บทที่ 4
เลขาผมสอดรู้
@ ห้องทำงานของเบน
เบน ben talk
หลังจากที่ผมประชุมกับแผนกบัญชีเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายสองโมงกว่าล่ะ
" ไอ้ชิน มีงานไรอีกป่าวว่ะ " ผมถามเลขา
" หมดแล้ววันนี้ แต่มีเซ็นเอกสารต่อครับ " ตอบกวนตีนนี่มันเรียกว่าหมดเหรอ
"ไหนมึงบอกหมดแล้วไง "
" เซ็นสองสามหน้าแค่นั้นเองเฮีย " อะไรของมันวะ
" มึงรีบเอามาดิ๊ ด่วน " ผมรีบบอก
"ครับๆ" ไอ้ชินรีบกุลีกุจอเอางานมาให้
หลังจากทำงานทุกอย่างเสร็จผมเลยเข้าไปอ่านข้อความที่เพื่อนๆ ส่งมา
“วันนี้เจอกัน five dark sky pub สามทุ่ม” ก็ดีเหมือนกัน ประชุมมาทั้งวันไปดื่มหน่อยดีกว่า
" เฮียผมถามอะไรหน่อยสิ เฮียแอบมองหว่าหวาเหรอ ผมเห็นนะแอบมองน้องเค้าตลอดการประชุมขนาดนั้น " ไอ้ชินแม่งเปิดประเด็น มึงนี่หูตาไวจริงๆ
" อะไรของมึง อย่าพูดเพ้อเจ้อน่า " ผมตอบเลี่ยงไป
" ถ้างั้นคงไม่สนใจใช่มั๊ยก็ดีครับ พนักงานหนุ่มๆ คนอื่นจะได้มีสิทธิ์จีบ เพราะน้องหว่าหวาเนี่ยนะ มาทำงานไม่นานก็กลายเป็ตัวตึงดาวบริษัทเลยนะ คนอะไรมองตรงไหนก็สวย น่ารัก " มึงพูดไม่เข้าหูกูเลยนะไอ้ชิน ถึงกับเป็ตัวตึงเลยเหรอ ทำไมผมต้องหงุดหงิดขนาดนี้วะ
" มึงรู้ได้ไง"
"โถ่ ผู้ชายบริษัทเราเค้าก็สนิทกันทั้งนั้น ข่าวเร็วครับ คนหมายปองน้องเยอะ "
" ไหนบอกไม่สนใจ ถามทำไมให้มากความ " ไอ้เลขาเวร ยอกย้อนรู้ทัน
" เออกูมอง ไม่รู้โว๊ย กูบอกไม่ถูก มึงนี่ถามมากว่ะ รำคาญ" ผมทำเป็วางฟอร์ม
" นั่นแน่ท่าทางไม่นิ่ง หงุดหงิดง่ายแบบนี้คงจะตกหลุมรักน้องหว่าหวาใช่มั๊ย ปกติเฮียไม่ใช่คนขี้โวยวายแบบนี้นะ " ไอ้นี่รู้ทันไปผมไปหมด ผมวิ่งจะเตะไอ้ชิน จนมันวิ่งออกนอกห้องแทบไม่ทัน
พอไอ้ชินออกจากห้องไปผมก็นั่งทบทวนตัวเอง ตอบไม่ได้ว่าที่เป็อยู่คือผมกำลังชอบ หรือตกหลุมรักเธอรึเปล่า รู้แต่ว่าผมฟุ้งซ่าน ผมอยากเจอหน้าเธอบ่อยๆ ใบหน้าเธอวนเวียนในสมองผมตลอดเวลา และผมก็รู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ั้แ่มีเธอเข้ามาในชีวิต และที่สำคัญทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดผมรู้สึกมีความสุขแบบไม่เคยเป็มาก่อน
พนักงานในบริษัทจ้องจะจีบเธออยู่หลายคนอย่างนั้นเหรอ ผมทบทวนสิ่งที่ไอ้ชินพูดและตัดสินใจได้ว่าควรจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้คนอื่นมายุ่งกับเธอ ยัยหว่าหวาต้องเป็ของผมคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย คิดได้แบบนั้นผมก็มองเวลาเป็่ที่พนักงานกำลังเลิกงานล่ะ ยัยหว่าหวาคงกำลังจะกลับบ้าน
" ชินมึงไปเรียกหว่าหวามาพบกูดิ๊ ให้เนียนนะ อย่าให้ใครจับได้ " ผมโทรสั่งเลขาคนสนิท และมันรู้ว่าต้องทำยังไง
"โอเคครับ ฮ่าๆ " มันขำเยาะเย้ย ที่ผมเป็แบบที่มันพูด ก่อนที่ผมจะรีบวางสาย
ชิน talk
" ลูกพี่กูหัวใจละลายซะละ เดี๋ยวจัดให้ครับนาย " ผมส่ายหัวไปมายิ้มออกมาอย่างพอใจ ที่เห็นว่าเฮียเบนกำลังมีความรัก ผมทำงานกับเฮียเบนมาหลายปีไม่เคยเห็นเฮียจริงจังกับเื่ผู้หญิงเลยสักครั้ง จนมาครั้งนี้ที่ท่าทางของผู้ชายสุขุมดูมีเหตุผลเปลี่ยนไปกลายเป็คนที่ดูลุกลี้ลุกลน หัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อเจอกับน้องหว่าหวา พนักงานใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในใจเฮียเบนทีละน้อย แต่ผมว่าคงไม่น้อยหรอกเพราะออกอาการฟุ้งซ่านขนาดนี้ นี่ละครับอำนาจของความรักมันทำให้ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงบกลายเป็มีสีสันขึ้นมาได้ทันที แต่เห็นเฮียเบนดูมีชีวิตชีวาแบบนี้ผมก็อดมีความสุขไปด้วยไม่ได้ ปกติเฮียเบนมุ่งมั่นแต่ทำงานจนลืมชีวิตด้านอื่นไปเลย ว่าแล้วก็รีบไปจัดการเป็กามเทพให้เ้านายสมหวังในความรักดีกว่า
" หว่าหวา ฝ่ายบุคคลเรียกพบที่ชั้น 89 นะ ห้องบนสุด " ผมเดินมาที่แผนกบัญชีและเดินมาบอกกับน้องหว่าหวาด้วยตัวเอง ในขณะที่ทุกคนกำลังทยอยกลับบ้าน รู้สึกอยากขอโทษเธอที่ต้องโกหกตอแหลแบบนี้แต่มันจำเป็ ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหวังเ้านายพิฆาตจนชะตาพี่ขาดแน่ๆ ครับ
"ตอนนี้เหรอคะ นี่เลิกงานแล้วนะ " เธอหันมาถามผมด้วยความสงสัย
"ใช่ๆ เค้าจะคุยเื่กฏระเบียบกับพนักงานใหม่ เค้ารอหว่าหวาคนเดียวเลยตอนนี้ คนอื่นไปครบหมดแล้ว " ไอ้ชินมึงนี่โกหกเก่งชะมัด แถมเอาคนหมู่มากมาอ้างให้หว่าหวาจำเป็ต้องรีบอีก
" ได้ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้" เธอรีบตอบรับแทบไม่ทัน คงกลัวว่าคนอื่นๆ จะรอนาน
"สำเร็จ " ผมรีบโทรบอกเฮียเบนว่าหว่าหวากำลังจะขึ้นไป โชคดีนะหว่าหวา นายพี่ใจดีไม่มีอะไรต้องกังวล ผมคิดแบบนั้นก็รีบกลับบ้าน อย่างมีความสุข
โถ่ เฮียชินนี่คือรู้ดี และชงเก่ง
เฮียเบนก็ขี้หึงอะนะ