ด้านฟรอสที่ค่อยๆคิดทบทวนเื่ต่างๆ เพื่อตั้งสติตอนนี้เขาและซีนเปลี่ยนสถานที่มายังห้องภายในโรงแรม เขาชำเลืองมองซิลเอริคที่ไม่รู้สึกรู้สาแล้วถอนหายใจครั้งหนึ่ง
“พี่ชาย พี่รู้ไหมว่าพี่โชคดีขนาดไหนที่ไม่ได้ไปถามพวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าเืนั่น” ฟรอสลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขาเบนสายตาไปยังเซอร์ไวรอสที่กำลังดื่มน้ำอยู่หน้าตู้เย็น
“มองไรเ้าเปี้ยก ถึงพวกข้าจะดื่มเืก็ใช่ว่าจะไม่้าน้ำนะเห้ย เดี๋ยวพ่อปั๊ดฝังเขี้ยวเลยนี่” เซอร์ไวรอสแยกเขี้ยวขู่ฟรอสจึงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแหย
“แล้วเหตุใดข้าถึงโชคดีเล่า?” ซิลเอริคถามพลางมองเซอร์ไวรอสที่หดเขี้ยวเก็บไปแล้วเขาหยิบถุงเืมาฉีกใส่แก้วใสอีกใบในขณะที่ฟรอสกำลังมองอย่างสนอกสนใจ
“อ...อ๋อ ก็พี่ไม่รู้เลยเหรอว่าการที่ผู้เล่นมีสัตว์อสูรระดับนี้อยู่ในมือมันอันตรายมากแล้วอีกอย่างของในตลาดไม่สามารถผนึกสัตว์อสูรระดับนี้ได้หรอกมีแต่จะโดนหลอกขายเปล่าๆ” ฟรอสหันกลับมาตอบซิลเอริค ก่อนจะหันกลับไปมองเซอร์ไวรอสต่อเมื่อเ้าค้างคาวตัวแสบเห็นนายตนนั่งคิดอะไรอยู่จึงเอ่ยเรียก
“เฮ้! ซิลเอริค” ทันทีที่เ้าของชื่อหันมาเซอร์ไวรอสจึงยื่นแก้วเืในมือให้ฟรอสมองการกระทำของเซอร์ไวรอสด้วยความไม่เข้าใจ
“มีอะไร?” ซิลเอริคแสร้างขมวดคิ้วไม่เข้าใจแม้ในใจเขาจะรู้ดี
“อย่ามาทำหน้ามึนกินไอ้นี่เข้าไปแล้วรีบๆ เตรียมตัวเดินทางได้แล้ว” เซอร์ไวรอสเดินไปนั่งที่บนแขนเก้าอี้ของซีน ต่างจากฟรอสที่รีบร้องห้าม
“เฮ้ย! พี่ชายอย่ากินนะนั่นมันเืจริง” ฟรอสร้องห้าม ซิลเอริคจึงจับปากแก้วหมุนเบาๆ เพื่อดูตะกอนก่อนจะดมกลิ่นเล็กน้อย
“นี่เป็เืจริงดั่งที่เ้าว่า” เขาจ้องมองตะกอนก้นแก้ว ถึงแม้กลิ่นจะแปลกๆ แต่ก็เป็กลิ่นเืแน่ แล้วเหตุใดเด็กชายถึงรู้ได้เล่า?ในเมื่อเขาก็ไม่ใช่ปีศาจ
“ใช่ไหมล่ะ! เพราะงั้นพี่ทิ้งไปเหอะ” ฟรอสแนะนำ ซิลเอริคจึงถอนหายใจ
“อืม ข้าคงต้องทิ้งดังเ้าว่านั่นแหละ” ซิลเอริคทำท่าราวกับเห็นพ้องแม้ในใจจะเสียดายนักแต่การที่เขาจะมาลิ้มชิมรสเืในแก้วคงเป็เื่แปลกของมนุษย์
เซอร์ไวรอสที่เห็นซิลเอริควางแก้วลงบนโต๊ะจึงเริ่มไม่พอใจเขาคว้าแก้วนั้นขึ้นมากระดกเข้าปากตัวเองก่อนจะหันไปมองหน้าเ้านายหนุ่มที่ยังคงคุยกับสหายใหม่ตรงหน้ามือหนาเอื้อมไปช้อนคางเนียนของซิลเอริคให้หันมาทางตน โดยไม่สนใจท่าทางงุนงงของเขาแต่น้อยริมฝีปากของเซอร์ไวรอสประกบเข้ากับริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแแ่ เืที่เคยอยู่ในแก้วถูกส่งเข้าลำคอคนตรงหน้าฟรอสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงต่างจากซิลเอริคที่เพียงเลิกคิ้วสูงเมื่อเืหมดแล้วเซอร์ไวรอสจึงถอนปากของตนออก
“ถ้าข้าบอกให้กินก็ต้องกิน” เซอร์ไวรอสคำราม
“เช่นนั้นเ้าก็พูดดีๆ สิ ไยต้องมาป้อนข้าเช่นนี้ด้วย” เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจนัก ก่อนจะหันมาทางฟรอสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ด..เดี๋ยว...เดี๋ยวดิ..” ฟรอสได้แต่อ้าปากพะงาบๆเขาคิดว่าซิลเอริคจะขัดขืนกับการกระทำของเซอร์ไวรอส แต่กลับไม่เป็เช่นนั้นชายตรงหน้ากลับยินยอมให้อสูรตนประกบปากราวกับเป็เื่ปกติ
ท่าทางของฟรอสทำให้ซิลเอริคฉงนแค่ป้อนอาหารทางปากมันเป็เื่แปลกของมนุษย์หรือ? สำหรับพวกเขาสิ่งที่เซอร์ไวรอสทำเป็เื่ปกติยิ่งนัก
การจูบของปีศาจต่างจากมนุษย์หากพวกเขาไม่กางเขี้ยวและใช้ลิ้นก็มิต่างจากเป็การป้อนอาหาร ดั่งพ่อแม่นกที่คาบอาหารมาให้ลูกแน่นอนว่าสำหรับซิลเอริคนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์นี้ ทุกครั้งที่สมาชิกในบ้านป่วยหนักก็มักจะป้อนเืกันทางปากเพียงแต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ถูกคนนอกบ้านกระทำเขาจึงแปลกใจเล็กน้อย
“พ..พี่ชาย.. พี่ไม่คิดขัดขืนอะไรเลยหรอ” เด็กชายถามตะกุกตะกัก
“จำเป็ต้องขัดขืนด้วยหรือ ในเมื่อนี่เป็เพียงการป้อนเืเท่านั้น?” เขาขมวดคิ้วสงสัย การพูดจาที่ราวกับเป็เื่ธรรมดายิ่งทำให้ฟรอสเริ่มปวดหัว
“ใช่ ข้าไม่ได้เอาเขี้ยวออกมาเสียหน่อย” เซอร์ไวรอสปาดเืที่เลอะคางตนออกมาเลีย คำพูดของเขาทำให้ซิลเอริคแปลกใจเหตุใดโปรแกรมอย่างเซอร์ไวรอสจึงรู้เื่นี้ล่ะ? หรือเพราะบรรพบุรุษของมนุษย์เคยเล่าขานเื่นี้เกมเลยออกแบบมาเช่นนี้
“เขี้ยว?” ฟรอสฉงน ซิลเอริคจึงเผลอตัวอธิบาย
“สำหรับปีศาจ หากไม่เอาเขี้ยวออกมาจะไม่เรียกว่าจูบ ..อ..เออ..พอดีเห็นมันเขียนไว้ที่ป้ายหน้าถ้ำน่ะ” เขารีบแก้ตัวเมื่อเห็นฟรอสเผยท่าทีสงสัย
ปี๊ด---- ปิ๊ด----
‘เกมได้รับการรบกวนจากภายนอก จะทำการล็อกเอาท์อัตโนมัติภายในเวลาสองชั่วโมงในเกม’
“ฮะ?” ซิลเอริคหลุดร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ..ใครมากวนเขากันนะ?
“มีอะไรเหรอพี่ชาย?” ฟรอสถามทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเอียงคอไปมา
“มีใครรบกวนจากภายนอกน่ะ” เขาเกาหัว
“งั้นพี่ก็ล็อกเอาท์เลยสิ ไหนๆ ก็จะเดินทางไกลแล้วผมเองก็จะได้ออกไปพักบ้าง” ฟรอสยิ้มแป้น ทำให้ซิลเอริคได้แต่เออออ
“อืม เอาตามนั้นแล้วกัน” เมื่อเห็นซิลเอริคทำท่าจะล็อกเอาท์ เซอร์ไวรอสจึงร้องลั่น
“เฮ้ยๆๆ แล้วข้าล่ะ?!” เขาโวยวายลั่น
“จริงสิ งั้นนายก็รออยู่นี่ก็แล้วกัน ยังไงตอนนี้ก็ผนึกไม่ได้อยู่ดี” ฟรอสเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทำให้เซอร์ไวรอสเริ่มรู้สึกไม่พอใจ
“ค่าห้องเท่าไร ข้าจะได้ช่วยออกให้” ซิลเอริคถามฟรอสจึงบอกราคากับไปในทันที
“งั้นอีกสักสี่ห้าชั่วโมงนับจากเวลาจริง เราค่อยเจอกันนะพี่ชาย” เขานัดหลังจากที่ได้รับเงินมาแล้ว ซิลเอริคจึงพยักหน้าก่อนจะหันไปทางเซอร์ไวรอส
“เ้าก็อย่าก่อเื่ล่ะ ้าใช้เงินหรือ้าอะไรก็หยิบเอาได้เลย” ซิลเอริคหันไปสั่งเซอร์ไวรอสที่ล้มตัวลงนอนบนเตียง ก่อนเขาจะออกจากเกมไป
ซีนกระพริบตาปริบๆเพื่อปรับสายตาตัวเองให้เข้ากับภายนอก ตอนนี้ร่างของเธอกลับมาบอบบางและมีทรวดทรงตามเดิมของซินเอน่าตามเดิมเสียงะโโหวกเหวกโวยวายที่ดังเข้ามาในหูทำให้เธอฉงน มือบางค่อยๆถอดเครื่องเกมออก ก่อนจะพยุงตัวขึ้นมาและเหยียดกายเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า
“มาแล้วหรือเ้าตัวแสบ!” เสียงห้าวคุ้นหูตวาดลั่นทำเอาซีนสะดุ้งเฮือกก่อนจะค่อยๆ หันไปด้านข้าง ภาพของโซลและซีโร่ที่กำลังนั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ตรงหน้าร่างสูงทำให้เธอหน้าถอดสีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้มาใหม่ ผมสีม่วงอมดำของเขายาวสยายถึงเข่าั์ตาสีแดงฉานดั่งเืเต็มไปด้วยความดุดัน ริมฝีปากซีดเม้มแน่นอย่างไม่สบอารมณ์
“ท...ท่าน..ท่านพี่เซส” ซีนอ้าปากพะงาบๆทันทีที่เห็นอีกฝ่าย
“เอกสารนี่คืออะไร!” เขาตวาดลั่นและชูเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะของเขาทันทีที่เห็นเอกสารฉบับนั้นซีนจึงเผยยิ้มแหย
“เอกสารรายงานเื่รอยแยกมิติยังไงล่ะข้าเห็นท่านไม่อยู่เลยวางทิ้งไว้บนโต๊ะ” ซีนตอบเสียงแ่ราวกับมันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
“เื่ด่วนขนาดนี้ทำไมเ้าไม่รายงานข้าโดยตรง!” เซสตวาดลั่นจนหญิงสาวได้แต่ก้มหน้านิ่งตัวสั่นไม่กล้าพูดอะไรท่าทางของเธอทำให้อีกสองแฝดต้องรีบลุกมาห้ามพี่โต
“ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งโมโหไป เราค่อยๆ คุยก็ได้” โซลพยายามโน้มน้าวให้พี่ชายตนใจเย็นลง
“ใช่ๆ ท่านก็เห็นว่าซีนสำนึกผิดแล้ว ข้ากับโซลก็ต่อว่านางไปแล้วรอบหนึ่ง” ซีโร่ช่วยพูด คงมีแค่เวลานี้ที่พวกเขาจะร่วมมือกัน
“นั่นสิ! ท่านพี่มานั่งนี่ก่อน เดี๋ยวพวกข้าจะไปเอาเืเย็นๆมาให้!” โซลพยายามดึงแขนพี่ชายตนให้มานั่งบนเก้าอี้ทว่าเขากลับสะบัดแขนออก
“ไม่ต้อง!! พวกเ้าเองก็ด้วย ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าพวกเ้าเอาใจน้องมากเกินไปแล้ว!” เซสหันไปตวาดสองแฝดหนุ่ม ทำเอาพวกเขาถึงกับหงอ
“ท่านพี่! ได้โปรดอย่าโทษโซลกับซีโร่เลยทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเองข้ารู้ว่าหากรายงานท่านโดยตรงท่านคงไม่ยอมให้พวกข้าเล่นเกมนี้แน่” เสียงใสดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าพี่โตเริ่มหันไปต่อว่าแฝดชายทั้งสอง
“ฮึ! ก็รู้ตัวดีนี่ว่าผิดเช่นนั้นข้าจะใจดีฟังเ้าหน่อยแล้วกัน” เซสเดินมายืนตรงหน้าซีน เธอจึงยอมอธิบายเื่ราวทั้งหมดเหมือนกับที่เล่าให้โซลและซีโร่ฟังทว่าใบหน้าของเซสกลับเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฟังจบเขาจึงถามขึ้นทันที
“เอกสารกับเื่ที่เ้าว่ามามีพิรุธมากเกินเ้ากล่าวว่าพบรอยแยกในเส้นทางที่เ้าเดินผ่านขณะกลับบ้านแต่เส้นทางระหว่างคฤหาสน์กับกระทรวงการคลังล้วนมีแต่เส้นทางที่พลุกพล่านไม่มีทางที่เ้าจะพบรอยแยกได้โดยไม่มีใครรู้” คำถามของเซสทำให้โซลและซีโร่หันไปมองซีนทันทีทว่าเ้าตัวกลับเผยท่าทีเลิ่กลั่ก
“คือ..ข้า..ข้าสารภาพก็ได้เมื่อวานข้าเครียดเื่ที่ทำงานเลยบินร่อนอยู่ในป่า แต่ดันได้กลิ่นแปลกๆ จึงบินไปตามกลิ่นนั้นแล้วจึงพบว่าต้นตอของกลิ่นมาจากรอยแยกมิติด้านหน้าของรอยแยกมีกลุ่มคนกำลังพูดคุยกัน ข้าไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็เผ่าใดพวกเขาใส่เสื้อผ้าแปลกตาข้าเห็นพวกเขาสนทนากันอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในป่า นอกเหนือจากนั้นก็เป็ไปตามที่เขียนในรายงั้นนั่นแหละ” ซีนก้มหน้าก้มตาอธิบาย
“เ้ามิได้โป้ปดใช่หรือไม่” เซสถามเสียงเครียดซีนจึงพยักหน้ายืนยัน
“หากมิติที่เ้าเข้าไปเป็มิติมนุษย์ เช่นนั้นแปลว่าพวกนั้นก็มีสิทธิเป็มนุษย์ใช่หรือไม่” เซสย้อนถามน้องสาว
“ข้าไม่กล้าการันตีเพราะข้าไม่เคยพบมนุษย์มาก่อน ข้ารู้เพียงคนพวกนั้นไม่มีพลังเวทอยู่ในกายและข้าไม่เคยเห็นหน้าพวกมันสิ่งเดียวที่ข้ารู้สึกจากพวกมันคือความโลภอันแรงกล้าและจิตมุ่งร้าย” ซีนรายงาน
“เ้าพวกนั้นคงเป็มนุษย์แน่”โซลครุ่นคิด
“แน่ล่ะสิ มีแต่เ้าพวกมนุษย์เท่านั้นที่อะไรเช่นนี้ได้! นี่พวกมันกล้าละเมิดสนธิสัญญาของโลกงั้นหรือนี่!” เซสคำรามลั่น ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ด้วยโทสะ ก่อนจะหันกลับมาทางซีน
“แล้วทำไมเ้าไม่รายงานข้าเื่นี้”หญิงสาวยิ้มแหยก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“เพราะพวกท่านมีงานเยอะมากข้าจึงคิดว่าจะไปตรวจสอบดูเองก่อน แน่ใจแล้วจะแจ้งท่าน” คำตอบนั้นทำให้พี่ชายทั้งสามกุมขมับเขารู้ดีว่าน้องเล็กเป็ห่วงพวกเขา แต่หากเกิดอะไรขึ้นมาจะไม่ทันการ
“ซีนพวกข้าขอบคุณในความหวังดีของเ้า แต่ไม่ว่าจะพบเห็นอะไรเ้าต้องรายงานข้า หากเ้าหายไปอีกคนพวกเราได้บ้าคลั่งแน่”เขากล่าวกับน้องสาวคนเล็ก ก่อนจะลูบศีรษะเพื่อปลอบประโลมแล้วลุกขึ้นยืน
“อย่าทำอะไรโดยพละการข้าจะนำเื่นี้ขึ้นที่ประชุมโดยเร็ว” เซสกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดก่อนจะเดินออกไปซีนหันไปถามพี่ชายฝาแฝดด้วยความไม่เข้าใจ
“เหตุใดทำไมท่านพี่จึงต้องเครียดขนาดนั้น?” คำถามของเธอทำให้โซลและซีโร่ถอนหายใจ
“เพราะรอยแยกมิติอาจไม่ใช่เื่บังเอิญ” โซลตอบ
“ไม่แน่มันอาจเกี่ยวข้องกับหายตัวไปของปีศาจก็เป็ได้” ซีโร่เกาศีรษะ
“แล้วจะมีเหตุผลอะไรให้มนุษย์ทำเช่นนั้น? พวกเขาเป็คนเรียกร้องการแบ่งแยกมิติเองนี่ แล้วพวกเขาก็ไม่มีพลังเวทมาต่อกรกับเราด้วย” มันย้อนแย้งเกินไปไหม?
“ไม่รู้สิ นี่มันก็กว่าห้าพันปีแล้วไม่แน่เื่ราวของพวกเราอาจเป็เพียงนิทานปรัมปรา” โซลตอบอีกครั้ง ซีนจึงได้แต่ถอนหายใจ
“ว่าแต่ในเกมพวกเ้าเป็เช่นไรกันบ้าง?” ซีนเปลี่ยนเื่เมื่อพวกเขาไม่สามารถหาคำตอบได้
“ข้าเพิ่งออกมาจากเมืองคนเดียวน่ะ” โซลยิ้มจางๆ
“ส่วนข้าก็ไปกับดาวเหนือเ้ารู้ไหมว่าไอ้หมาบ้าลูการ์มันชอบไปลากสัตว์อสูรมาวิ่งไล่พวกข้า จนพลังเวทข้าถึงกับหมด แค่นั้นยังไม่พอเ้าหมาโง่นั่นยังไม่ยอมกลับเข้าแหวนด้วย จริงสิ... ข้าต้องรีบกลับเข้าเกมแล้ว ดาวเหนือรออยู่เดี๋ยวจะนานเกิน” ซีโร่โวยวายก่อนจะนึกขึ้นได้ ทำให้ซีนยิ้มแหยๆ
“แล้วเ้าล่ะเป็อย่างไรบ้าง” โซลถามพร้อมลูบศีรษะน้องสาวตนอย่างเอ็นดู
“ตอนแรกข้าเดินทางไปพร้อมพวกซีโร่แต่บังเอิญข้าโดนสัตว์อสูรเขวี้ยงปลิวจนไปเจอเควสเผ่าแวมไพร์ จึงขอให้NPCช่วยส่งเควสนี้ไปให้พวกเ้าด้วย เพราะเควสนั่นทำให้ข้าได้เซอร์ไวรอสมาเป็สัตว์เลี้ยงตอนนี้ข้ากำลังจะเดินทางไปพร้อมกับฟรอสพ่อค้าที่บังเอิญเจอกันน่ะ” ซีนอธิบายอย่างรวดเร็ว พลันเปลวเพลิงสีน้ำเงินจึงลุกโชนขึ้นบนมือโซลดวงตาสีม่วงถลึงตามองซีโร่ด้วยโทสะ
ผลั้วะ! โครม!
โซลเหวี่ยงหมัดที่คลุมไปด้วยเวทเพลิงใส่หน้าซีโร่แรงจนใบหน้าอีกฝ่ายถึงกลับปลิวไปกระแทกกำแพงซีโร่ลูบแก้มข้างที่มีแผลไฟไหม้ เขามองโซลอย่างไม่ชอบใจนัก
“ซีโร่!” ซีนร้องลั่น โซลพุ่งเข้าไปหาและง้างหมัดหวังจะต่อยอีกครั้งแต่ครานี้ซีโร่กลับรับไว้ได้พร้อมกับเปลวไฟสีแดงในมือของเขาที่ต้านเพลิงของโซลไว้
“ข้ายอมให้แค่หมัดเดียวเท่านั้น!” ซีโร่คำราม เขาจ้องเข้าไปยังดวงตาสีม่วงของอีกฝ่ายโซลจึงกระชากมือกลับมา
“โซลเื่นี้ซีโร่ไม่ผิดนะ ข้าเป็คนเข้าไปช่วยดาวเหนือเอง ซีโร่เองก็ห้ามข้าแล้วด้วย” ซีนท้วงโซลจึงนิ่งไปแล้วหันหลังให้ทั้งคู่
“เช่นนั้นข้ากลับเข้าเกมก่อนแล้วกัน” โซลพูดแล้วเดินไปที่เครื่องเกมทันทีท่าทางของเขาทำให้อีกสองแฝดงุนงง
“เ้านัดดาวเหนือไว้กี่โมง” ซีนถาม
“น่าจะอีกสักชั่วโมงน่ะ เห็นดาวเหนือว่าจะไปกินข้าวก่อน” ซีโร่เดินไปหยิบแก้วเืมาดื่ม พร้อมกับแผลที่ค่อยๆ สมาน
“อะไรกัน เช่นนั้นข้าก็ต้องรอคนเดียวร่วมสี่ชั่วโมงเลยสิ” เธอโวยวาย
“ไม่รู้เว้ย! เ้านัดกันเองนี่ ระหว่างนี้เ้าก็ไปเดินเที่ยวนอกคฤหาสน์สิ!” ซีโร่แนะนำ
“ชิ! ข้าไปก็ได้ ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” ซีนทำหน้างอพลันะโออกไปนอกหน้าต่าง ซีโร่ปรายตามองเธอเล็กน้อย เขาหาววอดก่อนจะเดินไปยังห้องนอนตนทว่าดวงตากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่ง
ซีนที่ออกมาเดินเล่นในเมืองฆ่าเวลาก็ต้องรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเมื่อเหล่าปีศาจต่างมองเธอแล้วซุบซิบกันตลอดทาง ในมิติปีศาจมีเพียงปีศาจชั้นสูงเท่านั้นที่จะสามารถคงรูปลักษณ์ที่สวยสง่ากว่ามนุษย์ได้อีกทั้งตระกูลของเธอเองก็ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ไม่แปลกหากเธอจะกลายเป็จุดสนใจเมื่อมาเดินในตลาดสามัญ
“ซินเอน่า!” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลังทำให้เธอต้องหันไปมองอย่างอารมณ์เสียทว่าเมื่อเห็นว่าใครเป็คนเรียกเธอ ดวงตาสีม่วงจึงก็โผลงก่อนจะเริ่มวิ่ง
ทันทีที่ร่างสูงเ้าของผมและั์ตาสีดำสนิทเห็นเ้าของชื่อวิ่งหนีตนเขาจึงวิ่งตามไป ชุดสีดำสนิทและผ้าคลุมสีแดงปลิวสะบัดตามแรงลมที่เข้าปะทะ เขาคว้ามือหญิงสาวเอาไว้ได้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าซีนพยายามฝืนแรงแต่กลับไม่เป็ผล
“เฮ้อ! ซีน เมื่อไรเ้าจะเลิกหนีข้าสักที เ้ารู้ไหมว่าข้าเ็ปขนาดไหนที่เ้าพยายามหนีไปจากข้าน่ะ” เขาถอนหายใจอย่างเศร้าใจแล้วจ้องมองหญิงสาวในมือด้วยสีหน้าเ็ป
“ก็เมื่อตอนที่เ้าเลิกยุ่งกับข้าไง ปล่อยข้านะ!แล้วเ้าก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อนั้นด้วย” ซีนโวยวายแล้วพยายามสะบัดมือออกจากชายหนุ่ม เธอเรียกเปลวไฟสีดำขึ้นมายังมืออีกข้างแต่ชายหนุ่มกลับจับมันไว้
“คิดทำร้ายรัชทายาทแห่งราชอาณาจักรมันผิดกฎดินแดนนะ” เขายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วบีบมือบางที่เรียกเปลวไฟสีดำขึ้นมา
“โอ๊ย!” ซีนร้องด้วยความเ็ปพลันเพลิงสีดำจึงหายไป
“เอาล่ะ! ไหนๆ วันนี้ก้างทั้งสองตัวนั่นก็ไม่อยู่พวกเราไปเดทกันดีกว่านะซินเอน่าที่รัก!” เขายิ้มแล้วเอ่ยเชิญชวนแกมบังคับกับหญิงสาวทว่าเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อดวงตาของซีนก็ต้องเบิกกว้างกับบางสิ่งด้านหลัง จิตสังหารพวยพุ่งทำให้รัชทายาทหนุ่มล่วงรู้ได้ทันทีว่านางเห็นอะไร
“จมูกไวชะมัดเลยแหะ” องค์ชายหนุ่มะโหลบกงเล็บของชายด้านหลัง
“วีเนส! อย่าหนีนะโว๊ยยย เ้ากล้าดียังไงมาลวนลามน้องข้า” ซีโร่คำรามลั่นเขาแยกเขี้ยวพร้อมกับดึงร่างซีนมาหลบหลังตน วีเนสที่ะโไปบนต้นไม้จึงใช้มือหนามาแตะที่คางตัวเองพลางทำท่าทางครุ่นคิด
“ไหนคนของข้าบอกว่าเ้าไปนอนแล้วมิใช่หรือ” วีเนสถาม
“ก็หลังจากที่ข้าเห็นไอ้ค้างคาวเฮ็งซวยของเ้า ข้าก็รู้เลยว่าเ้าคิดจะทำอะไร!” ซีโร่โวยวายแล้วกางเล็บสีดำออกมา
“ว้า! เช่นนั้นคราวหน้าข้าจะต้องใช้ค้างคาวที่ฉลาดกว่านี้สินะ” วีเนสแสร้งทำท่าผิดหวัง
“จะกี่ตัวข้าก็จะฆ่าให้หมดเ้าเพื่อนเวร!” ซีโร่คำราม
“เฮ้ออ ซีโร่นี่เ้าจะขัดขวางข้าทำไม? เ้ารู้ไหมว่าการกระทำของเ้าจะทำให้ซินเอน่าขึ้นคานได้เลยนะแต่ก็อย่างว่าแหละ ต่อให้ซินเอน่าขึ้นคานจริง ข้าก็จะรีบไปดึงนางลงมาอยู่ข้างกายข้าทันที” วีเนสนั่งยองๆ บนกิ่งไม้พร้อมทำท่าไม่เข้าใจและเพ้อฝัน
“เพราะอย่างเ้ามันไม่คู่ควรกับซีนไงล่ะโว้ย!” ซีโร่ะโลั่นด้วยโทสะยิ่งทำให้วีเนสไม่เข้าใจ เขาเริ่มนับนิ้วตน
“ยศข้าก็มี เงินข้าก็มี พลังข้าก็มี อำนาจข้าก็มี ความจริงใจข้าก็มีหน้าตาข้าก็ติดอันดับต้นๆ ของดินแดน แถมข้าก็ยังไม่มีคู่ครอง แล้วข้าขาดอะไรวะ?” วีเนสถาม ทำเอาซีโร่แทบขาดสติ
“นิสัยไงเล่าไอ้เพื่อนนรก!” ซีโร่แหกปากลั่น ก่อนจะดึงซีนให้ะโหนีไป
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ซีโร่เดินตึงตังด้วยความโมโหกับพฤติกรรมเพื่อนตนที่คิดจะมาจีบน้องสาวเขา เมื่อหันไปมองร่างบางก็พบว่าซีนกำลังกุมข้อมือข้างที่ถูกวีเนสบีบ ซีโร่ที่เห็นดังนั้นจึงถามขึ้น
“เ้าเจ็บมากไหม?” ซีนเงยหน้ามองพี่ชายแล้วส่ายหน้าช้าๆ
“ถ้าที่ข้อมือน่ะข้าไม่เจ็บมากหรอก แต่ข้าเจ็บใจมากกว่า” เธอกัดฟันคับแค้นใจ ซีโร่จึงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้ววางมือบนศีรษะของเธอ
“ซีโร่! ทำไมข้าถึงสู้เ้านั่นไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่พลังของข้าก็เหนือกว่าบุรุษหลายคนนัก” ซีนกัดฟันพูดอย่างแค้นใจ
ทำไมชีวิตเธอถึงต้องมาเจอเื่เช่นนี้ใบหน้าที่งดงามและฟีโรโมนของซัคคิวบัสทำให้พวกเธอใช้ชีวิตได้ลำบากนัก
“มันก็แหงสิ! ยังไงเ้าก็เป็สตรีจะไปสู้แรงบุรุษได้อย่างไรเล่าแค่เ้าล้มบุรุษกว่าครึ่งอาณาจักรก็เยี่ยมมากแล้ว แถมไอ้งั่งนั่นเป็รัชทายาทเชียวนะไม่ติดว่ามันเกรงใจตระกูลเรา ป่านนี้มันคงเหยียบพวกข้าแบนแล้ว!” ซีโร่ตะคอกอย่างไม่สบอารมณ์
“มันเป็ไปไม่ได้หรอกที่เ้าจะชนะเ้านั่นได้” ซีโร่ปลอบซีนจึงก้มหน้าลงและกัดริมฝีปากตน เธอไม่อยากยอมรับความจริงแม้แต่น้อยเมื่อมาถึงประตูซีนหันไปเอ่ยกับซีโร่
“ฉันไปออนเกมก่อนนะ” เธอเอ่ยด้วยใบหน้ารวดร้าวและน้ำเสียงแ่เบาซีโร่จึงขมวดคิ้วแปลกใจ
“อีกตั้งสองชั่วโมงมิใช่หรือ ไยเ้ารีบนัก?” ซีโร่ถามแต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินไปที่เครื่องเกมของตนแทน
ร่างซิลเอริคปรากฏบนเตียงภายในห้อง สีหน้ารวดร้าวของเขายังคงอยู่ตามเดิม ร่างหนาลุกขึ้นมองไปโดยรอบ ก่อนจะพบกับเซอร์ไวรอสนอนเอกขเนกอยู่อีกเตียงเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองนายตน
“ไหนเ้าว่าอีกอาทิตย์หนึ่งจะกลับมาไง” เ้าค้างคาวตัวแสบนอนกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์
“ข้ามีเื่ที่ต้องทำก่อนน่ะ” เซอร์ไวรอสพยักหน้าก่อนจะถามบางสิ่งขึ้น
“แล้วตอนนี้เ้ารู้สึกร้อนๆ บ้างไหม?” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของเ้าปีกหักทำให้ซิลเอริคหรี่ตามองด้วยความระแวง
“ใช่ เ้ารู้ได้อย่างไร?” เขาถามกลับ พลันดวงตาสีแดงของเซอร์ไวรอสจึงเป็ประกายเขาดีดตัวขึ้นมาและเดินไปตรงหน้าซิลเอริค
“แปลว่ายาได้ผลสินะ” เขาเลียริมฝีปากตนท่าทางของเขาทำให้ซิลเอริคเผลอก้าวถอยมาก้าวหนึ่ง
“ยา? ยาอะไรของเ้า?” ซิลเอริคทวนคำอย่างไม่เข้าใจ..เขาจำว่าก่อนล็อกเอาท์ไปยังไม่ได้กินยาอะไรนี่
“ก็ยาเืที่ข้าป้อนเ้าไปตอนนั้นไงเล่า มันเป็ยาที่ใช้สูบฉีดและเพิ่มปริมาณเืในร่างกายให้มากกว่าปกติ” เซอร์ไวรอสเผยเขี้ยวคมออกมา ทำให้ซิลเอริคเข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่าย้าอะไร
เขารวบผมที่ประอยู่ตรงคอขวาออกเผยให้เห็นคอนวลขาวต่างจากคอบุรุษทั่วไป เซอร์ไวรอสเดินไปตรงหน้าอีกฝ่าย เขาใช้มือขวาอ้อมมาจับไหล่ซ้ายของซิลเอริคและใช้มือซ้ายกอดเอวอีกฝ่ายไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ..หากมองจากมุมมองคนนอกคงคิดว่าเ้าค้างคาวนี่กอดเขาแน่ค้างคาวหนุ่มอ้าปากแล้วฝังเขี้ยวคมลงไปบนคอนายตน ซิลเอริคสะดุ้งเล็กน้อยกับเขี้ยวเย็นที่แทงทะลุเนื้อเือุ่นที่ไหลผ่านกายเข้าสู่ปากอีกฝ่ายทำให้เ้าของเืเริ่มอ่อนแรง
ผ่านไปพักใหญ่ซิลเอริคจึงเริ่มรู้สึกชาไปทั่วร่างกายจากการขาดเืเมื่อเซอร์ไวรอสเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มยืนไม่ไหว เขาจึงถอนเขี้ยวแล้วเลียโลหิตที่ติดเปรอะคอขาวลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายทำเอาซิลเอริคสะดุ้งเฮือก เซอร์ไวรอสคลายอ้อมแขนก่อนเปลี่ยนมาเลียริมฝีปากตนพร้อมกับโยนยาฟื้นฟูเืแบบปกติไปให้ผู้เป็นาย
“นี่เ้าจะเลียทำบ้าอะไรเนี่ย”ซิลเอริคโวยวายขณะรับขวดยามาดื่มใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อต่างจากเซอร์ไวรอสที่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“เสียดายของเ้าปล่อยให้ข้าทนหิวมาตั้งหลายวัน” เขาบ่นอุบ ยิ่งทำให้ซิลเอริคไม่เข้าใจ
“แล้วไยเ้าไม่ไปหาเืที่อื่นเล่าเหยื่อก็มีตั้งเยอะแยะเกลื่อนเมืองด้วยซ้ำ” เขาชี้ไปด้านนอกห้อง
“ข้าไปแล้ว แต่รสของพวกมันไม่อร่อยเท่าเ้า” เซอร์ไวรอสล้มตัวลงนอนอีกครั้งเมื่อซิลเอริคเห็นว่าเืของตนกลับเป็ปกติจึงเปิดประตูเตรียมออกไปด้านนอก โดยไม่ลืมบอกเซอร์ไวรอสว่า
“ข้าจะไปฝึกฝีมือ เ้ารอฟรอสอยู่นี่นะ หากเขามาแล้วให้ทักข้ามาด้วย” ซิลเอริคสั่งก่อนเดินออกไป