เจียงเฉินจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่วางตาก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคารพ
''เจียงเฉิน คารวะผู้อาวุโส ข้าต้องขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามายังที่พักของผู้อาวุโสและยังมารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอีกด้วย''
ชายหนุ่มที่ได้ยินคำขอโทษของเจียงเฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น
''ไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่ได้รบกวนอะไรข้า... อันที่จริง... ข้ารอเจ้ามาพักใหญ่แล้ว''
เมื่อได้ยินแบบนั้นเจียงเฉินก็แสดงใบหน้าสงสัยออกมาก่อนจะถาม
''รอข้า ? ผู้อาวุโสหมายความว่ายังไง ?''
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงผายมือออกไปด้านหน้าเพื่อบอกให้เจียงเฉินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา เจียงเฉินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม จากนั้นชายหนุ่มก็พูดขึ้นด้วยท่าทีสงบ
''ข้ารอเจ้ามาพักใหญ่เพื่อหวังจะมอบสิ่งของบางอย่างให้กับเจ้า''
''ของบางอย่าง ? อะไรงั้นเหรอท่านผู้อาวุโส''
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น
''เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ ไหนเจ้าลองเล่าเรื่องของเจ้ามาให้ข้าฟังเสียหน่อยสิ นานแล้วที่ข้ามิได้มีคนพูดคุยด้วย''
เมื่อเจียงเฉินได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม เขาก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองแบบสั้น ๆ รวมทั้งถึงเรื่องที่เขาครอบครองศิลาพฤกษาอมตะอีกด้วยและที่เจียงเฉินตัดสินใจจะบอกความลับของเขานั้นเพราะเจียงเฉินคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เชื่อถือได้เพราะถ้าหากเขาต้องการจะฆ่าเจียงเฉินเพื่อชิงศิลาพฤกษาแล้วหล่ะก็แค่เพียงกระดิกนิ้วเจียงเฉินก็คงจะกลายเป็นเศษฝุ่น
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเรื่องที่เจียงเฉินเล่าเขาก็ทำเพียงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจิบชาและพูดขึ้น
''อืม... ถือว่าเจ้าโชคดีไม่น้อยเลยที่ได้พบกับหัวใจพฤกษา''
เมื่อได้ยินคำว่าหัวใจพฤกษาเจียงเฉินก็รู้สึกสงสัยและความเป็นมาของมันนักเพราะแม้แต่สมบัติที่มีมาแต่กาลก่อนก็ยังยากที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ เจียงเฉินจึงได้เอ่ยถามออกไป
''ผู้อาวุโส ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าหัวใจพฤกษาคือสิ่งใด ?''
''ได้สิ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะมอบคำตอบที่น่าพอใจให้กับเจ้าได้หรือไม่ เพราะตัวข้านั้นก็ไม่รู้แน่ชัดเช่นกันว่าหัวใจพฤกษาคือสิ่งใด แต่ที่ข้ารู้นั้นคือหัวใจพฤกษานั้นปรากฏครั้งแรกเมื่อหมื่นปีก่อน มันคือสมบัติที่ไว้ใช้สำหรับกักเก็บพลังงานของสวรรค์และโลกเอาไว้สำหรับหล่อเลี้ยงดินแดนที่อยู่ภายในและมันยังสามารถช่วยให้ดินแดนด้านในนั้นพัฒนาขึ้นได้ตามความแข็งแกร่งของผู้ที่ถือครองมัน ส่วนเรื่องอื่นนั้นยังคงเป็นปริศนา''
เจียงเฉินได้ยินก็ตกใจเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าหัวใจพฤกษาที่อยู่ในกายของเขานั้นมีอายุกว่าหมื่นปีแล้ว แต่ดูเหมือนผู้อาวุโสคนนี้ก็ไม่รู้อะไรมากมายไปกว่าเขามากนักเพราะด้วยอายุที่มีนับหมื่นปีของมันทำให้ประวัติศาสตร์ของมันช่างเลือนลาง
เจียงเฉินจึงคิดว่าการที่เขานั้นได้มาพบเจอกับหัวใจพฤกษานั้นเป็นโชคชะตาเขาจึงเลือกที่จะสนใจที่มาของมันแต่ถ้าหากเจ้าของคนเก่าต้องการจะมาเอามันคือเจียงเฉินก็พร้อมจะยกคืนให้อย่างไม่มีข้อแม้
หลังจากขบคิดอยู่ชั่วครู่เจียงเฉินก็เอ่ยถามกับชายหนุ่ม
''ผู้อาวุโสข้าขอทราบได้ไหมว่า สิ่งใดกันที่ท่านต้องการจะมอบให้ข้า''
ชายหนุ่มที่ได้ยินคำถามของเจียงเฉิน เขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับบอกให้เจียงเฉินเดินตามเขาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มพาเจียงเฉินออกจากคฤหาสน์และเดินตรงไปยังยอดเขาเจียงเฉินเดินตามเขาอย่างช้า ๆ พร้อมกับดูสภาพแวดล้อมรอบข้างเจียงเฉินพบว่ารอบข้างของเขานั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรที่ขึ้นในเฉพาะสถานที่อากาศหนาวเย็นเท่านั้น และที่สำคัญสมุนไพรพวกนี้ล้วนเป็นสมุนไพรราคาแพง
ระหว่างทางชายหนุ่มก็พูดขึ้น
''ด้วยที่ว่าหัวใจพฤกษานั้นเป็นแหล่งกักเก็บพลังของสวรรค์และโลกจำนวนมหาศาลจึงไม่แปลกที่ดินแดนพฤกษานั้นจะมีสมุนไพรมากมายเกิดและเติบโตขึ้นในที่แห่งนี้มากมาย''
เจียงเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็ถามต่อ
''รวมถึงสภาพแวดล้อมพวกนี้ด้วยงั้นเหรอ ?''
''ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นโดยผู้ที่สร้างหัวใจแห่งพฤกษา แต่เจ้าอย่าได้ถามข้าเลยว่าเขาเป็นใครเพราะข้าเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน''
เจียงเฉินพยักหน้าพร้อมกับเดินตามชายหนุ่มไป ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงที่ยอดเขาของภูเขาหิมะที่ยอดเขานั้นมีผลึกน้ำแข็งขนาดยักษ์ลอยอยู่ซึ่งแผ่ความหนาวเย็นออกมา ชายหนุ่มเดินไปที่ด้านหน้าของผลึกน้ำแข็งก่อนจะประทับฝ่ามือลงไปช้า ๆ
จากนั้นไม่นานผลึกน้ำแข็งก็ค่อย ๆ ละลายเหลือทิ้งไว้เพียงผลึกสีฟ้าครามขนาดเท่ากำปั้นบนมือของชายหนุ่มจากนั้นชายหนุ่มก็ยื่นมันให้กับเจียงเฉินพร้อมกับพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มเล็กน้อย
''ข้ารอที่จะส่งมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้ามานานแล้ว สิ่งนี้จะช่วยให้เจ้าพัฒนาความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น''
เจียงเฉินจ้องมองผลึกสีฟ้าครามบนฝ่ามือของชายหนุ่มก่อนจะถามขึ้น
''มันคือสิ่งใดกัน ? แล้วเหตุใดท่านจึงมอบให้กับข้า ?''
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับตอบคำถามของเจียงเฉิน
''ข้ามอบมันให้กับเจ้าเพราะมันเลือกเจ้ามิใช่ข้า''
''มันเลือกข้า ?''
''ถูกต้อง''
เจียงเฉินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะรับศิลาก้อนนั้นมาไว้ในมือก่อนเอ่ยถามบางสิ่งกับชายหนุ่ม
''เช่นนั้นข้าขอถามนามของผู้อาวุโสได้หรือไม่ ?''
ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อย
''นานมากแล้วที่มิได้มีคนถามนามของข้า ข้านั้นถูกเรียกด้วยนามมากมายที่ผู้คนต่างตั้งให้... แต่มีเพียงนามเดียวเท่านั้นที่ข้าจำได้เพราะมันถูกเรียกโดยลูกสาวของข้า...''
ชายหนุ่มเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
''ข้าโชคดีนักที่ได้เจอเจ้า มีสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะขอร้องเจ้าก่อนที่ข้าจะจางหายไป''
เมื่อได้ยินแบบนั้นเจียงเฉินก็แสดงท่าทีตกใจออกมา หายไป ? หมายความว่ายังไง ? ในขณะที่เจียงเฉินกำลังสับสนอยู่นั้นเขาก็สังเกตุเห็นว่าบริเวณเท้าของชายหนุ่มค่อย ๆ เลือนหายไปอย่างช้า ๆ เจียงเฉินที่เห็นดังนั้นเขาก็ประสานมือพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นคง
''ผู้อาวุโสโปรดพูดมาเถิด แม้ตอนนี้ข้าจะยังคงอ่อนแอแต่เมื่อได้ที่ข้านั้นมีความแข็งแกร่งมากพอข้าย่อมจะตอบแทนท่าน''
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นเบา ๆ
''เช่นนั้นก็ดี ในอนาคตข้าอยากจะให้เจ้าช่วยปกป้องตระกูลเทียนของข้า''
เจียงเฉินพยักหน้าเล็กน้อย
''แน่นอนผู้อาวุโสข้าขอสัญญา''
''เช่นนั้นก็ดีข้า... จักรพรรดิเทียนหลัว ขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง และข้าหวังว่าในอนาคตข้าคงจะได้พบเจอกับเจ้า''
เมื่อพูดจบร่างของชายหนุ่มก็ได้จางหายไปเหลือไว้เพียงสายลมอันหนาวเย็นและเจียงเฉินที่ยืนอยู่บนยอดเขา