#วันจันทร์สีชมพู 11
“คุณมันเดย์คะ เย็นนี้มีนัดกับคุณเอมอรนะคะที่โรงแรมxx”
“รบกวนแจ้งเข้ามาในไลน์อีกทีด้วยนะคะ” ฉันบอกพี่กั้ง หลัง่วันหยุดยาวฉันกลับมาทำงานปกติ แต่หนักหน่อยเห็นเป็ตารางงานที่แทบจะไม่มีเวลาว่าง แม้กระทั่งจะนัดเจอเพื่อนยังไม่มี ทั้งโมเมและขนุนต่างเริ่มงอนที่ฉันไม่ว่างไปเจอ แต่พวกนั้นก็เข้าใจแหละว่าทำงานเลยไม่อะไรมาก วันนี้เพิ่งเริ่มต้นสัปดาห์แต่ฉันมีนัดเจอกับลูกค้าตั้งสามรายเช้าที่ห้องประชุม ตอนบ่ายที่ห้างสรรพสินค้าและตอนเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรม เฮ้อ งานนี่นาจะไม่ไปก็ไม่ได้
“คุณมันเดย์จะรับของว่างไหมคะ?” พี่กั้งเดินเข้ามาถามในห้องทำงานอีกครั้ง
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอนอนพักก่อนนะคะ ยังถึงเวลาค่อยเข้ามาเรียก”
“ได้ค่ะ” คล้อยหลังเลขาเดินออกไปฉันก็เอนหลังพิงกับเก้าอี้ เหนื่อยมาก แต่ก็ไม่อยากบ่นหรือบอกพี่ว่าฉันเหนื่อยกับงานเพราะพี่ก็เหนื่อยกับงานเช่นเดียวกับฉันหรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ฉันเลยต้องบอกให้ตัวเองสู้และอดทนเพราะไม่อยากให้พี่หรือพ่อและแม่เป็ห่วง
่เที่ยงฉันไปเจอลูกค้าที่ร้านอาหารเพื่อพูดคุยงานกว่าจะได้กลับก็บ่ายสามฉันแยกกลับคอนโดเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนชุดเพราะเย็นนี้ยังมีนัดต่อ พอถึงคอนโดก็เจอกับคุณหมอพิงค์ยืนรออยู่หน้าคอนโด
“เหนื่อยไหมครับ?”
“นิดหน่อยค่ะ ไม่ไปทำงานเหรอ?”
“คนไข้ไม่เยอะเลยออกมาก่อนน่ะ เดี๋ยวพาไปเจอลูกค้า”
“เกรงใจ...”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ พี่เต็มใจทำให้”
“อาจจะดึกนะคะ จะเหนื่อยไหม?”
“ไม่ครับ เดี๋ยวพาไปกลับดึกเป็ห่วง”
“ขอบคุณค่ะ” คุณหมอพิงค์ช่วยถือกระเป๋าพามาส่งที่ห้อง ระหว่างรอฉันอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เขาก็ทำอาหารว่างไว้ให้ ฮื่อ ฉันรู้สึกดีจนไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาแล้ว เขาดีกับฉันมากจริง ๆ นะ
“เมื่อกี้เลขาหนูโทรมาบอกว่าจะพาหนูไปเอง...”
“คะ? ไม่นี่ปกติหนูไปเองนะ” เวลามีงานข้างนอกตอนดึกฉันไม่ค่อยให้เลขาไปด้วยเพราะอยากให้เธอได้ใช้เวลากับครอบครัว ส่วนมากจะมีเธิร์สเดย์ไปด้วยแต่ครั้งนี้ตั้งใจจะไปคนเดียวเพราะคุณเอมอรก็เป็แม่ของเพื่อนฉันก็โมเมนั่นแหละ แต่ที่แปลกไปคือทำไมคุณเลขาถึงโทรมาบอกว่าจะไปด้วย
“เธอบอกจะไปด้วยน่ะครับเห็นบอกว่ารอที่หน้าคอนโดแล้ว” คุณหมอเล่าให้ฟัง มือก็ยื่นจานแซนวิชมาให้ ฉันรับมาก่อนจะรีบหยิบมาทาน
“ไปเลยไหมครับ?”
“ได้ค่ะ”
“คุณมันเดย์คะเดี๋ยววันนี้กั้งไปด้วยนะคะ เผื่อมีอะไรให้กั้งช่วยค่ะ”
“ได้ค่ะ แล้วทำไมวันนี้ถึงไปได้ล่ะคะปกติจะรีบกลับบ้านนี่นา” ฉันเอ่ยถามพี่กั้งที่ยืนรออยู่หน้าคอนโด เธอยังสวมชุดทำงานอยู่เลยแต่หน้าตาถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างสวยงาม
“กั้งรู้สึกผิดน่ะค่ะที่ไม่ได้ไปทำงานกับคุณมันเดย์” พี่กั้งยิ้มเจื่อนแววตานั้นแปลกไปจากที่เคยเจอ
“ค่ะ งั้นไปด้วยกันเลยนะคะ เดี๋ยวแฟนมันเดย์จะขับรถไปส่งค่ะ”
“แฟน?” พี่กั้งทวนถามด้วยความสงสัย
“ใช่ค่ะ แฟน อ้อลืมแนะนำค่ะ พี่คะนี่พี่กั้งค่ะเลขาหนูเอง พี่กั้งคะนี่หมอพิงค์แฟนมันเดย์เองค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณหมอ”
“สวัสดีครับ” คุณหมอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยชวนขึ้นรถ บรรยากาศในรถชวนอึดอัดแปลก ๆ ขนาดฉันชวนคุยแล้วก็ยังเหมือนเดิม จำต้องเงียบในที่สุด พอเงียบและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยคุณหมอก็ยื่นมือมาลูบผมฉันเบา ๆ
“ง่วงหรือเปล่าเนี่ย”
“เปล่าค่ะ” จะกล้าบอกได้ยังไงว่าคิดเื่ของเขาอยู่
“วันนี้ห้ามดื่มเยอะนะครับ”
“ไม่รับปากแต่จะพยายามค่ะ วันนี้โมเมมาด้วยคงดื่มกันนิดหน่อย”
“ถ้างั้นก็ดื่มได้ ยังไงซะพี่ก็จะนั่งโต๊ะข้าง ๆ หนูนั่นแหละ”
“นั่งด้วยกันได้ค่ะ ไม่เป็ไรเพื่อนหนูก็อยากเจอพี่”
“เอางั้นเหรอ?”
“ค่ะ พี่อาจจะเจอคำถามเยอะหน่อยนะคะเพราะโมเมบอกว่าจะถามพี่เยอะมาก”
“ฮา ๆ ๆ เพื่อนหวงน่ะสิแบบนี้น่ะ”
“ก็...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
ใช้เวลาสักพักใหญ่เราก็มาถึงโรงแรม คุณหมอเดินอยู่ข้าง ๆ ส่วนพี่กั้งเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง ห้องอาหารของโรงแรมที่จัดอยู่ในโซนส่วนตัวถูกจับจองไว้เพื่อคุยงานในครั้งนี้
“ขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะคุณเอมอร” ฉันรีบเอ่ยขอโทษผู้เป็ลูกค้าทันทีที่เปิดประตูห้องแล้วเจอท่านนั่งอยู่ ฉันว่าฉันมาเร็วแล้วนะ
“คุณอะไรกัน เดี๋ยวแม่ตีเลยนิ มา ๆ นั่งกันลูก” ที่พูดมาแบบนั้นแสดงว่าท่านคงไม่ให้เรียกว่าคุณแล้วล่ะ
“สวัสดีค่ะแม่ แม่มาเร็วอ่า” ฉันเริ่มอ้อนผู้เป็แม่เพื่อน ด้วยความที่เราสนิทกันมากและเคยไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ทำให้สนิทกันมากระดับหนึ่ง
“ก็ลูกแม่น่ะสิ รบเร้าให้รีบมาหาหนูไม่รู้เป็อะไร”
“นินทาอะไรหนูคะแม่” เสียงโมเมดังขึ้นที่หน้าประตู ฉันหันไปมองก่อนจะรีบเดินเข้าไปกอดเพื่อนทันที
“คิดถึง”
“แน่สิ นัดกันก็ไม่มา” โมเมกอดตอบพรางโยกตัวไปมา
“คนนั้นแฟนแกใช่ไหม” เพื่อนกระซิบถามต่อ
“ก็...ใช่แหละ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก”
“มานั่งกันก่อนลูก”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเงยหน้าเอ่ยขอบคุณหมอพิงค์ที่เลื่อนเก้าอี้ให้นั่งตามด้วยเ้าตัวที่นั่งลงข้าง ๆ พี่กั้งนั่งถัดไปตรงเก้าอี้ว่าง ฉันกับแม่อรคุยกันเื่งานระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ ระหว่างนั้นเหมือนโมเมก็ถามอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหมอพิงค์
“แล้วที่สาขาใหม่หนูจะไปดูให้แม่ไหมลูก”
“ค่ะแม่ เดี๋ยวหนูไปดูเองค่ะ”
“ถ้ายังไงก็บอกแม่ด้วยนะลูก”
“แม่คะ ทานข้าวกันเถอะค่ะ คุยแต่เื่งานอะ” โมเมบอกแม่อรงอน ๆ ท่านหัวเราะร่าแล้วชวนเราทุกคนให้ทานอาหารด้วยกัน ดีที่การคุยงานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หนักหน่อยเห็นจะเป็โมเมที่นั่งซักประวัติคุณหมอพิงค์อยู่นี่แหละ
“โมเม ให้พี่เขาได้ทานอะไรบ้างเถอะ” เห็นนั่งซักอยู่นานก็อดที่จะเอ่ยแซวเพื่อนไม่ได้
“อะไรเล่า”
“หึหึ ให้พี่เขาได้ทานข้าวบ้างลูก” คุณแม่ของโมเมเอ่ยบอกนั่นแหละเราถึงได้ทานข้าวสลับกับพูดคุยเื่ทั่วไป เมื่อแยกจากเพื่อนเราก็กลับกันทันทีไม่ไหวแล้วล่ะ วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ คุณหมอเองก็น่าจะเหนื่อยแต่ฝืนบอกว่าไม่เหนื่อยเพราะเป็ห่วงฉัน
“คุณมันเดย์คะ พี่สงสัยอ่ะค่ะว่าคุณมันเดย์กับคุณหมอเป็อะไรกันเหรอคะ”
“เอ่อ...” ถามตรง ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันนะเนี่ย ฉันลอบมองคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่พอเห็นเขายิ้มมุมปากฉันก็ถึงกับหน้าร้อนวูบวาบอีกครา เขิน! เป็เขินอีกแล้ว
“เป็ เป็แฟนค่ะ” ฉันตอบเสียงอุบอิบ
“หึหึ” เสียงหัวเราะในคอดังจากคุณหมอทันทีที่ได้ยินแบบนั้น แต่คุณเลขาเงียบไปทันทีเหมือนกำลังขบคิดอะไรสักอย่าง
“หัวเราะอะไรคะ”
“เปล่าครับ น่ารักดี” เขายิ้มกว้างยกมือลูบผมฉันเบา ๆ
“คุณหมอคะ อย่าแกล้งแบบนี้ค่ะ”
“พี่ไม่ได้แกล้งสักหน่อย แล้วคุณเลขาหนูจะลงที่ไหนครับ” คุณหมอเปลี่ยนเื่ถาม ฉันขยับหันกลับไปมองเลขาตัวเอง ลืมไปเลยเหมือนกันว่ายังไม่ได้ถามว่าคุณเลขาจะลงตรงไหน
“พี่กั้งลงไหนนะคะ”
“ลงที่คอนโดคุณมันเดย์เลยค่ะ พี่จอดรถไว้ที่นั่นพอดี”
“อ๋อ ได้ค่ะ”
“แล้วพรุ่งนี้เข้าร้านไหมครับ” คุณหมอเอ่ยถาม ดึกขนาดนี้รถยังติดเขาคงจะเบื่อเลยชวนคุย
“ว่าจะเข้าอยู่ค่ะ อาจจะเป็หลังเลิกงาน พี่เข้าคลินิกไหม”
“เข้าครับ น่าจะทั้งวัน เดี๋ยวไปทานมื้อเย็นด้วยกันนะ”
“ได้เลยค่ะ”
“เอ่อ พรุ่งนี้คุณมันเดย์มีนัดตอนเย็นนะคะ พี่ลืมแจ้งค่ะ ลูกค้าจากไต้หวันเดินทางมาและขอนัด...” ทำไมไม่รีบแจ้งกัน ฉันก็นึกว่าฉันว่างเสียอีก
“ไม่ว่างแล้วอะ เสียใจ” ฉันมองหน้าคนข้าง ๆ อย่างรู้สึกผิดทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนเพิ่งตอบตกลงนัดกับเขา คุณหมอเองก็หน้านิ่งไปแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรให้เสียใจ กลับกันเขากลับยิ้มให้น้อย ๆ และบอกไม่ให้กังวล
“ไม่เป็ไรครับ ไม่ต้องคิดมากยังไงเราก็เจอกันที่ห้องอยู่แล้ว”
“ไม่โกรธใช่ไหมคะ?”
“ไม่โกรธกลับ หนูต้องตั้งใจทำงานเดี๋ยวถ้าเลิกงานพี่จะไปรับหนูเอง ตกลงไหม” คุณหมอยกมือมาลูบผมอีกครั้งแล้วหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อ เมื่อมาถึงคอนโดเราบอกลาพี่กั้งรอกระทั่งอีกฝ่ายขับรถออกไป คุณหมอประคองฉันเดินเข้าคอนโดระหว่างรอลิฟต์คุณหมอก็จัดผมลูบผมให้อย่างใส่ใจ เขาตามเข้ามาส่งถึงในห้องและไม่ยอมกลับเอาแต่นั่งจับผมลูบผมไม่หยุด บางทีก็อยากจะถามว่าเขาเป็อะไรทำไมถึงได้วอแวเก่งขนาดนี้
“เป็อะไรคะเนี่ย”
“ไม่รู้สิครับ พี่รู้สึกแปลก ๆ น่ะ”
“ยังไงคะ”
“บอกไม่ถูกครับ หนูไม่ต้องคิดมากหรอกดูสิข้างนอกฝนตกแล้ว” เขาเปลี่ยนเื่ชวนดูสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมา
“น่าจะตกหนักอยู่นะคะ”
“ใช่ครับ มันเดย์โทรศัพท์หนูมีสายเข้าครับ” คุณหมอเตือน ฉันหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ เมื่อเจอชื่อที่โทรเข้ามาก็ยิ้มกว้าง คว้าโทรศัพท์มากดรับสาย
“คิดถึงจังเลย”
(หึหึ รีบอ้อนเลยนะ) ปลายสายเอ่ยแซวเสียงทุ้ม
“ก็เปล่าสักหน่อย คิดถึงจริง ๆ นี่คะ”
(ป๊าคิดถึงเหมือนกันครับ มะรืนป๊ากับม๊าจะกลับแล้วนะ หนูอยากได้อะไรไหม)
“ไม่มีเลยค่ะ แค่อยากให้ป๊ากับม๊ากลับมา”
(ปากหวานจริงลูกป๊าเนี่ย)
“หนูน่ารักเหมือนม๊าใช่ไหมล่ะคะ”
(จะน่ารักกว่านี้ถ้ามีแฟนแล้วรีบบอกป๊า)
“ป๊า ป๊ารู้ได้ไงคะ”
(น้องชายเราโทรมาฟ้องน่ะสิ ว่าเรามีแฟนแล้วลืมน้อง) ป๊าเล่าทั้งยังหัวเราะไปด้วย เธิร์สเดย์ไปเผาอะไรให้ป๊ากับม๊าฟังอีกเนี่ย
“ไม่ใช่นะคะ น้องต่างหากติดแฟน ไม่สนใจหนูเลยโทรไปหานะก็บอกไม่ว่าง ชวนทานข้าวก็บอกว่าไม่ว่าง หนูจะงอนแล้วด้วย”
(เอาเข้าไป งอนกันไปงอนกันมา ใครจะเป็คนง้อล่ะลูก) เสียงม๊าเอ่ยแทรก ตามด้วยเสียงหัวเราะของป๊า ฮื่อ ยิ่งได้ยินเสียงยิ่งคิดถึง
“ม๊าคะ คิดถึงแล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับมาคะ”
(มะรืนค่ะลูก เดี๋ยวม๊าจะรีบไปหาหนูนะ)
“หนูจะรอม๊านะคะ คิดถึงอยากกอดมาก ๆ ”
(ม๊าก็คิดถึงหนูค่ะ // เอาละ สาว ๆ ดึกแล้วต้องวางแล้วล่ะ เจอกันมะรืนนะลูก)
“ค่ะป๊า เจอกันค่ะ”
“น่ารักจัง คุยกับป๊าม๊าน่ารักมากเลย” คุณหมอที่นั่งกอดฉันอยู่เอ่ยแซว มือร้อนเอื้อมมาจับมือฉันไว้พรางบีบเบา ๆ ฉันว่าถ้ามือฉันกินได้เขาคงกินไปแล้วล่ะ จับ ๆ ลูบ ๆ อยู่แบบนี้
“อยากเจอไหมคะ ม๊าใจดีมาก ๆ เลยนะ”
“อยากเจอครับ เอาไว้ว่าง ๆ พาพี่ไปเจอป๊ากับม๊าหนูหน่อยนะ”
“ได้เลยค่ะ แต่ว่าป๊าอาจจะดุ ๆ หน่อยนะคะ เฮียไชน์เองก็ดุ” เฮียไชน์น่ะ อยากให้น้องมีแฟนแต่ก็หวงไม่หยุด แล้วแบบนั้นจะมีได้ยังไงล่ะว่าไหม? ระหว่างเรานั่งดูหนังต่ออีกเื่โทรศัพท์ฉันก็แจ้งเตือนว่ามีคนแอดไลน์ฉันเข้ามา ฉันหยิบขึ้นมาดูเพราะไม่คุ้น และที่สำคัญฉันไม่เคยให้ไลน์ใครเลยนะทำไมจู่ ๆ ถึงมีคนแอดมาก็ไม่รู้
“มีกิ๊กเหรอเนี่ย” คุณหมอเอ่ยแซวเมื่อเห็นฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู
“บ้าสิ ไม่มีค่ะ แต่ไม่รู้ใครแอดมาไม่คุ้นด้วย”
“เหมือนเขาส่งอะไรมาด้วยนะ”
Unknow :: คิดจะมีแฟนเหรอ?
Unknow :: อยู่คนเดียวไม่ได้หรือไง!
Unknow :: อย่ายุ่งกับคุณหมอ!!
“กิ๊กคุณหมอหรือเปล่าคะ” ฉันเงยหน้าถามคนข้าง ๆ เขามีสีหน้าใไม่น้อยที่ได้รับข้อความแบบนี้
“ไม่ใช่ครับ พี่ไม่มีแม้กระทั่งคนคุยนะ คู่นอนอะไรแบบนั้นก็ไม่มี”
“แล้ว...หรือว่า”
“หรือว่าอะไรครับ?”
“ไม่รู้ว่าจากคนเดียวกันไหม แต่หนูเคยได้รับข้อความแบบนี้มาก่อนแล้วค่ะ เวลามีคนคุยหรือมีนัดเดท แปลก ๆ ดีค่ะ” ฉันนึกไปถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ที่ฉันมีนัดเดทหรือมีคนคุย ฉันก็มักจะได้รับข้อความทำนองนี้มาโดยตลอด แล้วคน ๆ นั้นจะหยุดส่งก็ต่อเมื่อฉันไม่มีคนคุยหรือหยุดนัดเดท เื่นี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนอกจากพี่ชาย กลัวจะถูกมองว่าหวาดระแวงเกินไป แต่ดูเหมือนทั้งพ่อและพี่ชายจะดูออกเพราะทุกครั้งที่พูดถึงเื่แฟน ฉันก็จะนิ่งไปไม่แสดงความคิดถึง
“เขามาทำร้ายอะไรหนูไหม แบบนี้มันอันตรายนะ”
“ไม่มีค่ะ ไม่รู้ด้วยว่าเป็ใคร”
“อ่า เอาไงดี เราไปแจ้งตำรวจไหม”
“ยังก่อนก็ได้ค่ะ ลองดูก่อนเขาคงไม่ทำอะไรหรอก”
“พี่เป็ห่วงนะรู้ใช่ไหม มีอะไรให้รีบบอกพี่ พรุ่งนี้พี่จะไปรับกลับเองห้ามไปกับคนอื่น” คุณหมอสั่งเสียงเข้ม มือยื่นไปหยิบรีโมทกดปิดทีวีจากนั้นก็อุ้มฉันเดินเข้าห้องนอน แต่ว่า เดี๋ยวนะ!!
“คุณหมอ!”
“พี่จะนอนด้วยครับ ขอไปอาบน้ำก่อน ไม่ต้องเปิดประตูห้องให้ใครด้วย เดี๋ยวพี่เปิดเข้ามาเอง” เขาสั่งเร็ว ๆ มือหยิบคีย์การ์ดห้องเดินออกไปทันที ระหว่างนอนรอเขาฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดบล็อกไลน์ที่เพิ่งแอดมาขู่นั่นด้วย อะไรที่ทำให้ไม่สายใจเราก็แค่จัดการบล็อกมันไปเท่านั้นก็สิ้นเื่ เพราะเื่บางเื่ถ้าเราไม่สบายใจเราก็ควรจะจัดการกับความรู้สึกของเราเอง แบบนั้นมันคงจะเห็นผลเร็วกว่าที่ต้องไปคอยบอกคอยห้ามคนอื่นมาทำให้เราไม่สบายใจ
คุณหมอหายไปเกือบครึ่งชั่วโมง จังหวะที่เขากลับเข้าห้องมาฉันก็เริ่มง่วงอยากจะนอนพักแล้ว คุณหมอเดินเข้ามาใกล้ล้มตัวนอนข้าง ๆ ร่างหนาสอดเข้ามาใต้ผ้าห่ม รวบรั้งร่างฉันเข้าไปกอดจนร่างกายเราแนบชิดติดกัน ไอร้อนที่แผ่จากเขาบวกกับอากาศเย็นสบายภายในห้องกำลังขับกล่อมให้ฉันได้นอนหลับสบาย
“นอนได้แล้วครับ ฝันดีนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะขยับซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกเขา อุ่นดีจัง
=========
ตามที่เคยแจ้งนะคะ จะอัพตอนนี้และขอหยุดพักยาว จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม นะคะ