บทที่ 7 มันะเิได้! น่ากลัวมาก!
ไท่จี้จู่ลุกขึ้น ตั้งใจจะไปเปิดประตู แต่จูจูที่อยู่ในอ้อมแขนกลับเกาะคอเสื้อของเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
หยางลี่ฮวาจึงเรียกให้ไท่หย่งอันไปเปิดประตูแทน แล้วหันไปยิ้มพูดกับสามีว่า "จูจูรู้จักเกาะคนแล้วนะ เกาะเ้าแน่นขนาดนี้ ต่อไปคงจะเดินออกไปไหนไม่ได้แล้ว"
มือหยาบกร้านของไท่จี้จู่ลูบหัวลูกสาวเบา ๆ เขายิ้มอย่างเต็มใจ
"ข้าน่ะ อยู่บ้านมองดูลูกสาวไปทั้งชีวิตก็มีความสุขแล้ว"
หยางลี่ฮวาบ่นอย่างหยอกเย้า "พูดอะไรเหลวไหล ลูกสาวโตขึ้นก็ต้องแต่งงานไปนะ!"
ทุกคนกำลังหัวเราะอยู่ ขณะนั้น ไท่หย่งอันพาเถี่ยตั้นและพ่อของเขามาถึงหน้าประตู
พ่อของเถี่ยตั้นแบกไม้ฟืนหนึ่งคานหาบ ไม้ฟืนถูกผ่าให้มีความยาวเท่ากัน เรียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย บนใบหน้าของเขาไม่มีความร้อนรนกระวนกระวายเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว มีเพียงความรู้สึกซาบซึ้งใจเต็มเปี่ยม
เมื่อพ่อลูกทั้งคู่เดินเข้ามาถึงในห้องก็คุกเข่าลงทันที
"ท่านอาหก เมื่อคืนนี้ต้องขอบคุณที่ช่วยชีวิตเถี่ยตั้นเอาไว้ พวกเรามาโขกศีรษะคารวะท่าน"
พ่อของเถี่ยตั้นตาแดง ๆ ออกแรงกดศีรษะลูกชาย โขกศีรษะลงกับพื้นสามครั้งติดกัน
ท่านผู้เฒ่าไท่รีบหนีบกล้องยาสูบไว้ใต้แขนซ้าย แล้วใช้มือพยุงพ่อลูกคู่นี้ให้ลุกขึ้นมา
"พวกเราเป็คนตระกูลเดียวกัน ยังไงก็ควรช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะมาคุกเข่าทำไม แบบนี้มันห่างเหินเกินไปแล้ว!"
พ่อของเถี่ยตั้นพูดไม่เก่ง เขาชี้ไปที่ฟืนนอกประตู แล้วพูดอย่างเขินอายว่า "ท่านอาหก ที่บ้านไม่มีอะไรเลย ข้าเลยตัดฟืนมาเล็กน้อย..."
"ดี ดีมาก ที่บ้านอยากได้ฟืนทำอาหารพอดี ส่งมาได้เหมาะเจาะมาก" ท่านผู้เฒ่าไท่ดึงเขาให้นั่งลง และรับฟืนมาอย่างเต็มใจโดยไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
พ่อของเถี่ยตั้นถึงได้วางใจ แล้วนั่งลงบนม้านั่งอย่างสบายใจ
หยางลี่ฮวารินน้ำร้อนให้เขาหนึ่งชาม แล้วถาม "ดูเหมือนเถี่ยตั้นยังดูซึม ๆ อยู่นะ ไม่ใช่ว่าไข้ลดแล้วหรอกหรือ?"
พ่อของเถี่ยตั้นตัดฟืนมาตลอด่เช้า หนาวจนริมฝีปากเป็สีม่วงคล้ำ พอได้ดื่มน้ำร้อนสองสามอึกก็รู้สึกดีขึ้นมาก
เขากำลังจะตอบ แต่ท้องดันส่งเสียงร้องจ๊อก ๆ ขึ้นมาเสียก่อน ทำให้เขารีบยื่นมือไปกุมท้อง
แต่น่าเสียดายที่เสียงแบบนี้มันปิดไม่มิดหรอก...
ท่านผู้เฒ่าไท่ถอนหายใจ แล้วมองลูกสะใภ้คนโตแวบหนึ่ง
หยางลี่ฮวาเข้าใจความหมาย รีบไปที่ห้องครัวหยิบวอโถวข้าวฟ่างผสมรำข้าวมาสองชิ้น แล้วยัดใส่มือพ่อของเถี่ยตั้น
พ่อของเถี่ยตั้นอับอายจนใบหน้าแดงก่ำ เขามาที่นี่เพื่อขอบคุณแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็ได้ข้าวกิน ได้เปรียบเกินไปแล้ว
เขาตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นลูกชายจ้องมองวอโถวอย่างไม่ละสายตา สุดท้ายก็ยื่นให้ลูก
เถี่ยตั้นแทบจะแย่งวอโถวมาแล้วยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว
วอโถวนึ่งแห้งกร้านติดอยู่ในคอจนรู้สึกอึดอัด เขาจึงกำมือแน่นแล้วทุบหน้าอกตัวเองดังตุบ ๆ
จูจูกำลังเล่นไข่นกอยู่ เกิดใจนมือน้อย ๆ คลายออก ทำให้ไข่นกตกลงไปและแตกกระจายเละเทะ
จูจูร้อนใจมาก พยายามดิ้นรนที่จะเก็บมันขึ้นมา หยางลี่ฮวาจึงรีบตบหลังลูกสาวปลอบเบา ๆ "ไม่ต้องเก็บแล้ว จูจู มันแตกแล้วเล่นไม่ได้แล้ว"
ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่เสียดายไข่นก จ้องมองที่เถี่ยตั้นอย่างโกรธเคือง เถี่ยตั้นไม่สนใจเลย กินวอโถวเสร็จก็พุ่งเข้าไปหา คว้าไข่นกขึ้นมาแล้วยัดเข้าปากทั้งเปลือก
พ่อของเถี่ยตั้นห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่ อยากจะหารูบนพื้นสักรูมุดหนีไปให้พ้น!
ท่านผู้เฒ่าไท่ไม่อยากเห็นเขาอับอายแบบนี้ จึงไล่หลาน ๆ "พาเถี่ยตั้นไปเล่นที่ลานบ้านสักพักเถอะ อย่ารบกวนผู้ใหญ่คุยกัน"
เด็กเล็กไม่ปิดบังความเจ็บป่วย พอเถี่ยตั้นมีอาหารในท้อง เขาก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา เปิดปากะโว่า "ข้าเห็นกระรอกที่ต้นไม้เก่าตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ต้องมีโพรงไม้ที่ซ่อนเมล็ดสนอยู่แน่ ๆ ไป พวกเราไปขุดกัน!"
พูดจบ เขาก็นำหน้าวิ่งออกไป ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ลืมความโกรธทันที รีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
บ้านสงบลงชั่วครู่ พ่อของเถี่ยตั้นยังอยากจะขอโทษ แต่ท่านผู้เฒ่าไท่โบกมือและเริ่มพูดถึงเื่อื่น
"เมื่อคืนเห็นบ้านของเ้าแล้วดูไม่ได้จริง ๆ พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ถ้ามีเวลาว่างก็ให้จี้จงไปดู จะได้ช่วยซ่อมแซมให้ แล้วก็เสริมหญ้าใหม่เพิ่มด้วย ไม่อย่างนั้นพอถึงฤดูร้อนฝนตก หลังคาต้องรั่วแน่ ๆ "
พ่อของเถี่ยตั้นรู้สึกซาบซึ้งมาก รีบพยักหน้าแรง ๆ "ข้าจะทำตามที่ท่านอาหกบอก พอถึงฤดูใบไม้ผลิจะไปตัดหญ้า"
ทุกคนพูดคุยเื่ทั่วไปอีกสองสามประโยค จากนั้นพ่อของเถี่ยตั้นก็ลาขอตัวกลับบ้าน
พอส่งเขาออกจากประตู ท่านปู่ก็รับหลานสาวมาลูบหน้าผากขาวเนียนนุ่มของนาง รู้สึกว่าไม่ร้อนก็เลยวางใจ
จูจูสงสัยกล้องยาสูบทองเหลืองของท่านปู่ ยื่นมือไปััดู ผู้เฒ่าไท่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอากล้องยาสูบมาหยอกล้อหลานสาว ทำให้เด็กหญิงตัวอวบคว้าจับพลางหัวเราะคิกคักไม่หยุด
ไท่จี้จงนั่งที่ประตูสานตะกร้า แล้วก็แอบทำกรงจิ้งหรีดขนาดเท่าผลพุทราวงกลมอันหนึ่งให้กับหลานสาว ดูประณีตมาก หลิวตงเนียงไปที่ครัวหยิบไข่นกมาอีกฟองหนึ่งแล้วช่วยใส่เข้าไปในกรง
เมื่อเป็เช่นนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าไข่นกจะตกแตกอีกต่อไป
จูจูอุ้มกรงไว้ พร้อมกับเขย่ามันเบา ๆ เป็ระยะ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสุขและความอยากรู้อยากเห็น หยางลี่ฮวาจึงถือโอกาสนี้สอนให้ลูกสาวพูดขอบคุณ
ในขณะที่จูจูกำลังพยายามต่อสู้กับลิ้นเล็ก ๆ ที่ดื้อรั้นของนางอยู่นั้น ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ก็วิ่งกลับมา
ไท่หย่งลู่ใส่เสื้อนวมที่เปิดอกอยู่ ใช้มุมเสื้อห่อของบางอย่างไว้ พลางะโว่า "ท่านปู่ พวกเราเก็บเมล็ดสนได้แล้ว! เมล็ดสนเยอะมากเลย!"
ไท่หย่งเยว่ที่ยังดีใจะโว่า "คั่วเมล็ดสน ท่านปู่คั่วเมล็ดสนให้พวกเราหน่อย!"
ผู้เฒ่าไท่ชะโงกหน้ามอง และก็ยิ้มออกมา
"โอ้ เมล็ดสนไม่เล็กเลยนะ! กระรอกตัวไหนนะซวยขนาดนี้ ถึงกับถูกพวกเ้าไปปล้นบ้านมา"
ถึงจะพูดแบบนั้นชายชราก็ยังคงจัดการนำกระถางไฟออกมา ใส่ฟืนเผาร้อน ๆ เข้าไป แล้วยังปิดด้วยกระเบื้องแผ่นเล็กอีกแผ่น
กระเบื้องร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเทเมล็ดสนลงไป กลิ่นหอมของยางสนก็เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่นั่งยอง ๆ อยู่ข้างกระถางไฟ น้ำลายไหลออกมาด้วยความอยากกิน จูจูพยายามลงมาจากเตียงเพื่อร่วมวงสนุกด้วย
ก้อนแป้งตัวน้อยยังนั่งยอง ๆ ไม่ค่อยมั่นคง แต่เมื่ออยู่ตรงกลางระหว่างพี่ชาย มองดูคนนี้ที เหลียวมองคนนั้นที ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ฟันขาวซึ่เล็ก ๆ เรียงเป็แถว
เมล็ดสนพอเจอความร้อนก็ะเิออกมากะทันหัน ทำให้เกิดเสียงดังแป๊ะ! ดังขึ้นมา
ก้อนแป้งตัวน้อยใจนก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
"แม่!"
จูจูะโเสียงดังลั่น นางลุกขึ้นและวิ่งเซ ๆ ไปกอดขามารดาทันที
หยางลี่ฮวาทั้งขำทั้งสงสาร รีบโอบลูกสาวไว้ แล้วถอดรองเท้าทำเป็ไปตีเตาไฟ พลางด่าว่า "ตีเลย ทำให้ลูกสาวข้าใ! เดี๋ยวตีให้ตายเลย!"
หลังจากที่ตีเสร็จแล้ว นางก็ลูบหัวลูกสาวเพื่อปลอบใจ "ลูบผมหน่อย ไม่ใแล้ว! ลูบหูหน่อย ใแค่แป๊บเดียว! ลูกหมูของแม่ใจกล้าที่สุด ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!"
จูจูซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดมารดา เหมือนสัตว์ตัวน้อยที่ใกลัว มองดูเมล็ดสนบนกระเบื้อง ดวงตาน้อย ๆ เต็มไปด้วยความลังเล
ดูเหมือนจะอร่อย แต่น่ากลัวจัง!
มันะเิได้!
ท่านผู้เฒ่าไท่รีบใช้กล้องยาสูบเคาะเปลือกเมล็ดสนสุกสองเมล็ด แล้วส่งเนื้อในเมล็ดสนให้ถึงปากหลานสาว
จูจูอ้าปากกินเข้าไปทันที ดวงตากลมโตของนางสว่างวาบขึ้นทันที ปากน้อย ๆ เคี้ยวกรุบกรับอย่างมีความสุข
หอมจัง!
ดี ดี ดี!
ทุกคนต่างหัวเราะกันอย่างห้ามไม่อยู่ ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ต่างก็รีบเอาเมล็ดสนมาป้อนให้น้องสาว
ลมเหนือข้างนอกไม่รู้ว่าหยุดพัดไปตอนไหน ในยามค่ำคืนหิมะโปรยปรายลงมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้นอกหน้าต่างขาวโพลนไปหมด
ยามเช้า เหมือนเช่นเคย หลิวตงเหนียงทำอาหาร หยางลี่ฮวาก่อไฟ พวกผู้ชายทั้งหลายแบกไม้กวาดอันใหญ่มากวาดทั้งข้างในและข้างนอกลานบ้านให้สะอาด กวาดไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน
ผลคือไม่นานหลังกินข้าวเสร็จ ประตูบ้านก็ถูกเคาะดังอีกครั้ง!