ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 123 ข้าจะกินซี่โครง!

            หลังจากถูกเฉินไฮว่ชิงทรมานอยู่นาน เยว่เยียนเยียนและเหยียนเฟยก็ไม่มีอารมณ์จะนอนต่อ กลับกันทั้งสองคนได้เปลี่ยนท่าทีไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง พวกเขาฟุบลงที่โต๊ะอย่างน่าเอ็นดู โดยไม่เอะอะไม่โวยวาย ช่างเหมือนกับเด็กน้อยสองคนที่ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ไปจากตนเองเลยจริงเชียว

            “นี่ เจ้าว่า...” เหยียนเฟยที่ฟุบอยู่อีกด้านของโต๊ะค่อยๆ ยกมือขึ้น แล้วจิ้มลงบนนิ้วมือของเยว่เยียนเยียน รอกระทั่งเยว่เยียนเยียนมองมาที่ตน จึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “เจ้าว่าช่วงนี้ที่เหล่าเฉินไม่อยู่ พวกเราสองคนจะอดตายหรือไม่?”

            ถึงอย่างไรเหยียนเฟยก็เป็นหนึ่งคนผู้ที่ทำอาหารไม่เป็นในสองคน ดังนั้นจะกลัวขึ้นมาก็สมเหตุสมผลอยู่ อย่างไรเสียยามปกติตนเองก็ไม่ได้เคารพเกรงใจเยว่เยียนเยียนนัก ยามนี้เงินก็ถูกเยว่เยียนเยียนถือครองไว้ในมืออีก หากเยว่เยียนเยียนแข็งใจไม่ทำอาหารให้ตนกินจริงๆ ตนก็ไม่มีเงินจะออกไปกินดื่มอย่างอิสระได้…

            เช่นนั้นไม่แน่ว่าตอนที่เฉินไฮว่ชิงกลับมา เขาอาจจะได้เจอแค่ศพร่างหนึ่งของเหยียนเฟยจริงๆ กระมัง?

            นอกจากนี้ยังต้องระแวงว่าเยว่เยียนเยียนอาจจะคลุ้มคลั่งแล้ว... แล้ววางยาพิษฆ่าตนก็ได้! ดังนั้นเหยียนเฟยจึงกระวนกระวายใจอยากไปกำกับที่ครัวของเยว่เยียนเยียนขนาดนี้ เพราะหากทำเช่นนั้นตนก็คงจะปลอดภัยอยู่บ้างไม่ใช่หรือ?

            “ไม่หรอกน่า... มีแม่ครัวใหญ่อย่างข้าอยู่ เจ้าจะอดตายง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?” เมื่อเทียบกับความไม่มั่นใจของเหยียนเฟยแล้ว วันเวลาในอนาคตเยว่เยียนเยียนผู้เรียกตัวเองว่าแม่ครัวใหญ่นั้น กลับเต็มไปด้วยความมาดมั่น

            ไม่รู้ว่าความมั่นใจในตัวเองเช่นนี้มีอยู่จริง หรือว่าเยว่เยียนเยียนเพียงแค่มั่นใจอย่างไม่ลืมหูลืมตาเท่านั้น… เรื่องนี้ก็พูดยาก เพราะเมื่อมองดูสายตาที่ไม่ค่อยแน่ใจของเหยียนเฟย ก็พาให้นึกถึงอาหารถนัดของแม่ครัวใหญ่เยว่ผู้นี้ขึ้นอย่างอดไม่ได้ น้ำแกงใสผักกาดขาว

            ต้องรู้ด้วยว่า เหยียนเฟยนั้นเพื่อที่จะหลุดพ้นจากน้ำแกงใสผักกาดขาวแล้ว เขาต้องฝ่าอันตราย เสี่ยงชีวิตอยู่กับเยว่เยียนเยียนในถ้ำภูเขาท่ามกลางห่าฝนทั้งคืน หากช่วงเวลานี้เฉินไฮว่ชิงไม่อยู่ ชีวิตในห้องครัวก็จะจุดประกายความฝันในงานครัวของเยว่เยียนเยียนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วทั้งบ้านจะไม่จมลงสู่วังวนของน้ำแกงใสผักกาดขาวหรอกหรือ?

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ เหยียนเฟยก็แทบอยากจะใช้ทั้งสองมือสองเท้ายืนกรานปฏิเสธ รายการอาหารอย่างน้ำแกงใสผักกาดขาวที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยเช่นนั้น เพียงกินนานๆ ครั้งก็พอแล้ว หากกินติดต่อกันสามวัน คนคนนั้นคงได้มีสีหน้าเหลืองซีดเหมือนกับผักกาดขาวที่ต้มน้ำเปล่ามาเป็นแน่

            “ช่างเถอะ ข้าไม่เชื่อใจในฝีมือทำอาหารของเจ้าเท่าไร ข้าต้องไปกำกับในครัวด้วยตัวเองถึงจะสามารถวางใจได้ เที่ยงวันนี้เรากินซี่โครงเปรี้ยวหวานกันเถอะ เจ้าว่าเจ้าจะทำได้หรือไม่?”

            เหยียนเฟยนั่งตัวตรง มองเยว่เยียนเยียนอย่างเคร่งขรึม พลันสั่งอาหารอย่างจริงจังขึ้นมาโดยไม่คาดคิด ผู้ที่ขนานนามตนว่าเป็นแม่ครัวใหญ่เยว่ผู้เลิศเลอผู้นี้ ย่อมไม่ยอมแพ้อย่างง่ายดายแน่ ดังนั้นนางจึงตบหน้าอก แล้วเอ่ยกับเหยียนเฟยอย่างมาดมั่น “ก็แค่ซี่โครงเปรี้ยวหวานไม่ใช่หรือ? ง่ายมาก! อย่าว่าแต่ซี่โครงเปรี้ยวหวานเลย จะเนื้อสันติดกระดูกเปรี้ยวหวาน หรือซี่โครงใหญ่เปรี้ยวหวาน ขอแค่เจ้าอยากกิน แม่ครัวใหญ่ผู้นี้ล้วนทำให้ได้สบายมาก ฮึ!”

            แม้อยากจะกลอกตามาก แต่เหยียนเฟยก็ยังอดทนเอาไว้ ถึงอย่างไรเบื้องหน้าก็เอ่ยออกมาแล้ว หากไปยั่วโมโหเยว่เยียนเยียนผู้กุมอำนาจทางการเงินของบ้านในอนาคตผู้นี้เข้า เช่นนั้นก็เป็นไปได้มากว่าหากเหยียนเฟยไม่ได้หนาวตายหรือหิวตายอยู่ข้างถนน ก็คงจะ... ถูกวางยาพิษตายตอนกำลังกินซี่โครงเปรี้ยวหวานที่ไม่ค่อยอร่อยนั่นเป็นแน่

            “นี่ ข้าไปแล้วนะ!”

            เฉินไฮว่ชิงยืนอยู่ที่ประตู ตะโกนโบกมือให้กับทั้งสองคน ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะลุกขึ้นมาส่งพอเป็นพิธี ก็เห็นเฉินไฮว่ชิงโบกมือส่ายไปมาอย่างแรงขึ้นมาเอง “ไม่ต้องส่งแล้ว ข้าจะไปให้พ้นเอง”

            ......

            นี่ก็คือสัจธรรมของโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไรล่ะ! เหยียนเฟยหย่อนก้นนั่งลง แล้วคิดเช่นนั้นในใจ

            หลังจากมองส่งแผ่นหลังที่ห่างไกลออกไปของเฉินไฮว่ชิงแล้ว เยว่เยียนเยียนก็พลันฮึดสู้ขึ้นมา นางตบลงบนโต๊ะอย่างแรง จากนั้นจึงลุกยืนขึ้น “เอาล่ะ! ในเมื่ออาจารย์มอบบ้านนี้ให้กับข้า ข้าก็ต้องดูแลดอกไม้พืชพรรณข้างนอกให้ดีๆ แล้วยังมีเหยียนเฟยน่ารำคาญนี่ด้วย!”

            เหตุใดต้องพูดชื่อตนรวมไปกับดอกไม้พืชพรรณ? เหยียนเฟยขมวดคิ้ว แล้วยืนขึ้นตามอีกฝ่าย “เจ้าไตร่ตรองคำเรียกของข้าใหม่สักหน่อยดีกว่า... ไม่เช่นนั้น เจ้าคงได้เจอดีแน่”

            “เจ้าว่าอะไรนะ?!”

            เยว่เยียนเยียนพลันเปลี่ยนท่าทีเงอะงะที่มีต่อเหยียนเฟยไปจากที่ผ่านมา นางหยิบถุงเงินที่ใส่ไว้ในแขนเสื้อออกมาด้วยความดื้อรั้น แล้วส่ายไปมาตรงหน้าเหยียนเฟยอย่างลำพองใจยิ่ง “ข้าเห็นว่า เจ้านั่นแหละที่ต้องปรับปรุงท่าทีเวลาคุยกับข้าเสียหน่อยนะ เพื่อนนักเรียนเหยียนเฟย...!”

            “ก็ได้ๆ ข้ายอมแพ้...” เหยียนเฟยยอมแพ้แต่โดยดี พลันสองมือประสานคารวะต่อหน้าเยว่เยียนเยียนโดยทันที “เช่นนั้นขอถามว่ายามนี้ข้าต้องทำอะไรหรือขอรับ?”

            “นั่นก็ไม่เท่าไรหรอก...” ดวงตาทั้งสองของเยว่เยียนเยียนกลิ้งกลอกไปมารอบหนึ่ง จากนั้นจึงครุ่นคิด แล้วเอ่ยกับเหยียนเฟยอย่างอวดเบ่ง “ตอนนี้ข้าจะไปทำอาหารแล้ว ส่วนเจ้า... ไปจัดการดูแลต้นอ่อนดอกไม้พืชพรรณธัญญาหารอะไรพวกนั้นของอาจารย์ก็แล้วกัน... ห้ามถอนของอาจารย์ออกมาหมดเด็ดขาดล่ะ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยกโทษให้เจ้าแน่! ฟังเข้าใจแล้วหรือไม่?”  

            ดูแลต้นอ่อนดอกไม้? ในหัวสมองของเหยียนเฟยแทบจะผุดภาพขึ้นมาแล้วเชียว ไม่ได้ๆ เรื่องหยุมหยิมเช่นนั้นคงไม่ค่อยเหมาะกับตนเท่าไร “ข้าไม่ไป... ไม่สิ ข้าดูแลต้นอ่อนดอกไม้ไม่ค่อยเป็น อีกทั้งพวกเราก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ หากเจ้าจะทำอาหารข้าต้องคอยควบคุม… อะแฮ่ม คอยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ เจ้า คอยช่วยเหลือเจ้าอย่างไรเล่า...”

            ความจริงหากอิงตามความคิดของเยว่เยียนเยียนเอง ก็คงไม่ยอมให้เหยียนเฟยเข้าครัวกับตนเป็นแน่ เพราะมันหมายถึงอะไรกันล่ะ? นั่นก็เพราะว่าเหยียนเฟยไม่เชื่อถือตน ทว่าการพูดเช่นนั้นของเหยียนเฟยกลับได้ผลกับเยว่เยียนเยียนอย่างมาก เป็นลูกมือคอยช่วยงานให้ เช่นนั้นก็พอจะรับได้อยู่

            อย่างไรเสียข้างกายแม่ครัวใหญ่ทุกคนล้วนก็ต้องมีคนงานเป็นลูกมือสิถึงจะถูก เมื่อคิดเช่นนั้น เยว่เยียนเยียนก็พยักหน้าให้กับเหยียนเฟย ทั้งยังแสร้งทำท่าทางเหมือนฝืนใจอย่างยิ่งขึ้นมา “อย่างนั้นก็ได้ ข้าอนุญาตให้เจ้าไปด้วย เช่นนั้นเจ้าก็ล่วงหน้าไปรอ ข้าจะไปเก็บของให้เรียบร้อยเสียก่อน...”

            เยว่เยียนเยียนไม่ทันพูดให้ละเอียดก็หมุนตัววิ่งไป ในเมื่อนางคิดจะไปซ่อนถุงเงิน แล้วจะให้เหยียนเฟยรู้ได้อย่างไรกัน? หากถุงเงินถูกเหยียนเฟยขโมยไป เยว่เยียนเยียนก็คงจะไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายเช่นตอนนี้แล้วไม่ใช่หรือ?

            เหยียนเฟยเบะปากอย่างดูแคลน แต่กลับเดินไปห้องครัวอย่างเชื่อฟัง มีอะไรให้กินก็ยังดีกว่าอดตาย อดตายก็ยังดีกว่าถูกวางยาพิษตาย ใครจะไปเป็นเด็กน้อยนั่งงอมืองอเท้ารอความตายกัน?

            “คุณหนูใหญ่ เก็บของต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามเลยหรือไร ข้าหั่นซี่โครงเสร็จหมดแล้ว”

            เหยียนเฟยที่ในที่สุดก็ได้พบเยว่เยียนเยียนอยากจะร้องเพลง ‘ในที่สุดก็ได้พบนาง’ [1] ให้ตัวเองสักหนึ่งบทเพลงเลยจริงๆ ระหว่างช่วงเวลาอันยาวนานนั้น เขาก็ถือโอกาสช่วยเยว่เยียนเยียนหั่นซี่โครงเอาไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว สุดท้ายเยว่เยียนเยียนที่ทำสีหน้าว่านั่นมันเป็นสิ่งที่เจ้าควรจะทำอยู่แล้ว เอียงหัวเอ่ยขึ้นอย่างดูถูกดูแคลน “นี่ เจ้าเป็นคนงาน เดิมทีนี่ก็เป็นสิ่งที่เจ้าควรทำอยู่แล้วนี่นา ชิ~”

            พูดจบ เยว่เยียนเยียนก็ก้มหน้าลงชำเลืองมองซี่โครงหงิกงอยึกยือบนเขียงอย่างเอาจริงเอาจัง แล้วกระแอมไอเล็กน้อย “ข้าว่า วันนี้ไม่ต้องกินซี่โครงแล้วล่ะ เจ้าดูที่เจ้าหั่นพวกนี้สิ ทนดูไม่ได้เลยจริงๆ !”

            เหยียนเฟยสีหน้าสับสนงุนงง แทบอยากจะบีบคอเยว่เยียนเยียนให้ตายเสียเดี๋ยวนี้เลย ทนดูไม่ได้อะไรกัน? เห็นได้ชัดว่าเยว่เยียนเยียนทำซี่โครงเปรี้ยวหวานไม่เป็นเองไม่ใช่หรอกหรือ?!

            เหยียนเฟยที่โกรธจัดตัดสินใจแน่วแน่ พลันเอ่ยขึ้น “ข้าจะบอกกับเจ้า วันนี้ต่อให้ห้องครัวจะลุกเป็นไฟ ข้าก็ต้องได้กินซี่โครงเปรี้ยวหวานของข้าให้ได้!”


            เชิงอรรถ

            [1] เพลง ในที่สุดก็ได้พบเธอ (终于等到你) โดย Jane Zhang (张靓颖)

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน