เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 160 ขอซื้อทั้งชาตินี้และชาติหน้า

            ติงเหว่ยพยักหน้าจากนั้นก็ช่วยนางจัดขนมด้วยตนเองก่อนจะยื่นส่งให้พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่อยู่ที่กระโจมบัญชาการด้วยตอนที่ส่งขนมไปเมื่อครู่นี้ก็มีส่วนของท่านลุงด้วยต่อไปถ้าเจ้าคิดถึงพี่ฟางก็บอกมาตรงๆ เถอะ พวกเรารับรองว่าจะไม่หัวเราะเยาะเจ้าหรอก”

            เรื่องในใจของหญิงสาวนั้นชายหนุ่มคงเดาไม่ออกแต่กับเพื่อนร่วมงานกลับถูกมองทะลุปรุโปร่งได้อย่างง่ายดายเหล่าทหารหญิงหลายคนก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนพวกนางจะมองความรู้สึกของฉู่ชีซีไม่ออกได้อย่างไรดังนั้นเมื่อได้ยินคำหยอกล้อของนายหญิง พวกนางก็อดหัวเราะไม่ได้

            ฉู่ชีซีหน้าแดงจัดด้วยความเขินอายและหงุดหงิดทันที“ไอ๊หยา! ข้าแค่จะเอาไปให้ท่านพ่อกินจริงๆ นะ พวกเจ้าร้ายกาจเกินไปแล้ว!”

            พูดจบนางก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทำให้ทุกคนหัวเราะดังขึ้นไปอีก

            ที่กระโจมบัญชาการอีกด้านหนึ่งยามนี้วางเรื่องสำคัญของแผ่นดินลงแล้วทุกคนต่างได้รับเตี่ยนซินคนละสองชิ้นและปิงเกาอีกคนละหนึ่งถ้วยพวกเขาต่างก็เพลิดเพลินกับรสชาติแปลกใหม่

            ท่านแม่ทัพฉู่ไม่รู้ว่าลูกสาวตนเองได้ใช้เขาเป็นข้ออ้างเพื่อส่งขนมไปให้ว่าที่สามีในอนาคตด้วยอายุที่มากขึ้นฟันจึงไม่ค่อยดี ท่านแม่ทัพจึงชอบขนมนุ่มๆ นี้เป็นพิเศษเขากินไปสองสามชิ้นรวดแล้วดื่มน้ำชา พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขนมนี่ช่างนุ่มดีจริงๆเหมาะกับคนแก่แบบข้าจริงๆ”

            รองแม่ทัพคนหนึ่งที่ชอบของหวานก็ยิ้มแล้วพูดว่า“ปิงเล่า [1] นี่ก็รสชาติอร่อย ไม่มีรสคาวเลย เกรงว่าพวกผู้หญิงน่าจะชอบกันมาก”

            อวี้ฉือหุ่ยได้ยินดังนั้นก็โอดครวญว่า“เตี่ยนซินชิ้นเล็กเกินไป ปิงเล่าก็มีไม่เยอะ กินแล้วไม่รู้สึกอิ่มท้องเลย”

            กงจื้อหมิงที่กำลังแอบภูมิใจเงียบๆเพราะรู้ว่าขนมนี้เป็นผลงานของหญิงสาวที่เขารักนึกไม่ถึงว่าพอได้ยินคำพูดเหล่านี้เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะส่งเจ้าไปทำงานที่กระโจมพลาธิการจะได้กินอิ่มทุกวันดีไหม?”

            อวี้ฉือหุ่ยที่กำลังจะยัดขนมชิ้นสุดท้ายเข้าปากตกใจจนเกือบสำลักเขารีบเอามือจับคอและโบกมือไปมา “ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยก็แค่…แค่กๆข้าน้อยก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ยังไงข้าก็ชอบอยู่ปรนนิบัติรับใช้ข้างกายท่านแม่ทัพมากที่สุด!”

            เหล่าแม่ทัพกองทัพอี้จวินที่ปกติสนิทสนมกันอยู่แล้วต่างก็หัวเราะขึ้นมาแม้ว่าอวี้ฉือหุ่ยจะเป็นคนที่ชอบกินและใจร้อนแต่ในสนามรบเขากลับเป็นนักรบที่กล้าหาญและซื่อสัตย์เป็นที่สุด

            อย่าดูแคลนว่าท่านแม่ทัพใหญ่มักจะดุเขาอยู่บ่อยๆแต่ในความเป็นจริงแล้วท่านแม่ทัพใหญ่ก็เอ็นดูเขามาก ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่ว่าอาหารที่แม่นางติงส่งมาให้ทุกวันนั้นมักจะมีส่วนของเขาอยู่ด้วยหนึ่งส่วนนี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะได้รับกันง่ายๆ

            องครักษ์ทั้งสองก้าวมาข้างหน้าและรายงานว่า“เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ แม่นางติงให้ข้าน้อยมารายงานว่าหากเหล่าท่านแม่ทัพไม่รังเกียจ ตอนมื้อเย็นจะมีอาหารใหม่ๆจากกลุ่มทหารหญิงส่งมาให้”

            กงจื้อหมิงมองไปรอบๆเห็นใบหน้าที่แสดงความยินดีของทุกคน เขาก็ได้แต่ยิ้มและพูดว่า “ช่วงนี้ทุกคนเหนื่อยกันมากพอดีประกอบกับเหล่าทหารหญิงตั้งใจทำอาหารใหม่ๆ มาให้เรา มิสู้เตรียมจัดเหล้าดีๆมาสักสองสามไห แล้วมาสนุกกันเถอะ”

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก!”

            “ขอบคุณท่านแม่ทัพ!”

            มีเหล้ามีเนื้อเป็นสิ่งที่เหล่าแม่ทัพรักที่สุด

            เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็พากันตบมือด้วยความยินดีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด ทำให้ค่ายทหารดูคึกคักยิ่งกว่าเวลารวมพลทั้งกองทัพเสียอีกใครไม่รู้มาเห็นเข้าคงคิดว่าทั้งค่ายเป็นพวกที่สนใจแต่เรื่องกินและดื่มอย่างเดียว

            เหล่าแม่ทัพใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสวามิภักดิ์แม้ว่าช่วงนี้จะได้ยินเรื่องราวแปลกๆ เกี่ยวกับท่านแม่ทัพใหญ่และแม่ครัวคนนั้นแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก

            อย่างไรเสียไม่ว่าบุรุษคนไหนก็ต้องมีสาวใช้หรืออนุภรรยาสักคนสองคนที่โปรดปรานต่อให้หญิงคนนั้นจะมีความสามารถพิเศษอะไร ก็แค่เพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น

            แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างพากันชมไม่ขาดปากและยังแสดงความเคารพ พวกเขาก็เริ่มรู้สึกตื่นตัวขึ้นสามส่วนและวางแผนที่จะระมัดระวังมากขึ้น พร้อมกับหาข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวท่านนั้นมากขึ้น

            มีเพียงท่านแม่ทัพอาวุโสเฝิงที่นั่งกินเตี่ยนซินเงียบๆดื่มชาอุ่นๆ ดวงตาครึ่งหลับครึ่งลืมของเขาแสดงอารมณ์ซับซ้อนอยู่ในใจหากผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นในวังรู้ว่าชายที่นางยอมทิ้งอำนาจครึ่งหนึ่งของตระกูลซือหม่าเพื่อเอาใจกลับรักและโปรดปรานหญิงสาวคนอื่นถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่านางจะโกรธแค้นสักแค่ไหน?

            ถึงแม้ท่านแม่ทัพอาวุโสเฝิงจะปฏิบัติตามคำสั่งเสียของท่านอ๋องแต่การทิ้งชื่อเสียงที่สะสมมาทั้งชีวิตก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างอย่างไรก็ตามตอนนี้เขากลับรู้สึกสบายใจมากขึ้นหลายส่วน…

            ไม่รู้ว่าเพราะคืนนี้จะมีงานเลี้ยงและมีอาหารแปลกใหม่หรือไม่เหล่าแม่ทัพทุกคนจึงขยันเป็นพิเศษ หลังจากหารือเรื่องการทหารเสร็จก็ออกไปตรวจตราค่ายทหารกันต่อ ตอนเที่ยงกินอาหารง่ายๆจากนั้นตอนเย็นก็มารวมตัวกันแต่หัววัน

            ฝีมือการทำอาหารของเหล่าทหารหญิงไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวังเลยเนื้อวัวชิ้นใหญ่ที่ถูกหมักด้วยน้ำปรุงรสจนชุ่มฉ่ำและนุ่มนวลเมื่อวางลงบนตะแกรงเหล็กที่ปูบนเตาถ่าน ไม่นานนักกลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายออกมารอจนเนื้อสุกประมาณเจ็ดถึงแปดส่วน เมื่อน้ำมันจากเนื้อเริ่มหยดลงมาก็ยกขึ้นมาแล้วจิ้มกับเครื่องปรุงแห้งที่ผสมด้วยพริกป่น ยี่หร่า และถั่วลิสงบดเมื่อกัดคำใหญ่ๆ เข้าไปบอกเลยว่ารสชาติดีเยี่ยมจริงๆ จากนั้นค่อยดื่มเหล้าแรงๆเย็นๆ เข้าไปอีกหนึ่งอึก ก็รู้สึกราวกับอยู่ในสวรรค์และนรกในคราวเดียวกันความรู้สึกนี้มันช่างสะใจสุดๆ

            วิธีการกินแบบนี้เหมาะสำหรับเหล่าแม่ทัพที่มีนิสัยห้าวหาญมากทุกอย่างน่าพึงพอใจไปหมด แม้ว่าอาจจะยุ่งยากในการย่างบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะใครๆ ก็มีองครักษ์ติดตามสักสองสามนายอยู่แล้ว แค่เรียกมาช่วยก็จบเรื่อง

            ทุกคนกินเนื้อคำโตๆดื่มเหล้าอึกใหญ่ๆ พูดคุยกันถึงเรื่องความกล้าหาญของตนเองเสียงพูดคุยสนุกสนานดังลั่น บรรยากาศครึกครื้นเป็นที่สุด

            กว่าจะถึงเวลาเลิกงานเลี้ยงก็ล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนแล้วกงจื้อหมิงตั้งใจล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อขจัดกลิ่นเหล้าออกไปจากนั้นจึงเดินไปที่กระโจมข้างๆ

            ติงเหว่ยกำลังนั่งอยู่กับอวิ๋นอิ่งตังกุยและคนอื่นๆ พวกนางกำลังตรวจสอบทรัพย์สินอยู่ก่อนหน้านี้เฉิงต้าโหยวได้เอาเงินไปเกือบหมด และช่วงนี้ติงเหว่ยยังใช้เงินไปกับการทำอุปกรณ์ทำครัวอีกแม้ว่าจะสามารถนำวัตถุดิบออกมาจากโรงครัวได้แต่เงินรางวัลก็ต้องจ่ายอย่างใจกว้างสักหน่อยหลังจากใช้จ่ายไปหลายครั้งก็ทำให้การเงินเริ่มฝืดเคือง

            ยิ่งไปกว่านั้นตามแผนของนางทุกเมืองจะต้องมีร้านค้าในรูปแบบเครือข่ายห้าร้านหมายความว่าการซื้อร้านค้าจะต้องซื้อห้าร้านซึ่งไม่ใช่เงินร้อยสองร้อยตำลึงจะสามารถแก้ปัญหาได้

            อวิ๋นอิ่งที่เป็นผู้ติดตามใกล้ชิดที่สุดก็รู้ดีถึงนิสัยของนายหญิงจึงคิดและพูดอย่างระมัดระวังว่า “แม่นาง เงินจำนวนนี้ดูจะไม่พอเท่าไรนักถ้าอย่างนั้น…”

            ติงเหว่ยวางรายการในมือลงและนวดขมับแล้วตอบว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร รอให้ข้าคิดดูก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกอย่างช่วงนี้ข้าสังเกตเห็นว่ามีบางคนฉลาดเฉลียวมาก เหมาะกับการเป็นเถ้าแก่เจ้าคิดว่ายังไง?”

            อวิ๋นอิ่งเดินเข้ามาดูรายชื่อบนกระดาษและคิดว่าพวกนางเป็นคนที่มักจะเข้าใจคำพูดของนายหญิงได้ง่ายกว่าและทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี อีกทั้งยังเป็นคนที่ชาญฉลาดและเข้ากับผู้อื่นได้ดีจึงตอบว่า “แม่นางพูดถูก ถ้าเทียบกับในหมู่พี่น้องพวกเขามีฝีมือทำอาหารธรรมดา แต่พวกเขาก็เป็นที่ชื่นชอบและได้รับการสนับสนุนอย่างมาก”

            “เช่นนั้นก็ดีเมื่อได้ที่ตั้งร้านในเมืองแล้ว งานที่ต้องจัดการก็ให้พวกนางเป็นคนจัดการ”

            ขณะที่นายบ่าวกำลังพูดคุยกันอยู่ก็เห็นกงจื้อหมิงในชุดเสื้อคลุมยาวสีฟ้า สวมมงกุฎผมสีเงินเดินเข้ามาแสงเทียนสีเหลืองนวลส่องให้เห็นใบหน้าของเขาที่ปกติจะดูเย็นชาอยู่สามส่วนแต่ตอนนี้กลับดูอ่อนโยนขึ้นมาก

            ติงเหว่ยเดาว่าเขาคงดื่มเหล้าไปไม่น้อยจึงรีบเทน้ำแกงแก้เมาที่เตรียมไว้บนโต๊ะให้ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ก่อนหน้านี้อันเกอเอ๋อร์ยังงอแงอยากจะไปหาท่านเพื่อเล่นด้วยอยู่เลยตอนนี้ง่วงนอนจนหลับไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านจะมา”

            กงจื้อหมิงนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาเขายุ่งอยู่กับงานจนละเลยแม่ลูกคู่นี้ไปจึงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ และถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ขาเจ้ายังเจ็บอยู่ไหม? ท่านผู้อาวุโสเหว่ยออกไปอีกแล้วหรือเปล่าถ้าเจ็บมากก็ให้คนไปตามเขากลับมานะ”

            เมื่อติงเหว่ยคิดถึงอาจารย์ที่ไม่น่าเชื่อถือของตนเองก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดหนทางก่อนหน้านี้เขายังให้คำมั่นอย่างหนักแน่นว่าจะคอยควบคุมดูแลการฝึกของนางอย่างเข้มงวดปรากฏว่าผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็หายตัวไปไม่เห็นแม้แต่เงา

            “ขาของข้าดีขึ้นจนเกือบจะหายแล้วไม่จำเป็นต้องให้ท่านผู้อาวุโสเฝ้าอยู่ที่ค่ายตลอดเวลา”

            ติงเหว่ยยิ้มพร้อมกับเลื่อนถ้วยน้ำแกงไปให้กงจื้อหมิงไม่แม้แต่จะมอง เขายกขึ้นดื่มหมดในรวดเดียว

            อวิ๋นอิ่งที่มีไหวพริบดีรีบเดินมารับถ้วยน้ำแกงไปเก็บจากนั้นจึงพาตังกุยกับเหลียนเชี่ยวออกไป

            ติงเหว่ยนึกถึงถุงเงินที่ว่างเปล่าของตนเองจึงกลอกดวงตากลมโตไปมาแล้วถามอย่างมีเลศนัยว่า“คืนนี้พวกท่านพอใจกับเนื้อย่างหรือไม่?”

            กงจื้อหมิงเหลือบมองสมุดบัญชีที่วางอยู่บนโต๊ะเห็นตัวเลขเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่บรรทัดล่างสุด ทำให้เขาอดขำในใจไม่ได้แต่ภายนอกเขายังทำเป็นไม่รู้และตอบว่า “ก็ดี”

            ติงเหว่ยพยายามต่อไปนางถามด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นว่า“แล้วท่านว่าการเปิดร้านนี้จะทำเงินได้หรือไม่? ยิ่งไปทางเหนือมากเท่าไรอากาศก็ยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น ชาวบ้านก็ยิ่งมีนิสัยห้าวหาญดุดันมากขึ้นแน่นอนว่าพวกเขาต้องชอบการกินเนื้อย่างชิ้นใหญ่โตมากกว่าการกินอาหารจานเล็กๆ”

            “อืม”กงจื้อหมิงยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหนึ่งคำ ติงเหว่ยกัดฟันแน่นพยายามอดทนและพูดต่อไป “ที่จริงแล้วข้าคิดว่าร้านที่ทำกำไรได้ดีที่สุดในอนาคตน่าจะเป็นร้านเตี่ยนซินและร้านขายปิงผิ่นท่านอย่าดูถูกอาหารเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เชียว กำไรของมันสูงจนน่ากลัว”

            ตอนแรกนางแค่ต้องการเกลี้ยกล่อมกงจื้อหมิงเพื่อขอยืมเงินจำนวนหนึ่งแต่พูดไปพูดมากลับรู้สึกตื่นเต้น “ยกตัวอย่างเช่นขนมตั้นเกาอันนั้น แค่ไข่หนึ่งฟองแป้งละเอียดหนึ่งเหลี่ยง [2]ก็สามารถทำตั้นเกาได้สามชิ้น ต้นทุนเพียงหกเหวินแต่เค้กสามชิ้นนี้ขายได้ถึงสามสิบเหวิน กำไรสูงถึงสี่เท่าของต้นทุน ยิ่งไปกว่านั้นพวกปิงผิ่นรูปแบบต่างๆ ต้นทุนนอกจากดินประสิวแล้วก็มี นม ไข่ และน้ำตาลที่เหลือใช้น้ำเป็นหลัก ขุดบ่อสักบ่อหนึ่งก็พอใช้ไปตลอดชีวิต นี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง”

            ในดวงตาของกงจื้อหมิงมีประกายรอยยิ้มที่ชัดเจนขึ้นเขายื่นมือไปจับมือเล็กๆ ของนางแล้วถามว่า “แล้วยังไงต่อ?”

            “แล้วก็…”ติงเหว่ยกำลังจะโน้มน้าวต่อ แต่ในที่สุดก็รู้สึกตัวว่าโดนเขาหลอกเข้าให้แล้วจึงโกรธจนหน้าแดงและตะโกนว่า“แล้วก็ขอให้ท่านแม่ทัพเบิกเงินเดือนสิบปีล่วงหน้าให้ข้าเลยด้วย!”

            กงจื้อหมิงรักในท่าทางที่มีชีวิตชีวาของนางที่สุดไม่ว่านางจะโกรธหรือดีใจล้วนทำให้เขาหลงใหลไม่หยุด

            “เจ้านี่นะ!”เขายื่นมือออกไปอุ้มติงเหว่ยขึ้นมาอย่างง่ายดายและวางนางไว้บนตักของเขาจากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าเจ้าขาดเงินก็บอกมาตรงๆไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมแบบนี้”

            “ฮึ!”ติงเหว่ยยังคงรู้สึกอับอาย นางจึงขยับตัวไปมาอย่างไม่สบายใจและหันหน้าหนีไปอีกทางนางพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ข้าจะกล้าได้ยังไงเล่า!”

            กงจื้อหมิงยกมือจับใบหน้าของนางให้หันกลับมามองนางด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก จากนั้นเขาก็หยิบตั๋วเงินออกมาจากอกสีหน้าของเขาทั้งจนใจและเต็มไปด้วยความเอ็นดู

            “ข้าจัดเตรียมไว้ให้เจ้าตั้งนานแล้วอย่าว่าแต่สิบปีเลย ข้าให้เจ้าได้แม้กระทั่งค่าจ้างตลอดชีวิต”

            ติงเหว่ยเห็นตั๋วเงินหนาๆในมือของเขาก็ดีใจขึ้นมาทันที แต่ยังคงไม่ยอมแพ้ ปากก็พูดเถียงกลับไปว่า“ชาติหน้าข้าอาจจะเกิดเป็นคุณหนูที่ร่ำรวย ใครจะไปอยากเป็นแม่ครัวให้ท่านกันล่ะ”

            “ได้งั้นชาติหน้าเจ้าเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวย ข้าจะเป็นพ่อครัวให้เจ้าเอง”กงจื้อหมิงไม่โต้แย้งกับนางอีก และยอมรับคำพูดของนางด้วยความอ่อนโยน

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นภาพในหัวของติงเหว่ยก็ปรากฏขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเป็นภาพของท่านแม่ทัพใหญ่ที่ทั้งหล่อเหลาและกล้าหาญสวมเกราะทองคำแต่กลับผูกผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ยืนอยู่หน้าเตาไฟขนาดใหญ่โบกตะหลิวอย่างขะมักเขม้น มันช่างดูตลกเสียเหลือเกิน

            -----------------------------------------

            [1]ปิงเล่า 冰酪 หมายถึงโมจิไอศกรีมรสนม

            [2] เหลี่ยง两 หมายถึง 500 กรัม

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730