ตอนที่ 4 กล้าโกหกดูสิ
เสียง ‘ปัง’ ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชายฉกรรจ์ฟาดลงกับพื้นเขาพยายามดิ้นรนอยู่สองสามครา ขาขยับอยู่สองสามหน ทันใดนั้นก็แน่นิ่งไป
ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ราวกับโดนสกัดจุด พวกเขาต่างก็พากันอ้างปากค้างพลางจ้องมองไปที่เด็กสาวซึ่งมุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ
มิทราบว่าเป็ผู้ใดที่เริ่มกรีดร้องออกมา “ฆ่า...ฆ่าคนแล้ว! ”
ทุกคนราวกับกำลังตื่นขึ้นมาจากความฝัน พวกเขาพากันกรีดร้องแย่งกันวิ่งออกไปจากประตูคนทิศละทาง เหล่าชายฉกรรจ์ที่นางหลินพามาจับตัวหลินหร่วนพากันวิ่งหนีอย่างมิคิดชีวิตมีสองคนที่ขาอ่อน จนต้องกลิ้งและคลานออกไป หลินหร่วนมิได้ขัดขวางเอาไว้ นางเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีกับลูกสะใภ้แซ่หวังจากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปหาทั้งสองอย่างช้า ๆ
หวังซื่อหวาดกลัวจนตัวสั่น ทั้งยังก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก“เ้าอย่าเข้ามานะ เ้าห้ามเข้ามาเด็ดขาด ช่วยด้วย ช่วยชีวิตข้าด้วย” ท่ามกลางความตื่นตระหนกนางคว้าหลินมาบังไว้ด้านหน้าของตน
นางหลินหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด นางรีบหลบไปอยู่ด้านหลังของหลินจงพลางเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือว่า “หลินหร่วน เ้าห้ามทำอันใดเหลวไหลเด็ดขาดการฆ่าคนนั้นผิดกฎหมาย”
เมื่อเห็นว่าคำเอ่ยของตนมิสามารถทำให้หลินหร่วนหวาดกลัวได้นางหลินจึงหยิกเข้าที่หลังของหลินจงหนึ่งครา ทำให้เขาได้สติกลับมาจากอาการตื่นใ“เ้ารีบห้ามนางเร็วเข้า นางเด็กนี่บ้าไปแล้ว ! ”
หลินจงมองดูหลินหร่วนอีกคราหลินหร่วนผู้นี้พวกเขารู้สึกมิคุ้นเคยเท่าใดนัก กระทั่งหวาดกลัวนางเล็กน้อยแต่เขากลัวว่าหลินหร่วนจะเสียสติแล้วลงมือกระทำในสิ่งที่มิอาจแก้ไขได้ “อาหร่วนอย่าทำอันใดเหลวไหลเชียว พ่อเชื่อว่าเ้ามิได้ทำอันใดผิด พ่อเชื่อเ้า ! ”
หลินหร่วนในตอนนี้ยังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ดังนั้นนางย่อมรู้จักหนักเบาเป็อย่างดีทว่าสตรีแซ่หวังทั้งสองนางนี้ หากมิกำราบให้ดี ในอนาคตพวกนางจะต้องมาหาเื่ตนอย่างมิหยุดหย่อนอีกเป็แน่
แต่ไหนแต่ไรมานางก็เกลียดปัญหาวุ่นวายมาโดยตลอดวิธีการแก้ปัญหาคือทำให้คนก่อปัญหาเงียบไปตลอดกาล
ทว่าที่นี่มิใช่โลกอนาคต อย่างมากก็ทำได้แค่ขู่คนขี้ขลาดเหล่านี้ให้หวาดกลัวเท่านั้น
หลินหร่วนใช้สายตาเ็าจ้องมองไปยังสตรีทั้งสองนาง“จะให้ข้าไปอยู่กับเ้าตัวน่ารังเกียจนั่น จะจับข้ามัดถ่วงน้ำเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หวังซื่อรีบส่ายศีรษะไปมาราวกับป๋องแป๋ง “ไม่...ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นอาหร่วน เ้าเข้าใจผิดแล้ว”
นางหลินพยายามกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ข้าเพียงแค่ขู่ให้เ้าใกลัวเท่านั้นเ้าอย่าคิดมากไปเลย”
หลินหร่วนหัวเราะเย้ยหยันออกมา“พวกเ้าอย่ากลับคำตามอำเภอใจสิ ข้าเฝ้ารอให้พวกเ้ามาเล่นงานข้าภายใต้น้ำมือของข้า เ้าหมอนี่...จะมีชีวิตรอดได้สักกี่วัน”
เมื่อเอ่ยจบก็ออกแรงเตะไปบนร่างของหวังไฉที่ยังคงนอนหมดสติอยู่บนพื้น
หัวใจของนางหวังซื่อและนางหลินอดมิได้ที่จะบีบแน่นขึ้นมาหวังไฉเป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหวัง หากเขาต้องตกตายอยู่ที่นี่พวกนางจะอธิบายกับตระกูลหวังว่าเยี่ยงไร ทว่าพวกนางก็มิมีความกล้ามากพอที่จะส่งเสียงห้ามปรามเพราะเกรงว่าหลินหร่วนจะหันกลับมาเล่นงานพวกนางแทน
เมื่อหลินหร่วนเห็นแม่สามีกับลูกสะใภ้หวาดกลัวจนหน้าซีดในใจก็รู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมาก ดังนั้นนางจึงหันไปบอกหลินหานซึ่งกำลังทำหน้ามึนงงว่า“ไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านกับผู้นำตระกูลมา”
อยู่ที่ใด ย่อมต้องใช้วิธีของที่นั่นแก้ปัญหา
หลินหานผงกหัวตอบรับ จากนั้นก็หมุนตัววิ่งออกไป
เมื่อหลินหร่วนสั่งหลินหานเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไปคลายมัดให้แก่หวังไฉ จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งดึงกลุ่มผมที่ยุ่งราวกับขนไก่ของเขาขึ้นมาแล้วลากไปไว้ที่ลานบ้าน นางหลินและนางหวังซื่อร้อนใจจนอยู่นิ่งมิได้อีกต่อไป นางรีบบอกให้หลินจงไปหยุดหลินหร่วน
ทว่าหลินจงที่ปกติเชื่อฟังคำสั่งของนางหลินมาโดยตลอดนั้นบัดนี้กลับทำตัวดั่งน้ำเต้าที่ถูกปิดจุก มิยอมเอ่ยอันใดสักคำ ทำเอานางหลินโกรธจนต้องกระทืบเท้า
เพียงมินาน หลินหานก็พาหัวหน้าหมู่บ้านและผู้นำตระกูลเดินเข้ามาด้านหลังของทั้งสามมีชาวบ้านบางคนที่ใจกล้าตามมาด้วยจำนวนหนึ่ง
ระหว่างทางทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและผู้นำตระกูลต่างก็ได้ฟังหลินหานเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วทว่าเมื่อเดินมาถึง พวกเขาก็ได้เห็นหวังไฉที่ทั่วทั้งร่างมีแต่าแเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนพื้น ทันใดนั้นความโกรธจึงปะทุออกมา
“แท้จริงแล้วมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ผู้ใดจะเป็ผู้อธิบายเื่นี้...? ”
หลินหร่วนเอ่ยเสียงดังว่า “่เช้าของวันนี้ข้าเป็ลมแดด จากนั้นก็ถูกนางหวังซื่อบังคับกรอกยาจนสลบไป เ้าหวังไฉลอบเข้ามาในห้องของข้าคิดจะทำเื่บัดสี แต่โชคดีที่ข้าได้สติกลับคืนมาเสียก่อน จากนั้นก็จับตัวมันเอาไว้ได้แม่สามีและสะใภ้แซ่หวังทั้งสอง คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับหมายจะป้ายโทษให้ข้าขอให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกับท่านผู้นำตระกูลไต่สวนข้อเท็จจริง แล้วคืนความเป็ความเป็ธรรมให้แก่ข้าด้วยเถิด”
หัวหน้าหมู่บ้านหรี่ตาลง จ้องมองไปยังแม่สามีกับลูกสะใภ้“ที่หลินหร่วนเอ่ยมาเป็ความจริงหริอไม่ ? ”
ในตอนนี้แม่สามีกับลูกสะใภ้ต่างก็สงบลงแล้ว พวกนางตระหนักได้ว่าหลินหร่วนย่อมมิกล้าลงมือฆ่าคนดังนั้นความมั่นใจจึงกลับมามิน้อย
หวังซื่อเอ่ยด้วยใบหน้าโกรธเคือง“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านผู้นำตระกูล พวกท่านอย่าได้ฟังนางเอ่ยวาจาเหลวไหลแท้จริงแล้วนางเป็ฝ่ายมายั่วยวนอาไฉของบ้านข้า พอเื่ราวถูกเปิดเผย นาง้าเอาตัวรอดจึงโยนความผิดไปให้อาไฉ”
หลินหร่วนยกยิ้มเย็น “ในเมื่อข้าและหวังไฉต่างลอบทำผิดเช่นนั้นเหตุใดข้าต้องทุบตีจนเขาาเ็สาหัสด้วยกัน ? ”
หวังซื่อตอบคำถามของหลินหร่วนมิได้ นางร้อนใจจนลูกตากลอกกลิ้งไปมา
“มิต้องเอ่ยอันใดให้มากความแล้ว ให้หวังไฉเป็คนเอ่ยเองดีกว่าว่าเื่เป็มาเยี่ยงไร”
หลินหร่วนมิอยากต่อความยาวสาวความยืด ดังนั้นนางจึงยกขาเตะไปที่จุดสำคัญของหวังไฉหวังไฉที่สลบอยู่นั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความเ็ป
นางหลินร้อนใจจนต้องะโขึ้นมาหลานชายของนางถูกเตะเข้าอย่างจัง คาดว่าคงใช้การมิได้แล้วแปดส่วนเป็แน่ !
บุรุษที่อยู่ที่นั่นต่างก็หนีบขาเข้าหากันแน่นด้วยความหวาดกลัว
หลินหร่วนจับกลุ่มผมของหวังไฉหนึ่งกำแล้วลากเขาขึ้นมา
เมื่อหวังไฉเห็นใบหน้าของหลินหร่วนก็อดมิได้ที่จะตัวสั่นสะท้านหว่างขาร้อนวูบขึ้นมา ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไปทั่วบริเวณ“จงเล่าเื่ที่เ้ากับหวังซื่อรวมหัวกันวางแผนทำร้ายข้าอีกคราหากกล้าโกหกแม้เพียงครึ่งคำ ข้าจะส่งเ้าขึ้น์ทางตะวันตกไปพบเทพเซียนทันที”
หวังไฉเป็คนรักตัวกลัวตาย เมื่อถูกหลินหร่วนทรมานเช่นนี้จึงหวาดกลัวจนความกล้าหายไปทั้งหมดแล้ว ไหนเลยจะกล้าโกหกแม้เพียงครึ่งคำ ดังนั้นเขาจึงเล่าเื่ทั้งหมดออกมา
แท้จริงแล้ว เนื่องจากหวังไฉเกิดมาหน้าตาอัปลักษณ์ฐานะที่บ้านยากจน นิสัยก็มิดี จึงมิมีผู้ใดอยากแต่งงานกับเขาหลังจากที่หวังซื่อแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลหลิน หวังไฉก็มักจะฉวยโอกาสมากินฟรีเป็ประจำจึงได้พบกับหลินหร่วนที่มีใบหน้างดงามแต่มีนิสัยขี้ขลาด จากนั้นก็เกิดความคิดอยากจะหลินหร่วนขึ้นมา
แต่เนื่องจากหลินหร่วนเป็เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อเป็เ้าสาวให้แก่หลินหานแม้ว่าตระกูลหลินจะยากจนถึงขนาดมิมีข้าวกิน ทว่าพวกเขามิมีทางยกหลินหร่วนให้แต่งงานเข้าตระกูลหวังเป็แน่
ดังนั้นนางหวังซื่อและหวังไฉจึงคิดอุบายนี้ขึ้นมาตั้งใจทำให้หลินหร่วนป่วยแล้วถือโอกาสตอนที่คนในตระกูลหลินออกไปทำนา ให้หวังไฉจัดการกับนางเมื่อข้าวสารกลายเป็ข้าวสุก ตระกูลหลินจะทนยอมรับสะใภ้ที่มิมีความบริสุทธิ์ได้เยี่ยงไร
และนางหลินย่อมมีส่วนรู้เห็นในเื่นี้ด้วยเช่นกันนางเสแสร้งแกล้งทำเหมือนจะลงโทษหลินหร่วน จากนั้นก็ให้นางหวังซื่อเสนอให้หลินหร่วนรีบจากไปกับหวังไฉ
หลินจงรักหลินหร่วนเหมือนลูกในใส้ เขามิมีทางยอมให้หลินหร่วนถูกจับถ่วงน้ำเป็แน่เมื่อถึงตอนนั้นหลินหร่วนคงจะถูกส่งตัวให้แก่บ้านตระกูลหวัง
แม้ว่าเื่นี้จะมิสง่าผ่าเผยเท่าใดนัก แต่ในพื้นที่ชนบทเช่นนี้ขอเพียงตระกูลหลินและตระกูลหวังยินยอมพร้อมใจ ย่อมมิมีผู้ใดกล้าปริปากเอ่ยอันใดออกมา
พวกเขาคำนวณแล้วคำนวณอีก แต่คาดมิถึงว่าหลินหร่วนคนก่อนจะถูกยาชามนั้นพรากชีวิตไปแล้วหลินหร่วนในตอนนี้เก่งกาจดุจเทพอสูรที่มาจากโลกอนาคต ยามต้องสังหารหรือทำร้ายคนขึ้นมานางมิมีทางออมมือ ที่หวังไฉยังมีลมหายใจจนถึงตอนนี้ ก็เพราะว่าหลินหร่วนมิอยากให้ตนเองที่พึ่งจะทะลุมิติมาเข้าไปเกี่ยวพันกับเื่ยุ่งยาก