#วันจันทร์สีชมพู จบแล้ว

    #วันจันทร์สีชมพู 11

    #วันจันทร์สีชมพู 11


    “คุณมันเดย์คะ เย็นนี้มีนัดกับคุณเอมอรนะคะที่โรงแรมxx”

    “รบกวนแจ้งเข้ามาในไลน์อีกทีด้วยนะคะ” ฉันบอกพี่กั้ง หลัง๰่๭๫วันหยุดยาวฉันกลับมาทำงานปกติ แต่หนักหน่อยเห็นเป็๞ตารางงานที่แทบจะไม่มีเวลาว่าง แม้กระทั่งจะนัดเจอเพื่อนยังไม่มี ทั้งโมเมและขนุนต่างเริ่มงอนที่ฉันไม่ว่างไปเจอ แต่พวกนั้นก็เข้าใจแหละว่าทำงานเลยไม่อะไรมาก วันนี้เพิ่งเริ่มต้นสัปดาห์แต่ฉันมีนัดเจอกับลูกค้าตั้งสามรายเช้าที่ห้องประชุม ตอนบ่ายที่ห้างสรรพสินค้าและตอนเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรม เฮ้อ งานนี่นาจะไม่ไปก็ไม่ได้

    “คุณมันเดย์จะรับของว่างไหมคะ?” พี่กั้งเดินเข้ามาถามในห้องทำงานอีกครั้ง

    “ไม่เป็๞ไรค่ะ ขอนอนพักก่อนนะคะ ยังถึงเวลาค่อยเข้ามาเรียก”

    “ได้ค่ะ” คล้อยหลังเลขาเดินออกไปฉันก็เอนหลังพิงกับเก้าอี้ เหนื่อยมาก แต่ก็ไม่อยากบ่นหรือบอกพี่ว่าฉันเหนื่อยกับงานเพราะพี่ก็เหนื่อยกับงานเช่นเดียวกับฉันหรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ฉันเลยต้องบอกให้ตัวเองสู้และอดทนเพราะไม่อยากให้พี่หรือพ่อและแม่เป็๲ห่วง

    ๰่๭๫เที่ยงฉันไปเจอลูกค้าที่ร้านอาหารเพื่อพูดคุยงานกว่าจะได้กลับก็บ่ายสามฉันแยกกลับคอนโดเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนชุดเพราะเย็นนี้ยังมีนัดต่อ พอถึงคอนโดก็เจอกับคุณหมอพิงค์ยืนรออยู่หน้าคอนโด

    “เหนื่อยไหมครับ?”

    “นิดหน่อยค่ะ ไม่ไปทำงานเหรอ?”

    “คนไข้ไม่เยอะเลยออกมาก่อนน่ะ เดี๋ยวพาไปเจอลูกค้า”

    “เกรงใจ...”

    “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ พี่เต็มใจทำให้”

    “อาจจะดึกนะคะ จะเหนื่อยไหม?”

    “ไม่ครับ เดี๋ยวพาไปกลับดึกเป็๲ห่วง”

    “ขอบคุณค่ะ” คุณหมอพิงค์ช่วยถือกระเป๋าพามาส่งที่ห้อง ระหว่างรอฉันอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เขาก็ทำอาหารว่างไว้ให้ ฮื่อ ฉันรู้สึกดีจนไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาแล้ว เขาดีกับฉันมากจริง ๆ นะ

    “เมื่อกี้เลขาหนูโทรมาบอกว่าจะพาหนูไปเอง...”

    “คะ? ไม่นี่ปกติหนูไปเองนะ” เวลามีงานข้างนอกตอนดึกฉันไม่ค่อยให้เลขาไปด้วยเพราะอยากให้เธอได้ใช้เวลากับครอบครัว ส่วนมากจะมีเธิร์สเดย์ไปด้วยแต่ครั้งนี้ตั้งใจจะไปคนเดียวเพราะคุณเอมอรก็เป็๞แม่ของเพื่อนฉันก็โมเมนั่นแหละ แต่ที่แปลกไปคือทำไมคุณเลขาถึงโทรมาบอกว่าจะไปด้วย

    “เธอบอกจะไปด้วยน่ะครับเห็นบอกว่ารอที่หน้าคอนโดแล้ว” คุณหมอเล่าให้ฟัง มือก็ยื่นจานแซนวิชมาให้ ฉันรับมาก่อนจะรีบหยิบมาทาน

    “ไปเลยไหมครับ?”

    “ได้ค่ะ”

    “คุณมันเดย์คะเดี๋ยววันนี้กั้งไปด้วยนะคะ เผื่อมีอะไรให้กั้งช่วยค่ะ”

    “ได้ค่ะ แล้วทำไมวันนี้ถึงไปได้ล่ะคะปกติจะรีบกลับบ้านนี่นา” ฉันเอ่ยถามพี่กั้งที่ยืนรออยู่หน้าคอนโด เธอยังสวมชุดทำงานอยู่เลยแต่หน้าตาถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างสวยงาม

    “กั้งรู้สึกผิดน่ะค่ะที่ไม่ได้ไปทำงานกับคุณมันเดย์” พี่กั้งยิ้มเจื่อนแววตานั้นแปลกไปจากที่เคยเจอ

    “ค่ะ งั้นไปด้วยกันเลยนะคะ เดี๋ยวแฟนมันเดย์จะขับรถไปส่งค่ะ”

    “แฟน?” พี่กั้งทวนถามด้วยความสงสัย

    “ใช่ค่ะ แฟน อ้อลืมแนะนำค่ะ พี่คะนี่พี่กั้งค่ะเลขาหนูเอง พี่กั้งคะนี่หมอพิงค์แฟนมันเดย์เองค่ะ”

    “สวัสดีค่ะคุณหมอ”

    “สวัสดีครับ” คุณหมอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยชวนขึ้นรถ บรรยากาศในรถชวนอึดอัดแปลก ๆ ขนาดฉันชวนคุยแล้วก็ยังเหมือนเดิม จำต้องเงียบในที่สุด พอเงียบและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยคุณหมอก็ยื่นมือมาลูบผมฉันเบา ๆ

    “ง่วงหรือเปล่าเนี่ย”

    “เปล่าค่ะ” จะกล้าบอกได้ยังไงว่าคิดเ๱ื่๵๹ของเขาอยู่

    “วันนี้ห้ามดื่มเยอะนะครับ”

    “ไม่รับปากแต่จะพยายามค่ะ วันนี้โมเมมาด้วยคงดื่มกันนิดหน่อย”

    “ถ้างั้นก็ดื่มได้ ยังไงซะพี่ก็จะนั่งโต๊ะข้าง ๆ หนูนั่นแหละ”

    “นั่งด้วยกันได้ค่ะ ไม่เป็๲ไรเพื่อนหนูก็อยากเจอพี่”

    “เอางั้นเหรอ?”

    “ค่ะ พี่อาจจะเจอคำถามเยอะหน่อยนะคะเพราะโมเมบอกว่าจะถามพี่เยอะมาก”

    “ฮา ๆ ๆ เพื่อนหวงน่ะสิแบบนี้น่ะ”

    “ก็...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

    ใช้เวลาสักพักใหญ่เราก็มาถึงโรงแรม คุณหมอเดินอยู่ข้าง ๆ ส่วนพี่กั้งเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง ห้องอาหารของโรงแรมที่จัดอยู่ในโซนส่วนตัวถูกจับจองไว้เพื่อคุยงานในครั้งนี้

    “ขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะคุณเอมอร” ฉันรีบเอ่ยขอโทษผู้เป็๲ลูกค้าทันทีที่เปิดประตูห้องแล้วเจอท่านนั่งอยู่ ฉันว่าฉันมาเร็วแล้วนะ

    “คุณอะไรกัน เดี๋ยวแม่ตีเลยนิ มา ๆ นั่งกันลูก” ที่พูดมาแบบนั้นแสดงว่าท่านคงไม่ให้เรียกว่าคุณแล้วล่ะ

    “สวัสดีค่ะแม่ แม่มาเร็วอ่า” ฉันเริ่มอ้อนผู้เป็๲แม่เพื่อน ด้วยความที่เราสนิทกันมากและเคยไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ทำให้สนิทกันมากระดับหนึ่ง

    “ก็ลูกแม่น่ะสิ รบเร้าให้รีบมาหาหนูไม่รู้เป็๞อะไร”

    “นินทาอะไรหนูคะแม่” เสียงโมเมดังขึ้นที่หน้าประตู ฉันหันไปมองก่อนจะรีบเดินเข้าไปกอดเพื่อนทันที

    “คิดถึง”

    “แน่สิ นัดกันก็ไม่มา” โมเมกอดตอบพรางโยกตัวไปมา

    “คนนั้นแฟนแกใช่ไหม” เพื่อนกระซิบถามต่อ

    “ก็...ใช่แหละ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก”

    “มานั่งกันก่อนลูก”

    “ขอบคุณค่ะ” ฉันเงยหน้าเอ่ยขอบคุณหมอพิงค์ที่เลื่อนเก้าอี้ให้นั่งตามด้วยเ๽้าตัวที่นั่งลงข้าง ๆ พี่กั้งนั่งถัดไปตรงเก้าอี้ว่าง ฉันกับแม่อรคุยกันเ๱ื่๵๹งานระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ ระหว่างนั้นเหมือนโมเมก็ถามอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหมอพิงค์

    “แล้วที่สาขาใหม่หนูจะไปดูให้แม่ไหมลูก”

    “ค่ะแม่ เดี๋ยวหนูไปดูเองค่ะ”

    “ถ้ายังไงก็บอกแม่ด้วยนะลูก”

    “แม่คะ ทานข้าวกันเถอะค่ะ คุยแต่เ๱ื่๵๹งานอะ” โมเมบอกแม่อรงอน ๆ ท่านหัวเราะร่าแล้วชวนเราทุกคนให้ทานอาหารด้วยกัน ดีที่การคุยงานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หนักหน่อยเห็นจะเป็๲โมเมที่นั่งซักประวัติคุณหมอพิงค์อยู่นี่แหละ

    “โมเม ให้พี่เขาได้ทานอะไรบ้างเถอะ” เห็นนั่งซักอยู่นานก็อดที่จะเอ่ยแซวเพื่อนไม่ได้

    “อะไรเล่า”

    “หึหึ ให้พี่เขาได้ทานข้าวบ้างลูก” คุณแม่ของโมเมเอ่ยบอกนั่นแหละเราถึงได้ทานข้าวสลับกับพูดคุยเ๹ื่๪๫ทั่วไป เมื่อแยกจากเพื่อนเราก็กลับกันทันทีไม่ไหวแล้วล่ะ วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ คุณหมอเองก็น่าจะเหนื่อยแต่ฝืนบอกว่าไม่เหนื่อยเพราะเป็๞ห่วงฉัน

    “คุณมันเดย์คะ พี่สงสัยอ่ะค่ะว่าคุณมันเดย์กับคุณหมอเป็๲อะไรกันเหรอคะ”

    “เอ่อ...” ถามตรง ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันนะเนี่ย ฉันลอบมองคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่พอเห็นเขายิ้มมุมปากฉันก็ถึงกับหน้าร้อนวูบวาบอีกครา เขิน! เป็๞เขินอีกแล้ว

    “เป็๲ เป็๲แฟนค่ะ” ฉันตอบเสียงอุบอิบ

    “หึหึ” เสียงหัวเราะในคอดังจากคุณหมอทันทีที่ได้ยินแบบนั้น แต่คุณเลขาเงียบไปทันทีเหมือนกำลังขบคิดอะไรสักอย่าง

    “หัวเราะอะไรคะ”

    “เปล่าครับ น่ารักดี” เขายิ้มกว้างยกมือลูบผมฉันเบา ๆ

    “คุณหมอคะ อย่าแกล้งแบบนี้ค่ะ”

    “พี่ไม่ได้แกล้งสักหน่อย แล้วคุณเลขาหนูจะลงที่ไหนครับ” คุณหมอเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ถาม ฉันขยับหันกลับไปมองเลขาตัวเอง ลืมไปเลยเหมือนกันว่ายังไม่ได้ถามว่าคุณเลขาจะลงตรงไหน

    “พี่กั้งลงไหนนะคะ”

    “ลงที่คอนโดคุณมันเดย์เลยค่ะ พี่จอดรถไว้ที่นั่นพอดี”

    “อ๋อ ได้ค่ะ”

    “แล้วพรุ่งนี้เข้าร้านไหมครับ” คุณหมอเอ่ยถาม ดึกขนาดนี้รถยังติดเขาคงจะเบื่อเลยชวนคุย

    “ว่าจะเข้าอยู่ค่ะ อาจจะเป็๲หลังเลิกงาน พี่เข้าคลินิกไหม”

    “เข้าครับ น่าจะทั้งวัน เดี๋ยวไปทานมื้อเย็นด้วยกันนะ”

    “ได้เลยค่ะ”

    “เอ่อ พรุ่งนี้คุณมันเดย์มีนัดตอนเย็นนะคะ พี่ลืมแจ้งค่ะ ลูกค้าจากไต้หวันเดินทางมาและขอนัด...” ทำไมไม่รีบแจ้งกัน ฉันก็นึกว่าฉันว่างเสียอีก

    “ไม่ว่างแล้วอะ เสียใจ” ฉันมองหน้าคนข้าง ๆ อย่างรู้สึกผิดทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนเพิ่งตอบตกลงนัดกับเขา คุณหมอเองก็หน้านิ่งไปแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรให้เสียใจ กลับกันเขากลับยิ้มให้น้อย ๆ และบอกไม่ให้กังวล

    “ไม่เป็๞ไรครับ ไม่ต้องคิดมากยังไงเราก็เจอกันที่ห้องอยู่แล้ว”

    “ไม่โกรธใช่ไหมคะ?”

    “ไม่โกรธกลับ หนูต้องตั้งใจทำงานเดี๋ยวถ้าเลิกงานพี่จะไปรับหนูเอง ตกลงไหม” คุณหมอยกมือมาลูบผมอีกครั้งแล้วหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อ เมื่อมาถึงคอนโดเราบอกลาพี่กั้งรอกระทั่งอีกฝ่ายขับรถออกไป คุณหมอประคองฉันเดินเข้าคอนโดระหว่างรอลิฟต์คุณหมอก็จัดผมลูบผมให้อย่างใส่ใจ เขาตามเข้ามาส่งถึงในห้องและไม่ยอมกลับเอาแต่นั่งจับผมลูบผมไม่หยุด บางทีก็อยากจะถามว่าเขาเป็๞อะไรทำไมถึงได้วอแวเก่งขนาดนี้

    “เป็๲อะไรคะเนี่ย”

    “ไม่รู้สิครับ พี่รู้สึกแปลก ๆ น่ะ”

    “ยังไงคะ”

    “บอกไม่ถูกครับ หนูไม่ต้องคิดมากหรอกดูสิข้างนอกฝนตกแล้ว” เขาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ชวนดูสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมา

    “น่าจะตกหนักอยู่นะคะ”

    “ใช่ครับ มันเดย์โทรศัพท์หนูมีสายเข้าครับ” คุณหมอเตือน ฉันหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ เมื่อเจอชื่อที่โทรเข้ามาก็ยิ้มกว้าง คว้าโทรศัพท์มากดรับสาย

    “คิดถึงจังเลย”

    (หึหึ รีบอ้อนเลยนะ) ปลายสายเอ่ยแซวเสียงทุ้ม

    “ก็เปล่าสักหน่อย คิดถึงจริง ๆ นี่คะ”

    (ป๊าคิดถึงเหมือนกันครับ มะรืนป๊ากับม๊าจะกลับแล้วนะ หนูอยากได้อะไรไหม)

    “ไม่มีเลยค่ะ แค่อยากให้ป๊ากับม๊ากลับมา”

    (ปากหวานจริงลูกป๊าเนี่ย)

    “หนูน่ารักเหมือนม๊าใช่ไหมล่ะคะ”

    (จะน่ารักกว่านี้ถ้ามีแฟนแล้วรีบบอกป๊า)

    “ป๊า ป๊ารู้ได้ไงคะ”

    (น้องชายเราโทรมาฟ้องน่ะสิ ว่าเรามีแฟนแล้วลืมน้อง) ป๊าเล่าทั้งยังหัวเราะไปด้วย เธิร์สเดย์ไปเผาอะไรให้ป๊ากับม๊าฟังอีกเนี่ย

    “ไม่ใช่นะคะ น้องต่างหากติดแฟน ไม่สนใจหนูเลยโทรไปหานะก็บอกไม่ว่าง ชวนทานข้าวก็บอกว่าไม่ว่าง หนูจะงอนแล้วด้วย”

    (เอาเข้าไป งอนกันไปงอนกันมา ใครจะเป็๞คนง้อล่ะลูก) เสียงม๊าเอ่ยแทรก ตามด้วยเสียงหัวเราะของป๊า ฮื่อ ยิ่งได้ยินเสียงยิ่งคิดถึง

    “ม๊าคะ คิดถึงแล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับมาคะ”

    (มะรืนค่ะลูก เดี๋ยวม๊าจะรีบไปหาหนูนะ)

    “หนูจะรอม๊านะคะ คิดถึงอยากกอดมาก ๆ ”

    (ม๊าก็คิดถึงหนูค่ะ // เอาละ สาว ๆ ดึกแล้วต้องวางแล้วล่ะ เจอกันมะรืนนะลูก)

    “ค่ะป๊า เจอกันค่ะ”

    “น่ารักจัง คุยกับป๊าม๊าน่ารักมากเลย” คุณหมอที่นั่งกอดฉันอยู่เอ่ยแซว มือร้อนเอื้อมมาจับมือฉันไว้พรางบีบเบา ๆ ฉันว่าถ้ามือฉันกินได้เขาคงกินไปแล้วล่ะ จับ ๆ ลูบ ๆ อยู่แบบนี้

    “อยากเจอไหมคะ ม๊าใจดีมาก ๆ เลยนะ”

    “อยากเจอครับ เอาไว้ว่าง ๆ พาพี่ไปเจอป๊ากับม๊าหนูหน่อยนะ”

    “ได้เลยค่ะ แต่ว่าป๊าอาจจะดุ ๆ หน่อยนะคะ เฮียไชน์เองก็ดุ” เฮียไชน์น่ะ อยากให้น้องมีแฟนแต่ก็หวงไม่หยุด แล้วแบบนั้นจะมีได้ยังไงล่ะว่าไหม? ระหว่างเรานั่งดูหนังต่ออีกเ๱ื่๵๹โทรศัพท์ฉันก็แจ้งเตือนว่ามีคนแอดไลน์ฉันเข้ามา ฉันหยิบขึ้นมาดูเพราะไม่คุ้น และที่สำคัญฉันไม่เคยให้ไลน์ใครเลยนะทำไมจู่ ๆ ถึงมีคนแอดมาก็ไม่รู้

    “มีกิ๊กเหรอเนี่ย” คุณหมอเอ่ยแซวเมื่อเห็นฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู

    “บ้าสิ ไม่มีค่ะ แต่ไม่รู้ใครแอดมาไม่คุ้นด้วย”

    “เหมือนเขาส่งอะไรมาด้วยนะ”


    Unknow :: คิดจะมีแฟนเหรอ?

    Unknow :: อยู่คนเดียวไม่ได้หรือไง!

    Unknow :: อย่ายุ่งกับคุณหมอ!!


    “กิ๊กคุณหมอหรือเปล่าคะ” ฉันเงยหน้าถามคนข้าง ๆ เขามีสีหน้า๻๷ใ๯ไม่น้อยที่ได้รับข้อความแบบนี้

    “ไม่ใช่ครับ พี่ไม่มีแม้กระทั่งคนคุยนะ คู่นอนอะไรแบบนั้นก็ไม่มี”

    “แล้ว...หรือว่า”

    “หรือว่าอะไรครับ?”

    “ไม่รู้ว่าจากคนเดียวกันไหม แต่หนูเคยได้รับข้อความแบบนี้มาก่อนแล้วค่ะ เวลามีคนคุยหรือมีนัดเดท แปลก ๆ ดีค่ะ” ฉันนึกไปถึงเ๹ื่๪๫ราวที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ที่ฉันมีนัดเดทหรือมีคนคุย ฉันก็มักจะได้รับข้อความทำนองนี้มาโดยตลอด แล้วคน ๆ นั้นจะหยุดส่งก็ต่อเมื่อฉันไม่มีคนคุยหรือหยุดนัดเดท เ๹ื่๪๫นี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนอกจากพี่ชาย กลัวจะถูกมองว่าหวาดระแวงเกินไป แต่ดูเหมือนทั้งพ่อและพี่ชายจะดูออกเพราะทุกครั้งที่พูดถึงเ๹ื่๪๫แฟน ฉันก็จะนิ่งไปไม่แสดงความคิดถึง

    “เขามาทำร้ายอะไรหนูไหม แบบนี้มันอันตรายนะ”

    “ไม่มีค่ะ ไม่รู้ด้วยว่าเป็๞ใคร”

    “อ่า เอาไงดี เราไปแจ้งตำรวจไหม”

    “ยังก่อนก็ได้ค่ะ ลองดูก่อนเขาคงไม่ทำอะไรหรอก”

    “พี่เป็๲ห่วงนะรู้ใช่ไหม มีอะไรให้รีบบอกพี่ พรุ่งนี้พี่จะไปรับกลับเองห้ามไปกับคนอื่น” คุณหมอสั่งเสียงเข้ม มือยื่นไปหยิบรีโมทกดปิดทีวีจากนั้นก็อุ้มฉันเดินเข้าห้องนอน แต่ว่า เดี๋ยวนะ!!

    “คุณหมอ!”

    “พี่จะนอนด้วยครับ ขอไปอาบน้ำก่อน ไม่ต้องเปิดประตูห้องให้ใครด้วย เดี๋ยวพี่เปิดเข้ามาเอง” เขาสั่งเร็ว ๆ มือหยิบคีย์การ์ดห้องเดินออกไปทันที ระหว่างนอนรอเขาฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดบล็อกไลน์ที่เพิ่งแอดมาขู่นั่นด้วย อะไรที่ทำให้ไม่สายใจเราก็แค่จัดการบล็อกมันไปเท่านั้นก็สิ้นเ๱ื่๵๹ เพราะเ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹ถ้าเราไม่สบายใจเราก็ควรจะจัดการกับความรู้สึกของเราเอง แบบนั้นมันคงจะเห็นผลเร็วกว่าที่ต้องไปคอยบอกคอยห้ามคนอื่นมาทำให้เราไม่สบายใจ

    คุณหมอหายไปเกือบครึ่งชั่วโมง จังหวะที่เขากลับเข้าห้องมาฉันก็เริ่มง่วงอยากจะนอนพักแล้ว คุณหมอเดินเข้ามาใกล้ล้มตัวนอนข้าง ๆ ร่างหนาสอดเข้ามาใต้ผ้าห่ม รวบรั้งร่างฉันเข้าไปกอดจนร่างกายเราแนบชิดติดกัน ไอร้อนที่แผ่จากเขาบวกกับอากาศเย็นสบายภายในห้องกำลังขับกล่อมให้ฉันได้นอนหลับสบาย

    “นอนได้แล้วครับ ฝันดีนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะขยับซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกเขา อุ่นดีจัง


    =========

    ตามที่เคยแจ้งนะคะ จะอัพตอนนี้และขอหยุดพักยาว จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม นะคะ