ขณะที่เธอยืนรออยู่ในแถวนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองหน้าเขา มันมีเสน่ห์แปลก ๆ อยู่ในตัวผู้ชายคนที่หาความหล่อไม่ได้เลยคนนี้ เลย์นนึกถึงความรู้สึกครั้งแรกที่เกิดขึ้น เมื่อเธอเห็นหน้าเขาว่า เขาช่างไม่ต่างไปกว่าหมีตัวใหญ่ ๆ เลยแม้แต่น้อย แต่แล้วก็พบว่า มันเป็การเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะเลยสําหรับเขา เพราะจากกิริยาท่าทางนั้น มันคล้ายกับเขาเป็คนเหงาที่มีจิตใจค่อนข้างจะเหี้ยมเกรียมอยู่...ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เพราะเหตุใด จึงคิดว่าเขาเป็คนเหงาเช่นนี้
ซึ่งถ้าแม้เขาจะสังเกตเห็นอยู่ว่า เธอลอบชําเลืองใบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการรับรู้ออกมาให้เห็น แต่ขณะเดียวกัน เขาก็เพียงแต่ยืนอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่เดินไปชนเธอเข้าอีก ซึ่งเลย์นก็ออกจะดีใจอยู่ เพราะการถูกกระแทกในครั้งแรกนั้น เกือบจะทําให้เธอล้มลงนอนแผ่อยู่กับพื้นห้อง
หลังจากที่ชําระค่าอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว เลย์นก็เดินออกจากคาเฟ่ อากาศที่หนาวเยือกเย็น ได้ช่วยขับไล่ความคิดเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นออกไปจากสมองจนหมดสิ้น เธอรีบล้วงถุงมือออกมาสวมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าแสงอาทิตย์ จะสว่างไสวสักเพียงไรแต่อากาศก็หนาวเยือกเย็นยิ่งนัก
ประโยชน์ประการหนึ่งของการทํางานในหน้าที่ผู้สื่อข่าวนั้นก็คือ ทําให้เลย์นมีความรู้เกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อันจะเป็ประโยชน์แก่ตัวเธอ มันเป็งานที่ต้องใช้เวลาและน่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง สําหรับการที่จะตรวจสอบจากแฟ้มเอกสารต่าง ๆ หลังจากที่เวลาผ่านไปถึงวันครึ่งแล้ว เลย์นก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวกับมาร์ธา เทอร์เนอร์ เลยแม้แต่น้อย
ยิ่งเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มจะมีความเห็นคล้อยตามคําพูดของพนักงานเสิร์ฟที่พบกันเมื่อวันก่อนว่า บางที มาร์ธา เทอร์เนอร์ อาจจะแต่งงานและโยกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วก็เป็ได้ ดังนั้น ทางออกของเธอที่เหลืออยู่อีกเพียงทางเดียวเท่านั้นคือ... การแต่งงานดังกล่าวอาจจะกระทําขึ้นในเชอรี่ เคาท์ติ ดังนั้น เลย์นจึงใช้่เช้าของวันที่สาม ตรวจสอบทะเบียนสมรสที่สํานักงานประจําท้องถิ่น ั้แ่เมื่อยี่สิบปีก่อนเป็ต้นมา
ความกลัวประการหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจมาตลอดก็คือ ภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบเอกสารและรายชื่อต่าง ๆ แล้วเธออาจจะพลาดชื่อที่กําลังมองหาอยู่ และมองข้ามมันไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น
แต่กระนั้น ขณะที่เลย์นค่อย ๆ พลิกหาไปเรื่อย ๆ ชื่อมาร์ธา เทอร์เนอร์ ก็ดูราวจะหลุดจากหน้ากระดาษและะโเข้ามาหาเธอ
เมื่อสิบแปดปีก่อน มาร์ธา เทอร์เนอร์ แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ จอห์น เกรย์ และทั้งสองคนได้ลงรายละเอียดไว้ว่า อาศัยอยู่ในเมืองวาเลนไทน์ รัฐเนบราสก้า ถ้าดูจากอายุที่ลงไว้ในตอนนั้น มาร์ธาอ่อนวัยกว่าสามีถึงสิบหกปี
เลย์นจดข้อมูลต่าง ๆ ... ที่้าลงในสมุดโน้ต หลังจากนั้น เธอก็รวบกระเป๋าถือ เสื้อคลุมกับหมวกถักเข้าไว้ใต้รักแร้ เดินถือสมุดทะเบียนนั้นกลับไปหาเ้าหน้าที่ซึ่งทําหน้าที่รับจดทะเบียนสมรส ถึงแม้ว่าเ้าหน้าที่ผู้นั้นจะมีอายุอานามไม่เกินสามสิบปี แต่เรือนผมบนศีรษะก็ค่อนข้างบาง มีท่าว่าจะหัวล้านต่อไปในวันข้างหน้าแน่
“หาที่้าพบไหมครับ...คุณ?” รอยยิ้มของเขาแฝงความใคร่รู้ไว้ เมื่อเลย์นวางสมุดทะเบียนลงให้ตรงหน้า
“ค่ะ ขอบใจมาก” เธอใช้ปลายนิ้วจับแขนเสื้อสเว็ตเตอร์สีนวลงาช้างไว้ เพื่อที่แขนเสื้อจะไม่ได้ถลกตามขึ้นมา เมื่อเธอสวมเสื้อคลุมลง “คุณเคยรู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ จอห์น เกรย์ บ้างไหมคะ”
เ้าหน้าที่ผู้นั้นขมวดคิ้วย่น ขณะที่พยายามใช้ความคิดทบทวนความทรงจําของตัวเองอยู่
“ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็เ้าของไร่ปศุสัตว์นะ” และแล้ว เขาก็ยิ้มออกมาอีก สีหน้าราวจะขออภัยเมื่อกล่าวต่อว่า “บังเอิญผมเกิดแล้วก็โตในเมืองเสียด้วยสิครับ เพราะฉะนั้น ผมก็เลยไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับผู้คนที่เขาอยู่กันในชนบท แต่เวลานี้อะไร ๆ ก็เจริญขึ้นมากแล้ว แม้แต่ตัวเมืองก็ขยาย ใหญ่โตกว้างขวางออกไป” เขาทําท่าเหมือนจะใช้ความคิดต่อไปอีกเป็ครู่ “แต่ดูเหมือนผมจะจําได้นะครับ ว่ามีการขอใบมรณะบัตรของผู้ชายชื่อเดียวกันนั้น...ตอนที่ผมมาทํางานที่นี่ใหม่ ๆ ซึ่งก็ประมาณสักสี่ปีครึ่งแล้วละครับ”
“แล้วภรรยาม่ายของเขาล่ะคะเธอยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า” เลย์นรีบถามต่อทันที
“เห็นจะต้องขอโทษด้วยครับ” เขาสั่นศีรษะ “ผมไม่มีความรู้เื่นั้นเลย”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ขอบใจมาก” เลย์นกล่าวก่อนที่จะหันหลังให้เขา เดินมุ่งหน้าออกประตูไป
จุดที่เป็เป้าหมายต่อมาของเธอ คือสํานักงานหนังสือพิมพ์ประจําท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะเธอ้าจะหาประวัติของผู้ตายเมื่อห้าปีก่อนที่ผ่านมา เลย์นรู้ดีว่า ขณะนี้เธอกําลังก้าวเข้ามาใกล้จุดหมายปลายทางของการตามหาแล้ว และความรู้สึกตื่นเต้นก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เส้นทางที่เธอกําลัง มุ่งหน้าอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เส้นทางที่ยาวถึงยี่สิบปีอีกต่อไป แต่ เป็เส้นทางที่ใช้เวลาเพียงแค่ห้าปีเท่านั้น
โดยความเป็จริงแล้ว ไม่ใคร่มีผู้ใดสนใจที่จะอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ย้อนหลังกันเท่าไรนัก ดังนั้น คําขอร้องของเธอจึงดูจะเป็เื่ผิดปกติธรรมดา และเป็ที่สงสัยของผู้หญิงคนที่ทํางานอยู่ที่สํานักงานหนังสือพิมพ์แห่งนั้น แต่เนื่องจากเลย์นกําลังเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะทําการค้นหาข่าวดังกล่าว ดังนั้น เธอจึงไม่ได้ให้ความสนใจผู้หญิงคนที่นั่งจับตามองเธออยู่ด้วยความสงสัยและใคร่รู้ระคนกัน
เนื่องจากสํานักงานส่วนท้องถิ่นไม่มีเงินมากพอที่จะบรรจุข่าวสารลงไว้ในไมโครฟิล์ม ซึ่งนั่นหมายความถึงว่า เลย์นจะต้องตรวจข่าว จากหนังสือพิมพ์เก่าแต่ละฉบับ โต๊ะตัวหนึ่งถูกเก็บเอกสารทั้งหมดที่เคยตั้งอยู่ออกไปเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับเธอ และหนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงวันที่เมื่อห้าปีก่อนก็ถูกนํามาวางกองตรงหน้า เลย์นตรวจสอบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ไปแล้วถึงสองตั้งและกับอีกกว่าครึ่ง ก่อนที่จะได้พบข่าวประกาศเื่การเสียชีวิตของจอห์น เกรย์
และตอนนี้เองที่เธอได้รู้ว่า ภรรยาม่ายของจอห์น เกรย์ ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น มีชื่อเรียกกันในหมู่เพื่อนบ้านว่า “แมทตี้”
“แมทตี้...” เลย์นทวนชื่อนี้อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงว่าชื่อตามกฎหมายของหล่อนคือ มาร์ธา แต่ก็เป็ที่ประจักษ์ว่า ผู้คนในชุมชนแห่งนี้รู้จักหล่อนในชื่อว่าแมทตี้มากกว่า ซึ่งเหตุผลเดียวกันนี้ ก็ยังใช้อธิบายต่อได้อีกว่า เพราะเหตุใด จึงไม่มีผู้ใดจํามาร์ธา เทอร์เนอร์ ได้ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะรู้จักหล่อนในชื่อว่า แมทตี้ เกรย์ มาเป็เวลานานหลายปีแล้วนั่นเอง
เลย์นอ่านรายละเอียดในข่าวนั้นต่อไป ไม่ปรากฏว่ามีชื่อลูกคนใดอยู่ในข่าวดังกล่าวนี้ด้วย ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็หลักฐานประการหนึ่งว่า เธอไม่มีน้องชายหรือน้องสาวต่างบิดาอีก
สําหรับที่อยู่ของหล่อนนั้นลงไว้ว่า อ๊อกซ์ โย้ค รานซ์ โดยมีชื่อของครีด ดอว์สัน อยู่ในฐานะหุ้นส่วนของไร่ปศุสัตว์แห่งนี้
ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในยามนี้มากมายจนเหลือจะกล่าว เลย์นจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่้าลงไว้ในสมุด แม้ว่ามารดาผู้ให้กําเนิด จะไม่ได้อยู่ที่ไร่ปศุสัตว์แห่งนั้นต่อไป ก็ย่อมจะต้องมีใครสักคนหนึ่งรู้ว่า หล่อนได้โยกย้ายไปอยู่ที่ไหนแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเหลืออยู่แต่เื่ของระยะเวลาที่เลย์นจะได้พบกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว หลังจากที่รอคอยและเฝ้าตามหามาเป็เวลานานปี
ความดีใจที่เกิดขึ้น ทําให้เลย์นลุกถลาไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้า มีความรู้สึกเหมือนตนเองตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน อยากจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ แต่รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากอันอิ่มเต็มนั้น บอกให้รู้ถึงความรู้สึกเป็สุข ที่สุขที่สะท้อนออกมาให้เห็นจากภายใน
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ...” เลย์นกล่าวกับผู้หญิงคนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ผู้ซึ่งช่วยเอาหนังสือพิมพ์ทั้งหมดออกมาให้เธอได้ค้นหา
อาจจะเป็ด้วยว่า ขณะนั้น เธอกําลังตกอยู่ในท่ามกลางความปราโมทย์อย่างเหลือแสนและการหยุดพูดกับผู้หญิงคนที่เป็เ้าหน้าที่ของสํานักงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นดังกล่าว ทําให้เลย์นไม่ทันเห็นผู้ชายคนที่กําลังเดินเข้ามาในสํานักงานหนังสือพิมพ์แห่งนี้ ทันพอที่จะหลีกให้พ้นจากเขาได้ ดังนั้น ร่างของเธอจึงปะทะเข้ากับเรือนกายใหญ่โตของเขาราวกับชนกําแพงเข้าเต็มที่ แต่ฝ่ามือใหญ่ ๆ คู่นั้นก็เอื้อมมาจับเธอไว้ไม่ให้ซวนเซไป