จื่อหลานลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดแต่ยังไม่ได้สติดีภาพความทรงจำต่างๆไหลหลากเข้ามาไม่ขาดสายจนกระทั่งลืมตาตื่นขึ้นก็ตอนสว่างแล้ว
"ทำไมเธอถึงยังนอนอยู่อีก" จื่อหลานได้รับความทรงจำมาร่างนี้มีนามว่าหลินจื่อหลานอายุ19ปีทำงานอยู่โรงงานทำกระเป๋ามณฑลเหอเป่ย ใกล้เมืองหลวงปักกิ่ง ในประเทศจีนที่สุด ประเทศจีนในโลกนี้มีทั้งหมด7เมืองหลวงใหญ่ประกอบด้วยปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน ฉงชิ่ง ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน (ป.ลมั่วเอานะ)
"ฉันไม่ค่อยสบายเธอช่วยลาหยุดให้ฉันหน่อย"
จื่อหลานบอกเพื่อนร่วมห้องทีี่มาจากชนบทด้วยกันดูสตรีคนนี้จะเอาเปรียบร่างนี้ไม่น้อยทั้งที่ทำงานเหมือนกัน ได้รับเงินเดือนเท่ากันแต่ค่าห้องเช่าเธอจ่ายแทบทั้งหมดหรือแม้แต่ของสดที่เอามาทำในห้องด้วย
"ได้ยังไงกันเธอหยุดแล้วจะได้เงินเต็มจำนวนเหรอ"
"มันไม่ใช่หน้าที่อะไรของเธอต้องห่วงนี่ฉันหยุดแค่วันสองวันคงไม่เป็ไรหรอกอีกอย่างใกล้สิ้นเดือนแล้วเธอช่วยออกค่าเช่าให้ฉันก่อนได้ไหม"
"ได้ยังไงกันฉันต้องส่งน้องชายเรียนเธอก็ออกให้ฉันก่อนไม่ได้เหรอ ที่บ้านเธอไม่ได้มีใครเรียนหนังสือแล้วนี่" ไป๋หลิวพูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว
"เอาล่ะถ้าเธอไม่จ่ายสิ้นเดือนก็ย้ายออกไปจากห้องนี้ซะเพราะที่ผ่านมาฉันจ่ายเองมาตลอดห้าเดือนมันมากเกินไปแล้ว ทีแรกฉันเห็นใจที่เธอมีน้องต้องส่งฉันเองก็ต้องส่งบ้านเหมือนกัน"
"อะไรกันเธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะแล้วฉันจะไปอยู่ไหนล่ะ"
"นั่นเป็เื่ของเธอฉันช่วยจัดการปัญหาให้เธอมาหลายเดือนแล้วแต่ถ้าเธอไม่ย้ายออกฉันจะย้ายออกเอง"
"พูดจริงๆเหรออย่าลืมสิว่าฉันเป็คนพาเข้าทำงานหัดสำนึกบุญคุณบ้างครอบครัวยากจนอย่างเธอต้องมาพึ่งพาฉั...."
"เพี๊ยะ!!!!" ไป๋หลิวใเมื่อถูกตบทั้งที่ยังพูดไม่จบแล้วใเข้าไปอีกรุ่นน้องคนนี้ที่อายุห่างเธอหนึ่งปีอยู่บนเตียงแท้ๆทำไมอยู่ตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว
"นี่หล่อนกล้าดียังไงมาตบฉัน....อั๊ก!" ไป๋หลิวเธอใอยู่ดีๆกระอักเืออกมาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่มีแววตาเ็า กดดันทำให้เธอเดินหนีแต่ถูกกระชากผมอย่างแรง
"กรี้ดดดด!!! อ๊า อ๊า" เสียงกรีดร้องเปลี่ยนเป็ไร้เสียงทำให้ไป๋หลิวกลัวจนกระทั่งฉี่แตกทำให้จื่อหลานไม่สบอารมณ์ ปล่อยผมผลักตัวผู้หญิงน่ารังเกียจนี้ทันที
"ปากเหม็นเน่าอย่างเธอไม่ควรพูดอีกจะดีที่สุดเอาล่ะฉันตอบแทนบุญคุณแล้วต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่อย่าได้คิดมาเล่นงานฉันเพราะครอบครัวเธออาจจะพูดไม่ได้ทุกคนก็ได้"
"อ๊า อ๊า" จื่อหลานเธอไม่สนใจมองว่าสตรีคนนี้จะวิ่งหนีออกจากห้องไปตอนนี้เธอเก็บของร่างนี้ใส่แหวนมิติทั้งหมดจากนั้นเดินออกจากห้องเพื่อไปยังโรงงานเพื่อลาออก
จากความทรงจำโลกใบนี้คือปี1999 เป็ยุคที่ทุกอย่างพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัย มีตึกสูง มีสิ่งใหม่ๆสวยงามอาจจะแปลกตาสำหรับจื่อหลานแต่ตามความทรงจำร่างนี้ถือว่าเป็ความเคยชิน หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลายเพราะครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยเนื่องจากในอดีตอาชายติดการพนันจนเอาทุกอย่างไปขายทำให้ปู่ย่าช็อกตายเนื่องจากบ้านหลังใหญ่เอาไปลงการพนันหมดและอาชายไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน
ครอบครัวเราเลยต้องอยู่บ้านของแม่ที่เป็เพียงบ้านหลังเล็ก พ่อทำอาชีพเป็ช่างไม้ในตัวอำเภอ แม่เลี้ยงน้องชายวัย10ขวบทำให้ร่างนี้ไม่คิดเรียนต่อและเลือกที่จะหางานทำป้าไป๋หรือแม่ของไป๋หลิวชวนให้เธอทำงานกับไป๋หลิวที่ได้งานทำในโรงงานกระเป๋ากลับมาบ้านพอดีร่างนี้เลยขอไปด้วย พ่อแม่เอาเงินเก็บที่มีทั้งหมดให้เป็ค่าเดินทางและระหว่างรองานแน่นอนว่าเอามาจ่ายค่าเดินทาง ค่าเช่า ค่ากินที่เธอเช่าอยู่ แต่พอเธอได้งานไป๋หลิวก็ขอมาอาศัยอยู่ด้วย ด้วยความเกรงใจเลยให้อยู่ด้วย ร่างนี้ทำโอทีจนร่างกายป่วยตายไปเมื่อวานเย็นจนมีเธอเข้ามาอาศัยอยู่แทน
"จื่อหลานทำไมเธอพึ่งมาเอาป่านนี้แล้วไป๋หลิวล่ะ"
"คือฉันมาขอลาออกค่ะหัวหน้า ส่วนพี่สาวไป๋ฉันไม่เห็นั้แ่เช้าแล้ว"
"มาลาออกเหรอทำไมถึงต้องรีบลาออกล่ะทำงานได้ไม่ถึงปีเลย"
"เผอิญครอบครัวฉันไม่มีใครทำนาค่ะเลยอยากให้กลับไป"
"ไปทำนาเนี่ยนะเธอคิดดีแล้วเหรอห้าสิบหยวนต่อเดือนไม่ใช่น้อยเลยนะปีหน้ารัฐจะมอบค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มอีก"
"ฉันคิดดีแล้วค่ะหัวหน้า"
"เห้อ! เอาเถอะๆนั่นไป๋หลิวมาพอดีทำไมเธอทำหน้าแบบนั้นละแล้วนี่ทำไมไม่พูด" ไป๋หลิวในตอนนี้เธออยากจะพูดแต่ถูกแววตาคมดุของหญิงรุ่นน้องแถวบ้านทำให้เธอสั่นไปด้วยความกลัวจนเอาซองสีขาวมอบให้
"หึย! อะไรกันมาลาออกอีกคนแล้วเหรอเธอป่วยหรือไงกันไป๋หลิวถึงไม่พูดไม่จา"
ไป๋หลิวได้แต่พยักหน้าทำให้เซียนลี่ได้แต่รับใบลาออกมาจากนั้นพูดให้พวกเธอโชคดีโดยนำค่าแรงที่เหลือของเดือนนี้มามอบให้เพราะตามจริงควรจะได้พรุ่งนี้อยู่แล้ว เมื่อทำเื่ลาออกเสร็จไป๋หลิวรีบเดินออกจากโรงงานแต่ถูกจื่อหลานจับไหล่เอาไว้ พูดขึ้นเบาๆ
"จำเอาไว้ว่าเธอเป็ใบ้เพราะทำตัวเองไม่มีใครรักษาได้นอกจากฉัน แต่เห็นว่าเป็คนบ้านเดียวกันและเธอเป็คนแนะนำฉันทำงานจะให้เป็ใบ้สักเดือนก็พอแล้วก็อย่ามาระรานครอบครัวฉันตอนฉันไม่อยู่ล่ะไม่งั้นจะให้เป็ใบ้ตลอดชีวิตทั้งครอบครัวเธอแน่" จื่อหลานกดจุดใบ้ตามอักขระจิตที่เธอพอทำได้กำหนดหนึ่งเดือน
จากนั้นก็แยกจากต่างคนต่างเดินทันทีอย่างอารมณ์ดี