หลังจากหมอหลวงกลับไป ฉวีกงกงบอกกับนางว่าเขาหลับไปแล้ว หงซิ่วถึงได้กลับขึ้นไปอ่านหนังสือบนสะพานเชื่อมดังเดิม กระทั่งซุ่นจั้งกลับมาพร้อมจดหมาย
เนื้อความในนั้นหากผู้อื่นอ่านจะเห็นเพียงจดหมายขอบคุณธรรมดา ทว่าแท้จริงแล้วมันมีความนัยซ่อนอยู่ จดหมายที่นางเขียนไป คือบอกเล่าแผนการให้ทั่งหยวนรู้ ส่วนเขาตอบกลับมาว่า ‘พร้อมดำเนินการ รวมทั้งบอกพี่น้องทั้งสามเื่ของนางแล้ว’ ต่อไปก็รอดูโส่วเย่าหนานว่าจะทำสำเร็จหรือไม่
อ่านจดหมายจบแล้ว หงซิ่วส่งคืนให้ซุ่นจั้ง ราวกับมันไม่ได้มีความสลักสำคัญอันใด ก่อนจะมองเหม่อไปเบื้องหน้า ครุ่นคิดถึงสภาพของหวงกุ้ยเฟยที่พบในวันนี้ อันที่จริงในใจลึกๆ แล้ว นางรู้สึกผิดกับโส่วเอ้ออิงอยู่บ้าง ยามนี้สตรีนางนั้นมีสภาพจิตใจย่ำแย่ยิ่งกว่านางในอดีตเสียอีก ไม่แน่ว่าอาจจะคิดฆ่าตัวตายก็เป็ได้ คงต้องเตือนโส่วเย่าหนานเื่นี้เอาไว้บ้าง
จวิ้นอ๋องตื่นมาในตอนเย็น อาการทุเลาลงแล้ว เขาสั่งให้จัดโต๊ะอาหารบนสะพานเชื่อม
ระหว่างทานอาหารย่อมไม่พูดคุย หงซิ่วได้แต่ลอบมองิซีเหออยู่เงียบๆ หลังจากทานเสร็จ พากันย้ายลงมานั่งเก้าอี้หวาย รอให้สาวใช้ชงชา นำของว่างมาวางเรียบร้อยแล้ว ิซีเหอถึงได้โบกมือไล่ข้ารับใช้ไปจนหมด ก่อนจะเอ่ยกับนางว่า “เ้าอยากให้ข้าเชื่อใจ ก็ไม่ควรมีเื่ปิดบัง”
หงซิ่วมองไปยังเมืองเป่ยจิง พลางกล่าวว่า “ท่านอ๋องอยากทราบเื่อันใดเพคะ”
เขาตอบโดยไม่หันมามอง “ทุกเื่”
นางคาดไว้อยู่แล้วว่าิซีเหอจะต้องถามเช่นนี้ จึงเตรียมคำตอบเอาไว้ล่วงหน้า หงซิ่วกล่าวว่า “เื่ที่หม่อมฉันไปตระกูลโส่ว ก็เพื่อไปขอให้บิดาสนับสนุนท่านอ๋องเพคะ”
ิซีเหอดึงสายตาจากบ้านเรือนในเมืองเป่ยจิง หันมามองนางแทน พลางยกชาขึ้นจิบ กำลังชั่งใจว่าควรจะเชื่อใจนางดีหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ โส่วหงซิ่วถูกส่งมาเพื่อสังหารเขา แล้วนางเล่า... ิซีเหอกล่าวหยั่งเชิงว่า “เ้าคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าที่เ้าแต่งให้ข้ามีจุดประสงค์อันใด”
หงซิ่วหันไปสบตาเขา ในหัวทบทวนความทรงจำไปพลาง ถามเขาไปพลาง “ท่านอ๋องหมายความเช่นไรเพคะ”
ิซีเหอเหยียดยิ้มมุมปาก กล่าวว่า “ก่อนข้าจะโบยสาวใช้ของเ้าจนตาย ข้าสอบสวนพวกนางจนรู้ความแล้ว เ้าอยากรู้หรือไม่ ว่าพวกนางบอกข้าว่าอันใด”
หงซิ่วพยักหน้า ในแววตาแฝงไว้ด้วยความสับสนมึนงง เพราะนางไม่ทราบเื่นี้จริงๆ มันไม่ได้มีในความทรงจำของหงซิ่วคนก่อน
เห็นอย่างนั้น ิซีเหอก็กล่าวต่อไปว่า “สาวใช้สี่คนของเ้ารับสารภาพว่า แม่ทัพโส่วเป็คนบงการให้เ้ามาสังหารข้า”
นางส่ายหน้าทันที กล่าวว่า “นั่นเป็ไปไม่ได้แน่นอนเพคะ ก่อนหน้านั้น หม่อมฉันกับบิดาไม่ลงรอยกัน ไม่มีทางเลยที่ท่านพ่อจะบงการหม่อมฉันได้ หากรู้ว่าเขามีเจตนาสังหารท่านอ๋องแต่แรก หม่อมฉันย่อมทำตรงกันข้ามเพื่อเอาชนะ สาวใช้เ่าั้โกหก” เอ่ยจบ หงซิ่วก็เล่าเื่ชั่วช้าของสาวใช้ทั้งสี่ให้ิซีเหอฟังอย่างละเอียด
ฟังแล้ว ิซีเหอพลันหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะเขาเองก็หาได้เชื่อตามที่สาวใช้เ่าั้บอก เขาถามนางว่า “เ้าจำไม่ได้บ้างหรือ ว่าสาวใช้ของเ้าติดต่อกับผู้ใดบ้าง”
หงซิ่วค้นหาความทรงจำในร่าง แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ เกรงว่าก่อนหน้านี้โส่วหงซิ่วคนก่อนคงจะไม่สนใจสิ่งใดเลย นอกจากเรียกร้องความสนใจจากบิดาด้วยการทำตัวเองให้เสื่อมเสีย นางตอบเขาไปว่า “จำไม่ได้เลยเพคะ”
ิซีเหอเคยให้คนไปสืบเื่ของหงซิ่วมาก่อนย่อมรู้ว่านางไม่ได้โกหก เขาเลยกล่าวว่า “ข้าจะลองเชื่อใจเ้าดูสักครั้ง ตอนนี้บอกมาได้แล้ว ว่าเหตุใดถึงอยากสนับสนุนข้า”
หงซิ่วหันกลับไปมองเบื้องหน้า หลุบตาลงต่ำ กล่าวว่า “ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็แต่งให้ท่านอ๋องแล้ว หากท่านอ๋องเป็อันใดไป แล้วหม่อมฉันจะรอดหรือเพคะ ท่านอ๋องเองก็ทราบ ว่าความสัมพันธ์ของหม่อมฉันกับตระกูลโส่วเป็เช่นไร ยังจะมีที่ใดให้หม่อมฉันไปได้อีก”
เหตุผลนี้ของนางย่อมฟังขึ้น ิซีเหอเองก็เชื่อ ทว่าเื่ที่นางเปลี่ยนไปเป็คนละคนจะหาคำตอบจากที่ใด เขาเคยคิดถึงความเป็ไปได้หลายทาง อย่างมีการสลับตัว แต่จากที่องครักษ์ลับสืบมาทั้งหมดแล้ว ไม่มีทางเป็ไปได้เลย จะมีก็แต่ หงซิ่วคนก่อนตายไปแล้ว และคนตรงหน้านี้เป็ิญญามาสวมร่าง คิดแล้ว ิซีเหอก็เอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย “เ้าเป็ใครกันแน่”
หงซิ่วไม่ได้ตอบคำ เขาเองก็ไม่คิดหาคำตอบ เห็นว่าฟ้าเปลี่ยนสี ิซีเหอหันไปเรียกฉวีกงกงให้มาจุดโคม
สาวใช้เดินเข้ามาชงชาให้ใหม่ พลางยกของว่างมาขึ้นโต๊ะอีกครั้ง จากนั้นก็พากันล่าถอยออกไปโดยไม่ต้องรอคำสั่ง ทั้งสองนั่งจิบชาชมจันทร์กันเงียบๆ
บรรยากาศเริ่มเย็นลง ทำให้ิซีเหอไอเล็กน้อย หงซิ่วหันไปเรียกฉวีกงกงให้ไปนำเสื้อคลุมมาให้เขา ซุ่นจั้งที่ยืนรอรับใช้อยู่ฝั่งตำหนักเยว่เลี่ยง นำผ้าคลุมไหล่มาให้หงซิ่วเช่นกัน
หลังจากข้ารับใช้ทั้งสองล่าถอยออกไป หงซิ่วก็ลุกไปเทน้ำร้อนส่งให้ิซีเหอ พลางกล่าวว่า “ท่านอ๋องโปรดรักษาสุขภาพด้วยเพคะ”
เขากล่าวขอบคุณนางประโยคหนึ่ง ก่อนจะรับจอกน้ำร้อนขึ้นมาจิบ
หงซิ่วกลับมานั่งบนเก้าอี้หวายกระชับผ้าคลุมบนไหล่ จากนั้นก็เล่าเื่แผนการที่นางคุยกับแม่ทัพโส่วให้เขาฟัง เห็นว่าเขาไม่มีข้อสงสัย นางจึงถามเื่ความคืบหน้าจากเหตุการณ์จลาจล ิซีเหอบอกกับนางว่า “ผู้ที่ก่อเหตุหาใช่ชาวบ้านจากกว้านเสียน คนกลุ่มนี้เป็อันธพาลที่ถูกจ้างมา ตอนนี้เหลือเพียงตามจับตัว”
หงซิ่วฟังแล้วก็ครุ่นคิดพลางกล่าวว่า “เื่นี้ย่อมเป็ฝีมือของข้าหลวงเต้าสุ่นแน่นอน แต่การจะหาหลักฐานมัดตัวเขากลับมิใช่เื่ง่าย หม่อมฉันว่า แทนที่จะมัวมาหาผู้จ้างวาน มิสู้เล่นงานเต้าสุ่นไปตรงๆ เลยไม่ดีกว่าหรือเพคะ”
ิซีเหอกล่าวว่า “ข้าเองก็เคยคิดเช่นนั้น แต่เื้ัเต้าสุ่นยังมีสนมเต้าเฟยและไม่แน่ว่าจะมีคนอื่นร่วมด้วย หากลากเขาลงมาแล้วจัดการไม่ดีพอ เกรงว่าจะเป็ข้าเสียเองที่ต้องเดือดร้อน ตอนนี้คงทำได้เพียงช่วยชาวบ้านเ่าั้ให้มีชีวิตรอดก่อน ไว้รอให้พวกเขาทำการฟ้องร้องเมื่อใด ข้าค่อยเดินทางไปซูโจวสักครา”
หงซิ่วพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นทั้งสองก็กลับมานั่งชมจันทร์กันเงียบๆ เช่นเดิม ิซีเหอลอบมองนางอยู่หลายที ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็มิอาจนำนางไปเทียบกับโส่วหงซิ่วคนเก่าได้เลย เห็นทีว่าเขาคงต้องหาโอกาสไปวัดเสวียนคงเพื่อพบใต้ซืออู้จี้ดูสักคราเผื่อจะได้คำตอบ ิซีเหอคิด