บทที่ 29 นี่มันความเร็วบ้าอะไร
"ชั้นที่เจ็ดแล้ว!"
"เก่งมาก สมกับเป็หัวหน้าคณะนักรบจริง ๆ!"
"นี่มันเหนือกว่าปีที่แล้วมากเลยนะ!"
"ดูเหมือนปีนี้เสี่ยวลี่เฉิงจะได้ที่หนึ่งอีกแล้ว!"
เสียงอุทานดังขึ้นจากที่นั่นที่นี่ผลงานของเสี่ยวลี่เฉิงเกินความคาดหมายของคนจำนวนมากจริง ๆแม้แต่ถานเจ๋อหยวนและต่งไห่หยางก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจออกมา
“แทบจะไล่ทันสถิติสูงสุดของหลายปีที่ผ่านมาแล้วนะ?”
“ใช่ สถิติสูงสุดเท่าที่จำได้ คืออยู่บนชั้นเจ็ดได้แปดนาทีสามสิบหกวินาที!”
ถานเจ๋อหยวนแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าสองคนไปถึงชั้นที่หก อีกคนไปถึงชั้นที่เจ็ด ผลงานปีนี้เมื่อเทียบกับการทดสอบในอดีต ถือว่าดีมากแล้ว นักศึกษาคณะนักรบรุ่นนี้ไม่ทำให้เขาผิดหวังเลย
อีกด้านหนึ่ง เฉิงซื่ออวี่มองแสงสีทองที่ชั้นเจ็ด แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเผยอารมณ์ซับซ้อน ถอนหายใจเบา ๆก่อนเดินกลับเข้าฝูงชน
เลี่ยวเฉวียนมีสีหน้าหม่นหมองชั้นที่เจ็ด... นี่เป็ระดับที่เขาไม่มีทางไปถึงได้!ไม่รู้ั้แ่เมื่อไร เสี่ยวลี่เฉิงได้ไปถึงระดับที่เขาได้แต่เงยหน้ามองเท่านั้น!
"เก่งมาก!"
อวี๋ซิ่งเฟิงเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชมเขาเคยเข้าไปในหอักระดูกมาแล้วสุดท้ายเขาปีนขึ้นไปได้แค่ชั้นที่สี่แม้แต่ชั้นที่ห้าก็ยังไปไม่ถึง ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความยากของหอักระดูกเป็อย่างดี
เฉินชวนจ้องมองไปยังหอกระดูกั ดวงตาวาววับเวลาไหลผ่านไปอย่างช้า ๆเมื่อเวลาล่วงมาถึงหกนาทีสี่สิบเจ็ดวินาที แสงสีทองจากชั้นที่เจ็ดก็ค่อย ๆ หรี่ลงร่างของเสี่ยวลี่เฉิงปรากฏขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ของหอกระดูกั
เขาหันไปมองหอกระดูกัแล้วถอนหายใจเบา ๆ ในใจ อีกนิดเดียวเท่านั้น! หากอดทนอีกเพียงสองนาที ไม่สิ แค่หนึ่งนาทีห้าสิบวินาที ก็จะสามารถทำลายสถิติการทดสอบได้แล้ว!
น่าเสียดายที่สุดท้ายก็ยังขาดไปอีกก้าวเดียว!
เสี่ยวลี่เฉิงส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินไปหาฝูงชนทุกคนไม่รู้ถึงความเสียดายในใจของเขา ต่างส่งสายตาชื่นชมและเคารพนับถือให้อยู่ในชั้นที่เจ็ดได้นานถึงหกนาทีสี่สิบเจ็ดวินาที!ผลงานนี้ทำให้นักศึกษาคณะนักรบหลายคนต้องมองด้วยความอิจฉา! สำหรับเสี่ยวลี่เฉิง ตอนนี้พวกเขามีแต่ความเคารพนับถืออย่างล้นเหลือ!
ถานเจ๋อหยวนยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อระงับความวุ่นวายของฝูงชน จากนั้นก็มองไปยังอาจารย์ที่ถือรายชื่ออยู่
"ดำเนินการต่อ"
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปอย่างไรก็ตาม หลังจากการผลงานอันยอดเยี่ยมของเสี่ยวลี่เฉิง การทดสอบที่เหลือกลับดูน่าเบื่อไปทันที ถ้าไม่เพราะมีกฎห้ามไม่ให้ใครออกไปก่อนการทดสอบเสร็จสิ้น ตอนนี้คงมีคนหลายคนที่ทนไม่ไหวจนหนีออกไปแล้ว
ไม่นาน นักศึกษากว่าสองร้อยคนส่วนใหญ่ก็ได้ทำการทดสอบเสร็จแล้วเหลือเพียงกลุ่มสุดท้ายที่มีนักศึกษาหกคน
"เฉินชวน!"
ในที่สุดอาจารย์ก็ขานชื่อของเฉินชวนฝูงชนที่เงียบมาตลอดก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งหลายคนหันไปมองเฉินชวนด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป พวกเขาล้วนอยากดูว่า 'นักศึกษาใหม่คณะนักรบ' ที่มีชื่อเสียงโด่งดังใน่นี้จะมีผลงานอย่างไรในการทดสอบ
ถานเจ๋อหยวนเองก็สังเกตเห็นเฉินชวน ดวงตาของเขาวาววาบขึ้นด้วยประกายแปลกตา
"คนนั้นคือนักศึกษาที่เอาชนะจางซิวไห่เหรอ?"
"ถูกต้อง"
ต่งไห่หยางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"เด็กคนนี้มีพร์และพลังที่ไม่เลว นิสัยก็ค่อนข้างดีด้วย"
ถานเจ๋อหยวนไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร แต่ก็เริ่มสนใจอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม นักศึกษาคณะทั่วไปที่มีพลังระดับ 2 นั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยนัก เขาอยากดูว่านักศึกษาคนนี้จะไต่ขึ้นไปได้ถึงชั้นไหน หวังว่าคงไม่ทำให้เขาผิดหวัง
"เฉินชวนสู้ ๆ นะ!"
อวี๋ซิ่งเฟิงตบไหล่เฉินชวนเพื่อให้กำลังใจเฉินชวนยิ้มบาง ๆ ใบหน้าสงบเยือกเย็นเดินตรงไปยังหอกระดูกัท่ามกลางสายตาที่ทั้งอยากรู้อยากเห็นและจับจ้องตรวจสอบมากมาย เขาเดินเข้าประตูใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ตรงหน้าพลันมืดลงทันที
เมื่อทัศนวิสัยกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เฉินชวนพบว่าตัวเองอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มืดสลัว ห้องโถงกว้างขวางมาก จากการประเมินด้วยสายตา มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามบาสเกตบอลมาตรฐานสองสนาม
สัตว์อสูรที่มีขนาดเท่าหมาป่าผสมกับไดโนเสาร์แร็พเตอร์ที่ดูเหมือนถูกย่อส่วนลงหลายเท่า กำลังเดินวนเวียนอยู่ในส่วนลึกของห้องโถง
ประเมินจากสายตา มีจำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัวเมื่อพวกมันพบเฉินชวนก็คำรามและพุ่งเข้าโจมตีเขาทันที เฉินชวนใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่คิด เนตรกระดูกขาวก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา
ในวินาทีถัดมา ร่างของเขาพลันเลือนรางไปเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เฉินชวนได้มาอยู่กลางฝูงสัตว์อสูรแล้วแสงดาบอันเฉียบคมะเิออกมาในทันใด กวาดล้างอากาศโดยรอบ! สัตว์อสูรเจ็ดแปดตัวที่อยู่กลางฝูงไม่ทันได้มีปฏิกิริยาอะไร ร่างกับหัวก็ถูกแยกจากกันในพริบตา!
เือุ่น ๆ พุ่งกระเซ็นออกมา แต่ยังไม่ทันตกถึงพื้นก็ถูกแรงดาบที่ปะทุขึ้น สั่นะเืจนแตกเป็หมอกเื!
ดุจเงาตามตัวที่ใช้อย่างเต็มกำลังร่วมกับวิชาดาบเงาสิ้นสูญที่เปิดพลังเต็มที่ ทำให้เฉินชวนกลายเป็เครื่องจักรสังหารชั้นเยี่ยมในเวลาเพียงสี่ห้าวินาทีสั้น ๆ สัตว์อสูรกว่ายี่สิบตัวก็ตายสิ้น! ในวินาทีที่ัร้ายตัวสุดท้ายล้มลง สายตาของเฉินชวนพร่าไป เขาก็มาถึงห้องโถงใหม่แล้ว
"ชั้นที่สอง!"
เฉินชวนเพ่งมองไปยังคงเป็ห้องโถงที่เหมือนกับที่ผ่านมาไม่มีผิดยังคงมีสัตว์อสูรราวยี่สิบตัว
แต่ว่าขนาดของพวกมันใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และดุร้ายมากขึ้นด้วย!
แววตาของเฉินชวนเปล่งประกายเย็นเยียบ เขาโบกดาบฟันออกไป!ท่ามกลางเสียงดาบที่แหลมสั้น การสังหารรอบใหม่ก็ะเิขึ้นทันที!
ด้านนอกหอกระดูกั
ทุกคนจ้องมองชั้นที่หนึ่งด้วยตาไม่กะพริบ
"ไม่รู้ว่าเฉินชวนจะปีนขึ้นไปถึงชั้นที่เท่าไหร่นะ?"
"เฉินชวนเป็นักรบระดับ 2 อย่างน้อยก็น่าจะถึงชั้นที่สี่สินะ!"
"ถ้าโชคดีก็อาจจะถึงชั้นที่ห้าก็เป็ได้"
"น่าเสียดาย ถ้าเฉินชวนเข้าเรียนในคณะนักรบั้แ่แรก ตอนนี้พลังน่าจะอยู่ในระดับเดียวกับเลี่ยวเฉวียนแล้ว!"
ประโยคสุดท้ายได้รับความเห็นชอบจากคนไม่น้อยคณะนักรบมีอาจารย์เฉพาะทางคอยสอนเทคนิคการต่อสู้ ชี้แนะการฝึกฝนและยังมีนักรบรุ่นเดียวกันมากมายให้ฝึกซ้อมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้ในการฝึกซ้อม ไม่ว่าจะเป็ทรัพยากรในการฝึก หรือบรรยากาศในการฝึกฝน ก็ล้วนเหนือกว่าคณะทั่วไปอย่างมาก
เฉินชวนอยู่ในคณะทั่วไปก็ยังกลายเป็นักรบระดับ 2 ได้ถ้าเข้าคณะนักรบเร็วกว่านี้สองปี ก็มีโอกาสถึงระดับเดียวกับเลี่ยวเฉวียนจริง ๆ!
ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง เลี่ยวเฉวียนแอบแค่นเสียงเ็า สำหรับเสี่ยวลี่เฉิงกับเฉิงซื่ออวี่ก็พอเข้าใจได้ สำหรับสองคนนั้น เขายอมรับว่าตัวเองสู้ไม่ได้
แต่เฉินชวนคือใครกัน?
แค่ชนะจางซิวไห่เท่านั้นเอง?
ผลงานแค่นี้มีอะไรให้อวดนักหนา?อีกอย่าง ในโลกนี้มีคำว่า ‘ถ้าหาก’ ที่ไหนกัน? ความจริงก็คือ เฉินชวนสู้เขาไม่ได้!
"ก็แค่มีจุดขายว่าเป็นักศึกษาคณะทั่วไปเท่านั้นแหละ"
“รอเข้าเรียนคณะนักรบไปสักสองปี เดี๋ยวก็เผยธาตุแท้เอง!”
"อัจฉริยะ? ฮึ โลกนี้จะมีอัจฉริยะมากมายขนาดนั้นได้ยังไง!"
เลี่ยวเฉวียนหัวเราะเยาะในใจ
หลังจากดูิ่เฉินชวนไปหนึ่งรอบ ความรู้สึกท้อแท้ในใจเขาก็บรรเทาลงมาก ความรู้สึกเหนือกว่ากลับมาอีกครั้งแต่ในวินาทีถัดมา สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปกะทันหันแสงสีทองของหอกระดูกัชั้นที่สองสว่างจ้าขึ้นมาทันที
"!!!"
รอบข้างเงียบกริบในทันที
ตามมาด้วยเสียงฮือฮาดังสนั่น
"ถึงชั้นสองแล้วเหรอ?!"
"ไม่จริงใช่ไหม นี่มันยังไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำ!"
"บนแผ่นศิลาแสดงอยู่นะ สิบสามวินาที!"
"เป็ไปได้ยังไง?! นี่มันเร็วเกินไปแล้ว!"
ทุกคนยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อแม้แต่เสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ที่แข็งแกร่ง ก็ยังใช้เวลาครึ่งนาทีกว่าจะผ่านชั้นแรกได้!
แต่เฉินชวนล่ะ?
แค่สิบสามวินาทีเท่านั้น!
ไม่ถึงครึ่งเวลาของเสี่ยวหลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ด้วยซ้ำ!
มันช่างเหลือเชื่อจริง ๆ!
ท่ามกลางฝูงชน เลี่ยวเฉวียนอ้าปากค้างมองไปที่ชั้นที่สอง พูดอะไรไม่ออก นี่มันความเร็วบ้าอะไรกันนี่?!