หลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่ทั้งหอมและอิ่มหนำสำราญที่เจียงหนานซั่นเว่ย ถังเป่าก็เกาะมือซ้ายของพี่ชายใหญ่อวิ๋นถี ส่วนมืออีกข้างจูงท่านหญิงรอง เดินออกจากประตูเหลาอาหารด้วยความดีใจ
“พี่ใหญ่เพคะ” ถังเป่ามองฝูงชนตรงหน้า ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ อย่างซุกซน “พวกเราไปเที่ยวกันเถอะเพคะ?”
เจ้าก้อนแป้งน้อยคนนี้ช่างมีแผนการเสียจริง
นางกลัวว่าพอทานข้าวเสร็จแล้วจะถูกส่งกลับวัง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาข้างนอก และยังเที่ยวได้ไม่จุใจ นางจึงตัดสินใจชิงลงมือก่อนทันที!
อวิ๋นถีพยายามกลั้นยิ้มแล้วถามนางว่า “ถังเป่าอยากไปที่ไหนหรือ?”
ออกไปเที่ยวได้จริง ๆ ด้วย!
ตอนแรกถังเป่าตื่นเต้นจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อ แต่ไม่นานก็พบกับปัญหา
“ถังเป่า... ถังเป่าไม่รู้ว่าไปที่ไหนได้บ้างเพคะ...”
นางถึงขั้นยังไม่เคยเดินเที่ยวในพระราชวังต้องห้ามให้ทั่วเลย นับประสาอะไรกับโลกภายนอกวัง
เมื่อคิดได้ดังนี้ อวิ๋นถีจึงหุบยิ้มที่มุมปากลงเล็กน้อย เจ้าก้อนแป้งน้อยที่ไม่เคยเห็นสิ่งใดนอกจากท้องฟ้าเหนือศีรษะ จะบอกสถานที่ได้สิถึงจะเป็นเรื่องแปลก
ดังนั้นเขาจึงส่งสายตาให้ท่านหญิงใหญ่ที่อยู่ทางขวามือ
เร็วเข้า หาทางช่วยอาสิบสี่ของเจ้าแก้สถานการณ์ที!
ท่านหญิงใหญ่ผู้มีอายุเพียงสี่ขวบแต่ต้องแบกรับภาระมากเกินไป “...”
“อาสิบสี่เพคะ!” โชคดีที่ท่านหญิงใหญ่เป็นเด็กดีและกตัญญู นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย แล้วชะโงกหน้าไปถามถังเป่าว่า “ท่านอยากลองตกปลาตัวเล็กไหมเพคะ?”
ตกปลาตัวเล็ก?
ถังเป่าผู้ไม่เคยเล่นสิ่งนี้มาก่อนเอียงคอคิดครู่หนึ่ง แล้วเผยรอยยิ้มหวานออกมา “ตกลงเพคะ!”
น่ารักจัง น่ารักเหลือเกิน!
ท่านหญิงใหญ่และท่านหญิงรองที่มีรสนิยมความชอบเหมือนกับพระบิดาของตนไม่มีผิดเพี้ยน ต่างประคองใบหน้ากลม ๆ ของตนเองแล้วหัวเราะไปพร้อมกับถังเป่า
ภาพนี้ดูแล้วเหมือนกับลูกหมูน้อยสามตัวที่มารวมกลุ่มหัวเราะคิกคักกัน!
องค์ชายใหญ่อวิ๋นถี ผู้เป็นบิดาแต่ยังคงมีความไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ๆ ขยับสมองอันสูงส่งของเขา แล้วพลันคิดความคิดดี ๆ ออก
“วูบ”
อวิ๋นถีผู้ไร้เดียงสาหิ้วเจ้าก้อนแป้งทั้งสามขึ้นมาพาดไว้บนบ่า แล้วพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศร
ถังเป่าอุทานด้วยความตกใจ “ว้าย!”
เจ้าก้อนแป้งทั้งสามตั้งตัวไม่ทัน ตอนแรกตกใจจนตัวโยน ร่างเล็ก ๆ เอนไปข้างหลังตามแรงเฉื่อย แล้วก็พุ่งไปข้างหน้า!
เมื่อตระหนักได้ว่าพวกนางกำลังขี่อยู่บนบ่าของพี่ชายใหญ่และพระบิดา เจ้าก้อนแป้งทั้งสามก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ถังเป่าเลียนแบบท่าทางตอนที่พี่ชายใหญ่อวิ๋นถีขี่ม้า ก้นน้อย ๆ ที่มีเนื้อกลม ๆ กระเด้งขึ้นลง ชูนิ้วสั้น ๆ ชี้ไปข้างหน้าแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า
“ม้า ม้า ย่าห์”
อารมณ์ที่ตื่นเต้นเช่นนี้ส่งผลไปถึงท่านหญิงใหญ่และท่านหญิงรองด้วย
องค์ชายใหญ่ผู้สง่างาม กลายเป็นม้าตัวใหญ่ของน้องสาวและลูกสาวในพริบตา
และนี่คือสิ่งที่อวิ๋นถียินดีทำด้วยความเต็มใจ
ทว่าการกระทำที่กะทันหันนี้ กลับสร้างความลำบากให้แก่คนที่ตามหลังมา
มัวมัวที่อยู่ข้างกายท่านหญิงใหญ่ เห็นองค์ชายใหญ่แบกเจ้านายตัวน้อยสามคนพุ่งทะยานไปผิดทาง ก็รีบร้องตะโกนด้วยความร้อนใจว่า
“องค์ชาย! ผิดทางแล้วเพคะ! ที่ตกปลาตัวเล็กอยู่ทางนี้!!”
โชคดีที่อวิ๋นถีผู้พุ่งไปผิดทางนั้นหน้าหนาพอ เขาขยับเท้าเพียงนิด ภาพตรงหน้าของถังเป่าก็พร่าเลือน และปรับทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าก้อนแป้งทั้งหลายนั่งให้มั่นนะ! พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว!”
ทั้งที่บนถนนมีผู้คนเดินพลุกพล่าน แต่องค์ชายใหญ่อวิ๋นถี ดูเหมือนจะไม่สนใจสายตาของพวกเขาเลย เขาแบกเจ้าก้อนแป้งที่หัวเราะคิกคักวิ่งไปตลอดทาง
ส่วนผู้ติดตามที่คอยรับใช้ด้านหลังก็วิ่งตามกันหอบแฮก
จนกระทั่งถึงหน้าร้านตกปลาตัวเล็กตามที่ท่านหญิงใหญ่บอก อวิ๋นถีจึงหยุดฝีเท้าลง
“ที่นี่หรือ?” เขาพ่นลมหายใจออกมา แล้วถามท่านหญิงใหญ่บนบ่า
“เพคะ!” ดูเหมือนท่านหญิงใหญ่จะชอบเล่นสิ่งนี้มาก แม้แต่น้ำเสียงยังสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านพ่อ รีบปล่อยพวกเราลงเร็วเข้าเพคะ!”
ท่านหญิงใหญ่เรียนรู้วิธีการเสร็จนาฆ่าโคได้อย่างรวดเร็ว นางจูงมือถังเป่าและท่านหญิงรองคนละข้าง พาพวกนางไปนั่งยอง ๆ อยู่หน้าถังน้ำใบใหญ่
ในถังน้ำมีปลาจินหลี่ตัวเล็ก ๆ ยาวเท่านิ้วมือ มีทั้งสีแดง สีขาว และสีทอง จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์
ท่านหญิงใหญ่หยิบเบ็ดตกปลาเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาแสดงให้ถังเป่าและท่านหญิงรองดูด้วยความตื่นเต้น
“ดูสิเพคะ วิธีเล่นง่ายมาก! แค่ใช้เบ็ดนี้ ใส่เหยื่อแล้วหย่อนลงไป ปลาตัวเล็กที่ตกขึ้นมาได้ก็จะกลายเป็นของพวกเราทั้งหมดเลย!”
ขณะที่พูด ปลาจินหลี่ตัวเล็กสีแดงสลับขาวตัวหนึ่งก็ว่ายเข้ามาใต้เบ็ดของท่านหญิงใหญ่
มันดูฉลาดมาก มันว่ายวนรอบเหยื่อ ดมฟุดฟิดไปมา แต่ไม่ยอมงับเหยื่อเสียที ทำให้ท่านหญิงรองผู้ใจร้อนพุ่งเข้าใส่ท่านหญิงใหญ่แล้วเขย่าเบ็ดในมือของนาง
ปลาจินหลี่ตัวน้อยสะบัดหางแล้วว่ายหนีไปอย่างใจเย็น
“จับมัน!”
ท่านหญิงรองถลึงตาเรียวยาวแบบหงส์ด้วยความร้อนรน
แม้แต่อวิ๋นถีก็เริ่มสนใจ เขาถกแขนเสื้อขึ้นแล้วหยิบเบ็ดมาหลายคัน ให้ถังเป่าคันหนึ่ง ท่านหญิงรองคันหนึ่ง และตนเองคันหนึ่ง
“เหอะ ข้าไม่เชื่อหรอก แค่ตกปลาน่ะ จะทำให้ข้าลำบากได้ยังไงกัน!?” เขาลูบศีรษะที่โล้นเลี่ยนของตนเองด้วยสีหน้ามั่นใจยิ่ง “วันนี้จะให้พวกเจ้าตัวเล็กได้เห็นฝีมือของพี่ใหญ่และท่านพ่อ!”
ผู้ติดตามคนสนิทหยิบเงินก้อนหนึ่งออกจากอกเสื้อโยนให้เถ้าแก่ เงินจำนวนนั้นต่อให้ซื้อทั้งแผงค้าก็ยังเหลือเฟือ เถ้าแก่ที่ยิ้มจนหน้าบานเป็นดอกเบญจมาศไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบปิดร้านทันที วันนี้จะคอยรับใช้องค์หญิงกับพวกโดยเฉพาะ!
เจ้าก้อนแป้งทั้งสามมีคนคอยช่วยใส่เหยื่อให้ แต่เรื่องของดวงนั้นมันพูดได้ยากจริง ๆ
ช่างประหลาดนัก!
เริ่มตั้งแต่องค์ชายใหญ่อวิ๋นถี ไปจนถึงท่านหญิงใหญ่และท่านหญิงรอง พ่อลูกทั้งสามคน... กลับตกปลาไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว!
“เป็นไปไม่ได้...” แม้แต่สายตาของท่านหญิงใหญ่ก็เริ่มเหม่อลอย
น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ “ข้า... เมื่อก่อนข้ามาตกได้ตลอดเลยนะเพคะ...”
ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ นางเม้มปาก น้ำตาคลอเบ้า มองไปที่พระบิดาของนาง
องค์ชายใหญ่ “...”
เมื่อก้มลงมองถังน้ำที่ว่างเปล่าของตนเอง อวิ๋นถีก็ไม่สามารถพูดคำปลอบใจออกมาได้แม้แต่คำเดียว
ท่านหญิงรองมองพี่สาว แล้วมองพระบิดา สุดท้ายมองเบ็ดและถังน้ำของตนเอง แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา!
“ปลา... ปลาไม่มา!!”
อวิ๋นถีไม่อยากจะเชื่อ
อวิ๋นถีปวดหัว!!
ในตอนนั้นเอง ผู้ติดตามคนสนิทข้างกายเขาก็อุทานขึ้นว่า “เอ๊ะ”
“ดวงขององค์หญิงสิบสี่ช่างดีเหลือเกินนะขอรับ!”
สิ้นคำพูดนี้ สายตาของพ่อลูกทั้งสามก็หันไปที่ถังเป่าทันที
ไม่ดูก็ไม่รู้ แต่พอดูแล้วถึงกับตกใจ!
ถังเป่าไม่ต้องใช้เทคนิคใด ๆ เลย แค่หย่อนเบ็ดลงไปก็ได้ปลาตัวหนึ่ง หย่อนลงไปอีกก็ได้อีกตัวหนึ่ง!
เห็นได้ชัดว่าในถังน้ำใบเล็กของนางเริ่มจะใส่ปลาจินหลี่ไม่พอแล้ว!
อวิ๋นถีและลูกสาวทั้งสองคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง
“อาสิบสี่ ท่านเก่งจังเลยเพคะ...!” ท่านหญิงใหญ่ประหลาดใจจนอ้าปากค้าง
ถังเป่าที่วางเบ็ดลงและเตรียมจะพักผ่อนสักครู่ มีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นบนศีรษะเล็ก ๆ ของนาง
เห็นได้ชัดว่าถังเป่าที่มุ่งมั่นกับการตกปลา ไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับพี่ชายใหญ่และหลานสาวตัวน้อยทั้งสองคนเลย
นางยิ้มอย่างเขินอาย “อันนี้เหนื่อยจังเลยเพคะ! ถังเป่าขอ... ขอพักสักครู่หนึ่งนะเพคะ!”
อวิ๋นถี “...”
ท่านหญิงใหญ่ “...”
ท่านหญิงรอง “...”