บทที่ 36 วันนี้มีเรื่องใหญ่ต้องทำ
ฟ่านจิ่นเฉิงกลัวว่าเธอจะผิดหวัง จึงอธิบายว่า “รถคันนี้สามารถช่วยเธอขนส่งดอกไม้และต้นไม้ได้ รวมถึงขนส่งสินค้าให้กับร้านของเราได้ด้วย ตอนนี้พวกเรายังเรียนอยู่ รถคันนี้พ่อของเธอสามารถขับได้ในวันธรรมดา ถือว่าเป็นการทำดีกับพ่อของเธอหน่อย อย่างน้อยในอนาคตเขาจะได้ยอมยกเธอให้ฉันแต่งงานเร็ว ๆ รออีกสักพัก พวกเราค่อยซื้อรถที่เธอชอบ”
ฟ่านซีซีรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าพี่จิ่นเฉิงคิดไกลเกินไป และคิดอย่างรอบคอบทุกอย่าง
ความจริงแล้ว เธอก็เข้าใจดีว่า ถ้าหากไม่ได้ถามความคิดเห็นของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แล้วซื้อรถเก๋งคันเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์กลับไป ถึงแม้พวกเขาจะไม่ดุด่า แต่ก็ต้องมีบ่นบ้างแน่ ๆ
แต่ถ้าหากซื้อรถบรรทุก เธอกล้ารับประกันได้เลยว่า ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเห็นด้วย และไม่มีทางไม่พอใจอย่างแน่นอน
ในขณะที่เธอกำลังจะจ่ายเงิน พนักงานกลับบอกกับเธอว่าพี่จิ่นเฉิงจ่ายเงินเต็มจำนวนไปแล้ว
ฟ่านซีซีแปลกใจอย่างมาก เธอหยิบกุญแจรถแล้วเดินอ้อมไปหาฟ่านจิ่นเฉิง “พี่เอาเงินที่ไหนมาซื้อรถ หรือว่าไปหามาได้กับเพื่อนอีกแล้ว?”
ฟ่านจิ่นเฉิงโอบเอวของเธออย่างเป็นธรรมชาติ และรับกุญแจรถในมือเธอมาถือไว้ “อยากจะแต่งงานกับเธอทั้งที ก็ต้องหาเงินค่าสินสอดให้เธอหน่อยสิ”
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เด็กน้อยของเขาจะต้องมีชีวิตที่สุขสบายและไร้กังวล
ตอนนี้เขาแค่ต้องการเวลาอีกสักพัก เขาจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเธอ
ความสนใจของฟ่านซีซีหันเหไปอย่างรวดเร็ว เธอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อยว่า “วันนี้ฉันก็เอาเงินมาเยอะแยะ! พี่ไม่ให้ฉันใช้ ฉันจะไปสนุกกับการชอปปิงได้ยังไงล่ะ!”
เธอคิดเอาไว้แล้วว่า วันนี้อาจจะใช้เงินไปสองสามแสนหยวน แต่ตอนนี้เธอยังไม่ได้ใช้เลยสักหยวนเดียว
ฟ่านจิ่นเฉิงอดหัวเราะไม่ได้ เขาจึงใช้นิ้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ “งั้นเราไปซื้ออย่างอื่นกันต่อไหม?”
“พี่จะไปเดินชอปปิงกับฉันเหรอ?”
“วันนี้ทั้งวันฉันจะอยู่กับเธอ เธออยากไปไหนล่ะ?”
ตอนแรกฟ่านซีซีอยากจะบอกว่าไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้ แต่หางตาเธอกลับเหลือบไปเห็นร้านขายมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้าม
“ไปดูมอเตอร์ไซค์กันไหม?”
“ตามใจเธอ”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ทั้งสองคนก็มาปรากฏตัวที่ร้านมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
พูดตามตรง ฟ่านซีซีรู้สึกว่ามอเตอร์ไซค์คันใหญ่ในยุคนี้เท่มาก ถ้าพี่จิ่นเฉิงขี่ล่ะก็ ต้องเท่ระเบิดแน่ ๆ
แต่ฟ่านจิ่นเฉิงในตอนนี้กลับมองรถมอเตอร์ไซค์รุ่นที่เบาที่สุดในร้าน เขาชี้ไปที่รุ่น ‘มู่หลาน’ ที่ดูคล่องตัวที่สุดแล้วพูดว่า “เอาคันนี้แล้วกัน!”
เจ้าของร้านเห็นพวกเขาเลือกได้แล้วก็ยิ้มร่าเริง พลางกล่าวเชิญชวนทันที “มู่หลานรุ่นนี้เป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบสกู๊ตเตอร์รุ่นแรกของประเทศ เหมาะสำหรับผู้หญิงขี่มากเลยครับ แถมอาทิตย์นี้ยังมีโปรโมชันลดราคาเหลือแค่หนึ่งหมื่นหก ถูกกว่าปกติเยอะเลยนะครับ ซื้อตอนนี้คุ้มมาก”
“งั้นเอามาสองคันเลยค่ะ! ลดได้อีกไหมคะ?” ฟ่านซีซีต่อรองราคาอย่างไม่ลังเล
เจ้าของร้านยิ้มแย้ม คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “นี่ก็ราคาโปรโมชันแล้วนะครับ จะลดราคาอีกคงไม่ได้ แต่ผมแถมหม้อหุงข้าวไฟฟ้านำเข้ารุ่นล่าสุดให้หนึ่งใบก็แล้วกัน โอกาสแบบนี้หาได้ยากมากเลยนะครับ คนทั่วไปยังไม่มีเลย ขอแค่พวกคุณช่วยแนะนำลูกค้ามาที่ร้านผมอีกในครั้งหน้านะครับ ตกลงไหม?”
ฟ่านซีซียิ้มรับ “ได้เลยค่ะ! งั้นเอามาสองคันเลยค่ะ!”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มพลางลูบหัวเด็กสาวเบา ๆ “ทำไมต้องซื้อรถตั้งสองคันล่ะ”
ฟ่านซีซีกะพริบตาปริบ ๆ เธอยิ้มกริ่มแล้วชี้ไปที่รถบรรทุกซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม “พี่ซื้อของขวัญให้พ่อฉันแล้ว ฉันก็เลยจะซื้อรถให้แม่ของพี่บ้างไง แบบนี้เขาเรียกว่าให้ของขวัญตอบแทนกัน ต่อไปแม่ของพี่จะยิ่งรักฉันมากขึ้นแน่ ๆ ฉันน่ะเอาใจเก่งจะตาย”
ฟ่านจิ่นเฉิงถึงกับหลุดขำ “อืม ซีซีของเรานี่โตขึ้นแล้วนะ รู้จักใช้สมองแล้ว”
ฟ่านซีซีทำเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ค่อยพอใจ
เธอใช้สมองมาตลอดไม่ใช่รึไง!
หลังจากจ่ายเงิน ฟ่านจิ่นเฉิงก็ให้คนนำรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันขึ้นรถบรรทุก จากนั้นจึงหันไปถามเด็กสาวที่อยากจะใช้เงินเต็มแก่
“ตอนนี้เราจะไปไหนกันดี มีอะไรอยากซื้อไหม?”
ฟ่านซีซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “พี่จิ่นเฉิง เราไปซื้อที่ดินกันเถอะ ฉันอยากสร้างพื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สอง”
“ต้องการพื้นที่ขนาดเท่าไหร่?” ฟ่านจิ่นเฉิงถามอย่างตั้งใจ
ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะซื้อบ้านและซื้อที่ดิน เงินที่ใช้ไปกับสิ่งเหล่านี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต
ในเวลาอันสั้น สมองของเขาได้กรองสถานที่ที่น่าซื้อไว้หลายแห่งแล้ว
“พื้นที่เพาะปลูกที่เรามีอยู่ในตอนนี้ ฉันตั้งใจว่าจะปลูกพวกดอกไม้และต้นไม้เป็นหลัก ส่วนที่แห่งใหม่ ฉันอยากจะปลูกผักและผลไม้ไปเลย แน่นอนว่าถ้าอยู่ใกล้บ้านก็จะดีมาก ดูแลง่ายกว่าด้วย ส่วนเรื่องขนาด ยิ่งกว้างยิ่งดี”
ฟ่านซีซีมีแผนในใจอยู่แล้ว ผักและผลไม้จะต้องจัดส่งให้กับร้านของครอบครัวเป็นอันดับแรก ดังนั้นพื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สองจึงไม่ควรอยู่ไกลเกินไป
สำหรับเธอแล้ว การมีพื้นที่เพาะปลูกหลายแห่งเป็นสิ่งจำเป็น มันจะทำให้เธอสามารถใช้ความสามารถของนักปลูกพืชวิญญาณได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อฟ่านจิ่นเฉิงได้ยินซีซีพูดว่าอยากปลูกผักและผลไม้อยู่ใกล้ ๆ เขาก็นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาทันที
“ทางตะวันตกของโรงเรียนมัธยมปลายที่สาม มีภูเขาเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นก็มีพื้นที่เพาะปลูกและที่รกร้าง พวกเราไปซื้อที่นั่นกันดีไหม?”
ชาติที่แล้ว ที่ดินผืนนั้นถูกพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครสนใจ
บางทีพวกเขาอาจจะซื้อที่ดินผืนนั้นได้
ดวงตาของฟ่านซีซีเป็นประกาย เธอพยักหน้าทันที “ตกลง! ตกลง! ไปซื้อที่นั่นกันเถอะ”
บริเวณภูเขานั้นสามารถปลูกต้นไม้ผลไม้ได้ ส่วนที่ดินผืนอื่นก็สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ทั้งสองคนจึงขับรถบรรทุกไปตามทาง พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ในไม่ช้าก็มาถึงจุดหมาย
ภูเขาที่พวกเขาเลือก ในสายตาของคนอื่นเป็นเพียงเนินดินที่ไม่สูงนัก ที่ดินรกร้างโดยรอบก็ทอดยาวออกไป มองไม่ออกว่ามีค่าอะไร
ดังนั้นเมื่อพวกเขาไปสอบถาม ชาวบ้านแถวนั้นก็นำทางไปพบผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเจรจาต่อรองราคา
เดิมทีฟ่านซีซีคิดว่าจะต้องใช้เวลาพูดคุยกันสักพัก แต่เนื่องจากมีพี่จิ่นเฉิงอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองราคา การวัดที่ดิน หรือการร่างสัญญา เธอไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพียงแค่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ และเซ็นชื่อในตอนท้ายก็พอ
ในที่สุดพวกเขาก็ซื้อภูเขาลูกนั้นและที่ดินรกร้างโดยรอบหลายสิบไร่ ด้วยราคาหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน
เพื่อแสดงความจริงใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงเพื่อความสะดวกของตัวเอง ฟ่านซีซีได้มอบเงินพิเศษสองหมื่นหยวนให้กับผู้ใหญ่บ้าน ขอให้เขาช่วยเรียกชาวบ้านมาช่วยกั้นพื้นที่ ถางที่รกร้าง และก่อกำแพง
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว แม้ว่าฟ่านซีซีจะหิวโหย แต่เธอก็ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ฟ่านจิ่นเฉิงก็มีความสุขเช่นกัน เพียงเพราะเด็กสาวตัวน้อยของเขามีความสุข
หลังจากขับรถกลับมาถึงร้านอีเหริน ฟ่านซีซีรู้สึกสบายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก พอเจอคนในครอบครัว เธอก็เริ่มเล่าทันที ทุกสีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ
“พ่อ แม่ ป้าหลิ่ว หนูจะเล่าให้ฟังนะ วันนี้หนูกับพี่จิ่นเฉิงทำเรื่องใหญ่มา...”
ฟ่านซีซีเล่าถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาในวันนี้ด้วยความกระตือรือร้น ยากจะระงับความรู้สึก ทั้งตัวเปล่งประกายออกมา
ฟ่านจิ่นเฉิงมองดูฟ่านซีซีที่ดูเหมือนหางจะชี้ฟ้า*[1] ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และอดขำไม่ได้
ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้นะ!
หลิ่วซิ่งฟางเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา เธอส่งเสียงเบา ๆ “โอ้ พวกเธอสองคนช่างมีความคิดจริง ๆ”
[1] หางชี้ฟ้า (尾巴要翘上天) หมายถึง การที่ใครคนหนึ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง และแสดงออกมาด้วยความตื่นเต้นหรือมีความสุขมาก