จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่54 สมาชิกใหม่

     

               

                การประมูลได้ดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายสุดแล้ว  ซึ่งรายการสุดท้ายจะเป็นของที่ล้ำค่าที่สุดในงานประมูลวันนี้

     

    “ เอาละครับและแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่ทุกท่านรอคอย”

     

    “ คัมภีร์เคล็ดวิชาพยัคฆ์เพลิงโลกันต์เล่มนี้ เป็นวิชาระดับตำนานของผู้อาวุโสซวนเฉวียน ก่อนอื่นเลยผมต้องขอบอกก่อนว่า มันยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ”

     

    “ เพราะทางเราไม่เคยสัมผัสกับวิชาระดับตำนานมาก่อน  แต่เรามีคลิปวิดีโอแสดงอานุภาพของเคล็ดวิชาให้ทุกท่านได้รับชม”

     

     

              วูป!

              ภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอคือ… 

              รถบรรทุกขนาดใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้ในลานกว้าง…

             

              ชายชุดดำปกปิดใบหน้า เดินตรงเข้ามายืนหันหลังให้กล้อง   จากนั้นเขาก็ระเบิดพลังออกมา 

             

              เปลวเพลิงสีดำลุกโชนขึ้นสูง10 เมตร…

              ร่างจำแลงเสือดำขนาดยักษ์คำรามใส่ท้องฟ้าด้วยจิตสังหาร…

             

              จากนั้นร่างจำแลงเสือดำและพลังทั้งหมดก็ถูกดูดซึมเข้ามาในร่างของชายคนนั้น  จนกลายเป็นชุดเกราะพยัคฆ์เปลวเพลิงสวมอยู่บนตัว

     

              เพียงชายคนนั้นเดินไปออกหมัดชกเข้าที่รถบรรทุก  มันก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ  แผนโลหะที่คงทนเมื่อเจอกับหมัดตรงธรรมดาของชายคนนี้กลับไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย

             

     

              วูป!  ภาพทุกอย่างดับลง

     

     

              ภายในห้อง VIP8

     

              ทั้งสามคนนั่งมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านล่างด้วยความคิดที่แตกต่างกัน

     

              “ ไม่ว่าพี่จะเห็นพลังของมันกี่ซักครั้ง…ก็รู้สึกตกใจทุกครั้งมันจะไม่เป็นอะไรเหรอที่ให้ตระกูลอื่นได้เคล็ดวิชานี้ไป  ”  ลี่หวูเฉินพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล

     

                “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ…ที่อานุภาพของมันรุนแรงขนาดนั้นเพราะผมใช้เคล็ดวิชาอื่นเข้าเสริมด้วย ” จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างมั่นใจ 

                หากไม่ใช่เป็นตัวเขาใช้เอง… 

                พลังของมันก็คงลดลงไปเกือบครึ่ง…

     

                เมื่อลี่หวูเฉินได้ยินแบบนั้นก็มีรอยยิ้มขึ้น เพราะตระกูลลี่และตระกูลกงเองก็ได้รับเคล็ดวิชาระดับตำนานมาจากจ้าวเทียนเรียบร้อยซึ่งมันถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับสุดยอด 

               

                ตอนนี้มีเพียงแกนนำคนสำคัญเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ฝึก…

     

     

    “ ในครั้งนี้จะมีคัมภีร์ระดับตำนานเข้าประมูลถึงสองรายการ  ซึ่งจะถูกแลกเปลี่ยนกับของล้ำค่าที่เท่าเทียมกันเท่านั้น”

     

    “ ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน  ลองดูในแท็บเล็ตที่ทางเราได้แจกไว้ตอนแรกจะพบข้อมูลและรายละเอียดของเคล็ดวิชาระดับตำนานทั้งสอง  ”

     

    “หากท่านสนใจเคล็ดวิชาไหน  ให้กรอกข้อมูลรายละเอียดและรูปถ่ายของล้ำค่าที่ท่านต้องการจะนำมาแลกกับเรา”

     

    “ หากทางผู้จัดงานพึงพอใจสิ่งของชิ้นไหน ทางเราจะติดต่อกลับไปและการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจะถูกเก็บเป็นความลับ”

               

     

                ภายในห้อง VIP8

                                

              ตอนนี้รายละเอียดของล้ำค่าจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นที่แท็บเล็ตของจ้าวเทียน  เขาสามารถเลือกดูสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

     

                !!

                หืม

                “กระดานหมากล้อมอันนี้…เฉินจิ้งตรวจสอบให้ฉันหน่อยแขกที่ห้อง VIP2 คือใคร  ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง  

     

                เขาได้ฟังเรื่องราวเมื่อ 8 ปีก่อนจากท่านตามาแล้ว  ทำให้รู้ได้ว่าสาเหตุเป็นเพราะของสิ่งนี้  กระดานหมากล้อมที่เป็นกุญแจขุมสมบัติของเจ้าสำนักคุนหลุนรุ่นแรก 

     

                “ผมตรวจสอบแล้วครับ…เขาเป็นแขกของตระกูลจ้าว” เฉินจิ้งตอบอย่างรวดเร็ว

     

                “แม้แต่ศัตรูของท่านตาฉันก็ยังเกี่ยวกับตระกูลจ้าว…บางทีการไปสอดแนมตระกูลจ้าวสัปดาห์หน้าอาจจะมีอันตรายมากกว่าที่คิด  ” จ้าวเทียนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

     

                อีกฝ่ายจงใจนำของสิ่งนี้มาเป็นเหยื่อล่อ  ถ้าเขาตัดสินใจเลือกกระดานหมากล้อมอันนี้คงจะติดกับดักของอีกฝ่ายแน่นอน

     

                หลังจากนั้นเขาก็ไล่ดูรายละเอียดของล้ำค่าชิ้นอื่นไปเรื่อยๆ จนครบทั้งหมด

     

                “พี่หวูเฉิน…พี่มีข้อมูลของตระกูลหลินไหม” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     

                ลี่หวูเฉินมีแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อตระกูลหลิน

     

                “พี่ก็ไม่ค่อยรู้ข้อมูลของตระกูลหลินมากนัก…แต่เมื่อก่อนตระกูลนี้เคยเป็น1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง  แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ12 ปีก่อน แกนนำของตระกูลหลิน 59 ชีวิตถูกสังหารตายทั้งหมดภายในคืนเดียว”

     

                “มีข่าวลือหนาหูว่า…เพราะตระกูลหลินไปล่วงรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้  เลยถูกท่านผู้นำกำจัดทิ้ง แม้แต่ปรมาจารย์6 คนของตระกูลหลินก็ยังถูกฆ่าตายทั้งหมด”

     

                “หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนั้น  ทำให้ตระกูลหลินถูกลดอันดับลงจนเป็นเพียงตระกูลชั้นสองเท่านั้น   ส่วนตระกูลหลี่ก็ได้เลื่อนขึ้นแทนที่ตระกูลหลิน” ลี่หวูเฉินอธิบายอย่างละเอียด

               

                “เพราะรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้งั้นเหรอ…ตระกูลหลินนี่มีความสามารถในด้านการทำนายใช่ไหมครับ” จ้าวเทียนถามขึ้นอีกครั้ง

     

                “เหมือนจะมีข่าวลือแบบนั้นออกมานะ…แต่พี่เองก็คงฟันธงไม่ได้เพราะตอนนั้นตระกูลลี่ของพี่ยังไม่มีอำนาจพอที่จะรู้ข้อมูลสำคัญแบบนั้น  ” ลี่หวูเฉินตอบอย่างไม่มั่นใจ

     

                 “  งั้นเหรอครับ…ตอนนี้ผมเลือกของได้แล้วครับ  พี่หวูเฉินจัดการติดต่อคนตระกูลหวังให้หน่อยนะครับ”

                “ผมสนใจเศษอุกกาบาตดึกดําบรรพ์ที่เขาเสนอมา   ถ้ายังไง พี่คุยเรื่องรายละเอียดกับเขาได้เลย” จ้าวเทียนพูดขึ้น

               

                เศษอุกกาบาตนี้แท้จริงแล้วเป็นแร่ที่ใช้ทำอาวุธเวทในแดนสวรรค์  ถ้ามีมันเขาจะสามารถหลอมกระบี่คู่กายขึ้นมาได้อีกครั้ง

               

                หากมีกระบี่คู่กายแม้จะยังไม่ถึงขั้นปราณนภา แต่เขาก็สามารถเหยียบกระบี่โบยบินได้  ทั้งยังเคลื่อนที่ได้ไวกว่าการเหาะเหินเสียอีก

     

                “แล้วของอีกชิ้นล่ะ…น้องจ้าวจะจัดการเองใช่ไหม” ลี่หวูเฉินถามขึ้นด้วยความสงสัย  เพราะตามที่ตกลงกันจ้าวเทียนจะต้องไม่เปิดเผยตัวให้คนอื่นรู้

     

                “ไม่เป็นไรครับ…เพราะผมคิดว่าทางนั้นคงจะรู้มากกว่าที่เราคิดให้ผมคุยกับทางนั้นโดยตรงจะดีที่สุด ” จ้าวเทียนพูดด้วยเสียงจริงจัง

     

                “อย่าบอกนะว่า…อีกฝ่ายคือ ”  ลี่หวูเฉินถามขึ้นด้วยท่าทีกังวล

     

                “ตระกูลหลินครับ…ผู้นำตระกูลรุ่นที่19 หลินชิงเสวียน ” จ้าวเทียนพูดขึ้นมาช้าๆ 

                ในความคิดเขาปรากฏภาพของสามสิ่ง ที่ตระกูลหลินส่งมาในรายการแลกเปลี่ยน

     

                มงกุฎจักรพรรดิ…

                คัมภีร์สวรรค์ครึ่งหน้า…

                แหวนสีทอง…

               

                ทั้งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งของแทนตัวตนจักรพรรดิสวรรค์ของเขาทั้งสิ้น  โดยเฉพาะของอย่างสุดท้าย  เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของเขาไม่มีทางลืมเลือน

     

                แหวนที่ท่านอาจารย์มอบให้…

             

              แหวนที่พาเขาย้อนกลับมาในยุคนี้…

             

              แหวนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง…

     

                ในขณะที่กำลังใช้ความคิดเพลินๆ เขาก็เดินมาถึงหน้าห้อง VIP10 ที่เป็นของตระกูลหลิน

                !!

                หืม

                ประตูเปิดอยู่…

               

                เมื่อผลักประตูเข้าไป จ้าวเทียนก็เจอกับห้องที่ว่างเปล่า  ไม่มีใครอยู่ซักคน อีกฝ่ายจากไปแบบนี้หรือไม่ต้องการแลกเปลี่ยนแล้วงั้นเหรอ

     

                เอ๊ะ!

                บนโต๊ะมีเศษกระดาษพร้อมข้อความประโยคหนึ่ง

     

              ‘ พบกันที่ทะเลสาบมรกต’

     

              !!

              จ้าวเทียนอ่านข้อความนั้นด้วยรอยยิ้มแห้งๆ 

                เมื่อสมัยที่อยู่กับท่านอาจารย์ เขาก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ  ท่านมักจะชอบทำอะไรอ้อมค้อมเข้าใจยาก

               

                นี่เป็นเหตุผลที่เขาชอบหนีออกไปผจญภัยข้างนอก ไม่ค่อยจะอยู่ในสำนักเท่าไหร่นัก

               

                “พวกที่เรียนศาสตร์แห่งการทำนาย…คงจะมีนิสัยแบบนี้ทุกคนใช่ไหม” จ้าวเทียนพูดกับตัวเองเบาๆ

     

               

                เวลาหนึ่งทุ่มงานเลี้ยงที่ตระกูลลี่

     

                หลังจากที่งานประมูลครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่  ทำให้ทุกคนตกลงจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นโดนเชิญเฉพาะเหล่าคนสนิทเท่านั้น

     

                ภายในงานเลี้ยงแบ่งออกเป็นสองห้อง ห้องใหญ่สำหรับแกนนำทั้งหมดของสองตระกูล และอีกห้องเฉพาะคนที่สนิทสนมกับจ้าวเทียน

     

                วันนี้สองแม่ลูกตระกูลโม่กับจ้าวหยูเหมยน้องสาวเขาก็มาด้วย  ตอนนี้ท่าทางผิดปกติของสามสาวนั้นหายไปแล้ว

               

                เพราะมีแต่คนกันเองทำให้ทุกคนปลดปล่อยกันอย่างเต็มที่  โดยปกติผู้ฝึกตนจะสามารถขับแอลกอฮอล์ออกทางเหงื่อได้   แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ไม่มีใครทำแบบนั้น

               

                เพราะหากดื่มสุราไม่เมา แล้วจะเสพรสชาติของสุราได้อย่างไร

     

                “สวัสดี…ฉันไม่ได้มารบกวนคนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอใช่ไหม” ท่านผู้เฒ่าหวังเจี้ยนหลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงใจ

     

                ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นคารวะอย่างนอบน้อมทันที  เพราะบุคคลตรงหน้านี้เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือทั้งยังมีความสามารถสูง ชื่อเสียงโด่งดังในประเทศ

     

                “วันนี้ฉันมีบางคนที่อยากแนะนำให้พวกเธอรู้จัก  จากที่ฉันได้ยินมาจากลี่ตงไห่  เธอกำลังมองหาคนที่มีความสามารถด้านการบริหารอยู่ใช่ไหม”

     

                 “  นี่คือหลานชายสายตรงของฉันเอง…หวังซินหยาง ” หวังเจี้ยนหลินแนะนำตัวให้เด็กหนุ่มข้างกาย

               

                เขามีหน้าตาหล่อเหลาอายุประมาณ 18 ปี รุ่นราวคราวเดียวกับเฉินจิ้ง  แต่มีท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่กว่ามากรูปร่างของเขาผอมบางเหมือนคนไม่ค่อยออกกำลังกาย

     

                “  สวัสดีครับ…เรียกผมว่าซินหยางก็ได้ ”  หวังซินหยางแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ

     

                “  ที่อเมริกาหลานฉันมีชื่อเสียงมากเลยนะ  เขาจบ MBA จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยอายุ15 ปี แถมยังมีประสบการณ์ด้านการบริหารในวอล์สตรีท อีก 3 ปี เรื่องความสามารถไม่ต้องเป็นห่วง ” หวังเจี้ยนหลินพูดขึ้นอย่างภูมิใจ

     

                คนอื่นที่ได้ยินก็มีสีหน้าชื่นชมขึ้นมาทันที  คนที่นายใหญ่ตระกูลหวังแนะนำให้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว  

               

                พวกจ้าวเทียนได้ให้การต้อนรับหวังซินหยางอย่างสนิทสนม  ทุกคนต่างก็มองออก กลุ่มของจ้าวเทียนจะเป็นอำนาจขั้วใหม่ในอนาคต  

                ผู้อาวุโสตระกูลอื่นๆจึงผลักดันรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในตระกูลให้มารวมกลุ่มด้วย