การประมูลได้ดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายสุดแล้ว ซึ่งรายการสุดท้ายจะเป็นของที่ล้ำค่าที่สุดในงานประมูลวันนี้
“ เอาละครับและแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่ทุกท่านรอคอย”
“ คัมภีร์เคล็ดวิชาพยัคฆ์เพลิงโลกันต์เล่มนี้ เป็นวิชาระดับตำนานของผู้อาวุโสซวนเฉวียน ก่อนอื่นเลยผมต้องขอบอกก่อนว่า มันยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ”
“ เพราะทางเราไม่เคยสัมผัสกับวิชาระดับตำนานมาก่อน แต่เรามีคลิปวิดีโอแสดงอานุภาพของเคล็ดวิชาให้ทุกท่านได้รับชม”
วูป!
ภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอคือ…
รถบรรทุกขนาดใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้ในลานกว้าง…
ชายชุดดำปกปิดใบหน้า เดินตรงเข้ามายืนหันหลังให้กล้อง จากนั้นเขาก็ระเบิดพลังออกมา
เปลวเพลิงสีดำลุกโชนขึ้นสูง10 เมตร…
ร่างจำแลงเสือดำขนาดยักษ์คำรามใส่ท้องฟ้าด้วยจิตสังหาร…
จากนั้นร่างจำแลงเสือดำและพลังทั้งหมดก็ถูกดูดซึมเข้ามาในร่างของชายคนนั้น จนกลายเป็นชุดเกราะพยัคฆ์เปลวเพลิงสวมอยู่บนตัว
เพียงชายคนนั้นเดินไปออกหมัดชกเข้าที่รถบรรทุก มันก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ แผนโลหะที่คงทนเมื่อเจอกับหมัดตรงธรรมดาของชายคนนี้กลับไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย
วูป! ภาพทุกอย่างดับลง
ภายในห้อง VIP8
ทั้งสามคนนั่งมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านล่างด้วยความคิดที่แตกต่างกัน
“ ไม่ว่าพี่จะเห็นพลังของมันกี่ซักครั้ง…ก็รู้สึกตกใจทุกครั้งมันจะไม่เป็นอะไรเหรอที่ให้ตระกูลอื่นได้เคล็ดวิชานี้ไป ” ลี่หวูเฉินพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ…ที่อานุภาพของมันรุนแรงขนาดนั้นเพราะผมใช้เคล็ดวิชาอื่นเข้าเสริมด้วย ” จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
หากไม่ใช่เป็นตัวเขาใช้เอง…
พลังของมันก็คงลดลงไปเกือบครึ่ง…
เมื่อลี่หวูเฉินได้ยินแบบนั้นก็มีรอยยิ้มขึ้น เพราะตระกูลลี่และตระกูลกงเองก็ได้รับเคล็ดวิชาระดับตำนานมาจากจ้าวเทียนเรียบร้อยซึ่งมันถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับสุดยอด
ตอนนี้มีเพียงแกนนำคนสำคัญเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ฝึก…
“ ในครั้งนี้จะมีคัมภีร์ระดับตำนานเข้าประมูลถึงสองรายการ ซึ่งจะถูกแลกเปลี่ยนกับของล้ำค่าที่เท่าเทียมกันเท่านั้น”
“ ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ลองดูในแท็บเล็ตที่ทางเราได้แจกไว้ตอนแรกจะพบข้อมูลและรายละเอียดของเคล็ดวิชาระดับตำนานทั้งสอง ”
“หากท่านสนใจเคล็ดวิชาไหน ให้กรอกข้อมูลรายละเอียดและรูปถ่ายของล้ำค่าที่ท่านต้องการจะนำมาแลกกับเรา”
“ หากทางผู้จัดงานพึงพอใจสิ่งของชิ้นไหน ทางเราจะติดต่อกลับไปและการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจะถูกเก็บเป็นความลับ”
ภายในห้อง VIP8
ตอนนี้รายละเอียดของล้ำค่าจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นที่แท็บเล็ตของจ้าวเทียน เขาสามารถเลือกดูสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
!!
หืม
“กระดานหมากล้อมอันนี้…เฉินจิ้งตรวจสอบให้ฉันหน่อยแขกที่ห้อง VIP2 คือใคร ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
เขาได้ฟังเรื่องราวเมื่อ 8 ปีก่อนจากท่านตามาแล้ว ทำให้รู้ได้ว่าสาเหตุเป็นเพราะของสิ่งนี้ กระดานหมากล้อมที่เป็นกุญแจขุมสมบัติของเจ้าสำนักคุนหลุนรุ่นแรก
“ผมตรวจสอบแล้วครับ…เขาเป็นแขกของตระกูลจ้าว” เฉินจิ้งตอบอย่างรวดเร็ว
“แม้แต่ศัตรูของท่านตาฉันก็ยังเกี่ยวกับตระกูลจ้าว…บางทีการไปสอดแนมตระกูลจ้าวสัปดาห์หน้าอาจจะมีอันตรายมากกว่าที่คิด ” จ้าวเทียนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
อีกฝ่ายจงใจนำของสิ่งนี้มาเป็นเหยื่อล่อ ถ้าเขาตัดสินใจเลือกกระดานหมากล้อมอันนี้คงจะติดกับดักของอีกฝ่ายแน่นอน
หลังจากนั้นเขาก็ไล่ดูรายละเอียดของล้ำค่าชิ้นอื่นไปเรื่อยๆ จนครบทั้งหมด
“พี่หวูเฉิน…พี่มีข้อมูลของตระกูลหลินไหม” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลี่หวูเฉินมีแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อตระกูลหลิน
“พี่ก็ไม่ค่อยรู้ข้อมูลของตระกูลหลินมากนัก…แต่เมื่อก่อนตระกูลนี้เคยเป็น1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ12 ปีก่อน แกนนำของตระกูลหลิน 59 ชีวิตถูกสังหารตายทั้งหมดภายในคืนเดียว”
“มีข่าวลือหนาหูว่า…เพราะตระกูลหลินไปล่วงรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ เลยถูกท่านผู้นำกำจัดทิ้ง แม้แต่ปรมาจารย์6 คนของตระกูลหลินก็ยังถูกฆ่าตายทั้งหมด”
“หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนั้น ทำให้ตระกูลหลินถูกลดอันดับลงจนเป็นเพียงตระกูลชั้นสองเท่านั้น ส่วนตระกูลหลี่ก็ได้เลื่อนขึ้นแทนที่ตระกูลหลิน” ลี่หวูเฉินอธิบายอย่างละเอียด
“เพราะรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้งั้นเหรอ…ตระกูลหลินนี่มีความสามารถในด้านการทำนายใช่ไหมครับ” จ้าวเทียนถามขึ้นอีกครั้ง
“เหมือนจะมีข่าวลือแบบนั้นออกมานะ…แต่พี่เองก็คงฟันธงไม่ได้เพราะตอนนั้นตระกูลลี่ของพี่ยังไม่มีอำนาจพอที่จะรู้ข้อมูลสำคัญแบบนั้น ” ลี่หวูเฉินตอบอย่างไม่มั่นใจ
“ งั้นเหรอครับ…ตอนนี้ผมเลือกของได้แล้วครับ พี่หวูเฉินจัดการติดต่อคนตระกูลหวังให้หน่อยนะครับ”
“ผมสนใจเศษอุกกาบาตดึกดําบรรพ์ที่เขาเสนอมา ถ้ายังไง พี่คุยเรื่องรายละเอียดกับเขาได้เลย” จ้าวเทียนพูดขึ้น
เศษอุกกาบาตนี้แท้จริงแล้วเป็นแร่ที่ใช้ทำอาวุธเวทในแดนสวรรค์ ถ้ามีมันเขาจะสามารถหลอมกระบี่คู่กายขึ้นมาได้อีกครั้ง
หากมีกระบี่คู่กายแม้จะยังไม่ถึงขั้นปราณนภา แต่เขาก็สามารถเหยียบกระบี่โบยบินได้ ทั้งยังเคลื่อนที่ได้ไวกว่าการเหาะเหินเสียอีก
“แล้วของอีกชิ้นล่ะ…น้องจ้าวจะจัดการเองใช่ไหม” ลี่หวูเฉินถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะตามที่ตกลงกันจ้าวเทียนจะต้องไม่เปิดเผยตัวให้คนอื่นรู้
“ไม่เป็นไรครับ…เพราะผมคิดว่าทางนั้นคงจะรู้มากกว่าที่เราคิดให้ผมคุยกับทางนั้นโดยตรงจะดีที่สุด ” จ้าวเทียนพูดด้วยเสียงจริงจัง
“อย่าบอกนะว่า…อีกฝ่ายคือ ” ลี่หวูเฉินถามขึ้นด้วยท่าทีกังวล
“ตระกูลหลินครับ…ผู้นำตระกูลรุ่นที่19 หลินชิงเสวียน ” จ้าวเทียนพูดขึ้นมาช้าๆ
ในความคิดเขาปรากฏภาพของสามสิ่ง ที่ตระกูลหลินส่งมาในรายการแลกเปลี่ยน
มงกุฎจักรพรรดิ…
คัมภีร์สวรรค์ครึ่งหน้า…
แหวนสีทอง…
ทั้งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งของแทนตัวตนจักรพรรดิสวรรค์ของเขาทั้งสิ้น โดยเฉพาะของอย่างสุดท้าย เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของเขาไม่มีทางลืมเลือน
แหวนที่ท่านอาจารย์มอบให้…
แหวนที่พาเขาย้อนกลับมาในยุคนี้…
แหวนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง…
ในขณะที่กำลังใช้ความคิดเพลินๆ เขาก็เดินมาถึงหน้าห้อง VIP10 ที่เป็นของตระกูลหลิน
!!
หืม
ประตูเปิดอยู่…
เมื่อผลักประตูเข้าไป จ้าวเทียนก็เจอกับห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ซักคน อีกฝ่ายจากไปแบบนี้หรือไม่ต้องการแลกเปลี่ยนแล้วงั้นเหรอ
เอ๊ะ!
บนโต๊ะมีเศษกระดาษพร้อมข้อความประโยคหนึ่ง
‘ พบกันที่ทะเลสาบมรกต’
!!
จ้าวเทียนอ่านข้อความนั้นด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
เมื่อสมัยที่อยู่กับท่านอาจารย์ เขาก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ ท่านมักจะชอบทำอะไรอ้อมค้อมเข้าใจยาก
นี่เป็นเหตุผลที่เขาชอบหนีออกไปผจญภัยข้างนอก ไม่ค่อยจะอยู่ในสำนักเท่าไหร่นัก
“พวกที่เรียนศาสตร์แห่งการทำนาย…คงจะมีนิสัยแบบนี้ทุกคนใช่ไหม” จ้าวเทียนพูดกับตัวเองเบาๆ
เวลาหนึ่งทุ่มงานเลี้ยงที่ตระกูลลี่
หลังจากที่งานประมูลครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้ทุกคนตกลงจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นโดนเชิญเฉพาะเหล่าคนสนิทเท่านั้น
ภายในงานเลี้ยงแบ่งออกเป็นสองห้อง ห้องใหญ่สำหรับแกนนำทั้งหมดของสองตระกูล และอีกห้องเฉพาะคนที่สนิทสนมกับจ้าวเทียน
วันนี้สองแม่ลูกตระกูลโม่กับจ้าวหยูเหมยน้องสาวเขาก็มาด้วย ตอนนี้ท่าทางผิดปกติของสามสาวนั้นหายไปแล้ว
เพราะมีแต่คนกันเองทำให้ทุกคนปลดปล่อยกันอย่างเต็มที่ โดยปกติผู้ฝึกตนจะสามารถขับแอลกอฮอล์ออกทางเหงื่อได้ แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ไม่มีใครทำแบบนั้น
เพราะหากดื่มสุราไม่เมา แล้วจะเสพรสชาติของสุราได้อย่างไร
“สวัสดี…ฉันไม่ได้มารบกวนคนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอใช่ไหม” ท่านผู้เฒ่าหวังเจี้ยนหลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงใจ
ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นคารวะอย่างนอบน้อมทันที เพราะบุคคลตรงหน้านี้เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือทั้งยังมีความสามารถสูง ชื่อเสียงโด่งดังในประเทศ
“วันนี้ฉันมีบางคนที่อยากแนะนำให้พวกเธอรู้จัก จากที่ฉันได้ยินมาจากลี่ตงไห่ เธอกำลังมองหาคนที่มีความสามารถด้านการบริหารอยู่ใช่ไหม”
“ นี่คือหลานชายสายตรงของฉันเอง…หวังซินหยาง ” หวังเจี้ยนหลินแนะนำตัวให้เด็กหนุ่มข้างกาย
เขามีหน้าตาหล่อเหลาอายุประมาณ 18 ปี รุ่นราวคราวเดียวกับเฉินจิ้ง แต่มีท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่กว่ามากรูปร่างของเขาผอมบางเหมือนคนไม่ค่อยออกกำลังกาย
“ สวัสดีครับ…เรียกผมว่าซินหยางก็ได้ ” หวังซินหยางแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ
“ ที่อเมริกาหลานฉันมีชื่อเสียงมากเลยนะ เขาจบ MBA จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยอายุ15 ปี แถมยังมีประสบการณ์ด้านการบริหารในวอล์สตรีท อีก 3 ปี เรื่องความสามารถไม่ต้องเป็นห่วง ” หวังเจี้ยนหลินพูดขึ้นอย่างภูมิใจ
คนอื่นที่ได้ยินก็มีสีหน้าชื่นชมขึ้นมาทันที คนที่นายใหญ่ตระกูลหวังแนะนำให้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว
พวกจ้าวเทียนได้ให้การต้อนรับหวังซินหยางอย่างสนิทสนม ทุกคนต่างก็มองออก กลุ่มของจ้าวเทียนจะเป็นอำนาจขั้วใหม่ในอนาคต
ผู้อาวุโสตระกูลอื่นๆจึงผลักดันรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในตระกูลให้มารวมกลุ่มด้วย