“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดอนาคตถึงไม่เหมือนกับในความทรงจำเลยแม้การเกิดใหม่ของข้าอาจส่งผลกระทบบ้าง ทว่านี่มันมากเกินไปแล้วกระมัง!”
นอกตระกูลกู้ ในมุมมืดแห่งหนึ่งร่างของกู้ชิงเกอปรากฏขึ้น นางเช็ดเหงื่อจากความวิตกบนหน้าผาก มองดูตระกูลกู้ที่ถูกสังหารหมู่ด้วยความตกตะลึง
หากนางไม่เปิดใช้งานเศษเสี้ยวิญญาต้นกำเนิดบางส่วนเพื่อใช้พลังระดับสำแดงกฎ และใช้เวทลับหลบหนีไปอย่างเงียบๆ เกรงว่านางคงต้องถูกฆ่าทิ้งไว้ที่ตระกูลแห่งนี้เช่นเดียวกัน
"ซูฉางเซิง เขาบรรลุขั้นเซียนนักบุญแล้วหรืออนาคตนี่เปลี่ยนแปลงมากเกินไปแล้ว
กู้ชิงเกอพึมพำกับตัวเอง
แม้ว่าในชาติที่แล้วนางจะไม่ได้อยู่ในทวีปเจินเซิ่งนานนักทว่านางก็เคยได้ยินชื่อเสียงของซูฉางเซิงอยู่บ้าง
เขาผู้นี้เข้าฌานบำเพ็ญเพียรมานานหลายร้อยปีหลังจากล้มเหลวในการฝ่าทะลวงสู่ขั้นเซียนนักบุญ ต่อมาก็ถูกบรรพบุรุษของตระกูลกู้สังหารในาทำลายล้างตระกูล
แต่ก็ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่นางเกิดใหม่ทุกอย่างนี้จะกลับตาลปัตร ซูฉางเซิงไม่เพียงประสบความสำเร็จในการฝ่าทะลวงเท่านั้น ทว่ายังนำทัพตระกูลซูทำลายล้างตระกูลกู้จนราบเป็หน้ากลองอีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ยิ่งใหญ่มาก
ทำให้ผู้เป็จักรพรรดินีอย่างนางรู้สึกเหลือจะเชื่อ
“อนาคตเปลี่ยนไปเช่นไร”
ทันใดนั้น มีเสียงไต่ถามเสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้างนาง
“ผู้ใดกัน!”
ใบหน้าของกู้ชิงเกอแปรเปลี่ยนฉับพลันตอนนี้นางอยู่ในสถานะที่ใช้เศษเสี้ยวิญญาต้นกำเนิด มีพลังระดับสำแดงกฎ ผู้ใดกันที่เข้ามาใกล้โดยที่นางไม่รู้ตัวได้เช่นนี้
ตูม!
ในชั่วพริบตา นางส่งฝ่ามือออกไปพลังอันมหาศาลทะลักออกมา ฉีกกระชากห้วงมิติ พุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ แสงศักดิ์สิทธิ์นับล้านสาดส่องพลังนั้นเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับนิรันดร์ทั่วไป
"ร่างเงาจันทราเดือนเก้า!"
ในเวลาเดียวกัน นางไม่ลังเลแม้แต่น้อยมืออีกข้างร่ายมนต์อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น แสงจันทร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงจันทร์จากเก้า์ร่วงหล่น
จากนั้นร่างของกู้ชิงเกอก็แยกออกเป็เก้าร่างกลายเป็เงาจันทราเก้าร่างที่กำลังจะหลบหนีเข้าสู่ห้วงมิติหลายชั้น
นี่คือเวทเคลื่อนย้ายร่างขั้นสูงแปลงกายเป็เก้าร่าง และเคลื่อนย้ายสู่ห้วงมิติได้ในพริบตา ครอบคลุมระยะทางนับล้านลี้ยิ่งไปกว่านั้น เงาทั้งเก้าร่างยังมิอาจแยกได้ว่า ร่างใดจริง ร่างใดเป็เพียงภาพลวงตา
ด้วยพลังระดับสำแดงกฎของนางในปัจจุบันการใช้ร่างเงาจันทราเดือนเก้า แม้ไม่อาจครอบคลุมระยะทางนับล้านลี้ได้ในทันที ทว่าการเคลื่อนย้ายนับแสนลี้ก็ยังเป็เื่ที่พอจะทำได้
หากเป็ระดับกึ่งเซียนนักบุญทั่วไปพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย นางก็อาจหลบหนีไปได้สำเร็จ
"น่าทึ่ง!"
ซูฉางเซิงประหลาดใจอยู่บ้างเขาประเมินค่าไว้ค่อนข้างสูงแล้ว กลับไม่คาดคิดว่าวิธีการที่กู้ชิงเกอใช้ จะเหนือความคาดหมายของเขาไปมาก
นางเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับทะเลปราณเท่านั้น
หากเป็ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะจับกู้ชิงเกอได้หรือไม่มีความเป็ไปได้สูงที่นางจะหลบหนีไปสำเร็จ
ทว่าบัดนี้...
ตูม!
ซูฉางเซิงคิดอยู่เพียงครู่เดียววิถีแห่งเต๋าศักดิ์สิทธิ์นับล้านก็พุ่งขึ้นจาก์และพิภพ อักขระนับไม่ถ้วนส่องประกายบ้างก็เชื่อมต่อกัน ก่อตัวเป็กรงขังห้วงมิติขนาดมหึมา
รัศมีศักดิ์สิทธิ์พลุ่งพล่านพลังนิมิตประกายสีม่วงแห่งโชคลาภพวยพุ่ง
ห้วงมิติทั้งหมด ชั้นแล้วชั้นเล่าล้วนถูกขังอยู่ในกรง รวมถึงเงาจันทราเก้าร่างของกู้ชิงเกอก็ถูกกักขังไว้ภายในเช่นกัน
แป๊ะ!
ตามมาด้วยซูฉางเซิงที่ดีดนิ้วแสงดาบแห่งดวงดาราพุ่งออกมา ทำลายการโจมตีของกู้ชิงเกอ หลังจากนั้นเขาก็พลิกฝ่ามือและเก็บกรงขังห้วงมิติไว้
“เพื่อป้องกันไม่ให้เ้าหนีไปข้าจึงต้องใช้พลังที่แท้จริง!”
ซูฉางเซิงมองร่างอันงดงามของกู้ชิงเกอที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในกรงขังบนฝ่ามือของเขามุมปากยกยิ้ม
เขาไม่เพียงแต่ใช้พลังระดับเซียนขั้นที่สี่เท่านั้นทว่าเพื่อป้องกันความผิดพลาด เขายังใช้คัมภีร์ลับเก้าภัยพิบัติเพิ่มพลังถึงสิบเท่าซึ่งเทียบได้กับเซียนขั้นที่เก้า
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจัดการกับผู้ฝึกตนระดับสำแดงกฎที่มีระดับพลังแท้จริงเพียงระดับทะเลปราณ
หากให้ผู้อื่นรู้เข้าคงต้องอ้าปากค้างตะลึงงันเป็แน่
นี่จะรอบคอบเกินไปแล้วกระมัง!
"เ้า..."
ในกรงขัง กู้ชิงเกอกัดฟันแน่นจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของซูฉางเซิงด้วยความโกรธแค้น
“เป็ถึงเซียน กลับมาลอบโจมตีผู้ฝึกตนระดับทะเลปราณตัวเล็กๆเช่นข้า วิธีการช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
นางกัดฟันพูดความขุ่นเคือง
น้ำเสียงเต็มไปด้วยเค้าเย้ยหยัน
“ระดับทะเลปราณหรือ ผู้ฝึกตนระดับทะเลปราณผู้ใดกันที่ใช้พลังระดับสำแดงกฎได้ผู้ฝึกตนระดับทะเลปราณคนใดจะกล้าโจมตีเซียน สาวน้อยเอ๋ย คำพูดของเ้าไม่น่ารักเอาเสียเลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูฉางเซิงหาได้สนใจสิ่งใดอีกต่อไปไม่ทั้งถามกลับด้วยรอยยิ้ม
กู้ชิงเกอพูดไม่ออก
สาวน้อยหรือ
นางคือจักรพรรดินีหมื่นภัยพิบัติผู้ควบคุมเปลวไฟะบัวแดง ผู้ปกครองแดน์นิรันดร์ อย่าว่าแต่เซียนเลย แม้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับจักรพรรดินางก็สังหารมานับไม่ถ้วน
เซียนตัวเล็กๆ เช่นเขาไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะให้นางชายตามอง บัดนี้กล้าเรียกนางว่าสาวน้อยอย่างนั้นหรือ
“ว่ามา เ้า้าสิ่งใดแม้ว่าข้าจะเป็คนของตระกูลกู้ ทว่าข้ากับตระกูลกู้ก็เป็ศัตรูกัน ไร้ซึ่งความแค้นเคืองใดๆกับเ้า หากเ้าปล่อยข้าไป ภายหน้าข้าจะตอบแทนเ้าแน่นอน!”
กู้ชิงเกอแค้นใจ ทว่าตนเองก็อยู่ในสภาพเสียเปรียบนางจึงต้องระงับความโกรธในสถานการณ์เช่นนี้ไว้ บังคับรอยยิ้มบางๆ และแสร้งพูดออกมา
“อืม ข้าดูออก ทว่าข้าสงสัยในตัวตนของเ้าระดับทะเลปราณ กลับใช้พลังระดับสำแดงกฎได้ จิติญญาของเ้าก็บริสุทธิ์มาก ไร้ซึ่งความผิดปกติแสดงว่าไม่ใช่ดวงิญญาของผู้เฒ่าที่เข้ามาสิงร่างเกิดใหม่เป็แน่!”
ซูฉางเซิงพยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ปล่อยกู้ชิงเกอไป และดวงตาเปล่งประกายแววเ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็สงสัย
“เ้าน่าจะตื่นขึ้นพร้อมกับความทรงจำในชาติก่อนยิ่งไปกว่านั้น ชาติก่อนของเ้าช่างน่ากลัวยิ่งนัก อย่างน้อยก็ต้องเป็ถึงกึ่งจักรพรรดิหรืออาจเป็มหาจักรพรรดิ!”
“อย่างไรก็เถอะ ดูเหมือนเ้าจะรู้จักข้าและตระกูลกู้เป็อย่างดีทั้งยังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีกด้วย นี่ไม่สอดคล้องกับความทรงจำในชาติก่อน และนั่นหมายความว่าเ้าไม่ได้เกิดใหม่ทว่าเป็สิ่งมีชีวิตจากอนาคต”
"จักรพรรดินีจากอนาคตที่เกิดใหม่ข้าพูดถูกหรือไม่ กู้ชิงเกอ!"
ซูฉางเซิง ‘คาดเดา’ ด้วยท่าทางมั่นใจจนกู้ชิงเกอรู้สึกหนักใจมากขึ้น
นางไม่คาดคิดว่าซูฉางเซิงจะคาดเดาที่มาของนางได้ในระยะเวลาอันสั้น
"ถูกต้อง ข้าคือผู้ที่เกิดใหม่จากอนาคตข้าคือจักรพรรดินีหมื่นภัยพิบัติ ผู้ปกครองแดน์นิรันดร์ ตราบใดที่เ้าปล่อยข้าไปข้าพร้อมถ่ายทอดวิชาบำเพ็ญเพียรขั้นสูง มอบอาวุธจักรพรรดิ และมรดกอันล้ำค่าต่างๆ ให้แก่เ้า!"
กู้ชิงเกอนิ่งสงบลง สายตาจับจ้องอย่างแข็งกร้าวใบหน้าที่งดงามเผยให้เห็นถึงร่องรอยน่าเกรงขาม
“เ้าน่าจะอายุประมาณหกพันปีเพิ่งฝ่าทะลวงสู่ขั้นเซียนนักบุญ ซึ่งพิสูจน์ว่าพร์ของเ้าอยู่ในระดับปานกลางภายหน้าแม้จะมีอายุขัยห้าหมื่นปี ทว่าหากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ ความสำเร็จสูงสุดของเ้าก็คือาานักบุญเพียงเท่านั้นคิดฝ่าทะลวงสู่ขั้นมหาเซียนคงเป็ไปไม่ได้!”
"ทว่าข้าชี้นำเ้าได้!"
“ตราบใดที่เ้าคุ้มครองข้าการฝ่าทะลวงสู่ขั้นมหาเซียนจะเป็เื่ง่ายสำหรับเ้า การทะลวงสู่ขั้นกึ่งจักรพรรดิหรือแม้แต่ขั้นจักรพรรดิก็มีความหวัง”
“ในชาตินี้ ข้าก้าวข้ามชาติก่อนได้อย่างแน่นอนบรรลุวิถีเซียน เมื่อถึงเวลานั้น ด้วยความดีความชอบที่เ้าคุ้มครองข้า ข้าก็พาเ้าขึ้นสู่แดนเซียนและช่วยให้เ้ามีชีวิตนิรันดร์ได้!”
กู้ชิงเกอพูดคำล่อลวงเพื่อให้ซูฉางเซิงเชื่อถือนางกัดฟันอยู่ในใจ เปิดใช้งานแสงรัศมีจักรพรรดิที่ซ่อนอยู่ในเศษเสี้ยวิญญาต้นกำเนิด
ตูม!
ในชั่วพริบตา ซูฉางเซิงก็เห็นร่างของกู้ชิงเกอขนาดเท่าหัวแม่มือในกรงขังบนฝ่ามือของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดกลายเป็ร่างที่สง่างาม
นั่นคือร่างที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม ไร้ผู้ใดเทียบ
ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเปลวไฟะบัวแดงเสื้อคลุมจักรพรรดิสีแดงเพลิงห่อหุ้มร่างกายที่โค้งเว้า ใบหน้างดงามไร้ที่ติ ระหว่างคิ้วมีรอยประทับของเปลวไฟะ
ดวงตาเ็า บุคลิกสง่างามผิวขาวดุจหยก บนเสื้อคลุมจักรพรรดิมีหงส์เพลิงโบยบินและนกอินทรีแห่ง์ขับขานบรรเลงท่วงทำนอง
เพียงแค่นางยืนอยู่ที่นั่นก็มีรัศมีที่ครอบคลุมถึงสามพันดินแดนท่วงท่าสง่างาม ทั้งยังมีอำนาจเหนือกาลเวลา เกินกว่าผู้ใดจะเทียบเทียม
เทพธิดาในโลกนับพันนับหมื่นไม่อาจเทียบได้แม้แต่เส้นผมของนาง
แม้แต่ซูฉางเซิงในขณะนี้ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
หลายพันปีมานี้ เขาเพิ่งเคยเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้เป็ครั้งแรก
ทำให้เขาอดใจเต้นแรงไม่ได้
"เป็เช่นไร เ้าเชื่อแล้วหรือไม่!"
เพียงไม่นานนัก ร่างของจักรพรรดินีก็หายไปปรากฏเป็ร่างของกู้ชิงเกออีกครั้ง ใบหน้าซีดเซียว พลังลดลงจนกลับสู่ระดับทะเลปราณ
ใน่เวลาอันสั้นนี้นางไม่อาจใช้พลังของเศษเสี้ยวิญญาต้นกำเนิดได้อีก
"ข้าเชื่อแล้ว จักรพรรดินีงดงามหาใดเปรียบงดงามไร้ที่ติ หาผู้ใดเทียบเทียม!"
ซูฉางเซิงพยักหน้าจริงจังทั้งยังเอ่ยชื่นชม
“เช่นนั้นเ้าตัดสินใจที่จะเป็ผู้คุ้มครองข้าแล้วใช่หรือไม่”ดวงตาของกู้ชิงเกอเป็ประกาย ภายในใจเปี่ยมล้นปีติ
ความพยายามของนางได้ผลนี่
“อืม ข้าตัดสินใจแล้วข้าจะอภิเษกกับจักรพรรดินี และในฐานะพระสวามีของจักรพรรดินี ข้าจะคุ้มครองเ้า ช่วยเ้ากู้บัลลังก์!”ซูฉางเซิงมองกู้ชิงเกอด้วยความรักและยิ้มอย่างสดใส
กู้ชิงเกอ “หืม?…”