บทที่ 2
หลายแสนปีที่ผ่านมานี้นางไม่เคยย่างกรายออกจากหุบเขาสิ้นชีวาแม้แต่ก้าวเดียวจนกระทั่งวันหนึ่ง..มีส่านเซียน[1]หลงเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ด้วยจิตเมตตาธรรมจึงพาเขาไปส่งถึงหน้าประตูแดน์ชั้นฟ้าทำให้ได้พบกับพี่ชายเเท้ๆ ผู้มีตำแหน่งเง็กเซียนฮ่องเต้์โดยบังเอิญฐานะที่ปกปิดมาหลายร้อยปีเป็อันต้องถูกเปิดเผยมาอย่างไม่น่ายินดีเท่าใดนัก
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของข่าวลือที่ทำให้ข้าต้องตกมาอยู่ในเงื้อมมือของคนผู้นี้...
“ก่นด่าข้าในใจอยู่หรือ?”
เมื่ออุ้มร่างบางแน่งน้อยมาถึงวังอัสนีย์ก็นำเชือกป่านเซียนมามัดมือนางไว้นางไม่ดิ้นไม่ขัดขืนออกจะน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่คงเป็ธรรมดาของเทพเซียนกระมัง
ข้าอยากเห็นนางขัดขืนสักนิด อย่างสุภาษิตทำนองว่าสตรีด่าหมายความว่าสตรีรัก
หากแต่การเมินเฉยนี้หมายความว่ารำคาญข้าแล้วหรือไม่?
“สนทนากับคนพาลมิสู้สนทนากับสิงสาราสัตว์”
“นี่...เฟิงจางจิ้งเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร”
“หากท่านยังไม่รู้ว่าตนเองเป็ใครข้าที่เพิ่งพบท่านครั้งแรกจะรู้ด้วยหรือ”
หวังเยี่ยนได้แต่หัวเราะแห้ง ๆถ้อยคำของนางกล่าวอย่างผู้มีอารยะก็จริงแต่เจ็บจี๊ดไปถึงทรวง
เดิมทีเขาไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าเฟิงหวังเหล่ยจะมีน้องสาวกับเขาด้วยหากแต่เทียบเคียงวิสัยส่วนตัวของทั้งคู่แล้วเฟิงจางจิ้งกับเฟิงหวังเหล่ยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเฟิงหวังเหล่ยมีนิสัยเปิดเผยจิตใจมุ่งหมายในเจ็ดอารมณ์อยู่บ้างในบางคราวส่วนสตรีเซียนท่านนี้นิ่งเงียบสงบจิตใจได้ล้ำลึกน่ายกย่องคล้ายกับมีเพียงอารมณ์เดียวอย่างนั้น
“เ้าลองคิดดูดี ๆในดินแดนโลกันตร์จะมีสักกี่คนที่กล้าฉุดเ้า”
“ชื่อเสียงล้วนแล้วแต่เป็สิ่งเลื่อนลอยไม่ใช่สิ่งที่เซียนอย่างข้าต้องเก็บมาใส่ใจ” หวังเยี่ยนคิ้วกระตุกอีกครั้งเขาชอบสตรีนางนี้ วาจาของนางล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยสัจธรรมอยู่ครึ่งส่วน
ดี! เมื่อถูกใจแล้วก็ต้องเอามาให้ได้
“ข้าชอบเ้ายิ่งนักหลิงหลิวเหว่ยส่งเทียบไปที่์ชั้นฟ้าตำหนักต๋าเทียนกงข้าจะนำสินสอดไปสู่ขอเทพเซียนบุปผาเฟิงจางจิ้ง...” นางกัดริมฝีปากแน่นอีกครั้งชายตรงหน้าต้องเป็ประมุขของดินแดนใดดินแดนหนึ่งเป็แน่ ฐานะมิธรรมดาอีกทั้งยังกล้าคิดเช่นนี้กับนาง
ในใต้หล้าจะมีคนซักกี่ผู้ที่กล้ากล่าววาจาห้วน ๆกับเทียนจวินผู้มีศักดิ์เป็พี่ชายของนางและยังอาจหาญสู่ขอนางผู้เป็ถึงน้องสาวของผู้ปกครอง์เก้าชั้นฟ้า
“ข้าไม่แต่ง” นางเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็งให้แต่งงานกับคนที่ไม่รู้แม้แต่หัวนอนปลายเท้ามิมีใครเขาทำกันและอีกหนึ่งปณิธานของนางคือหากต้องแต่งงานร่วมวิวาห์เคียงหมอนกับใครสักคนคนผู้นั้นอย่างน้อยต้องเป็คนที่นางมีใจให้อยู่บ้างจะดีเลวหรือชั่วช้าก็อีกเื่หนึ่ง
“เฟิงจางจิ้งเ้าต้องซ้อมเรียกข้าว่าท่านพี่เ้าคะท่านพี่เ้าขาได้แล้วนะหลิงหลิวเหว่ยเขียนกำกับไว้ด้วยหากไม่ยินยอมข้าจะยกทัพประชิดประตูเมืองทั้งสี่ทิศทันที”หวังเยี่ยนหยอกล้อนางจนใบหน้าขาวซีดขึ้นสีแดงปลั่งหากแต่นางมิได้หน้าแดงเพราะความเขินอายแต่เป็ความโมโหมากกว่า…
ใครจะไปยอมเรียกด้วยวาจาน่าเกลียดเช่นนั้น!?
“เทียบเสร็จสิ้นแล้วให้ข้าส่งเมื่อใดหรือฝ่าา”
หลิวหลิงเหว่ยยื่นเทียบนั้นให้หวังเยี่ยนอ่านดวงตาสีทับทิมไล่มองเนื้อความเขาพยักหน้าพึงพอใจพลางเขียนแจกแจงรายการสินสอดด้วยลายมือยึกยือของตัวเองเทียบนี้ถือว่าสมบูรณ์่ต้นเห็นชัดว่าแล้วแต่เทียนจวินจะเห็นควรหรือไม่เห็นควรแต่ตรงส่วนท้ายเทียบชี้ชัดว่าเป็การข่มขู่
“เดี๋ยวนี้เพลานี้บอกเทียนจวินด้วยว่าข้าให้เวลาคิดไม่มาก ข้าใจร้อน”
สั่งหลิงหลิวเหว่ยเสร็จก็หันมาให้ความสนใจกับสตรีเซียน
“หิวหรือไม่”จอมมารหนุ่มเพ่งเล็งไปยังผ้าแพรขาวที่ปกปิดอำพรางใบหน้าพลางคิดในใจ
เมื่อไหร่นางจะปลดผ้าแพรขาวออกสักทีอยากจะเอื้อมมือกระตุกผ้าแพรขาวทั้งสองชิ้นออกมาเดี๋ยวนี้
“ข้าไม่ทานเนื้อสัตว์อาหารของข้าต้องเป็ผลหมากรากไม้หรือธัญพืชเท่านั้น”นางไม่ตอบเขาว่าหิวหรือไม่อย่างไรแต่กลับบอกถึงสิ่งที่นางกินหรือไม่กินแทนเขาคาดเดาว่านางคงหิว เพียงแต่เขินอายเกินกว่าจะกล่าวออกมาว่าหิวกระมัง
“เช่นนั้นแล้วก็ไป'กิน'กันเถอะแต่ที่นี่ไม่มีผลไม้หรือธัญพืชอะไรนั่นหรอกนะ ข้ากินแต่'เนื้อ'นุ่ม ๆ เท่านั้น”จอมมารหนุ่มจงใจกล่าวคำสองแง่สามง่ามแล้วจึงปลดเชือกป่านเซียนที่มัดตัวนางไว้ออกส่วนนางนั้นสำรวมกิริยาแม้จะชิงชังวาจาน่ารำคาญหูมากเพียงใดก็ต้องกลั้นใจไว้
ยุบหนอ พองหนอเพียงสนทนากับคนพาลก็อาจกลายเป็คนพาลไปแล้วสองในสามส่วน ชำระจิตใจสงบนิ่ง.....
จอมมารจับข้อมือบาง บอบบางจนเขาคิดว่าหากจับแรงไปข้อมือน้อยน้อยจะแตกหักหรือไม่ จูงมือนางเข้ามาในห้องครัว
ฟุดฟิด ฟุดฟิดเฟิงจางจิ้งพยายามดมกลิ่นว่าที่นี่คือที่ไหน ได้กลิ่นเครื่องเทศแรงเพียงนี้แน่นอนว่าต้องเป็ห้องครัว
“ข้าไม่กินเนื้อสัตว์”นางทักท้วงขึ้นอีกครั้ง
“เพราะเ้าไม่ทานเนื้อสัตว์ข้าจึงลงมือทำอาหารให้เ้ากินเองดีใจหรือไม่”
“ท่านทำเป็หรือ?” เฟิงจางจิ้งเพียงรู้สึกแปลกใจ บุรุษน้อยคนนักที่สามารถทำงานครัวได้นับว่าเขายังพอมีคุณสมบัติที่ดีอยู่บ้าง
“ย่อมต้องเป็อยู่แล้วครั้งหนึ่งเคยมีสตรีนางหนึ่งสอนให้ข้ารู้จักพึ่งพาตนเอง”เขาเอ่ยว่าอยากแต่งงานกับนางแต่กลับพูดถึงสตรีนางอื่นขึ้นมา แปลกคน
เฟิงจางจิ้งไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาตอนนี้เป็เช่นไรทว่านางััได้ด้วยจิติญญาว่าส่วนลึกในใจนั้นกำลังสั่นไหวคลื่นอารมณ์แห่งความโศกเศร้าแผ่ออกมาจนนางรู้สึกได้
บางทีนางผู้นั้นที่เขาเอ่ยถึงอาจเป็คนรักหรือไม่ก็เป็คนสำคัญของเขากระมัง
“สตรีนางนั้นคือคนรักของท่านกระนั้นหรือ”
“ใช่ นางคือคนรักของข้าแต่ว่านางจากโลกนี้ไปนานแล้ว”
น้ำเสียงราวกับไร้ความรู้สึกทำให้นางหวนนึกถึงเซียนผู้พี่ของตนเองคนผู้นั้นเบื้องหน้าแสดงให้เห็นว่ามิได้ระลึกถึงผู้ใดทั้งที่ในใจจริงแสนทุกข์ระทมขมขื่นนัก
“หวังว่าอาหารที่ท่านทำจะกินได้”
เฟิงจางจิ้งเลือกที่จะเปลี่ยนเื่เพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันอึมครึมไปมากกว่านี้ความระมัดระมัดแรกเริ่มคลายลงไปเมื่อใดไม่รู้
“เ้านั่งรอตรงนี้”ชายหนุ่มลุกขึ้นจูงมือนางมายังเก้าอี้ไม้แล้วจึงไปหยิบวัตถุดิบมาเตรียม
“ชอบกินเห็ดหอมหรือไม่”จอมมารถามพลางหยิบเห็ดหอมขึ้นมาดูเห็ดพวกนี้มิใช่เพียงเห็ดหอมธรรมดาแต่เป็เห็ดหอมั์ที่เ้าปีศาจกระต่ายปลูกไว้ริมทะเลแดงล่อเลี้ยงจนโตด้วยกรรมวิธีพิเศษเป็ระยะเวลาถึงสองแสนปีด้วยความยากในการเพาะปลูก การจะหว่านล้อมให้พวกมันยอมขายไม่ใช่เื่ง่ายเพราะหากพูดถึงเื่พืชผักไม่มีอะไรจะดีไปกว่าวัตถุดิบที่ได้มาจากการปลูกของปีศาจกระต่ายอยู่แล้ว
“ข้าชอบเห็ดทุกชนิดเห็ดหลินจื่อ์ยิ่งชอบ”
“ชอบของล้ำค่าเสียด้วย ไม่เป็ไรข้ามีของที่เ้าชอบงั้นวันนี้ข้าจะทำผัดผักสามจักรพรรดิเห็ดหอมน้ำแดงกับน้ำแกงหลินจื่อ์ผสมโสมรากเซียนห้าหมื่นปีให้เ้า”
จอมมารท่านนี้ใจถึงไม่เบาข้าทราบมาว่าราคาของโสมรากเซียนห้าหมื่นปีกับหลินจื่อ์นั้นแพงมากหากจำไม่ผิดต่อให้เอามรกตหยกพิสุทธิ์มาแลกเป็พันก้อนเกรงว่ายังไม่เพียงพอกับราคาของมันเพื่อซื้อใจข้าเขายอมทุ่มทุนถึงเพียงนี้เทียวหรือ?
“ฐานะของท่านไม่ธรรมดาท่านเป็ใครกันแน่”
นอกจากเขาจะมีสมบัติมากมายถึงขนาดสามารถซื้อวัตถุดิบล้ำค่าเ่าั้ทักษะการทำอาหารของเขายังเป็ทักษะขั้นสูงหากเป็เทพเซียนย่อมต้องมีฐานะสูงศักดิ์หรือในทางเลวร้ายเขาอาจเป็เทพมารสักตนไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาคือใคร
ช่างน่าเสียดาย่เวลาที่ข้าขึ้นหุบเขาสิ้นชีวาไม่อาจทราบความเป็ไปในสี่ทะเลแปดดินแดนลงเขาครั้งนี้ก็ถูกชิงตัวออกมาก่อน แม้แต่ตอนนี้อยู่ที่ไหนยังไม่อาจหยั่งรู้ได้
หวังเยี่ยนใช้เวลาทำอาหารถึงหนึ่งชั่วยามหันกลับมาอีกทีเซียนหญิงก็หลับคอพับไปแล้วเขาได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่านางคลายความระแวดระวังลงไปบ้าง อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไปไม่ได้
‘รักแรกพบ’ คงเรียกเช่นนั้นได้หรือความจริงจะมีด้ายแดงที่มองไม่เห็นผูกระหว่างปลายนิ้วเราไว้?
“เสี่ยวจิ้ง เ้าตื่นได้แล้ว”
เสี่ยวจิ้งคำเรียกขานคุ้นหูนั้นดังก้องในโสตประสาท จู่ ๆอาการปวดหัวพร้อมกับภาพทับซ้อนของใครคนหนึ่งปรากฎขึ้นอย่างเลือนลางชายหนุ่มร่างโปรงสูงชะลูดผู้หนึ่งเกศายาวสีเงินปล่อยถึงกลางหลังนุ่งกายด้วยชุดขาวไปทั้งตัวดวงตาสีเงินประดุจเพชรนิล และใบหน้าเปื้อนยิ้มแสนอาวรณ์
ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดใจ
ใครกัน?
“เสี่ยวจิ้ง!”
ความคุ้นเคยอันเลือนลางครั้นเมื่อตื่นขึ้นมายากจะแยกว่าเป็ภวังค์ฝันหรือมันเคยเกิดขึ้นจริง
“เฮือก!”เฟิงจางจิ้งสะดุ้งเฮือกขึ้นด้วยอาการเหนื่อยหอบ
เมื่อครู่นางเผลอหลับไปกระนั้นหรือ?
เช่นนั้นสิ่งที่เห็นคงเป็เพียงฝันใช่หรือไม่?
“ท่าน!”ลมหายใจหนักเป่ารดใกล้ใบหน้าเพียงเอื้อมคนตรงหน้านี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากหวังเยี่ยน
“หลับลึกเช่นนี้ไม่กลัวจะถูกข้าลักหลับบ้างหรือ”
“บังอาจ!” เฟิงจางจิ้งตวาดเสียงดังทว่าไม่ทำให้จอมมารหนุ่มสลดแต่อย่างใดกลับได้รับเสียงะเิหัวเราะลั่นกลับมาแทน
“ฮ่า ๆ เ้ากินข้าวเถอะข้าจะออกไปรอด้านนอก”
หวังเยี่ยนรู้ดีว่านางยังไม่คุ้นเคยกับเขาและมันคงไม่ใช่เื่ดีงามนักหากจะมานั่งเฝ้าจับตามองในทุกอากัปกิริยา
เฟิงจางจิ้งได้ยินเสียงฝีเท้าไกลออกไปจึงค่อยปลดผ้าแพรลงครั้งแรกที่ได้เห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มจึงลอบสังเกตร่างสูงโปร่งผมดกดำยาวเงางามกับท่าเดินแสนองอาจแม้จะยังไม่เห็นหน้าแต่ก็รับรู้ได้ว่าคนคนนี้ต้องมีรูปลักษณ์ที่งดงามไม่แพ้นางเป็แน่
“เขาดูดีถึงเพียงนี้ยังต้องฉุดสตรีไร้ทางสู้อีกหรือ”เซียนหญิงเอ่ยตามด้วยเผยรอยยิ้มหวานออกมาไม่รู้ตัว
เมื่อก้มลงมองอาหารสองอย่างบนโต๊ะดวงตากลมโตคู่สวยเบิกตากว้างขึ้นแวววาว เขาไม่ได้โกหก อาหารสองจานนั้น คือผัดผักสามจักรพรรดิเห็ดหอมน้ำแดงกับน้ำแกงหลินจื่อ์ผสมโสมรากเซียนห้าหมื่นปีจริงอีกทั้งกลิ่นยังหอมมากจนเสียงท้องกู่ร้องดังยิ่งกว่าเสียงนภาคำราม
ชิมอาหารเข้าไปหนึ่งคำรสชาติล้วนยอดเยี่ยมจนน้ำตาพาลจะไหลลงมาดื้อ ๆ
“อืม เลิศรสจริง”ริมฝีปากน้อยเคี้ยวตุ้ย ๆ พริบตาเดียวอาหารเ่าั้ก็อันตรธานหายไปหมดแล้ว
จากความไม่ชอบใจในคราแรกจึงกลายเป็ความประทับใจที่จริงแล้วนางก็มิได้เกลียดเขาเพียงแต่หากได้รู้จักเขามากขึ้นกว่านี้ไม่แน่ว่านางอาจจะชอบพอเขาได้ในสักวันหนึ่ง….
[1]ส่านเซียน หมายถึง เซียนที่ยังไม่มียศตำแหน่ง