ในหุบเขา
ขณะที่การโจมตีทั้งสามกำลังจะพุ่งเข้าปะทะหวังเฉินกลับพลิ้วร่างหลบพ้นอย่างปาฏิหาริย์
บัดนี้ร่างกายของเขาลื่นไหลราวกับไร้กระดูกกายของเขาพลันเลื่อนไปทางซ้ายเป็ระยะสิบเิเราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงไป
โดยเฉพาะเท้าทั้งสองของเขาที่ขณะนี้กลับแสดงฝีก้าวอย่างต่อเนื่องจนทำให้ผู้คนตาลายพร่ามัวร่างกายพิกลประหลาดราวกับเป็เพียงภาพมายา
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาจนมารเฉินหลุนจอมเวทคิดว่าตัวเองตาฝาด
มันมองเห็นเพียงลำแสงพิษพุ่งผ่านร่างของหวังเฉินไปอย่างน่าหวาดเสียวและพุ่งชนมารเฉินหลุนตนหนึ่งที่อยู่เื้ัอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ลำแสงพิษทะลุร่างของมารเฉินหลุนตัวนั้นและตรึงมันติดกับพื้นดิน
เพียงชั่วพริบตามารเฉินหลุนตัวนั้นก็สลายเป็กองเืที่มีกลิ่นเหม็นคาวทันที
การโจมตีอีกสองครั้งก็เช่นกันไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่มนุษย์ผู้นั้นได้เลย
"เป็ไปได้ยังไง?!"
"ในระยะประชิดเช่นนี้ มนุษย์ผู้นี้หลบการโจมตีของข้าได้ยังไง?!"
เมื่อเห็นฉากนี้มารเฉินหลุนจอมเวทก็รู้สึกขนหัวลุก ลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
ฉากที่เห็นต่อหน้าต่อตานี้ในความรู้ความเข้าใจของมัน ไม่อาจย่อยเพื่อทำความเข้าใจได้เลย
รอบข้างซือถูอวี้และสามสมุนเมื่อเห็นฉากนี้ ก็ตกตะลึงจนตาค้าง
"นี่คือ?"
"สัญชาตญาณพิเศษในการต่อสู้และย่างก้าวผีเสื้อเหรอ!?"
"ไม่ใช่!"
"อีกทั้งยังเป็การควบคุมร่างกายที่สมบูรณ์แบบอีก!"
ทั้งสี่คนพึมพำออกมาพร้อมกันราวกับเห็นปีศาจเมื่อมองไปยังหวังเฉิน!
ด้วยฐานะอันดับสองของโรงเรียนตงหลิงที่ตามหลังหวังเฉินมาติดๆซือถูอวี้จึงเป็ผู้มีภูมิความรู้แน่นปึ้ก
ปฏิกิริยาต่างๆที่หวังเฉินแสดงออกภายใต้การโจมตีสามรูปแบบ เธอล้วนมองเห็นเบาะแสบางอย่างและได้พบกับเทคนิคที่สอดคล้องกัน
ทว่า...มันก็เป็เพียงแค่การสังเกตเห็นเท่านั้น
ซือถูอวี้ไม่อาจเข้าใจเลยว่าหวังเฉินฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ทั้งสามนี้จนเชี่ยวชาญถึงระดับนั้นได้อย่างไรและยังสามารถใช้มันพร้อมกันได้อีกด้วย!
"เวรแล้ว!"
"พวกเราต่างก็เป็อัจฉริยะ... แต่ทำไมความแตกต่างถึงได้มากมายขนาดนี้?!"
"โชคดีที่หมอนี่เปลี่ยนอาชีพเป็ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์ถ้าเขาเปลี่ยนอาชีพเป็อาชีพธรรมดาละก็ ฉันคงต้องถูกเขากดดันไปตลอดชีวิตแน่!"
ในตอนนี้ซือถูอวี้ที่ปกติจะรักษาภาพลักษณ์เทพธิดาน้ำแข็งไว้ ก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
ที่ปากทางเข้าหุบเขาร่างเงาที่ซุ่มเข้ามาอย่างเงียบๆ หลายคน เมื่อเห็นฉากนี้ก็หลบไปซ่อนข้างศพมารเฉินหลุนตนหนึ่งทันที
"บ้าไปแล้ว!"
"หวังเฉินยังเป็มนุษย์อยู่หรือเปล่า! นี่เขาหลบการโจมตีครั้งนี้ได้ยังไง!"
เฉินฮ่าวเบิกตากว้างมองไปยังจุดที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับโหยหวนในใจ
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาตั้งใจจะมาดูหวังเฉินตาย แต่กลับได้เห็นฉากที่น่าตกตะลึงเช่นนี้
ในตอนนี้เฉินฮ่าวเริ่มสงสัยว่าเขาจะบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้จริงหรือ
...
ในเวลาเดียวกัน
"เฮ้อ!"
ท่ามกลางสายตาของผู้คนหวังเฉินผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด และรู้สึกความปวดเมื่อยของร่างกายอย่างเงียบๆ
การใช้เทคนิคการต่อสู้ขั้นสูงสามอย่างพร้อมกันโดยเฉพาะย่างก้าวผีเสื้อ ซึ่งเป็เทคนิคที่สร้างภาระทั้งทางร่างกายและจิตใจมหาศาลแม้แต่ร่างกายของเขาในตอนนี้ ที่เทียบเท่ากับผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 20ก็ยังรู้สึกหมดแรงเล็กน้อย
ทว่าแม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจของหวังเฉินกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง
เมื่อกี้ในพริบตาเดียวเขารู้สึกว่าตนเองเข้าใจย่างก้าวผีเสื้อลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นอกจากนี้พลังที่ย่างก้าวผีเสื้อแสดงออกมา ก็ทำให้เขาพึงพอใจเป็อย่างมาก
ย่างก้าวผีเสื้อโดยทั่วไปแล้วเป็เทคนิคการต่อสู้ที่ผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สามจะเริ่มฝึกฝน
การจะใช้มันได้นั้นไม่เพียงแต่ต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้นแต่ยังต้องมีความแม่นยำในการควบคุมราวกับเครื่องจักรอีกด้วย
แม้แต่ในหมู่ผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สามผู้ที่สามารถฝึกฝนได้สำเร็จก็มีไม่ถึง 1%
ก่อนหน้านี้ตอนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนหวังเฉินได้เรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ที่อาจารย์สอนแล้วและเขาก็แอบไปค้นหาคู่มือการฝึกย่างก้าวผีเสื้อฉบับเต็มในห้องสมุดด้วย
วันนี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้ทดสอบประสิทธิภาพของการต่อสู้ด้วยย่างก้าวผีเสื้อในการต่อสู้จริง
"ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ฝึกฝนกันมาหลายเดือนเทคนิคการต่อสู้ขั้นสูงเช่นนี้ยกระดับความแข็งแกร่งได้มหาศาลจริงๆ"
หวังเฉินคิดในใจและรู้สึกสนใจเทคนิคการต่อสู้อื่นๆที่มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับย่างก้าวผีเสื้อมากยิ่งขึ้น
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดเื่เหล่านี้
เขาขยับร่างกายเล็กน้อยแล้วมองไปยังมารเฉินหลุนจอมเวทที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาหยอกล้อ
เ้าหมอนั่นยังไม่หายใจากการที่ลำแสงพิษของตัวเองพลาดเป้า
"เป็ไปไม่ได้!"
"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
"มนุษย์ผู้ร้ายกาจคนนั้น ราวกับหายไปจากมิติในชั่วพริบตา"
"ทำไมถึงเป็แบบนั้นได้!"
มารเฉินหลุนจอมเวทคิดอย่างเหลือเชื่อมันรู้สึกว่ามนุษย์ตรงหน้าเป็ปีศาจร้าย
ระดับไม่ได้สูงเท่าไรเทียบเท่ากับผู้เปลี่ยนอาชีพที่มันเคยต่อสู้ด้วยแต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงกลับมีมากอย่างไม่น่าเชื่อ!
ทันใดนั้นมารเฉินหลุนจอมเวทก็คิดที่จะถอยหนี
เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายเช่นนี้การสู้ไม่ได้แล้วต้องหนีไม่ได้น่าอับอายสำหรับมารเฉินหลุนเลย!
"โฮก!"
"พวกเ้าทุกคนจงไป! ฉีกร่างมนุษย์ผู้ร้ายกาจคนนี้เป็ชิ้นๆ เสีย!"
มารเฉินหลุนจอมเวทสั่งลูกน้องที่เหลืออย่างบ้าคลั่งให้เข้าล้อมหวังเฉินและมันก็ค่อยๆ ถอยไปข้างหลังอย่างเงียบเชียบ
มันััได้ถึงสายตาอันมุ่งร้ายที่จับจ้องมาที่มันตลอดเวลาแต่มันไม่กล้าหันกลับไปมองเลย
"แม่น้ำไม่เปลี่ยนทาง ใจคนไม่เปลี่ยนไป!"
"มารเฉินหลุนพวกนี้ แม้จะกลายพันธุ์แต่สัญชาตญาณความขี้ขลาดก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้"
เมื่อเห็นมารเฉินหลุนจอมเวทเตรียมจะหลบหนีหวังเฉินก็คลี่ยิ้มเ็า
แต่เขาก็ไม่รีบร้อนสังหารมารเฉินหลุนธรรมดาที่เหลืออยู่ไปเรื่อยๆพร้อมกับเดินเข้าหามารเฉินหลุนจอมเวทอย่างไม่เร่งรีบ
หุบเขาแห่งนี้มีลักษณะเป็แอ่งกระทะผาหินทั้งสามด้าน ถึงจะไม่สูงตระหง่าน หากแต่การลงนั้นง่าย การขึ้นนั้นยากยิ่ง
ดูเหมือนว่าหากมารเฉินหลุนจอมเวท้าที่จะหลบหนีก็มีเพียงต้องออกจากหุบเขาแห่งนี้เท่านั้น
ทว่ามันกลับถอยร่นเข้าไปในหุบเขาเสียอย่างนั้นการกระทำนี้เองที่ดึงดูดความสนใจของหวังเฉิน
สถานการณ์นี้แสดงว่าภายในหุบเขาต้องมีทางเชื่อมไปที่อื่นอย่างแน่นอน
หวังเฉินรู้สึกว่าหากยื้อเวลากับมารเฉินหลุนจอมเวทไปอีกหน่อยบางทีเขาอาจจะได้รับรางวัลพิเศษที่ไม่คาดคิด
เพราะสำหรับสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่มีสติปัญญาพวกนี้นอกจากความดุร้ายและโเี้แล้ว ทุกตนก็ยังมีนิสัยชอบสะสมสมบัติเล็กๆ น้อยๆ ด้วย
ภายใต้การโจมตีบุกทะลวงที่รวดเร็วของหวังเฉินมารเฉินหลุนธรรมดาที่เหลืออยู่หลายสิบตนก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น
จนถึงตอนนี้พื้นหุบเขาก็เต็มไปด้วยซากศพมารเฉินหลุนที่กระจัดกระจายกลิ่นคาวเืคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว
หวังเฉินเหลือบมองไปยังเงาที่กำลังเคลื่อนย้ายเข้าไปในหุบเขาอย่างเงียบเชียบซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนั้นก็จ้องมองไปยังสามร่างที่ยืนตะลึงอยู่ใต้หน้าผาด้วยสายตาเย็นเยียบ
"ตอนนี้ คงได้เวลาสะสางหนี้แค้นระหว่างเราแล้วล่ะ!"