มู่เฉินเลิกตกปลาแล้วเดินออกมาที่ลานหน้าบ้าน ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มกว่าๆ ท้องฟ้าเป็สีดำสนิท มองเห็นไฟหลากสีในเมืองใหญ่และเสียงรถยนต์ที่ขับผ่าน ผู้คนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ภาพที่งดงามเช่นนี้น่าเสียดายที่จะหายไปในวันพรุ่งนี้
มู่เฉินถอนหายใจแล้วนำบ้านหลุมหลบภัยออกมา มันมีขนาดเล็กเหมือนแมงมุม นี่คือรูปแบบย่อขนาดยังไม่ถูกเปิดใช้งาน เขาวางมันลงบนพื้นสนามหญ้าเล็กๆ จากนั้นบ้านขนาดเล็กก็เริ่มขยับ ขาสี่ขาที่ทำมาจากโลหะเหลวเริ่มขุดดิน มันเริ่มมุดลงใต้ตินโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
มู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกประหลาดใจ เทคโนโลยีนี้ทรงพลังมาก หากเป็เครื่องขุดเจาะขนาดใหญ่บนโลกนี้ยังมีความเป็ไปได้ที่จะขุดบ้านแต่ใครจะคิดว่าแมลงที่เหมือนแมงมุมโลหะจะมีความแข็งแรงขนาดนี้ ใช้เวลาราว 5 นาทีในการเจาะพื้นใต้ดิน บ้านก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ มันขยายขนาดจากเล็กๆ เป็บ้านหนึ่งหลังใต้ดิน โดย้าสนามหญ้าทางเข้าจะเป็ประตูโลหะ ที่ดูเหมือนห้องน้ำสาธารณะ
มู่เฉินเดินไปที่ประตูเหล็กที่มีความแข็งแกร่ง มีการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าเพื่อยืนยันความเป็เ้าของ หลังจากนั้นประตูก็เปิดออก เขาเดินเข้าไปในช่องทางแคบๆ หลังจากที่ประตูปิดมู่เฉินก็รู้สึกว่าลิฟท์กำลังลงไปยังชั้นล่าง
เนื่องจากมันเป็หลุมหลบภัยขนาดเล็กจึงมีเพียงชั้น 1
ใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาทีก็ลงมาถึงชั้นอยู่อาศัยที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินประมาณ 3 เมตร มันเป็ห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอนพอดีกับห้อง นอกจากนั้นยังมีห้องน้ำอยู่ข้างๆ มู่เฉินเริ่มสำรวจห้องน้ำ ภายในค่อนข้างแคบ หากนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกภาพห้องน้ำในเครื่องบินดู แต่ถึงอย่างนั้นมู่เฉินก็ค่อนข้างพอใจ
หลุมหลบภัยส่องสว่างด้วยไฟที่มาจากแบตเตอรี่ มันสามารถใช้งานได้ถึง 1 ปีเต็ม นอกจากนั้นยังมีเครื่องปรับอากาศ มู่เฉินล้มตัวลงนอนบนที่นอน เตียงค่อนข้างนุ่ม ปลายสุดของเตียงเป็ผนังไม่มีทีวี นอกจากนั้นยังไม่มีตู้เสื้อผ้า ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร มีเพียงห้องนอนและห้องอาบน้ำเล็กๆ ให้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว
มู่เฉินนอนเอามือก่ายหน้าผาก “เราไม่สามารถเอาของที่ซื้อมาไว้ในหลุมหลบภัยได้ พื้นที่ภายในเล็กเกินไป จะเก็บไว้ในพื้นที่ของระบบก็ไม่ได้เพราะมันให้เก็บแต่ของที่มาจากการตกปลาได้เท่านั้น คงต้องซ่อนไว้ที่ห้องใต้หลังคาก่อนสินะ”
มู่เฉินไม่กล้าวางของไว้ส่งๆ ที่กลางบ้าน
ในวันสิ้นโลกเนื่องจากอาหารที่ขาดแคลนผู้คนเริ่มขาดศีลธรรม
การปล้นฆ่าชิงทรัพย์สินถือเป็เื่ธรรมดา ดังนั้นบ้านของเขาอาจตกเป็เป้าหมายของโจรได้ จึงต้องซ่อนอาหารไว้ให้มิดชิด
มู่เฉินเดินออกมาจากหลุมหลบภัยแล้วกลับเข้าไปในบ้าน เขาเลือกที่จะเก็บของไปไว้บนชั้นใต้หลังคาแล้วพักผ่อนบนชั้นสอง พรุ่งนี้ค่อยนอนในหลุมหลบภัย วันนี้ขอนอนเตียงใหญ่ๆ ก่อนแล้วกัน ถึงอย่างไรซะเวลาที่ไวรัสจะระบาดก็คือ่บ่ายของวัน
........
คืนนั้นมู่เฉินนอนหลับสนิท ไม่ต้องสะดุ้งตื่นกลางคืนว่าจะพบซอมบี้เปื้อนเื
เขาเดินลงมาชั้นล่างและเริ่มทำอาหาร ตอนนี้ยังเป็เวลาเก้าโมงเช้าอยู่ กินอาหารไปแล้วดูทีวีไป นอกจากนั้นเขายังเริ่มย้ายคอมพิวเตอร์ไปยังหลุมหลบภัย โหลดภาพยนตร์หลายๆ เื่ลงในฮาร์ดดิสก์ไว้ดูยามเหงา
มู่เฉินไม่อยากออกไปผจญภัยในวันสิ้นโลก เอาจริงๆ เขาก็แค่อยากเป็ปลาเค็ม อยู่ที่นี่เพียงคนเดียว สนุกกับอาหารที่หามาได้ เวลาเบื่อๆ ก็นั่งดูภาพยนตร์ที่ถูกโหลดไว้ ถึงแม้ข้างนอกจะมีซอมบี้แต่หลุมหลบภัยของเขาก็ถือว่าปลอดภัย
จัดการทุกอย่างเสร็จมู่เฉินก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบดูข่าว มีรายงานถึงกลุ่มคนที่อยู่ๆ ก็บ้าคลั่งเริ่มทำร้ายผู้คนในเมืองลั่วหยาง เมืองฉางหุ่ย เมืองเหอหนาน นอกจากนั้นยังมีคลิปวิดีโอที่ถูกอัปโหลดโดยพลเมือง
มู่เฉินกดดูวิดีโอในขณะที่นั่งกินบะหมี่สำเร็จรูป
ภาพในวิดีโอเป็การถ่ายฉากที่คนกำลังกัดกินกันเอง ใบหน้าเปื้อนเื ดวงตาสีแดง วิ่งไล่กัดคนเหมือนสัตว์ร้าย พลเมืองลั่วหยางหลายคนไม่สามารถหนีรอดได้สุดท้ายจึงกลายเป็เหยื่อ เสียงปืนดังใจกลางเมือง ตำรวจเริ่มเคลื่อนขบวนเข้ามา แต่อนิจจาสถานการณ์นี้เกินกว่าที่จะควบคุมได้ สุดท้ายตำรวจหลายนายก็เสียชีวิต
“มันเริ่มแล้วสินะ” มู่เฉินถอนหายใจแล้วเลื่อนดูคอมเมนต์ไร้สาระจากชาวเน็ต
'นั่นเขาถ่ายหนังเื่อะไร พระเ้าพวกเขาทำเหมือนมาก'
'ปกติหนังซอมบี้เห็นมีแต่เกาหลีทำ'
'มันเจ๋งมาก เห็นเืที่พุ่งออกมาจากคอคนนั้นไหม มันดูเหมือนจริงสุดๆ ฉันอยากดูหนังเื่นี้ในโรงภาพยนตร์แล้ว มันชื่อเื่ว่าอะไร'
“ทุกคนยังคิดว่ามันเป็หนังสินะ” มู่เฉินไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของผู้คน เื่แบบนี้หากเป็เขาเมื่อก่อนก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้ว่าความโหดร้ายของโลกมันเป็แบบไหน
มู่เฉินเลือกที่จะท่องอินเตอร์เน็ตในวันนี้ เนื่องจากหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือนสัญญาณทุกอย่างจะถูกตัดขาด แม้แต่น้ำหรือไฟฟ้ายังเป็เื่ยาก ทำให้หลายชีวิตต้องใช้เทียนหรือเครื่องปั่นไฟด้วยน้ำมันดีเซลหรือถ่านหิน โชคดีที่ยังเป็ฤดูร้อน แต่หากเป็ฤดูหนาวผู้เสียชีวิตจะมีจำนวนมาก
เสียงรถชนกันข้างนอกทำให้มู่เฉินเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วเดินออกไปดู
มองเห็นควันไฟที่ลุกโชนกลางเมืองปิงอัน เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ผู้คนเริ่มหลบหนีเมื่อเห็นว่าถนนถูกปิด รถหลายคันถูกทิ้งไว้ไม่สามารถขยับได้ แต่การออกมาข้างนอกรถเวลานี้ไม่ต่างจากความตายเพราะมีซอมบี้รออยู่
มู่เฉินยัดของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ลืมอะไร หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในหลุมหลบภัย ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก เพราะตอนนี้เขาอ่อนแอมาก ลำพังยังเอาตัวเองไม่รอดดังนั้นลืมเื่ช่วยเหลือคนอื่นไปได้เลย
มู่เฉินเลือกที่จะตกปลาใน่บ่ายของวัน ถังน้ำและเบ็ดตกปลาเตรียมพร้อม
คิดใช้เวลานี้เพื่อให้ตัวเองไม่ฟุ้งซ่านกับเหตุการณ์ข้างนอก
'ติ้ง...บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสสาหร่าย'
“มันก็ดีอยู่หรอกที่ได้ของกิน แต่ว่าขอเป็อะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ” มู่เฉินคร่ำครวญในความโชคร้ายของตัวเองแล้วเริ่มตกปลาอีกครั้ง
เขาเหลือเงินในระบบไม่กี่หยวน จากที่มู่เฉินถามระบบนอกจากเงินแล้วมันยังสามารถใช้ทองคำเพื่อแลกเปลี่ยน หรืออัญมณีมีราคา แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ วันแรกของภัยพิบัติค่อนข้างมีความรุนแรงสูง จะเห็นได้ว่าข้างนอกวุ่นวายแค่ไหน ดังนั้นจึงเป็เื่ฉลาดที่เขาจะอยู่ที่นี่ไม่ออกไปหาเื่ใส่ตัว
'...ติ้ง รองเท้าเด็กราคาถูก'
มองรองเท้าเด็กที่อยู่บนคันเบ็ดมู่เฉินทำอะไรไม่ถูก
เขาไม่มีลูกสักหน่อยแล้วจะเอารองเท้าเด็กไปทำไม
สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากขยะจึงถูกเขาโยนทิ้งทันที
“เห้อ...ไว้ค่อยตกปลาพรุ่งนี้แล้วกัน” มู่เฉินคิดว่าวันนี้ตัวเองโชคร้ายจึงเลือกที่จะหยุด เนื่องจากเงินในระบบกำลังจะหมดแล้วเขาไม่สามารถเสี่ยงดวงได้ จำเป็ต้องออกไปปล้นธนาคาร ร้านเพชรหรือไม่ก็ร้านทอง แต่ก่อนหน้านั้นมู่เฉินหวังว่าจะได้รับความแข็งแกร่งผ่านการตกปลา
...........
วันที่สองของการระบาดซอมบี้
มู่เฉินเลือกตกปลาในบ่ายวันนี้หลังจากกินข้าวเสร็จ
'ติ้ง...โอสถแห่งแสง โจมตีด้วยแสง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง เพิกเฉยต่อการโจมตีกายภาพทั้งหมดยกเว้นเวทมนตร์ ถูกปลุงขึ้นโดยนักปราชญ์ในโลกของโจรสลัด'
มู่เฉินมองดูข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อ
เ้าสิ่งนี้ที่เหมือนกับเม็ดยาสีเหลืองกำลังส่องแสงแวววาวอยู่บนคันเบ็ด เป็สิ่งที่ถูกสร้างโดยนักปราชญ์ ทั้งยังมีพลังมาก ทันทีที่เห็นสิ่งนี้มู่เฉินก็นึกถึงเหล่าผู้มีอำนาจเช่นพลเอก เขาไม่ลังเลเลยที่จะกินโอสถหลังจากได้รับ
รสชาติของโอสถแย่มาก มู่เฉินเกือบจะคายทิ้งออกมาแต่ต้องกล้ำกลืนกินเข้าไป หลังจากนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
“นี่เรามีพลังแล้ว...” มู่เฉินกำหมัดแน่นแต่ไม่กล้าปล่อยพลังออกมาเพราะกลัวหลุมหลบภัยพังยับเยิน แม้เขาจะไม่รู้ว่าโอสถแห่งแสงทรงพลังมากแค่ไหนหากเทียบกับอาวุธปืน แต่จากคำอธิบายของระบบเขาแทบจะอยู่ยงคงกระพันเลยไม่ใช่เหรอหากไม่พบพ่อมด
“วันนี้ค่อนข้างโชคดี งั้นตกปลาอีกครั้งแล้วกัน” มู่เฉินหยิบเบ็ดตกปลาแล้วจ่ายเงิน หย่อนเบ็ดลงไปในถังเหมือนทุกครั้ง
เวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง
'ติ้ง...แหล่งกำเนิดไฟแพนโดร่า ใช้สร้างสิ่งมีชีวิตเชิงกลขนาดเล็ก หลังจากใช้ไปหนึ่งครั้งระยะเวลาคูลดาวน์คือ 15 วัน'
มู่เฉินหยิบแท่งสีเงินออกมาจากคันเบ็ด แต่เพราะน้ำหนักมันมากเกินไปเขาจึงบังเอิญทำหล่น แหล่งกำเนิดไฟกระทบกับนาฬิกาบนข้อมือของเขา ทันใดนั้นนาฬิกาก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็โดรนขนาดเล็กสีดำ บินอยู่ตรงหน้ามู่เฉิน นอกจากนั้นยังมีดวงตาสีแดง มันกำลังสแกนชายหนุ่มตรงหน้า
“ยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น สวัสดีมาสเตอร์ ผมฟอลคอน”