะแจกออกไปก็จำนวนมิใช่น้อยแม้ว่าภาษีพืชผลจะปรับสูงขึ้นในปีที่แล้วแต่ในปีนี้เขาได้ดำเนินงานก่อสร้างอย่างใหญ่โตและการสร้างสุสานของฮ่องเต้ก็ใช้เงินจำนวนไม่น้อย

            “ฝ่าบาท ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ พระองค์ไม่อาจลังเลได้อีกต่อไป!”หลิวพัวจวินเอ่ยขอร้องจากก้นบึ้งของหัวใจ “ผู้ลี้ภัยไม่ได้น่ากลัวแต่สิ่งที่น่ากลัวคือพวกเขาจะถูกชักจูงโดยคนที่เจตนาไม่ดี แล้วพากันลุกขึ้นมาต่อต้าน!”

            “ช่างบังอาจยิ่งนัก!”ในประโยคนี้สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของซือหม่าเชวี่ยนเขาจึงตำหนิออกมาอย่างรุนแรง

            หลิวพัวจวินจึงเอาหน้าผากของเขาแตะลงกับพื้นอย่างแรงและไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

            สีหน้าของซือหม่าเชวี่ยนเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจคาดเดาจากนั้นเขาก็ตัดสินใจ “สั่งการออกไปให้เปิดท้องพระคลังและให้ใช้เสบียงในนั้นเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ!”      

            ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามารับคำสั่งและดำเนินการทันทีหลิวพัวจวินเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ว่าชื่อเสียงของซือหม่าเชวี่ยนจะแย่สักแค่ไหน ทว่าหลังจากมีเรื่องที่เปิดท้องพระคลังเพื่อบรรเทาภัยพิบัติในครั้งนี้ก็ถือว่าสามารถฟื้นฟูภาพลักษณ์ของเขากลับมาได้เล็กน้อย

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้สูดลมหายใจเข้าคนที่จะไปเปิดท้องพระคลังเมื่อครู่ก็กลับมาด้วยความเศร้าสร้อยและตะโกนออกมาว่า“ฝ่าบาท แย่แล้ว เสบียงในท้องพระคลังไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย…”

            ไม่มีแล้ว!เสบียงในท้องพระคลังที่ช่วยชีวิตคนไม่มีเหลือแล้ว...โอกาสเดียวที่จะรอดพ้นไปได้ก็หายไปแล้ว…

            เกิดเรื่องที่แย่ที่สุดแล้วจริงๆ!

            หลิวพัวจวินล้มลงกับพื้นดัง“ปัง” ดวงตาทั้งคู่ของเขาเหม่อลอย หมดสิ้นแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว!

            -----------------------------------------

            [1] ยากลำบากเหมือนจมโคลนและตกลงไปในกองเพลิง 生灵涂炭หมายถึงบรรยายสภาพสังคมวุ่นวาย ประชาชนต่างตกอยู่ในสภาพยากลำบาก

            [2] เฉาฝู 朝服 หมายถึงชุดเสื้อผ้าที่ขุนนางสวมเข้าเฝ้าฮ่องเต้เวลาที่ออกว่าราชการในยามเช้า

            [3] ขุนนางตงฉิน 忠臣 หมายถึงขุนนางสุจริต

            [4] ตำหนักจินหลวนเตี้ยน 金銮殿 หมายถึงตำหนักกระดิ่งทอง(ท้องพระโรง)

            [5]อ้ายชิง 爱卿 หมายถึงคำที่กษัตริย์ใช้เรียกขุนนางด้วยความรักและความเอ็นดู

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388