หลังจากพูดจบ หวังอวี่ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาะโลงไปในปลักโคลนทันที
ชายหนุ่มลองออกแรงบิดตัวสองสามครั้ง ร่างกายก็จมลงอย่างรวดเร็ว จนปลักโคลนท่วมขึ้นมาถึงเอวและหน้าท้องของเขา
ผ่านไปอีกไม่กี่วินาที หน้าอกของหวังอวี่ก็จมลงไปในปลักโคลน และความเร็วในการจมก็เริ่มช้าลง
"ทุกคนเห็นไหมครับ? เพียงแค่ครู่เดียว หน้าอกของผมก็จมลงไปในโคลนแล้ว"
หวังอวี่ออกแรงดึงมือทั้งสองข้างออกจากโคลนอย่างแรง จากนั้นจึงพูดต่อว่า "เมื่อคุณบังเอิญตกลงไปในปลักโคลน อย่าเพิ่งใครับ ขอแค่รู้วิธีเอาตัวรอด ปลักโคลนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด"
"จริง ๆ แล้วแรงพยุงของคนในปลักโคลนมีมาก แต่ถ้าคุณดิ้นรนมั่ว ๆ มันจะเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้จมเร็วขึ้น ดังนั้นห้ามดิ้นรนเด็ดขาด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของปลักโคลนคือ ในขณะที่คุณพยายามยกขาขึ้น ก้นบึ้งของมันจะเกิดแรงดูดที่ฉุดขาของคุณให้จมลึกลงไปอีก"
ในตอนนี้ หวังอวี่รู้สึกว่าการบีบอัดของโคลนทำให้เขาหายใจลำบาก และความเหนียวของมันก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ยากลำบากมาก
หวังอวี่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับร่างกายให้อยู่ในมุมเอียง ในขณะเดียวกันก็พูดกับกล้องว่า "ถ้าคุณ้าออกจากที่นี่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำให้พื้นที่ผิวััระหว่างร่างกายกับปลักโคลนกว้างขึ้น ทำแบบนี้ครับ หมอบท่อนบนลงก่อน แล้วดึงขาข้างหนึ่งออกจากปลักโคลน จากนั้นจึงดึงขาอีกข้างออกมา ตอนนี้ร่างกายของคุณจะอยู่ในท่าหมอบราบไปกับโคลน ต่อจากนั้นให้ใช้ท่าคลานต่ำแบบที่เรียนตอนฝึกทหาร คลานออกมาจากปลักโคลนครับ"
เมื่อหวังอวี่ออกมาได้ เขาก็นอนแผ่อยู่บนพื้นที่ว่างข้าง ๆ โดยที่ร่างกายเต็มไปด้วยโคลน
หลังจากพักเพียงไม่กี่วินาที หวังอวี่ก็หอบหายใจแรงพลางพูดต่อ "จริง ๆ แล้วในกรณีส่วนใหญ่ ปลักโคลนไม่ได้ทำให้คนจมน้ำตายโดยตรง แต่มันจะกักขังคุณไว้ข้างในจนหนีออกมาไม่ได้ และสุดท้ายก็เสียชีวิตเนื่องจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ "
ในขณะนี้ ผู้ชมในห้องไลฟ์ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ต่างก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่
[เวอร์ชันคนแสดงของหนังหนีตายชัด ๆ ]
[ถึงตอนนี้ฉันจะดูจนเข้าใจแล้ว แต่ถ้าเจอสถานการณ์นี้จริง ๆ ฉันว่าฉันคงลนลานสุด ๆ ]
[โลกภายนอกอันตรายเกินไป ฉันขออยู่บ้านเป็โอตาคุอ้วน ๆ ดีกว่า! (โค้กนี่อร่อยจริง ๆ )]
[แอดมินหวงเสี่ยวเฉินส่งเรือสำราญสุดหรูให้สตรีมเมอร์ 66 ลำ : พี่อวี่ พอกลับมาแล้วฉันต้องนัดนายดื่มสักสองแก้วให้ได้!]
[ไกอาอุลตร้าแมนส่งเรือสำราญสุดหรูให้สตรีมเมอร์ 10 ลำ : เลิกเรียนตอนเที่ยงแล้วแวะมาดู อวี่อวี่ในสภาพนี้น่ารักจริง ๆ !]
ตอนนี้หน้าจอห้องไลฟ์ถูกเติมเต็มไปด้วยของขวัญหลากหลายรูปแบบจนแทบจะบังหน้าจอ
และประสบการณ์เมื่อครู่ ทำให้หวังอวี่รู้สึกกระหายที่จะเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ตอนที่เขาสาธิตเมื่อครู่เกือบจะหมดแรงเลยทีเดียว เขาหลุดพ้นจากปลักโคลนมาได้ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่รุนแรงล้วน ๆ
หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่ง หวังอวี่ก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับห้องไลฟ์ว่า "ขอบคุณทุกคนสำหรับของขวัญ จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความเยือกเย็นเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก"
"ท่าทางเมื่อกี้ใช้พลังงานของผมไปเยอะมาก ผมต้องหาอาหารมาเติมพลังหน่อยแล้ว"
เขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ แล้วออกเดินทางต่อไป
ไม่นานนัก ด้านหน้าก็ปรากฏแอ่งน้ำเล็ก ๆ แอ่งน้ำนี้ไม่ลึก น้ำค่อนข้างใส และไม่มีกลิ่นเหม็น
หวังอวี่นั่งลงในแอ่งน้ำเพื่อล้างโคลนออกจากตัว หลังจากล้างเสร็จ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นมาก
"บริเวณนี้ค่อนข้างชื้น ดังนั้นปูน้ำจืดและกุ้งัจำนวนมากจึงชอบซ่อนตัวอยู่ข้างล่าง เวลาจับพวกมันต้องระวังหน่อยนะครับ เพราะถ้าโดนหนีบจะเจ็บมาก"
พูดจบ หวังอวี่ก็ก้มตัวลง ใช้มือทั้งสองข้างคลำหาในแอ่งน้ำ
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่ปลายนิ้ว ชายหนุ่มดีใจมากและรีบคว้ามันไว้อย่างรวดเร็ว
ก่อนที่เ้าตัวเล็กจะทันตั้งตัว เขาก็หิ้วมันขึ้นมาโยนลงบนพื้นหญ้า
บนพื้นหญ้ามีปูน้ำจืดสีเขียวตัวหนึ่ง กำลังพยายามพลิกตัวอย่างยากลำบาก
เขาหยิบมันขึ้นมาโชว์หน้ากล้องไลฟ์ พลางยิ้มแล้วพูดว่า "ดูเหมือนวันนี้จะมีโชคเื่อาหารแล้ว ปูที่นี่ตัวใหญ่มาก แต่ปูตัวเดียวสำหรับผมไม่พอกินหรอก ผมต้องจับเพิ่มอีกหลาย ๆ ตัว"
เขาเด็ดหญ้าแถวนั้นมามัดเ้าตัวเล็กนี้ไว้ให้แน่น จากนั้นจึงยื่นมือลงไปจับในแอ่งน้ำต่อ
ภายในสิบนาที หวังอวี่จับปูน้ำจืดได้ทั้งหมดสี่ตัว
ระหว่างนั้นเพราะความไม่ระวัง เขาจึงถูกปูหนีบเข้าให้หนึ่งที แต่โชคดีที่ปลายนิ้วมีเพียงอาการบวมแดงเล็กน้อย ไม่มีการฉีกขาดหรือเืออก
ในป่า แม้แต่ิัถลอกเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้!
เพราะในป่ามีแบคทีเรียมากและไม่มียา ซึ่งแตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง
เขาเลือกตัวที่อ้วนที่สุด จับที่กระดองหลังแล้วชูขึ้นหน้ากล้องไลฟ์ "ปูเป็สัตว์กินซาก ในตัวมีปรสิตจำนวนมาก เวลาจะกินของพวกนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องต้มหรือย่างให้สุก ตอนนี้ผมจะหาที่ก่อไฟ ผมเริ่มทนไม่ไหวแล้ว อยากกินพวกมันจะแย่"
หลังจากล้างภายนอกของปูคร่าว ๆ หวังอวี่ก็มัดพวกมันให้แน่นแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเป้
เขาเดินออกจากบริเวณที่ชื้นแฉะ ห่างออกไปด้านหน้าประมาณสามร้อยเมตร ตรงนั้นมีต้นไม้อยู่ไม่กี่ต้น หวังอวี่จึงก้าวเดินตรงไป
เป็ไปตามคาด บนพื้นมีกิ่งไม้แห้งกระจายอยู่ และหญ้าแห้งข้าง ๆ ก็สามารถใช้เป็เชื้อไฟได้
หวังอวี่นั่งลงบนพื้น เริ่มแรกคือใช้มีดสั้นเจาะรูบนท่อนไม้แห้งท่อนหนึ่ง จากนั้นก็ใช้มือเริ่มปั่นกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมง พร้อมกับควันสีเทาที่พวยพุ่งขึ้นมา ถ่านไฟถึงได้ปรากฏขึ้นในรูเล็ก ๆ นั้น
หวังอวี่ไม่สนใจฝ่ามือที่ถลอกจนเป็ตุ่มน้ำใสและแขนที่ปวดเมื่อย เขารีบเทประกายไฟลงบนเชื้อไฟทันที แล้วค่อย ๆ เป่าลมเบา ๆ ในที่สุดการจุดไฟก็ประสบความสำเร็จ
[ปั่นไม้ตั้งครึ่งชั่วโมง ความอดทนของลูกพี่อวี่นี่แข็งแกร่งเอาเื่เลยนะ!]
[ไม่ว่าจะดูกี่รอบ ก็ยังรู้สึกว่าการปั่นไม้จุดไฟโคตรเจ๋งอยู่ดี]
[ลูกพี่อวี่รีบกินปูเร็วเข้า ฉันอยากดูนายกินปูแล้ว]
[ปูแกล้มเหล้านิดหน่อย เข้ากันที่สุด]
หวังอวี่ไม่ได้เอาปูโยนเข้ากองไฟทันที แต่รอจนกระทั่งไฟในกองไฟเริ่มเบาลง และไม่แรงจนเกินไป
เขาใช้กิ่งไม้ค่อย ๆ เกลี่ยกองไฟออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบปูตัวหนึ่งออกมาจากเป้วางลงบนถ่านไฟ
เมื่อเวลาผ่านไป กระดองสีเขียวของปูเริ่มปรากฏจุดสีแดงเล็ก ๆ
เพียงไม่นาน จุดสีแดงนั้นก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า จนในที่สุดปูทั้งตัวก็กลายเป็สีแดงทั่วกัน
ด้วยวิธีการย่างบนถ่านไฟเพื่อให้ได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ หวังอวี่จึงต้องคอยพลิกปูบนกิ่งไม้ไปมาอย่างต่อเนื่อง
ปูย่างถ่านแบบธรรมชาติแท้ ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย แค่มองก็รู้สึกอดใจไม่ไหวอยากจะลิ้มรสแล้ว