บทที่ 25
การประลองของพ่อ-ลูก
พ่อ-ลูกยืนในท่าเตรียมพร้อม สองขากางออกระดับไหล่ ย่อเข่าลงเล็กน้อยกำหมัดทั้งสองข้างอยู่ในระดับเอว...
ปราณพุ่งร่างเข้าหาท่านพ่ออย่างรวดเร็วปรมาจารย์บุญเบิกตาโต ยกแขนสองข้างตั้งรับ หมัดขวาของเด็กน้อยซัดเข้าเต็มแขนเกิดแรงปะทะเป็พลังลมแผ่ออกเป็รัศมี จนผู้นั่งชมต้องหยีตา
ผู้เป็พ่อตะลึงกับพลังฌานของลูกชายสวนหมัดขวากลับออกไปบ้าง เด็กน้อยก้มหลบได้ทัน แล้วย่อตัวถีบพื้น ส่งให้ร่างเล็กๆลอยพ้นพื้น
จากนั้นหน้าแข้งขาก็เหวี่ยงเข้าลำตัวของท่านพ่อเต็มๆ ปรมาจารย์บุญไม่คิดว่าจะเจอดอกนี้จึงไม่ทันได้ปัดป้อง ร่างเซถลาไปไกลกว่า 2 เมตร
“อืม...ยอดเยี่ยมมาก เ้าไวจริงๆเห็นทีว่าพ่อจะประมาทเ้าไม่ได้แล้ว พลังขนาดนี้มากมายเกินอายุ...มา...เข้ามาใหม่คราวนี้พ่อจะเอาจริงแล้วนะ”
ท่านพ่อสืบเท้าซ้ายและตั้งแขนทั้งสองข้างขึ้นโดยเบี่ยงแขนซ้ายขึ้นนำ ห่อลำตัวเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างปิดบังลำตัวพอดี เพื่อให้เป้าบริเวณลำตัวบางที่สุดนี่คือท่าตั้งรับมาตรฐาน สำหรับการชกของผู้ถนัดขวา
ปราณอมยิ้มแล้วขึ้นตั้งรับบ้างแต่เขาใช้ซีกขวาขึ้นนำ เพราะปราณเป็คนถนัดซ้าย สองพ่อลูกสืบเท้าเป็วงกลมไปรอบๆลานประลอง แล้วขยับเข้าหาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาของผู้ชมที่จ้องมองด้วยความระทึก!
เด็กน้อยเริ่มรุกก่อน พลังออร่าควบแน่นในหมัดขวาเขาส่งออกไป ออร่าพุ่งออกจากหมัดเข้าหาแขนใหญ่ของท่านพ่อ
“เปรี้ยง!!!”
แสงขาวกระทบท่อนแขนใหญ่ของท่านพ่อเต็มๆท่านพ่อไม่รอช้า สาดหมัดซ้ายแย็บสวนออกไปทันที ออร่าสีขาวในแบบเดียวกันแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยก็พุ่งออกไปทันที
ปราณเป็เด็กตัวเล็กจึงหลบออร่านั้นได้อย่างทันท่วงที ออร่านั้นพุ่งตรงไปยังต้นหมันใหญ่เกิดเสียงะเิ แล้วหักโค่นลงทันที ควันขาวคุขึ้นมา
ปราณเร่งพลังฌานส่งออร่ามาที่หมัดทั้งสองแล้วปล่อยออกไปเป็ชุดๆ ออร่าขนาดเล็กๆ หลายลูกพุ่งออกไปตามจำนวนหมัดที่ปล่อย ท่านพ่อเห็นออร่าตรงหน้าระยะประชิดได้แต่ปัดป้อง
‘เ้าปราณเอ้ย...พลังของเ้าเกินกว่าที่พ่อคาดเดานักไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย’
แม้จะปัดป้องอยู่ก็ยังชื่นชมบุตรชายที่สามารถแสดงผลงานได้เกินกว่าที่ตนเองจินตนาการ...
‘นี่เ้ายังไม่หมดพลังอีกหรือ? เด็กอายุเท่านี้ น่าจะเหนื่อยหอบได้แล้วแต่เ้ายังสามารถปล่อยพลังแสงได้อย่างต่อเนื่อง พลังฌานของเ้ากล้าแข็งยิ่งนัก’
“เปรี้ยง!”
ท่านพ่อสะบัดหน้าแข้งซ้ายเข้าหาปราณอย่างรวดเร็วในขณะที่ปราณมัวแต่มุ่งยิงหมัดเข้าหา โดยไม่ทันได้สนใจปกป้องตัวเอง
“หว๋า.....”
เด็กน้อยกระเด็นลอยตามแรงเตะก่อนจะโดนหมัดขวาของท่านพ่อซัดเข้าเต็มกรามจนหน้าหัน แล้วร่างเล็กๆ ก็ไถลไปกับพื้น
“โอ้ยยยย ท่านพ่อแกล้งข้า”
เด็กน้อยผุดขึ้นนั่ง ใช้มือนวดบริเวณที่โดนหมัด
“ฮ่าๆๆๆๆ เ้าผิดเองต่างหากใครใช้ให้เ้าปล่อยหมัดเพลินจนลืมป้องกันตัวเองล่ะ?...จำเอาไว้!เวลาต่อสู้จริงๆ อย่าเผลอลุยจนลืมป้องกันตัวเองลุกขึ้นมาเ้าลูกชายของพ่อ...เ้ายังมีดีอะไรอีก แสดงให้พ่อเห็นหน่อยสิ”
“พะ...พะ...พ่อลูกเขาเล่นกันแบบนี้เลยหรือ?”
เสนาภาคย์เบิกตาโต ปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อเห็นความสามารถของเด็กน้อยอายุ 6 ขวบที่เกินคาดคิดต่อสู้กับขันปรมาจารย์ยุทธ์ผู้พ่อ
ในขณะที่เธียรธวัชก็อึ้งแล้วอึ้งอีกอึ้งไปหลายรอบ
‘ตายๆๆๆ ข้าคงตายแน่ๆ ถ้าได้สู้กับปราณเด็กอะไรจะมีพลังฌานกล้าแกร่งถึงเพียงนี้ ขนาดโดนสวนกลับขนาดนั้น ยังไม่ร้องสักแอะถ้าเป็ข้าสงสัยคงร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วแน่ๆ’
“ข้าก็เพิ่งจะเห็นฝีมือของปราณวันนี้เองค่ะ พี่บุญเองก็เพิ่งจะเห็นสังเกตสีหน้า ตอนที่ปราณปล่อยหมัดสิคะ สีหน้าแทบไม่อยากเชื่อวรรณเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่าลูกจะมาถึงขนาดนี้แล้ว”
อาจารย์วรรณหันบอกคนทั้งหมด ด้วยความปลื้มใจแววตาเป็ประกายพลางนึกในใจ ‘ข้าไม่รู้ว่าท่านสอนอะไรปราณเขาถึงได้มีพลังเกินขีดจำกัดของเด็ก 6 ขวบแต่ข้าก็ต้องขอขอบคุณท่าน เมื่อไหร่นะ…ที่เราจะได้เจอกัน?’
“นี่ยังไม่เท่าไหร่นะครับ ยังไม่ใช่ทีเด็ดของปราณเมื่อคราวที่เขาล้มครุยุทธ์มีดสั้น พลังเยอะกว่านี้มากเลย”
“ใช่ครับ จนข้าสองคนเห็นแล้วยังอึ้งเลยไม่น่าเชื่อว่าเขาจะพัฒนาพลังฌานยุทธ์ได้ไวมาก”
แสง-ขรรค์ ที่เห็นพัฒนาการต่อสู้ของปราณมาโดยตลอดออกความเห็นบ้าง
“ถ้าอย่างนั้น เ้าทั้งสองจะบอกว่าที่ปราณปล่อยหมัดออกไปเมื่อครู่ ยังไม่ใช่ท่าไม้ตายหรือ?”
ท่านป้าอัมพุชา ถามด้วยแววตาที่ทึ่งสุดๆ
ในที่นี้ หรือแม้แต่ใครๆ ในบรรณพิภพอาเชียก็คงไม่เคยเห็นเด็กอายุ 6 ขวบ ที่หาญกล้าต่อสู้ในแบบผู้ใหญ่อีกทั้งเด็กน้อยยังต้องเผชิญหน้าเอาตัวรอดจากความตายถึงสองครั้งด้วยกันบวกกับความกดดันในสถานการณ์จริงที่ต้องเอาชีวิตรอดให้ได้บ่มเพาะให้พลังฌานยุทธ์และสมาธิของปราณก้าวเข้าสู่ขั้นลหุยุทธ์อย่างถาวรและมีทีท่าว่าการประลองกับท่านพ่อ อาจจะทำให้เด็กน้อยทะลุระดับ 12! ได้ในไม่ช้า
“พร้อมแล้วหรือยัง? พ่อจะลุยบ้างแล้วนะ...”
ท่านพ่อไม่รอคำตอบจากลูกชาย กระโจนเข้าหาทันที
“อินทรีทะยาน”
หมัดที่กำลังพุ่งเข้ามา มีออร่าสีขาวแยกเป็สองสายแล้วกลายเป็เกลียวใส่ร่างเด็กน้อยทาง้ากับส่วนท้อง เสียงดังสนั่น
ปราณตั้งแขนสองข้างขึ้นป้องกันสายตามองลอดระหว่างหมัด ร่างน้อยๆ ไถลถอยตามแรงซัด
“เยี่ยมมาก ป้องกันได้ดี แล้วถ้าโดนหลายๆครั้งล่ะปราณ? จะทำยังไง?”
“อินทรีทะยานสิบสองกระบวน”
คราวนี้ทั้งหมัดซ้ายขวา กระหน่ำใส่แบบไม่ยั้งเกลียวออร่าข้างละสองสายพุ่งตรงเป้าหมายอย่างเต็มที่ปราณกำลังนึกว่าจะหลุดออกจากการโจมตีต่อเนื่องนี้ได้อย่างไร
‘ขนาดยั้งมือ ยังมีพลังรุนแรงขนาดนี้ไม่อย่างนั้นเราคงาเ็หนักแน่ๆ จะแก้ยังไงดี?’
“เร็ว...เ้าลูกชายของข้า...เจอแบบนี้จะแก้ยังไง?อย่าคิดนานนัก”
“ย๊าก...ก”
เด็กน้อยห่อตัวหลับตา เพิ่มพลังฌานแล้วสะบัดแขนทั้งสองข้างชูขึ้นเหนือศีรษะออร่าสีขาวที่ห่อหุ้มตัวพุ่งออกจากร่างกายแล้วหอบเอาออร่าอินทรีทะยานให้จางหายในพริบตา
ท่านพ่อชะงักไปชั่วครู่เขาไม่คิดว่าลูกชายจะสามารถทำแบบนี้ก่อนที่จะคิดอะไรต่อไป เด็กน้อยก็พุ่งเข้ามาประชิดร่างใหญ่
“ระวังนะครับท่านพ่อ”
หมัดซ้ายชกเสยเข้าปลายคางร่างของท่านพ่อทะยานขึ้นเหนือพื้นดินถึง 3 เมตรปราณลอยตัวตามขึ้นมาจากนั้นปล่อยออร่าพลังจากหมัดขวาเข้าใส่ช่องท้องของท่านพ่ออย่างเต็มที่
ปรมาจารย์บุญ อ้าปากค้าง มือกุมท้องทันทีในขณะที่หัวก็ยังคงมึนเพราะแรงหมัดที่ส่งเข้าปลายคางก่อนหน้าร่างนั้นลอยต่อไปตามแรงหมัด แล้วหยุดอยู่กลางอากาศ เขาใช้มือข้างหนึ่งลูบท้องอีกข้างจับคางแล้วสะบัดหัวไปมา สีหน้าแสดงอาการจุกอย่างเห็นได้ชัด
ปราณลงสู่พื้นด้วยท่าคุกเข่าข้างเดียวและค่อยๆยืนขึ้น ส่วนท่านพ่อของเขายังคงหยุดนิ่งกลางอากาศไม่ยอมลงมา
“ท่านพ่อเหาะได้!”
“ฮ่าๆๆๆ ก็ใช่สิปราณท่านพ่อของเ้าสอนพลังฌานในการเหาะแก่บรรดาครุยุทธ์ทั้งนั้นทำไมท่านจะเหาะไม่ได้ล่ะ?”
ท่านแม่เอ่ยบอกลูกชาย แล้วยิ้มจนแก้มปริส่วนคนอื่นๆ หันมองปราณและก็หันมองปรมาจารย์บุญ ที่ยังใช้มือลูบท้องอยู่บนอากาศ
“เอาล่ะๆ ข้ายอมแพ้แล้วเ้าลูกชายของข้า...โอ้ย...หมัดหนักจริงๆ นะ อายุแค่นี้”
ท่านพ่อโบกมือยอมแพ้ แล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาสู่พื้นเด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“ข้าขอโทษครับท่านพ่อ”
“ฮ่าๆๆๆๆ จะต้องขอโทษพ่อทำไมการประลองย่อมมีแพ้ชนะ พ่ออยากเห็นฝีมือของเ้าว่าก้าวะโได้ขนาดไหน? เ้าไม่ทำให้พ่อผิดหวังมันเกินกว่าที่พ่อคิดไว้มาก...ท่านลุงสอนสั่งเ้าได้ดีเกินคาด”
เด็กน้อยนึกถึงท่านลุงขึ้นมาทันที ‘ถ้าข้าไม่มีท่านลุงป่านนี้ข้าจะเป็ยังไงบ้างนะ วันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ’
ปรมาจารย์บุญ ยังคงใช้มือกุมท้องอยู่ แม้ชุดสีทองที่ใส่จะเป็เกราะอ่อนแต่เขาก็รู้สึกถึงความจุกเสียดของพลังที่ปล่อยปะทะร่างจากนั้นก็เดินมานั่งรวมกลุ่มกับทุกๆ คน
‘ดีที่เกราะนี้ยังช่วยทำให้พลังอ่อนลงไม่อย่างนั้น มีหวังข้าได้เืแน่ๆ ปราณเอ๋ย อายุน้อยๆ ยังทำได้ขนาดนี้ถ้าเ้าโตเป็หนุ่มล่ะ ขั้นพรหมยุทธ์ในตำนานอาจจะเป็เ้าก็ได้’
“ปราณ เ้าทำได้ยังไง? สามารถปล่อยพลังออกมาได้อย่างต่อเนื่องแบบนั้น?”
เธียรธวัช เบิกตาโต ถามด้วยความอยากรู้ปราณมองหน้าเธียรและคนอื่นๆ ก่อนจะตอบช้าๆ
“การรวบรวมพลังฌานในร่างกายให้กลายเป็พลังปลดปล่อยออกมามันจะต้องเป็หนึ่งเดียวกับขนาดลมหายใจภายในร่างกายท่านลุงสอนให้ข้าทำสมาธิแบบอานาปานสติ ๑๖ ซึ่งมี ๔ ระดับ ข้าฝึกได้อยู่ที่ระดับ ๒ ซึ่งจะช่วยให้เกิดพลังสมาธิและฌานยุทธ์ที่แก่กล้าขึ้น”
‘ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ท่านเคยบอกกับสมาพันธ์ฯจะสามารถเกิดขึ้นได้จริง ไม่เคยมีใครเชื่อท่าน...แต่ปราณได้พิสูจน์คำพูดของท่านให้เห็นเป็จริงแล้ว’
“เออ...ท่านลุงที่เ้าว่า เป็ใครหรือ?”
ท่านเสนาภาคย์เอ่ยถามเด็กน้อย
“ข้าก็ไม่ทราบครับท่านไม่เคยบอกชื่อของข้าแล้วข้าก็ไม่เคยถามท่านด้วย ท่านสวมชุดคลุมเก่าๆคนในหมู่บ้านชอบบอกว่าท่านเป็คนสติไม่ดี เป็ขอทาน ไม่มีใครกล้าเสวนาด้วยแต่ข้ากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ั้แ่ข้าเจอครั้งแรกก็รู้สึกว่าท่านลุงมีความเมตตาและรู้สึกเหมือนเป็ญาติใหญ่ของข้าคนหนึ่งท่านคอยดูแลและฝึกพลังฌานให้กับข้าตอนอยู่ที่หมู่บ้านพยัคฆ์คำรามจนถึงวันสุดท้ายที่ข้าเดินทาง”
“เ้าช่างเป็เด็กที่โชคดียิ่งนักแม้ยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร แต่ข้าก็เชื่อแน่ว่า เขาต้องเป็นักฌานยุทธ์ที่เข้าถึงพลังแห่งจิติญญาขั้นสูงด้วยอย่างแน่นอนมิเช่นนั้นคงไม่สามารถสอนให้เ้าเปี่ยมพลังถึงขนาดนี้...ฝึกฝนพลังฌานของเ้าให้พัฒนาต่อไปในอนาคตอาณาจักรไชยคราม คงต้องพึ่งพลังของเ้าแล้ว”
เออ...ทำไมต้องพึ่งพาด้วยล่ะครับ? นักฌานยุทธ์ก็ตั้งมากมาย ทำไมต้องเป็ข้าด้วย”
ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนมองสบตากัน
“ก็เ้าเป็เด็กน้อยในอนาคตที่เ้าก็ต้องเติบโตขึ้น พวกข้าก็ต้องแก่ขึ้น ยังไงเสียอาณาจักรไชยครามก็ต้องส่งต่อให้รุ่นต่อๆ ไปให้ดูแลเ้าก็ต้องทำให้หน้าที่ให้ดีที่สุด การเป็นักฌานยุทธ์ก็เปรียบดั่งทหารของอาณาจักรเช่นกัน เพียงแต่มีสิทธิพิเศษที่ไม่จำเป็ต้องทำหน้าที่ทหารแบบคนธรรมดาทั่วไป”
ท่านพ่อเอ่ยพูดทันที พร้อมตบบ่าเด็กชาย เหลือบสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสามพยักหน้าน้อยๆ กลับ เป็อันเข้าใจกัน ‘ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เ้าต้องรู้ไว้เ้าพร้อม ทุกอย่างจะปรากฎและเ้าจะรู้ด้วยตัวเอง’