You Are My Light 10
“เสื้อผ้าพี่ให้แม่บ้านเตรียมให้แล้วนะ นอนกันได้ใช่ไหมครับ” บอสเดินมาส่งถึงในห้องนอนเปิดไฟเปิดแอร์ให้เทคแคร์สุดๆ
“ได้ค่ะ”
“ห้องพี่อยู่ตรงข้ามนะมีอะไรเคาะเลยไม่ก็ เปิดเข้าไปเลยสำหรับตะวันพี่ไม่ถือ” เขาไม่ถือแต่ฉันถือ!
“ทำหน้าตลกอีกละ อาบน้ำนอนพักได้แล้วครับพรุ่งนี้เดี๋ยวพี่มาปลุกนะ”
“นัดกี่โมงคะ”
“แม่บอกว่าหกโมงสักตีห้าครึ่งพี่จะมาปลุกนะครับ ฝันดีนะ” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้กดริมฝีปากลงบนหน้าผากเบาๆ ก่อนจะผละออกห่าง เขาออกจากห้องไปไม่ลืมปิดประตูให้ด้วย เราสองแม่ลูกมองหน้ากันก่อนจะขำเล็กน้อย
“ไปอาบน้ำนอนได้แล้วครับ”
“ครับ”
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ฉันที่นอนไม่หลับได้แต่นอนมองลูกชายที่หลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงฉันก็ยังไม่หลับ เลยจำต้องปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปช้าๆ กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูประตูห้องนอน ผีเหรอ? ที่นี่มีผีเหรอ ฉันนอนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับแต่เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้ฉันกลัวอย่ามาหลอกกันเลยนะ ต่างคนต่างอยู่เถอะ
ฉันหลับตาภาวะนาในใจเงียบๆ แต่กระทั่งได้ยินเสียงเหมือนเสียงชัตเตอร์และมีแรงยุบตัวของที่นอนจากทางด้านหลังรวมถึงไออุ่นที่แผ่นมาจนััได้
“นอนไม่หลับหรือไงหือ?” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ทั้งท่อนแขนแข็งแรงที่ยื่นมาโอบรัดฉันไว้
“บะ บอสคะ”
“นอนเถอะดึกแล้ว” เขากระซิบเสียงงึมงำมือข้างที่ยกพาดตัวฉันก็ใช้นิ้วเกี่ยวชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างฉันและซันไชน์ที่ซุกตัวนอนกอดฉันไว้ บอสเงียบเสียงไปก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จากเดิมทีหลับไม่หลับแต่ตอนนี้กลับไม่กล้าหลับซะอย่างนั้น บอสกำลังนอนกอดฉันอยู่นะจะให้หลับได้ยังไงกัน ทั้งที่วันนี้ฉันทั้งเหนื่อยและเพลียแต่กลับไม่ได้รู้สึกง่วงเลยสักนิด นอนตาแข็งค้างไปจนถึงตีห้าเวลานี้ฉันควรจะลุกได้หรือยังนะ หรือต้องรอก่อนหรือทำยังไงดี ฉันว่าฉันควรลงไปช่วยแม่บ้านทำกับข้าวไหมอ่ะ ไม่ว่ายังไงก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว
“อือ ไปไหน” เมื่อยกแขนคนที่กอดฉันอยู่ขึ้นเขาก็ครางถามเสียงงัวเงียทันที
“ลงไปข้างล่างค่ะ”
“กี่โมงแล้ว” คนที่ซุกใบหน้าบนแผ่นหลังฉันยังถามต่อไม่มีวี่แววจะตื่นเลยสักนิด
“ตีห้าสิบนาทีค่ะ” ฉันตอบ
“เช้าจัง ไม่ต้องลงไปหรอกไปอาบน้ำล้างหน้าก็ได้” บอสบอกแบบนั้น ฉันเองก็ตกลงไม่อยากนอนกอดเขาแบบนี้นี่นาอะไรที่ทำให้เขาปล่อยได้ฉันก็ทำหมดแหละ
ใช้เวลาไม่นานก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จ ชุดนี้เป็ชุดของคุณริน ทั้งชุดเดรส ชุดชั้นใน เขินก็เขินอยู่หรอกแต่ถ้าไม่รับมาก็ไม่มีใส่ ฉันออกจากห้องน้ำก็เจอกับบอสที่นั่งพิงหัวเตียงเล่นโทรศัพท์อยู่ ฉันนึกว่าเขากลับห้องไปแล้วเสียอีก
“รอออกมาก่อนกลัวลูกกลิ้งตกเตียง”
“อ้อ ค่ะ”
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวมารับที่ห้อง” บอสบอกก่อนจะลงจากเตียง พอเขาออกจากห้องฉันก็จัดการปลุกเ้าลูกหมูของฉันให้ไปล้างหน้าแปรงฟัน ไชน์กลิ้งไปมาบนเตียงอย่างงอแงฉันเองก็เห็นใจแกอยู่เหมือนกันที่ต้องมาตื่นตอนเช้าๆ แบบนี้อยากให้ลูกตื่นสายๆ อยากให้ลูกนอนเต็มอิ่มสักวันคงดี แต่ฉันที่ยังไม่ได้นอนตอนนี้เริ่มรู้สึกมวนท้องอีกครั้งอาการแบบนี้ฉันเป็บ่อยเวลานอนไม่พอหรือไม่ได้นอน จะหายก็ต้องนอนให้หลับอย่างเดียวนั่นแหละ
“เสร็จหรือยังครับ” บอสที่หายไปเกือบครึ่งชั่วโมงโผล่กลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนสีดำมันดูจงใจยังไงไม่รู้ที่ชุดฉันเองก็เป็เดรสลูกไม้สีขาว ลูกชายฉันก็มีเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนถูกเตรียมไว้ เหมือนวางแผนไว้อย่างแยบยล
“ทำไมมองแบบนั้นครับ ลงไปข้างล่างกันเถอะ” เขาเดินเข้ามาจับมือไชน์ไว้ก่อนจะเดินนำออกจากห้องนอน ฉันคว้ากระเป๋าสะพายตัวเองรีบเดินตามหลังบอสออกจากห้องนอนทันที
“วันนี้วันเกิดอารอนนะครับลูก อย่าลืมอวยพรอารอนนะ” บอสเอ่ยบอกซันไชน์ที่ยังงัวเงียอยู่
“ครับ”
“อรุณสวัสดิ์ครับแม่ มอร์นิ่งริน” บอสเอ่ยทักทายทั้งแม่และน้องสาวอย่างอบอุ่น ทั้งสองยิ้มกว้างรับอรุณ
“อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน” เสียงคุณรอนดังมาจากด้านหลัง ทุกคนใส่ชุดโทรนสีขาวหมดเลยล่ะเหมือนนัดแนะกัน ฉันเลิกสนใจเื่ชุดและตั้งใจมองลูกชายเป็พิเศษที่ตอนนี้เริ่มงัวเงียและงอแงจะให้ฉันอุ้ม บอสเห็นท่าไม่ดีจึงยอมส่งลูกชายมาให้ฉัน
“เป็อะไรครับ” ฉันกระซิบถามเสียงเบาระหว่างที่คนอื่นๆ กำลังเตรียมตัวขึ้นรถ ตอนนี้หกโมงนิดๆ แล้วเห็นว่าวัดที่จะไปอยู่ชานเมืองเลยต้องรีบออกเดินทางก่อนถึงเวลาฉันเช้า บอสและครอบครัวใช้รถตู้ขนาดใหญ่ในการเดินทางมีคนขับรถและป้าแม่บ้านนั่งอยู่ด้านหน้า คุณรอนนั่งคู่กับคุณหญิง คุณรินนั่งเบาะเดี่ยวส่วนฉันกับลูกนั่งด้านหลังสุดโดยมีบอสมานั่งด้วย ไชน์
ไม่ยอมนั่งที่เบาะฉันจำต้องนั่งให้นั่งบนตักและให้ลูกซบบนอกจนหลับอีกครั้ง
“เมื่อคืนหลับไหม” บอสกระซิบถามมือยกโอบไหล่ฉัน อยากจะปรามแต่ว่าไม่มีแรงเลยทั้งหิวและง่วงมากจริงๆ
“ว่าไงครับ” เขาถามย้ำฉันจึงส่ายหน้าแทนการตอบด้วยการออกเสียง
“งั้นกลับจากวัดก็นอนพัก”
“หนูอยากกลับบ้านแล้วค่ะ อยากกลับไปนอน ที่นั่นไม่ใช่บ้านก็นอนไม่หลับ”
“แล้วงานเลี้ยงตอนเย็นล่ะหือ? รอนอยากให้ตะวันกับลูกอยู่ด้วยนะ” ฉันเป็แค่คนนอกนะ แค่ฉันกับลูกไม่อยู่งานก็ดำเนินไปได้อยู่แล้ว
“นะครับ เดี๋ยวตอนเย็นจะออกไปส่ง นะครับอยู่ด้วยกันก่อนนะ”
“ค่ะ”
You are my light 5
การทำบุญใน่เช้าผ่านไปอย่างราบเรียบ ครอบครัวบอสน่ารักดีนะทุกคนดูใส่ใจและแคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างมากจริงๆ เราถวายอาหารเสร็จก็เดินไปให้อาหารปลาที่อยู่คลองข้างวัด บอสเดินจูงมือไชน์แต่ใช้มืออีกข้างจับมือฉันไว้ ฉันดึงออกครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เขาก็ยังจับมือฉันไว้อย่างเดิม
“บอสคะ”
“ครับ”
“ช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ” ฉันบอกเขา แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่อยากรับรู้เพราะเขาเปลี่ยนเื่คุยแทน
“มื้อเช้าอยากทานอะไร ทานข้างนอกไหมหรือกลับไปทานที่บ้านดี” เพิ่งรู้ว่าบอสก็มีมุมหน้ามึนอย่างคนอื่นเขาด้วย
“อยากกลับบ้านค่ะ บ้านหนู”
“ไม่เอาน่า เราคุยกันแล้วไงครับ ตอนเย็นนะเดี๋ยวไปส่ง” เขายังยืนยันคำเดิม ฉันถอนหายใจก่อนจะบอกเขาไปช่วยเข็นรถเข็นคุณรอน เขามองอย่างชั่งใจแต่ก็ยอมไปทำตามที่ฉันขอร้อง พอเป็อิสระฉันก็ชะลอเท้าเดินให้ช้าลงให้ครอบครัวเขาได้อยู่ด้วยกัน อ้อ ตัดลูกชายฉันที่ถูกอุ้มติดมือไปร่วมวงด้วยนะ
“ดีจังเลยนะคะ ที่คุณตะวันมาด้วย”
“คะ?” ฉันหันกลับมามองข้างตัว ที่ตอนนี้ป้าแม่บ้านขยับมาเดินข้างๆ
“ปกติวันนี้คุณโรมจะนิ่งแทบจะไม่คุยกับใครเลยค่ะ แต่วันนี้คุณโรมยิ้มแล้วยังหัวเราะด้วย”
“...” คือ บอสพูดเยอะอยู่แล้วนะ ทำไมถึงบอกว่าบอสไม่ค่อยคุยล่ะ
“ที่จริงคุณโรมก็เงียบและไม่ค่อยพูดคุยกับคนที่บ้านเท่าไหร่หรอกค่ะั้แ่เข้ารับตำแหน่งแต่เกือบๆ ปีแล้วมั้งนะที่เริ่มกลับมาพูดคุยแล้วยังพูดถึงคุณตะวันด้วย คุณหญิงดีใจมากที่คุณโรมเริ่มกลับมาเปิดใจให้ครอบครัว” ฉันไม่รู้เื่ครอบครัวพวกเขาหรอกนะว่าเคยมีเื่ราวอะไรเกิดขึ้นแต่พอได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกดีตามไปด้วย
“ม้าครับ!” เสียงลูกชายดังขึ้นฉันหันไปมองก็เห็นว่าครอบครัวบอสหยุดยืนที่จุดให้อาหารปลา
“ครับ”
“ไชน์ให้อาหารปลาได้ไหม” ไชน์ขอเสียงอ้อน ฉันหยักหน้าให้ยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ลูกชายที่ยังยืนคู่กับบอส บอสมองฉันพร้อมกับยิ้มบางๆ เื่บอสฉันยังข้องใจเพราะฉันไม่เคยเจอเขาฉันมั่นใจแล้วเขาจะมาพูดเื่ฉันได้ยังไง เื่ของเขาตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยาสารก็มีเพียงเื่งานเท่านั้น ไม่เคยมีเื่เสียหายหรือเื่ครอบครัวเขาเลย
“อย่าเข้าไปใกล้มากนะลูก เดี๋ยวตกลงไปนะ” ฉันบอกไชน์มือก็จับลูกไว้ด้วยความเป็ห่วง
“ครับ!”
“ตะวันครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพอเงยหน้าก็เห็นว่าบอสกำลังมองฉันอยู่
“ค่ะบอส”
“ไม่เรียกบอสแล้วได้ไหม” อ้าว ทำไมเป็แบบนี้ล่ะจู่ๆ จะมาให้เลิกเรียกบอส แล้วเขาจะให้ฉันเรียกว่าอะไร
“แล้วต้องเรียกว่าอะไรคะ” ฉันถามกลับด้วยความสงสัย
“โรม เรียกโรมเฉยๆ ก็ได้”
“ไม่ได้หรอกค่ะ บอสอายุเยอะกว่าหนูจะให้เรียกชื่อแบบสนิทสนมคงไม่เหมาะสม เรียกบอสแบบเดิมนั่นและค่ะดีแล้ว”
“ที่ทำงานเรียกบอสก็ได้ แต่อยู่ข้างนอกไม่เรียกบอสได้ไหมครับ” อย่านะ! อย่ามาใช้เสียงนุ่มๆ เอ่ยเรียกฉันนะ
“ตะวัน”
“ก็บอสแก่กว่าจะให้เรียกแบบนั้นได้ยังไงกันคะ มันไม่เหมาะสม” ฉันบอกเขาไป แต่ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดแปลกไปบอสถึงได้ทำหน้าตึงแบบนั้นไหนจะหันกลับไปถามแม่เขาแบบนั้นอีก
“แม่ครับ ผมแก่มากเลยเหรอ”
“ฮะ? ไม่นะลูก” คุณหญิงตอบลูกชายพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู แต่น้องชายและน้องสาวของบอสนี่สิหัวเราะคิกๆ กันอย่างขำขัน
“ก็น่าจะแก่อยู่นะ แก่กว่าน้องตั้งแปดปี” คุณรินเอ่ยแซว
“มีแฟนเด็กต้องทำใจนะพี่ชาย” คุณรอนเองก็ร่วมวงแซวบอส แต่ว่าฉันไม่ได้หมายถึงเขาแก่แบบนั้นนะ ฉันหมายถึงเขาอายุเยอะกว่าฉันจะให้เรียกแบบสนิทก็ไม่เหมาะสมไง ไม่ได้หมายถึงเขาแก่แบบคนแก่อ่ะ โอ๊ยนี่บอสเก่งทุกเื่แต่พอเป็เื่นี้ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้ล่ะ
“อ่า ควรทำยังไงดีทำไมผมแก่จัง” บอสหันมามองหน้าฉันด้วยความกังวลที่ฉายชัดผ่านสายตาเขา
==================
นั่งขำนานมาก จะจีบเด็กก็ต้องกลัวแก่เป็ธรรมดาอ่ะนะบอส เอ็นดูบอสจริงๆ