"เ้ารู้จักพวกนางรึ?"
หยางเฟยเอ่ยถามไป๋หลิงฟง เพราะเห็นอยู่ว่าสหายของตนจ้องมองพวกนางไม่วางตา แถมยังยิ้มแปลกๆ ดูมีพิรุจนัก
"เ้าเรียกสองคนนั้นว่า 'พวกนาง' อย่างนั้นรึ"
ไป๋หลิงฟงถามหยางเฟยเพื่อไขความกระจ่างให้กับการคาดคะเนของตน
"ฮ่าๆ พวกนางเป็สตรีจริงๆ สินะ ข้าก็ว่าข้ามองไม่ผิดแน่ ใบหน้าเรียวเล็ก รูปร่างก็บอบบางแต่กลับมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ท่าทางการเดินก็มิเหมือนบุรุษเลยสักนิด ดูขัดๆ อย่างไรมิรู้"
"เ้าจำนางไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอกหลิงฟง"
"เ้าถามเช่นนี้ หมายความว่าข้าเคยรู้จักนางมาก่อนอย่างนั้นรึ ทำไมข้ามิยักจะจำได้ว่าเคยรู้จักสตรีงดงามเช่นนี้เลย"
ไป๋หลิงฟงขมวดคิ้ว พยายามคิดให้ออกว่าตนเคยรู้จักพวกนางด้วยหรือ
"นั่นเพ่ยเพ่ยเ้าก้อนซาลาเปาที่คอยวิ่งตามติดเ้าตอนเด็กอย่างไรเล่า ใครจะไปคิดว่าโตขึ้นมาจะงดงามถึงเพียงนี้ใช่ไหมล่ะ"
หยางเฟยพูดจบก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจในความงดงามของน้องสาวตัวเอง
"เพ่ยเพ่ยงั้นหรือ น้องสาวของเ้าที่เมื่อก่อนตัวกลมๆ แก้มป่องเหมือนซาลาเปาคนนั้นน่ะหรือ"
ไป๋หลิงฟงทำตาโต ทำไมเขาถึงจำนางไม่ได้กันนะ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาเอ็นดูนางออกขนาดนั้น นางเองก็ชอบตามติดเขาราวกับว่านางเป็น้องสาวแท้ๆ ของเขา
"ถ้าเช่นนั้นนางก็คือิหวางเฟย"
หยางเฟยเห็นสีหน้าผิดหวังของไป๋หลิงฟงแล้วก็ให้รู้สึกตะขิดตะขวงในใจ
นี่เ้าคงไม่ได้นึกชอบน้องข้าหรอกนะ ช่างน่าเสียดายจริงๆ ทำไมพวกเ้าถึงไม่เจอกันเร็วกว่านี้นะ
หยางเฟยได้แต่แอบเสียดายอยู่ในใจ เขาอยากได้สหายผู้นี้มาเป็น้องเขยของเขามากกว่าอ๋องิผู้นั้นเสียอีก
น่าเสียดาย ช่างน่าเสียดายเสียจริง
"คุณหนู บ่าวว่าคุณชายใหญ่ต้องจำพวกเราได้แน่เลยเ้าค่ะ"
ชิงชิงเอ่ยเสียงสั่น ก้มหน้างุดไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้าขึ้นมา
"ชิงชิง เ้าอย่าเพิ่งแสดงอาการร้อนตัวไป พี่ใหญ่อาจจะแค่สงสัยเฉยๆ ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าเป็พวกเรา ป่านนี้ก็ต้องเดินเข้ามาแล้วสิ"
เพ่ยเพ่ยเอ่ยยังไม่ทันจะขาดคำ เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้น
"ชิงชิง! เ้ามานี่"
ชิงชิงสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนในทันทีที่ได้ยิน นางเดินตรงไปหาหยางเฟยด้วยอาการสั่นเทิ้มไปทั้งตัว นางก้มหน้าจนแทบจะเดินชนโต๊ะทุกตัวระหว่างทาง ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่ข้างโต๊ะของหยางเฟย
โอ้ย…ชิงชิง จากแค่สงสัย เ้าทำร้อนตัวขนาดนี้คนเขาก็รู้กันหมดแล้วสิ จะขวัญอ่อนอะไรขนาดนั้นกันเล่า
เพ่ยเพ่ยส่ายหัวไปมา นางจนใจกับสาวใช้จอมซื่อของนางเสียจริง สงสัยกลับไปต้องปฏิวัติครั้งใหญ่เสียแล้ว
"เงยหน้าขึ้น! เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำสิ่งใดผิด"
หยางเฟยดุชิงชิงจนตอนนี้นางตัวสั่นเสียยิ่งว่าเดิม
"ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ"
ชิงชิงกล่าวพร้อมทิ้งตัวลงไปนั่งคุกเข่ารอรับโทษ
"ข้าต้องโบยเ้าสักกี่ไม้ดีชิงชิง เ้าถึงจะหลาบจำ"
แม่หยางเฟยจะเอ่ยกับชิงชิง แต่เขากลับหันมาส่งสายตาดุให้น้องสาวตัวแสบของเขา
"พี่ใหญ่ เป็ความผิดข้าเอง ข้าบังคับนางให้พาข้าออกมาเองเ้าค่ะ ท่านเลิกข่มขู่นางได้แล้ว นางกลัวจนหน้าซีดหมดแล้วท่านไม่เห็นรึ"
เพ่ยเพ่ยเดินไปสมทบที่โต๊ะของหยางเฟยด้วยอีกคน ท่าทางนางเอาเื่น่าดูและดูเหมือนว่านางจะไม่พอใจที่เขากำลังข่มขู่คนสนิทของตน
"หึ ทำไมเ้าถึงทำตัวพิเรนทร์เช่นนี้เพ่ยเพ่ย เ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าตัวเองเพิ่งจะออกเรือนมิใช่เด็กๆ ดังเช่นเมื่อก่อนแล้ว ทำไมจึงออกมาเที่ยวสนุกเช่นนี้ แล้วนี่อะไร ไยต้องแต่งตัวเป็บุรุษ อย่าบอกข้าเชียวนะว่าเ้าแอบออกมา"
หยางเฟยชี้พัดไปที่นางั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกมันกลับขึ้นมาแล้วเคาะลงบนหัวเพ่ยเพ่ยเบาๆ หนึ่งที
"โอ้ย!…พี่ใหญ่ ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเ้าคะ อย่ามาเคาะหัวข้าเช่นนี้"
เพ่ยเพ่ยยืนเถียงเขาตาใส
"ก็ใช่น่ะสิ เ้ามิใช่เด็กแล้ว ทำไมจึงทำตัวไร้หัวคิดเช่นนี้"
หยางเฟยได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ
"ทำให้เ้าต้องหัวเราะแล้วหลิงฟง คุณหนูสกุลหยางทำตัวน่าขายหน้าเสียจริง"
หยางเฟยหันไปสนทนากับบุรุษชุดน้ำเงินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา
"เ้าอย่าได้คิดมากไปอาเฟย นางยังไม่ได้ทำอะไรให้ขายหน้าเสียหน่อย นางคงจะเบื่อเ้าอ๋องนั่น ถึงต้องออกมาปลดปล่อยเสียบ้าง"
หลิงฟงกล่าวถึงอ๋องิอย่างไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อยนั่นทำให้เพ่ยเพ่ยถึงกับจ้องเขาตาค้าง
"เอ๋ ทำไมท่านถึงรู้ล่ะว่าเขาน่าเบื่อ"
เพ่ยเพ่ยมองบุรุษรูปงาม พร้อมกับทำหน้าฉงนสงสัย
เขาสนิทสนมคุ้นเคยกับอ๋องิอย่างนั้นรึ ไม่ยักรู้ว่าเ้าอ๋องนั่นจะมีเพื่อนที่ดูน่าคบหากับเขาอยู่เหมือนกัน
"ก็เ้านั่นน่าเบื่อจะตายไป แล้วเหตุใดเ้าจึงเรียกข้าห่างเหินเช่นนั้น เรียกพี่หลิงฟงเหมือนแต่ก่อนเถิด"
เพ่ยเพ่ยเริ่มรู้สึกได้ว่านางใจเต้นแรงผิดปกติ
ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ กับบุรุษตรงหน้ากันนะ ทำไมใจถึงเต้นแรงแบบนี้เล่า
ใช่อยู่ว่าเขารูปงาม รอยยิ้มของเขาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบหนุ่มขี้เล่น แต่มันเหมือนมีความรู้สึกอะไรลึกๆ บางอย่างที่ทำให้นางละสายตาจากเขาไปไม่ได้ พลันความทรงจำเกี่ยวกับไป๋หลิงฟงก็แวบเข้ามาในหัว
ให้ตายเถอะ บุรุษผู้นี้เขาเป็รักแรกของแม่นางหยางนี่
มิน่าเล่า นางถึงใจเต้นแบบนี้ ไม่นะ ทำไมข้าถึงรู้สึกร้อนๆ ที่ใบหน้า อย่าบอกเชียวนะว่าข้ากำลังหน้าแดง เป็ไปได้ว่าความรู้สึกนี่มาจากจิตใต้สำนึกของแม่นางหยางหรือเปล่า หากเป็ตัวนาง นางคงไม่ออกอาการเขินอายเขาง่ายดายเช่นนี้
ในความทรงจำของแม่นางหยาง ย้อนไปเมื่อยามที่หยางเพ่ยเพ่ยอายุได้เพียงแปดหนาว นางจำได้ว่า ไป๋หลิงฟงเป็สหายรักของหยางเฟย เขามักมาหาพี่ใหญ่ของนางที่จวนอยู่เป็ประจำ นางแอบชอบเขามานานแล้ว เขาเองก็มักจะใจดีกับนางเสมอ
ยามที่พี่ใหญ่กับพี่รองล้อเลียนนาง ก็มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่เล่นตามน้ำไปกับพวกพี่ชายจอมเกเรของนาง และเป็เขาอีกเช่นกันที่คอยปลอบใจนางทุกครั้งที่โดนพี่ชายแกล้ง
สมัยเด็กหยางเพ่ยเพ่ยนั้นถือว่าเป็เด็กที่จ้ำม่ำมีเนื้อหนังเกินเด็กหญิงในรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่สักหน่อย มีเพียงพี่หลิงฟงที่คอยพูดปลอบนางเสมอไม่ให้นางคิดว่าเื่นี้เป็ปมด้อยแล้วเก็บเอามาคิดมาก
"ข้าเห็นว่านางก็น่ารักดีออกอาเฟย" "จริงไหมเพ่ยเพ่ย"
เขามักจะหันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้นางแล้วกล่าวชื่นชมนางเสมอเวลาที่นางร้องไห้เพราะโดนพี่ชายของนางล้อเลียนเื่รูปร่าง
จากนั้นมานางก็แอบชอบเขามาโดยตลอด แต่แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งพี่หลิงฟงของนางก็จากไป ตอนนั้นเขาอายุได้สิบห้าหนาวก็โดนท่านแม่ทัพไป๋บิดาของเขาส่งไปร่ำเรียนวิทยายุทธ์ที่เขาหลิงซาน เขาหายไปถึงสี่ปีเต็ม
เมื่อเขาสำเร็จวิชาความรู้กลับมายังเมืองหลวง เพ่ยเพ่ยยังไม่ทันจะได้พบเจอเขาเลยด้วยซ้ำเขาก็เข้ารับการทดสอบและอาสาไปเป็ทหารออกทัพจับศึกยังชายแดนเสียแล้ว
เจ็ดปีแล้วที่นางไม่ได้พบเขาเลย จนภาพของเขาค่อยๆ เลือนรางไปจากใจของนางทีละนิด ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยอู๋เหยาิเมื่อไม่นานมานี้
"ท่านพี่หลิงฟงเองหรือเ้าคะ เพ่ยเพ่ยต้องขออภัยที่ข้าจำท่านพี่หลิงฟงมิได้"
เพ่ยเพ่ยกล่าวทักทายเขาอย่างขัดเขิน
"ข้าไม่ติดใจอันใดหรอก เ้ายังเด็กนักยามนั้นจะจำข้ามิได้ก็มิแปลก ข้าเองก็จำเ้ามิได้เช่นกัน แต่เ้ายังน่ารักเหมือนตอนเด็กไม่เปลี่ยนเลยนะ"
เขาเอ่ยอย่างเอ็นดู พร้อมกับส่งยิ้มหวานจริงใจให้นาง
บ้า…มาชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ จะไม่ให้เขินได้อย่างไรกันเล่า
ฮือ…ดาเมจรุนแรงมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่นางหยางถึงได้ชอบเขา ดูเป็ผู้ชายอบอุ่นโรแมนติกสุดๆ
เพ่ยเพ่ยยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งงง แม่นางหยางไปชอบอีตาอ๋องโหดนั่นที่ตรงไหนกันนะ นอกจากหน้าตาแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีเลยสักนิด คิดแล้วเพ่ยเพ่ยก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ทำไมเ้าบ่าวของข้าถึงไม่ใช่คนนี้ล่ะ…เฮ้อ!
หลังจากได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เพ่ยเพ่ยก็ลืมเวลาไปเสียสนิท กระดกเหล้าชนจอกสุรากับพี่ชายไปหลายจอก เดิมนางคิดว่าคงไม่เป็อะไรหรอก ไม่ได้กินเยอะอะไรมากมาย แต่ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน
อื้อหือ เหล้าของคนสมัยโบราณนี่มันแรงมากจริงๆ
"พี่ใหญ่ ข้าว่าข้าเริ่มจะมึนๆ หัวแล้วล่ะเ้าค่ะ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน"
"เ้าเพิ่งจะเริ่มมึนหรอ ข้านึกว่าเ้าจะเมาไปั้แ่จอกแรกเสียอีก"
หยางเฟยอดทึ่งในน้องสาวของตนไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะดื่มเหล้าเก่งถึงเพียงนี้แล้ว ครั้งหลังสุดที่ดื่มด้วยกันที่จวนตอนงานวันเกิดท่านพ่อ นางดื่มได้ไม่เกินหนึ่งจอกก็หน้าแดงเดินไม่ตรงทางเสียแล้ว แล้วนี่อะไร วันนี้นางดื่มไปพอๆ กับพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
เพ่ยเพ่ยลุกขึ้นยืน แต่กลับดูโงนเงนอย่างไรชอบกล
"คุณหนูเดินไหวไหมเ้าคะ ระยะทางยังอีกไกลนะเ้าคะ"
ชิงชิงรีบเข้าไปประคองเพ่ยเพ่ยเอาไว้ก่อนที่นางจะล้มไปเสียก่อน
"ทำไมถึงบอกว่าเดินไกล นี่พวกเ้าไม่ได้นั่งรถม้ามารึ"
"ข้ากับคุณหนูเดินมาเ้าค่ะคุณชายใหญ่ คุณหนูแอบออกมาเ้าค่ะเลยไม่มีรถม้าคอยรับส่ง"
"เพ่ยเพ่ย ข้าว่าให้ข้าเอารถม้าไปส่งเ้าที่ตำหนักอ๋องจะดีกว่า ท่านอ๋องจะได้ไม่ตำหนิเ้าด้วยหากเห็นเ้ากลับไปสภาพนี้ หากเขาต่อว่าพี่จะได้ช่วยพูดให้ว่าเรามิได้พบหน้ากันนานจึงอยู่สนทนากันนานเสียหน่อย"
"ดีเ้าค่ะ ข้าก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินกลับไหว ระยะทางมิใกล้เลยจริงๆ "
เพ่ยเพ่ยเห็นด้วยกับหยางเฟยอย่างยิ่งนางลืมเสียสนิทว่านางแอบหนีออกมา และตอนนี้นางก็รู้สึกง่วงนอนมาก อยากจะไปให้ถึงเตียงเสียไวๆ
"เช่นนั้นข้าขอติดรถม้าเ้าไปด้วยคนนะอาเฟย"
หลิงฟงกล่าวถามสหาย
"เชิญ"
-ตำหนักอ๋องิ-
"ถึงแล้วขอรับ"
เสียงคนขับรถม้าเอ่ยบอกผู้เป็นายข้างในเมื่อมาถึงที่หมาย
"คุณหนูเ้าคะ ตื่นเถิดเ้าค่ะ ถึงตำหนักอ๋องแล้วเ้าค่ะ"
ชิงชิงพยายามปลุกเพ่ยเพ่ยเมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวนอ๋องแล้ว
เพ่ยเพ่ยค่อยๆ ลืมตาและลงจากรถม้าอย่างทุลักทุเลโดยมีชิงชิงและไป๋หลิงฟงคอยช่วยประคองคนละข้าง
ชิงชิงใเมื่อเห็นว่าคนขับรถม้าพาพวกนางมาส่งที่ประตูใหญ่หน้าตำหนักอ๋องิ
แย่แล้ว…ข้าลืมบอกคนบังคับม้าให้ไปส่งที่ประตูหลัง
ชิงชิงแสดงสีหน้ากังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่ยามนี้ก็คงจะเปลี่ยนอะไรไม่ทันเสียแล้ว
พ่อบ้านเปิดประตูตำหนักออกเพื่อมาดูว่าใครกันที่มาเยือนตำหนักอ๋องในยามวิกาลเช่นนี้
"ท่านรองแม่ทัพไป๋เองหรอกหรือขอรับ เชิญท่านเข้ามาก่อน เดี๋ยวข้าน้อยจะไปเรียนท่านอ๋องให้ว่าท่านมาขอรับ"
พ่อบ้านกล่าวทักทายพร้อมกับผายมือให้ไป๋หลิงฟงตามเขาเข้าไปข้างใน ไป๋หลิงฟงเป็สหายและยังเป็ลูกน้องคนสนิทของอ๋องิจึงเข้านอกออกในตำหนักอ๋องอยู่บ่อยๆ
"ส่งข้าที่นี่แหล่ะอาเฟย"
"ถ้าอย่างนั้นข้าฝากเพ่ยเพ่ยด้วยก็แล้วกัน ข้าคงต้องขอตัวก่อน แล้วพบกันใหม่"
ยามนี้หยางเฟยไม่ห่วงเพ่ยเพ่ยแล้ว หลิงฟงน่าจะช่วยเพ่ยเพ่ยหาข้อแก้ตัวได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็สหายและศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันกับท่านอ๋องนี่
พ่อบ้านลอบมองดูหน้าบุรุษหนุ่มที่รองแม่ทัพไป๋พยุงเดินเข้ามาสลับกับมองหน้าบุรุษชุดขาวที่นั่งอยู่บนรถม้า
ดูเหมือนบุรุษในชุดสีขาวนั่นจะเป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหยาง
เขาจำได้ว่าบุรุษผู้นี้คือพี่ชายของเ้าสาวในพิธีแต่งงานของนายเหนือหัวที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน
คุณชายหยางเรียกบุรุษหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ท่านรองแม่ทัพพามาว่าเพ่ยเพ่ย…หรือว่าจะเป็ิหวางเฟย มีส่วนคล้ายอยู่มากทีเดียว...แต่ทำไมพระชายาถึงได้อยู่ในสภาพนี้ได้ หากท่านอ๋องรู้เข้าจะต้องเป็เื่แน่!
เพียงแค่คิดพ่อบ้านหม่าก็ขนลุกขนชันแล้ว