สำนักพิทักษ์ธรรม บททดสอบครั้งที่2
“ข้าจะต้องผ่านเลยห้าชั้นขึ้นไปให้ได้!"
ฉินฟางเซียน พูดด้วยใบหน้าที่จริงจังมุ่งมั่น
“แล้วถ้าผ่านได้มากกว่าชั้น5หล่ะ?”
เซียวเย่กล่าวถามด้วยสงสัย
“ข้าก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน พวกศิษย์ของสำนักบอกมาแค่ว่า พวกรายละเอียดเหล่าผู้าุโจะบอกอีกที ตอนนี้เราทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น ใกล้จะพรบค่ำแล้ว จึงจะได้ทราบโดยทั่วพร้อมกัน"
“งั้นหรือ…งั้นตอนนี้เราก็คงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น แล้วตอนนี้…เ้าพอทราบหรือไม่ว่าผู้ที่ผ่านการทดสอบครั้งแรกมา มีใครบ้างที่เ้ามั่นใจว่าผ่านเป็ศิษย์สายในได้อย่างแน่นอนหรือมากกว่านั้นน่ะ ข้านั้นั้แ่เกิดไม่เคยออกจากตระกูลเลยสักครั้ง ข้อก็เลยไม่ค่อยได้จดจำหรือรู้จักใครเท่าใดนัก…..”
“อืม ได้สิ ข้าชอบช่วยเหลือคนโง่ไม่รู้ความอยู่แล้ว เห้ออ น่าสงสารจริงๆ…”
"……."
“อ-แฮ่ม! อ-แฮ่ม! ตั้งใจฟังด้วย…คนที่ผ่านเข้ารอบแรกเข้ามาตอนนี้ที่ข้าเห็นก็ประมาณได้คร่าวๆเกือบหมื่นคนได้ แต่โดยส่วนใหญ่ข้าคิดว่าทำได้อย่างมากคงเป็ได้เพียงแค่ศิษย์สายในเท่านั้น แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ข้าคิดว่าพวกเค้าสามารถเป็ศิษย์หลักได้อย่างแน่นอนหรือ….อาจจะเป็ศิษย์สายตรงก็เป็ได้”
ฉินฟางเซียน พูดกล่าวพร้อมชี้นิ้วออกไป
"เ้าเห็นผู้หญิงคนนั้นหรือไม่ ที่สวมเสื้อผ้าสีขาวหิมะ นางคือพี่สาวต่างมารดาของเสวี่ยเจี้ยน มีนามว่าเสวี่ยหนิง อายุ20ปี ด้วยพร์ของนาง ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าพลังฝืมือของนางทิ้งหายเสวี่ยเจี้ยนไปไกลมากนัก สองคนพี่น้องเนี้ยแหละ ที่ข้ามั่นใจว่าพวกเค้าสามารถเป็ศิษย์หลักได้อย่างแน่นอน"
เซียวเย่มองไปที่ เสวี่ยหนิง นางมีผมสีดำสนิท โคงหน้าที่โค้งแหลม คิ้วที่ดำเข้ม จมูกที่แหลมตรง
ดวงตาที่มีสีดำใหญ่ ส่วนทรวดทรงที่สมบูรณ์บวกกับเครื่องประดับต่างหูไข่มุกสีขาวที่นางใส่ มันช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกิน
'นางงามไม่แพ้ฉินฟางเซียน แต่ดูเ็ายังไงชอบกล..'
ฉินฟางเซียนชีนิ้วต่อไป….
"เ้าดูคนนั้น คนที่สวมเสื้อผ้าจอมยุทธสีดำเทา นั้นน่ะ เค้าคือองค์ชาย 6 ของราชวงศ์ฉิน ฝีมือไม่เป็สองรองใครในขอบเขตเดียวกันในราชวงศ์เลย แต่ด้วยนิสัยที่ชอบโผงผาง ทำอะไรไม่ค่อยไตร่ตรอง เลยมักจะสร้างปัญหาในราชวงศ์บ่อยครั้งนัก ข้ายังแปลกใจไม่น้อย ปกติองค์ชาย 6 มักจะชอบไปไหนมาไหนเอิกเกริกอย่างยิ่ง แต่ครั้งนี้กับมาปรากฏตัวแบบเงียบเชียบซะได้"
เซียวเย่มองไปที่คุณชายที่หล่อเหลาบวกกับได้ฟังเช่นนั้น ก็รู้สึกสงสัยจึงกล่าว
“ราชวงศ์ฉิน…เ้าเป็อะไรกับพวกราชวงศ์หรือไม่?”
"อืม ใช่ ข้าก็ไม่รู้เื่แน่ชัดมากนัก ข้าทราบเพียงแค่ว่าผู้ก่อตั้งตระกูลแยกตัวมาจากราชวงศ์ฉินเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อมาตั้งตระกูลของตนเองแค่นั้น จะว่าญาติห่างๆก็คงน่าจะใช่กระมัง"
“ดูนั้น เ้าเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเราด้วยท่าทางโมโหใช่หรือไม่ เ้านั่นคือหัวเฉิน มันคือเ้าโง่คนหนึ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงให้มากไป”
หัวเฉินเห็นฉินฟางเซียนกับเซียวเย่กำลังคุยกันสนิทสนม ก็นึกโมโหจะเดินเข้ามาหาเื่ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เมื่อได้ยินฉินฟางเซียนกล่าวถึงก็ถึงกลับต้องคิ้วกระตุก พยายามรวบรวมความหน้าหนาของตนเอง
หัวเฉินเดินเข้าไปกล่าวด้วยใบหน้าโมโหและเย้ยหยัน
“เห้ย! เซียวเย่! แกมาเข้าสำนักหรือมาเกี๊ยวสาวกันแน่! ข้าจะบอกไว้ก่อน ฉินฟางเซียนหน่ะเป็ของข้า เมื่อข้าได้เป็ศิษย์สายตรงของสำนักพิทักษ์ธรรม ข้าจะขอให้ท่านพ่อไปสู่ขอฉินฟางเซียนให้ข้า เพราะฉะนั้นเ้าอย่าได้ทำอะไรที่เปล่าประโยชน์จะดีกว่า”
“น-นี่เ้า ฝันไปเถอะ! ถ้าเ้าได้เป็ แล้วข้าจะเหลืออะไร ข้าก็ต้องเป็ได้เช่นกันอยู่แล้ว เ้าอย่ามายุ่งกับข้า ไสหัวไปไกลๆเลย”
ฉินฟางเซียน กระทืบเท้าโวยวายเหมือนเด็กไม่มีผิด หัวเฉินคร้านจะสนใจ
“ข้าจะมาทำอะไรที่นี่นั้นไม่สำคัญเท่าใดนัก หัวเฉินข้าเห็นว่าเ้ามั่นใจว่าสามารถเป็ศิษย์สายตรงได้แน่นอนเช่นนั้น เรามาเดิมพันกันเสียหน่อยเป็อย่างไร?”
"เดิมพัน? เดิมพันสิ่งใด ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างเ้ามีอะไรมาเดิมพันกับข้าด้วยอย่างงั้นหรือ"
หัวเฉินพูดกล่าวดูถูก
"ถ้าเ้าชนะเดิมพัน เ้าจะสามารถทำอะไรกับข้าก็ได้ หรือ จะให้ข้าเป็ลูกน้องเ้าตลอดไป ข้าก็ไม่เกี่ยง เป็อย่างไรเ้ากล้าหรือไม่?"
เซียวเย่พูดด้วยใบหน้าสบายอารมณ์
หัวเฉินได้ยินเช่นนั้นก็หน้านิ่วคิ้วขมวด ขบคิดในใจ
‘เ้าหนูนี่คิดจะทำอะไรอยู่กันแน่…ถ้าข้าชนะเดิมพันได้มันมาเป็ลูกน้องจริง ด้วยพร์ของมันด้วยวัยเพียงเท่านี้ ในอนาคตข้างหน้าของมัน คงมีประโยชน์กับข้าไม่น้อยเลย…’
หัวเฉินเมื่อคิดได้เช่นนั้นคล้ายตัดสินใจได้ สูดหายใจเข้าลึกก่อนกล่าว
“เงื่อนไข…เดิมพันคืออะไร?”
“เงื่อนไขก็ง่าย เ้ามาเป็ผู้ติดตามข้า…”
“นี่เ้า!!! เซียวเย่!!…เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครกัน ข้าคือลูกผู้นำตระกูลหัวผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นตะวันออก อะไรทำให้เ้าคิดว่า เ้านั้นคู่ควรให้ข้าติดตามเ้ากัน ฝันไปเถอะ!!”
หัวเฉินเมื่อได้ฟังก็โมโหบ้าคลั่ง ตวาดออกมาเสียงดัง
เซียวเย่หัวเราะเบา กล่าวออกมา
“หึหึหึ หัวเฉินข้ายังพูดไม่ทันจบเสียหน่อย ถ้าข้าชนะเดิมพัน ข้าขอแค่ให้เ้าเป็ผู้ติดตามข้าเพียงแค่6เดือนเท่านั้น เมื่อครบกำหนด6เดือนเ้าจะอยู่หรือจะไป ก็แล้วแต่เ้าจะกระทำ เป็อย่างไร คุ้มค่าให้เ้าเดิมพันกับข้าหรือไม่”
หัวเฉินขบคิดสักพัก เมื่อเห็นว่าเงื่อนไขสามารถรับได้อยู่ ก็กล่าวต่อทันที
“เดิมพันอะไร?”
“การทดสอบครั้งที่2 ใครที่สามารถขึ้นไปบนหอคอยได้สูงกว่ากัน คนผู้นั้นจะชนะการเดิมพัน…”
“ใครขึ้นไปได้สูงกว่ากันอย่างงั้นหรือ…ถ้าข้าชนะเดิมพัน ข้าจะได้เ้าเป็ลูกน้องข้าไปตลอด แต่ถ้าข้าแพ้เ้า ข้าก็แค่เป็ลูกน้องของเ้าแค่6เดือนเท่านั้นสินะ”
"ตามนั้น…"
"ก็ได้ ข้าหวังว่าเ้าจะรักษาสัญญาครั้งนี้เอาไว้ให้ดี! เอาไว้เมื่อถึงเวลานั้น ตอนที่เ้ามาเป็ลูกน้องของข้า ข้าจะดูแลเ้าอย่างดีเชียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า…"
หัวเฉินหัวเราะลั่น ก่อนจะเดินออกไป หัวเราะตลอดทาง
“เซียวเย่! เ้าไปเดิมพันกับเ้าบ้านั่นทำไมกัน เ้าไม่กลัวได้เป็ลูกน้องของมันเลยหรือไง"
(⊙_⊙;)
"ถ้าเ้าต้องไปเป็ลูกน้องของเ้าบ้าสมองกลวงโบ๋ เ้ามาเป็ลูกน้องข้าดีกว่ามั้ย เด๋วข้าจะดูแลเ้าให้ดีเอง ฮิฮิฮิ”
ฉินฟางเซียนกล่าวพร้อมกับทำท่าทางเหมือนจะเอามือไปลูบหัวเซียวเย่
ヾ(^0^)ノ
“อ้อ..งั้นถ้าข้าเป็ลูกน้องเ้า เ้าจะดูแลข้าเป็อย่างดีเลยงั้นรึ”
(^_^)
"ใช่ๆๆ จะดูแลอย่างดี เ้าอยากได้อะไรข้าจะตามใจหลายอย่างทีเดียวเชียว"
ฉินฟางเซียนพูดออกมาด้วยท่าทางดีอกดีใจ
"อืมม งั้นถ้าข้าหิวข้าว…"
(^_^)
“ข้าจะหาให้เ้าทานเอง”
ヽ(o^ ^o)ノ
"อืมม งั้นถ้าข้าปวดหัวตัวร้อนไม่ค่อยสบาย.."
(^_^)
"ข้าจะเป็คนเช็ดตัวดูแลเ้าให้เอง"
\(≧▽≦)/
"อืมม งั้นถ้าเตียงข้ามันหนาวเย็น…"
(≖‿≖)
“ข้าก็จะอ-อุ่…."
(°◡°♡)!!
“อ-อ-ไอ้เ้าบ้าเซียวเย่!! ข้อขอให้เ้ากลายเป็ลูกน้องไอ่บ้าหัวเฉินไปตลอดชีวิต ข้าขอสาปแช่งเ้า!!”
ฉินฟางเซียนหน้าแดงกล่าวพร้อมโวยวายกระทืบเท้าไม่พอใจ
ระหว่างที่เซียวเย่กำลังฟังฉินฟางเซียนกล่าวอธิบายเื่ผู้เยาว์อยู่นั้น ผู้คนก็ทยอยผ่านการทดสอบรอบแรกมากขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็มาถึงพลบค่ำ…
เหล่าผู้าุโหลายสิบคน ต่างทยอยลงมาจากบันไดข้างบนหุบเขา
เมื่อผู้าุโเดินลงมาถึง หนึ่งในผู้าุโที่ดูเป็ผู้นำก็ก้าวนำหน้าออกมาด้วยใบหน้าเ็าและสงบนิ่ง ก่อนจะกล่าว
“ทุกคนที่ผ่านการทดสอบ มารวมกันที่นี่…."
ผู้าุโท่านนั้น พูดด้วยเสียงพูดคุยธรรมดา แต่เสียงกับดังเข้าไปในหูของทุกคนได้ในทันที ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้น ต่อให้ฉลาดน้อยแค่ไหนก็ทราบได้ทันทีว่า..
ขอบเขต ัั์!! ใช่! มีเพียงแค่ผู้ที่อยู่ขอบเขต ัั์ เท่านั้น ถึงจะสามารถใช้ปราณเสียงได้ ไม่ว่าจะคุยแบบโจ่งแจ้งหรือคุยแบบลับๆ ไม่ว่าจะอยู่ไกลมากน้อยเพียงใด
ตราบใดที่ระยะปราณเสียงของคนผู้นั้นไปถึง ปราณเสียงก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เหล่าผู้เยาว์ที่หยิ่งยโส เมื่อได้ยินผู้าุโกล่าว ก็รีบวิ่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ผู้าุโคนนั้นมองดูเหล่าผู้เยาว์ที่รีบมารวมตัวกันจนครบเสร็จก็กล่าวขึ้น
“อย่างแรก..ข้าขอแสดงความยินดีด้วย ที่พวกเ้าผ่านการทดสอบรอบแรกมาได้ ในการทดสอบรอบแรกคือทางสำนัก้าทดสอบความกลัวของพวกเ้าทุกคน สำนักพิทักษ์ธรรมไม่้าคนที่มีความหวาดกลัว…ตอนนี้พวกเ้าสามารถเข้าเป็ศิษย์สายนอกของสำนักได้แล้ว แต่ถ้าไม่พอใจอยากจะเป็ศิษย์สายใน..พวกเ้าคงพอรู้มากันบ้างแล้ว การทดสอบรอบที่สองคือการเข้าไปในหอคอยนั้น เมื่อเข้าไปในหอคอย พวกเ้าจะถูกส่งไปที่ศึกา ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกส่งไปแค่จิตใจของพวกเ้าเท่านั้น ถ้าผ่านขึ้นไปถึงชั้น5ก็ผ่านสามารถเข้าเป็ศิษย์สายในได้เลย นั้นคือบทการทดสอบครั้งที่2ของพวกเ้า”
เมื่อผู้าุโกล่าวไปได้หลายส่วนก็นิ่งเงียบสักพัก เหล่าผู้เยาว์ก็ไม่กล้าปริปากซุบซิบอะไร
“อย่างที่สอง เื่บททดสอบครั้งที่3ของพวกเ้า สำหรับคนที่รู้สึกไม่พอใจจะเป็เพียงศิษย์สายใน ก็สามารถทำได้ง่ายมาก..เพียงแค่ขึ้นไปถึงชั้นที่6ของหอคอยเท่านั้นก็สามารถเข้าเป็ศิษย์หลักได้ ส่วนคนที่อยากจะเข้าเป็ศิษย์สายตรงของเหล่าผู้าุโเรา ก็คงต้องขึ้นไปให้ได้สัก…ชั้น 7 ก็แล้วกัน”
######
เดี๋ยวจะมีการบอกขอบเขตที่สูงขึ้นไปอีกนะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่ามหาศาลมาอ่านนิยายโง่ของผมนะครับ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้ที่สนับสนุนผมทุกท่านด้วยนะครับ ผมรู้สึกซึ้งในน้ำใจมากๆเลยครับ