หลี่เกินเซิงเปลือกตากระตุกถี่ขึ้นเรื่อยๆยิ่งรู้สึกว่าเนื้อกระต่ายที่ถืออยู่ในมือมันช่างร้อนนัก ประหนึ่งมันฝรั่งร้อนๆที่ทำให้เขาอยากจะโยนทิ้งไปเสียให้พ้นตัว
หลี่เกินเซิงยังไม่ทันได้ปรับอารมณ์ก็ได้ยินซูเจียวเจียวพูดต่อว่า "ถ้าเช่นนั้นก็น่าแปลกนะคะในเมื่อป้าหลี่เลี้ยงไก่เก่งถึงเพียงนี้ทำไมแม่ไก่ของกองผลิตถึงได้ออกไข่ไม่กี่ฟองตลอดทั้งปีล่ะคะ?"
พูดไปพลางเธอก็พลันอุทานขึ้นมา "อ๊ะ! ฉันรู้แล้ว!ต้องมีคนแอบขโมยกินแน่ๆ เลย!"
เพียงได้ยินซูเจียวเจียวถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า"หัวหน้าหลี่คะ คุณว่าไข่ไก่พวกนี้ถูกใครกินไปกันแน่คะ?ใครกันที่ไร้หัวใจทำเื่เลวร้ายถึงเพียงนี้!เราต้องจับเขาไปส่งตำรวจให้ได้ เพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่าง!"
เมื่อได้ยินคำพูดที่น่าตื่นตระหนกของซูเจียวเจียวหัวใจของหลี่เกินเซิงแทบจะทนไม่ไหว เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมลงมาตามหน้าผาก
เขาจะปล่อยให้ซูเจียวเจียวพูดจาเหลวไหลต่อไปไม่ได้แล้วหากปล่อยไว้ มีหวังต้องเกิดเื่ใหญ่แน่!
เขาหันไปมองโจวเม่ยกับหลินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆและพบว่าทั้งสองคนก็แสดงสีหน้าสงสัยออกมา ซึ่งทำให้หลี่เกินเซิงรู้สึกไม่ดีนักยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก โจวเม่ยก็อดรนทนไม่ไหว ะโโวยวายขึ้นมาว่า"อะไรนะ? มีคนขโมยไข่ไก่ของกองผลิตเราเหรอ?ฉันก็ว่าอยู่ทำไมแม่ไก่ของกองผลิตเราที่มีจำนวนมากที่สุดแต่ไข่ไก่กลับน้อยที่สุดในตำบล ที่แท้ก็มีคนขโมยไข่นี่เอง!"
กองผลิตก็เป็ส่วนหนึ่งของเธอด้วยเธอทำงานหนักมาทุกวัน ก็หวังว่าจะได้ไข่ไก่แบ่งกันทุกครึ่งปีแต่ผลสุดท้ายกลับถูกคนอื่นขโมยไป เธอจะไม่โกรธได้อย่างไร?
นี่มันก็ไข่ไก่ของเธอด้วยเหมือนกันนี่นา!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกครั้งที่กองผลิตแบ่งไข่ไก่แต่ละคนถึงได้แค่สิบฟอง!
โจวเม่ยแสดงสีหน้าเ็ปอย่างที่สุด
หลินเฟิงก็เช่นกัน
หลี่เกินเซิงถือเนื้อกระต่ายไว้ในมือข้างหนึ่งอีกมือหนึ่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างฝืนๆซึ่งดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ "คุณพูดถูกครับกองผลิตของเราจะให้มีหนอนบ่อนไส้แบบนี้ไม่ได้! พรุ่งนี้ผมจะไปตรวจสอบ!"
เมื่อก่อนเขาเห็นซูเจียวเจียวเป็คนผิวเผินและรักสวยรักงามมักจะหลงคารมคนง่ายๆ แค่มีคนยกยอสองสามคำ ไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจะเก่งกาจขนาดนี้พูดแค่สองสามประโยคก็พลิกสถานการณ์จากเป็รองให้เป็ต่อได้แถมยังดึงโจวเม่ยกับหลินเฟิงมาเป็พวกอีกด้วย
ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือโจวเม่ยกับหลินเฟิงถูกเธอใช้เป็เครื่องมือ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น!
สองคนนี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง!
ซูเจียวเจียวจงใจถามด้วยความสงสัยว่า"เื่จับขโมยนี่ต้องแจ้งท่านเลขาธิการด้วยหรือเปล่าคะ?ให้ท่านเลขาธิการมาร่วมจับด้วยดีไหม?"
"เื่นี้... วันนี้ฟ้าก็มืดแล้ว เกรงว่าคงจะไม่สะดวกพรุ่งนี้ผมจะไปหาท่านเลขาธิการเพื่อหารือมาตรการรับมือวันนี้พวกคุณพักผ่อนกันก่อนเถอะครับ ส่วนเนื้อกระต่ายนี่พวกคุณเอาคืนไปเถอะ"หลี่เกินเซิงรีบส่งเนื้อกระต่ายให้เซียวหยวนิ
เซียวหยวนิไม่ได้รับแต่หันไปมองซูเจียวเจียว
เพียงได้ยินซูเจียวเจียวถามว่า"หัวหน้าหลี่คะ เนื้อกระต่ายนี้ไม่ต้องแบ่งแล้วหรือคะ?"
หลี่เกินเซิงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน"ไม่ต้องแบ่งครับ ไม่ต้องแบ่งสมัยก่อนพวกเราล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยมา ก็ไม่เคยแบ่งกันอยู่แล้วผมแค่มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น"
โจวเม่ยเห็นเนื้อที่อยู่ในมือหลุดลอยไปก็รีบพูดขึ้นว่า"หัวหน้าหลี่คะ ตอนคุณมาไม่ได้พูดแบบนี้นะคะ!เนื้อกระต่ายนี่จะไม่แบ่งได้ยังไงกัน!"
"ใช่ๆ!" หลินเฟิงน้ำลายไหลด้วยความอยากเดิมทีคิดว่าจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มอีกหน่อย แต่ไม่คิดว่าหลี่เกินเซิงจะส่งคืนไป
หลี่เกินเซิงหน้าดำคล้ำตะคอกใส่คนไร้ประโยชน์ทั้งสอง "แบ่งอะไรกัน!เนื้อกระต่ายแค่นี้ไม่พอจะขัดฟันหรอก! พวกคุณไม่มีปัญญาไปล่าสัตว์ป่าเองก็ยังมาคิดจะฉกฉวยของคนในหมู่บ้านเดียวกัน! ประเทศสอนพวกคุณมาแบบนี้หรือ? ดูเหมือนว่าภารกิจการปฏิรูปที่ให้พวกคุณทำยังเบาไป! หึ่ม!ไร้ความสามารถจริงๆ!"
โจวเม่ย"…"
หลินเฟิง"…"
หลี่เกินเซิงพูดต่ออีกว่า"อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าพวกคุณคิดอะไรอยู่ก็แค่สองวันก่อนไปมีเื่กับยุวชนซูหน่อยเดียวเื่เล็กน้อยแค่นี้ก็เอามาทำให้เป็เื่ใหญ่โต ไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไง!"
"อาิ ยุวชนซูครับ เนื้อกระต่ายนี่พวกคุณเอาไปกินเถอะครับต่อไปถ้าล่าไก่ป่าหรือกระต่ายป่ามาได้ ก็ไม่ต้องเอาไปมอบให้ส่วนรวมแล้วทำเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละครับ"
หัวหน้าหลี่ยิ้มพลางยัดเนื้อกระต่ายใส่อ้อมแขนเซียวหยวนิทำตัวเหมือนลุงผู้ใจดี
ซูเจียวเจียวมองหัวหน้าหลี่ที่ดูร้อนรนและรู้สึกผิดอย่างยิ้มๆเธอไม่รีบร้อนพูดอะไร เพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปหาท่านเลขาธิการจริงๆเธอแค่ขู่หลี่เกินเซิงเท่านั้น
ตอนนี้หลี่เกินเซิงกลายเป็คนที่ร้อนรนที่สุดแล้ว
เซียวหยวนิได้รับสัญญาณจากซูเจียวเจียวจึงรับเนื้อกระต่ายกลับมาทันที
ซูเจียวเจียวยิ้มแล้วพูดว่า"ขอบคุณหัวหน้าหลี่นะคะ หัวหน้าหลี่นี่ใจดีจริงๆ เลย!ไม่น่าแปลกใจเลยที่ญาติของคุณคลอดลูก คุณถึงกับให้ไข่ไก่เป็ตะกร้าใหญ่ขนาดนั้นได้"หลังจากนั้นหลี่เกินเซิงก็เดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพลางพยายามนึกว่า ซูเจียวเจียวรู้เื่ที่บ้านเขาได้อย่างไรกัน?
ที่จริงครอบครัวเขาทำอย่างลับๆไม่ใช่เหรอ!
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ชาวบ้านก็ยังไม่มีใครรู้...
แล้วทำไมซูเจียวเจียวถึงได้รู้เื่บางอย่างไปเสียได้?
"หัวหน้าหลี่..."
โจวเม่ยร้องเรียกด้วยความไม่พอใจ
แต่หลี่เกินเซิงกลับเดินเร็วขึ้นไปอีก
โจวเม่ยส่งสายตาอาฆาตใส่ซูเจียวเจียวก่อนจะต้องวิ่งตามไปจากข้างหลัง
หลินเฟิงเหลือบมองเนื้อกระต่ายในมือเซียวหยวนิด้วยความเสียดายก่อนจะวิ่งตามไปเช่นกัน
ทั้งสองคนต่างไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าถึงเปลี่ยนใจได้?
"หัวหน้าหลี่คะ หัวหน้าหลี่" โจวเม่ยวิ่งไปพลางร้องเรียกไปพลาง
หลี่เกินเซิงจึงหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองเธอกับหลินเฟิงด้วยความโกรธขึ้งทั้งหมดเป็เพราะตัวปัญหาทั้งสองคนนี้ ทำให้เขาเกือบจะซวยอย่างหนัก
ถ้าซูเจียวเจียวพูดเื่อะไรออกมาได้จริงๆละก็ ชีวิตเขาคงจบสิ้น! ทั้งครอบครัวคงต้องพังพินาศ!
ดังนั้นพอหลี่เกินเซิงโมโหก็ระบายความโกรธทั้งหมดใส่โจวเม่ยกับหลินเฟิง
"พวกคุณสองคนก็เหมือนกัน ว่างๆ ก็ยุแยงตะแคงรั่วเนื้อกระต่ายแค่นี้ถึงกับทำให้พวกคุณอยากได้อยากมีขนาดนี้เชียวหรือไม่มีความเป็ยุวชนผู้มีการศึกษาเอาเสียเลยยังสู้คนบ้านนอกอย่างพวกเราไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ผมว่าพวกคุณคงทำงานน้อยไปตอนกลางวันกลางคืนเลยหาเื่ไม่หยุดหย่อน รีบกลับไปซะพรุ่งนี้ถ้าทำงานไม่ได้สิบแต้มคะแนนงาน ห้ามพักเด็ดขาด!"
หัวหน้าหลี่หน้าบึ้งตึงะโจนน้ำลายกระเด็นใส่หน้าโจวเม่ย
ไหนจะซูเจียวเจียวที่กล้าข่มขู่เขาทั้งทางตรงและทางอ้อมอีก!ช่างไม่เห็นหัวเขาที่เป็ถึงหัวหน้ากองเอาเสียเลย!
ดีล่ะเขาที่เป็หัวหน้ากองผลิตไม่ใช่คนที่ทำงานไปวันๆ หรอกนะ คอยดูเถอะ!
พอได้ยินว่าพรุ่งนี้ต้องทำงานให้ได้สิบแต้มคะแนนงานโจวเม่ยก็ถึงกับหน้าซีดไปทันที
กลางฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้การทำงานสิบแต้มคะแนนงาน แทบไม่ต่างอะไรกับการถูกฆ่าเลย!
หลินเฟิงก็หน้าซีดตามไปด้วยเขาที่มีแขนขาเล็กๆ คงไม่หักไปเสียก่อนหรอกนะ
"หัวหน้ากองผลิตคะ สิบแต้มคะแนนงานฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ..." โจวเม่ยใจนน้ำตาไหลออกมาทันที
หัวหน้าหลี่ทำหน้าเคร่งขรึม"ถ้าทำสิบแต้มคะแนนงานไม่ได้ ก็ไปจัดการที่เนินลาดโน่นสิตรงนั้นมีงานเยอะ เหมาะกับพวกเธอสองคนที่ชอบหาเื่นัก"
หัวหน้าหลี่ไม่พูดอะไรอีกเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยกุมมือไว้ด้านหลัง
ซูเจียวเจียวมองเงาของพวกหลี่เกินเซิงทั้งสามคนที่หายลับไปในความมืดแล้วก็แย้มยิ้ม
เซียวหยวนิถือเนื้อกระต่ายอยู่พลางชื่นชมด้วยสีหน้าเลื่อมใสว่า "เจียวเจียวคุณเก่งมากเลยนะ แค่สองสามประโยคก็ทำให้พวกเขาโกรธจนวิ่งหนีไปแล้ว..."
เขาตาเป็ประกายจ้องมองซูเจียวเจียวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ภรรยาของเขาทั้งเก่งและฉลาดจริงๆ!