ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 มิฉะนั้น นี่ก็ถือว่าเป็นฉากจบ

            น้ำเสียงของฮวาเหยียนไพเราะราวนกกระจิบสีเหลืองนวลกลางหุบเขายามนี้นางกดเสียงลงต่ำ แฝงด้วยเสน่ห์สายหนึ่งทว่าเมื่อคำพูดเหล่านี้ไหลเข้าสู่หูของผู้คนที่อยู่ตรงนั้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน

            อันใดคือการบอกให้เอ่ยอีกสักครา?

            นั่นไม่ใช่คำที่นางเพิ่งด่าผู้อื่นหรือ?

            ผู้คนที่เพิ่งปากเสียพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับฮวาเหยียนล้วนหดคอโค้งงอราวกับนกกระทา พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้วยเกรงว่าสายตาของฮวาเหยียนจะตกมาที่ร่างของพวกเขาแทน

            กล่าวล้อเล่นได้หรือนี่คือผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองเชียวนะ เพียงฝ่ามือเดียวของนางก็ทำให้ทั้งโรงน้ำชากระเด็นได้แล้ว

            เวลานี้ทุกสายตาที่จ้องมองฮวาเหยียนล้วนเปี่ยมด้วยความเร่าร้อน

            สมกับที่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่แม้ชื่อเสียงจะเน่าเหม็น ทว่านางก็ยังน่าจับตามองมิเสื่อมคลาย

            ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สอง...

            ตอนนี้นางอายุเพียงเท่าใดกัน

            ถึงยี่สิบปีหรือไม่?

            ในแวดวงขุนนางชั้นสูงของต้าโจวไม่มีใครเคยได้ยินว่ามีคนที่อายุเพียงเท่านี้แล้วสามารถยืนอยู่บนเส้นทางระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองได้

            เป็นการคงอยู่ของอัจฉริยะอันใดกันนี่!

            ถูกถอนหมั้น? ชื่อเสียงเน่าเหม็น? มีบุตรแล้ว? เหอๆ...นี่ล้วนไม่เรียกว่าเรื่องใหญ่ หากแข็งแกร่งได้เช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนมิกล้าล้ำเส้น มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่กล้าเข้าไปหาเรื่อง

            ยามฉู่หลิวซวงทะลวงผ่านระดับผู้บำเพ็ญขั้นที่สิบเอ็ดได้นางก็มีชื่อเสียงไปทั่วแคว้นต้าโจว จนถึงกระทั่งวันนี้ ฮ่องเต้ยังพระราชทานรางวัลและทรงชมเชยนางมากมาย แต่เวลานี้เมื่อเทียบกับมู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่แล้วกลับไม่มีค่าพอให้กล่าวถึงเสียด้วยซ้ำ มิอาจเทียบได้แม้สักนิด

            มู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ใช้แค่นิ้วเดียวก็สามารถบีบจวิ้นจู่ฉู่หลิวซวงให้ตายได้แล้ว

            “มู่อันเหยียนจะ เจ้าทะลวงระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองได้ตั้งแต่เมื่อใด?”

            ที่สุดฉู่หลิวซวงก็ฟื้นคืนสติร่างกายของนางราวกับถูกฟ้าผ่า ไม่ขยับแม้แต่น้อยนัยน์ตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อและไม่ยินยอม เพราะอันใดกัน เพราะอันใด ทั้งที่นางพยายามถึงเพียงนี้เหตุใดจึงยังมิอาจเก่งกาจได้เท่ามู่อันเหยียนอีก?

            เป็นเวลาถึงสี่ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นางได้กลายเป็นสตรีสูงศักดิ์อันดับหนึ่งของแคว้นต้าโจวเมื่อผู้อื่นพูดถึงนาง นอกจากการสรรเสริญยังมีความอิจฉาด้วย นางมีระดับพลังปราณที่สูงที่สุดในแวดวงสตรีสูงศักดิ์ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผู้บำเพ็ญขั้นที่สิบเอ็ดความสูงระดับนี้เมื่อเทียบกับคุณชายน้อยตระกูลเจียงยังถือว่าสูงกว่ามาก!

            ทว่าเหตุใดมู่อันเหยียนกลับกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองได้เล่า!

            เหตุใดต้องเป็นมู่อันเหยียนด้วย?

            ความไม่ยินยอมของฉู่หลิวซวงปรากฏเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดวงตานางจ้องมองฮวาเหยียน เงยหน้าขึ้นรอคำตอบจากคนตรงหน้า

            “ทำไมเล่ามิยินยอมหรือ?”

            ฮวาเหยียนหรี่ตาลงพลางถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาท่าทีของนางเฉยชาไม่แยแส ใช้แววตาที่ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งจับจ้องอีกฝ่าย

            ทว่าคำเพียงเท่านี้กลับทำให้ฉู่หลิวซวงรู้สึกเหมือนเหยียบน้ำโคลน!

            ความอับอายและความโกรธเข้าครอบงำนางทันที

            ฉู่หลิวซวงรู้สึกเพียงสมองของนางสั่นไหวเชือกที่เรียกว่าความเกลียดชังพลันขาดสะบั้นลงโดยพลัน ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำความเกลียดชังในแววตาทะลักไหลออกมาทีละชั้นๆ “เป็นไปได้อย่างไร? เป็นไปได้อย่างไร!”

            นางยังคงเอ่ยถามไม่หยุดทว่าข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้านางกลับแจ่มชัดยิ่ง

            นางมิอาจเอาตัวรอดจากสามกระบวนท่าของมู่อันเหยียนได้...

            ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นที่สิบเอ็ดคืออันใด? เมื่อเทียบกับระดับปรมาจารย์ นั่นคือความแตกต่างระหว่างสวรรค์และใต้หล้า!

            “มู่อันเหยียนเจ้ากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองได้อย่างไรเจ้ากินยาต้องห้ามใช่หรือไม่ เจ้าจะเป็นปรมาจารย์ขั้นที่สองได้อย่างไร!เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้...”

            ฉู่หลิวซวงพึมพำกับตนเองทั่วทั้งร่างดูสับสนขวัญหนีดีฝ่อ

            ฮวาเหยียนมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาขนาดนี้เชียวหรือ? เกลียดนางถึงเพียงนี้เชียว?

            ที่แท้แล้วเป็นความคั่งแค้นเกลียดชังเช่นใดกัน?

            แค่รู้ว่านางอยู่ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สองทั้งร่างก็สิ้นหวังราวกับศพคนตายก็มิปาน

            นางขมวดคิ้วรู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง

            ครู่ต่อมา ฉู่หลิวซวงพลันเงยหน้าขึ้นความเกลียดชังในดวงตาของนางมิคิดปิดบัง เส้นเลือดสีแดงฉายให้เห็นเด่นชัด“มู่อันเหยียน แม้เจ้าจะเป็นปรมาจารย์ขั้นที่สอง แล้วมีอันใดน่าชื่นชมเล่า?มิใช่ว่าเจ้ายังคงถูกถอนหมั้น ถูกทำให้อับอายขายหน้า และมีบุตรที่มิรู้ว่าผู้ใดเป็นบิดาอยู่หรือ?ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเจ้า ถูกเจ้าทำลายจนสูญสิ้นไปหมดแล้ว!”

            ฉู่หลิวซวงกัดฟันกรีดร้องออกมานางเสียสติเป็นอย่างยิ่ง ทั้งอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนัก จึงทำให้นางตะโกนคำเหล่านี้อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

            ฝูงชนในโรงน้ำชาล้วนถูกทำให้ตื่นตระหนกแล้วพวกเขาหาได้เคยเห็นฉู่หลิวซวงเป็นเช่นนี้ไม่? ในแวดวงสตรีชั้นสูงฉู่หลิวซวงเป็นสตรีผู้เย่อหยิ่งและสูงส่งอยู่เสมอ ฐานะสูงส่ง พลังปราณสูงล้ำ ไม่รู้มีคนมากมายเท่าใดที่มองนางเป็นดั่งสตรีที่สูงส่งมิอาจเอื้อม

            ทว่าเวลานี้นางกลับเป็นดั่งสตรีวิปลาส ใบหน้าบวมเป่ง นอนพังพาบอยู่บนพื้น กรีดร้องเสียงดัง

            ราวกับว่านางกำลังจะกินคนมารยาทสูญสิ้น ความอัปลักษณ์น่ารังเกียจถูกเปิดเผยออกมา

            เสียงโหยหวนนี้เองที่ทำให้ฮวาเหยียนหมดความอดทนเห็นเพียงนางขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นางฉีกยิ้มเย็นยะเยือกจากนั้นจึงเงื้อมือขึ้นอย่างโหดร้าย พลังปราณสีส้มพลันล้อมรอบฝ่ามือนาง พุ่งตรงไปยังฉู่หลิวซวง

            เพียะ!

            โครม

            ฝูงชนที่อยู่ตรงนั้นเห็นเพียงฉู่หลิวซวงถูกตบพุ่งขึ้นไปกระแทกอากาศจากนั้นก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างรุนแรง เสียงพ่นเสียงหนึ่งดังขึ้น หยาดโลหิตไหลทะลักออกมาเต็มปาก

            ฮวาเหยียนก้าวไปข้างหน้าใช้ขาเหยียบหน้าอกของฉู่หลิวซวง

            ไม่ผิดนางกำลังเหยียบอยู่บนหน้าอกของฉู่หลิวซวง การกระทำนี้ทั้งเย่อหยิ่งและจองหองแฝงไปด้วยความดูถูกเย้ยหยัน ทว่าในเวลานี้มิมีผู้ใดอาจหาญพูดขึ้นมา

            ดวงตาของฮวาเหยียนค่อยๆกวาดมองใบหน้าของฝูงชนในโรงน้ำชา และทุกคนที่สบตานางล้วนมิอาจไม่หดตัวได้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงเย็นชาของนางดังขึ้นว่า“ลิ้นคนดั่งดาบ ฆ่าคนไร้โลหิต เมื่อสี่ปีก่อนข้าเคยถูกข่าวลือบีบบังคับมาแล้วครั้งหนึ่งสี่ปีถัดมาที่สุดจึงได้หวนคืน ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดข้าล้วนไม่เกรงกลัวทั้งสิ้น และขอประกาศไว้ณ ตรงนี้ว่า แม้พวกเจ้าจะว่าร้ายข้าต่อไปได้ แต่อย่าให้ข้าได้ยินเป็นอันขาด มิฉะนั้นนั่นจะกลายเป็นจุดจบของเจ้า”

            น้ำเสียงของฮวาเหยียนหนักแน่นหลังกล่าวจบนางก็ออกแรงที่เท้า ทำฉู่หลิวซวงอาเจียนออกมาเป็นเลือดอีกครา

            ความโหดเหี้ยมในดวงตาของนางทำให้ทุกคนสั่นกลัว

            ต่อหน้าผู้ที่แข็งแกร่งข่าวลือทั้งหมดก็ไม่นับว่าเป็นอันใด

            มวลประชาต่างเงียบกริบฮวาเหยียนพอใจกับผลลัพธ์ที่นางได้รับเป็นอย่างยิ่ง

            แน่นอนว่าผู้แข็งแกร่งย่อมกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้และกำปั้นคือคำตอบสุดท้าย

            เหตุใดนางจึงคิดไม่ออกว่าจะสิ้นเปลืองวาจากับฉู่หลิวซวงไปมากมายเพื่อสิ่งใดเพียงเตะกระเด็นสักครั้ง ตีอีกสักครา อีกฝ่ายก็ซื่อตรงแล้วมิใช่หรือ? หากตีครั้งแรกแล้วไม่ได้ผล เช่นนั้นก็ตีอีกเป็นครั้งที่สอง

            “มู่อันเหยียนหากเจ้ามีความสามารถก็ฆ่าข้าเสีย เจ้าปิดปากของข้าได้ แต่มิอาจปิดปากของทุกคนได้!”

            ดวงตาของฉู่หลิวซวงเป็นสีแดงเลือดนางจ้องฮวาเหยียนตาเขม็งและยังคงดิ้นรนเพื่อโน้มน้าวฝูงชน นางปรารถนาจะให้ตนเองจดจำใบหน้านี้ไว้ด้วยความเกลียดชังความอัปยศในวันนี้จะต้องได้รับการตอบแทนเป็นสิบเท่า

            “ทุกคนในใต้หล้าล้วนมีปากปรารถนาจะกล่าวสิ่งใดย่อมเป็นอิสระของพวกเจ้า ทว่าปากเป็นของตน แต่ชีวิตอาจมิใช่ของตนควรเอ่ยหรือไม่เอ่ยสิ่งใด ข้าคิดว่าจวิ้นจู่ฉู่ได้กลายเป็น ‘ตัวอย่าง’ ที่ดีที่สุดให้ทุกคนแล้ว”

            ใช่แล้ว หลังผ่านวันนี้ไปเรื่องของฉู่หลิวซวงจะถูกเล่าต่อจนแพร่หลายไปทั่วแคว้นต้าโจว

            เรื่องที่นางถูกมู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ผู้แข็งแกร่งเหยียบย่ำโดนบดขยี้จมแทบฝ่าเท้า

            นี่นับเป็นความอัปยศในชีวิตของฉู่หลิวซวง

            ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจอย่างเย็นชานางใช้เท้าเตะฉู่หลิวซวงออกไป ท่าทางราวกับมิได้เตะคน แต่กำลังเตะขยะชิ้นหนึ่งอยู่เช่นนั้นทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากหรืออาจหาญยื่นมือเข้าช่วยฉู่หลิวซวง

            “ในเมื่อน้องสาวของข้าได้ประกาศออกไปแล้วเช่นนั้นข้าต้องรบกวนทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ช่วยบอกต่อ วันหน้าหากมีผู้ใดอาจหาญว่าร้ายน้องสาวของข้าให้ร้ายตระกูลมู่ของข้า อย่าให้ข้าได้ยินอีกเป็นอันขาดมิเช่นนั้นจะเป็นดั่งโต๊ะตัวนี้!”

            หลังจากตื่นตกใจอยู่นานที่สุดมู่เสวียนเย่ก็ได้สติกลับคืน เขาชักดาบยาวในมือฟันตรงไปที่โต๊ะยาวซึ่งตั้งอยู่ชั้นหนึ่งเพียงฉับเดียว โต๊ะยาวก็แยกเป็นสองส่วน

            ฝูงชนต่างพากันกลืนน้ำลายมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง หลังจากคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่บันดาลโทสะแล้ว คุณชายใหญ่ตระกูลมู่ก็แสดงความโกรธออกมาเช่นกันในวันหน้าต้องควบคุมปากของตนให้ดี มิอาจพูดจาส่งเดชถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ได้อีกมิเช่นนั้นตายไปก็คงไม่รู้ตัว แค่เห็นจุดจบของฉู่หลิวซวงก็ทราบแล้ว ขนาดนางเป็นถึงจวิ้นจู่เชียวนะ...

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367