ท่าทางหน้าตาบิดเบี้ยวหนวดเคราสั่นเทาของไป๋หย่งชุนแสดงให้เห็นด้านแข็งนอกอ่อนในของเขาอย่างเต็มที่ ฉีเมี่ยวขนตาหลุบต่ำสงสารซื่อจื่อที่มีพ่อเช่นนี้แอบคิดในใจไม่แน่ว่าพิษบนร่างของซื่อจื่ออาจเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้ด้วยจึงวางมือบนหัวไหล่ของไป๋ซีอวิ๋นและตบเบาๆ อย่างปลอบโยน
เดิมทีไป๋ซีอวิ๋นมีสีหน้าเรียบเฉยในใจซ่อนแฝงด้วยพายุ เขาไม่ใช่นักปราชญ์ การซ้อนทับของความทรงจำต่างๆจากชาติก่อนและชาตินี้ขยายความเ็ปและเคียดแค้นใหญ่ขึ้นนับไม่ถ้วนแต่ขณะที่เขาตึงเครียด จะพูดโพล่งบางอย่างออกมา ฉีเมี่ยวกลับปลอบโยนเขา
เขาอดไม่ได้ที่จะกุมมือน้อยอันอบอุ่นอ่อนนุ่มของนางบนหัวไหล่ไว้ััอันอบอุ่นบนฝ่ามือบอกเขาว่านางยังมีชีวิตอยู่ นี่คืออีกโลกหนึ่งทุกอย่างเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้ว
กลิ่นดอกไม้อ่อนๆบนร่างนางล้อมรอบเขา ความร้อนรนลดลงครึ่งหนึ่งในลมหายใจเดียว
“ท่านพ่อโปรดระงับโทสะ ท่านอายุมากแล้ว โกรธจนเสียสุขภาพจะดีได้อย่างไร อีกทั้งคำพูดล้อเล่นเช่นนี้ไม่กล้าพูดเรื่อยเปื่อยถ้าให้คนได้ยิน ลูกถูกจับกลับเป็เื่เล็ก โทษก่อฏต้องปะาชีวิตเก้าชั่วโคตรหรือท่านพ่อไม่กลัวว่าจะต้องพัวพัน?” เสียงเขาอ่อนโยนเอื่อยเฉื่อยบนใบหน้าถึงขนาดยังมีรอยยิ้ม ‘บิดเบี้ยว’
ไป๋หย่งชุนโกรธจนพูดไม่ออกนิ้วมือชี้ปลายจมูกเขา ร้อง “เ้าๆๆ” ครู่ใหญ่ แต่พูดเหตุผลออกมาไม่ได้เลย
เห็นไป๋หย่งชุนโกรธจนพอประมาณแล้วฉีเมี่ยวถึงไกล่เกลี่ยอย่างทันเวลา “พ่อสามีอย่าโกรธเลยท่านล้อเล่นกับเขา ซื่อจื่อก็ล้อเล่นกับท่าน ถ้าท่านขายสาวใช้นางนั้นไปไกลแล้วข้าก็ไม่้าหานางอีก อย่างไรเสียลูกสะใภ้เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกขอเพียงได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไปเท่านั้นจับคนบงการเื้ัได้หรือไม่นั้นเป็เื่รองขอเพียงครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวก็ดี ลำบากลูกสะใภ้คนเดียวไม่เป็ไร”
คิดหรือว่าผู้อื่นพูดจาไพเราะเช่นนี้ไม่เป็ถึงไม่อาจตบหน้าคนไร้ยางอายเช่นไป๋หย่งชุนแรงๆ เช่นนั้นขอแค่ได้รังเกียจเขาในใจสักหน่อยก็สะใจ
ฉีเมี่ยวก้มหน้าลงขณะกลั้นหัวเราะ
ท่าทางก้มหน้าก้มตาประนีประนอมของนางกลับปลุกเร้าจิติญญาแห่งการต่อสู้ของไป๋หย่งชุน
้าเอาใจฉีเมี่ยวย่อมไม่มีวิธีอื่นตอบสนองความปรารถนาของนางล้วนทำได้ อีกทั้งข้อเรียกร้องของนางก็ไม่ได้มากเกินไปเพียงจับผู้ร้ายเื้ัที่ทำให้เท้านางถูกลวกเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงงามเสียงพูดคุยของไป๋หย่งชุนก็อ่อนลงอย่างเป็ธรรมชาติ “เ้าวางใจ พวกเราพ่อลูกล้อเล่นเช่นนี้บ่อยครั้ง เ้าไม่ใกลัวก็พอแล้ว ส่วนคนที่ทำร้ายเ้าพ่อสามีจะทวงความยุติธรรมให้”
เปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วเช่นนี้ท่าทีที่เผชิญหน้ากับไป๋ซีอวิ๋นและฉีเมี่ยวแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ก่วนจวินเยี่ยนมองดูข้างๆต่อให้เป็คนโง่ก็ยังเข้าใจเื่ราว ในใจด่าทออานลู่โหวไร้ยางอาย นี่เพราะไป๋ซีอวิ๋นนิสัยดีถ้าเป็เขาคงฆ่าไอ้แก่ตายยากผู้นี้ไปตั้งนานแล้วโดยไม่สนใจว่าเป็บิดาแท้ๆ หรือไม่
ฉีเมี่ยวเพียงพยักหน้าพูดเสียงเรียบ “ขอบคุณพ่อสามีมาก”
เพียงคำพูดตามมารยาทธรรมดากลับทำให้ไป๋หย่งชุนฟังแล้วในใจพองโตเพียงถอนใจ ท่าทางนี้ เสียงนี้ ไม่รู้อนาคตหลังจากเป็ของเขาจริงๆจะยอดเยี่ยมอย่างไร...
ไป๋หย่งชุนคิดแล้วรู้สึกตื่นเต้นไปหมดทั้งตัวแต่กลัวคนเห็นพิรุธเลยทิ้งท้ายประโยคถัดไป “เช่นนั้นหลังจากสืบชัดเจนข้าค่อยบอกเ้า” จากนั้นสาวเท้าออกไป
ไป๋หย่งชุนรีบกลับเรือนจินเซียงพูดโพล่งสั่งเด็กรับใช้ไปซื้อตัวสาวใช้น้อยกลับมา จากนั้นคว้าฉินเอ๋อร์เข้าห้องนอน
ขณะที่จางซื่อดื่มชาพูดคุยในเรือนจิ่นซิ่วกับฮูหยินเฒ่าจู่ๆ ก็เห็นสาวใช้น้อยชะเง้อชะแง้อยู่นอกประตู อีกทั้งคิดแล้วดูเหมือนเป็คนของเรือนจินเซียง นางมองหวังซื่อแม่นมสินเดิมข้างหลังอย่างไม่ได้ตั้งใจแวบหนึ่งหวังหมัวมัวเข้าใจ รุดไปหน้าประตูตรวจสอบทันที
สาวใช้น้อยนางนั้นเห็นหวังหมัวมัวก็พูดเสียงเบาทันที“เมื่อครู่ท่านโหวกลับเรือนจินเซียง เห็นฮูหยินไม่อยู่ก็พาฉินเอ๋อร์เข้าไปในห้องนอน บ่าวอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงเคลื่อนไหวต้องเป็หญิงแพศยานางนั้นที่ล่อลวงท่านโหว ถึงให้ท่านโหวพาเข้าห้องนอนของฮูหยิน...บ่าวทนดูไม่ได้จึงรีบมาบอกฮูหยิน”
หวังหมัวมัวโกรธจนตาแดงก่ำท่านโหวตัวดี กล้าพาสาวใช้อุ่นเตียงกลับเข้าห้องนอนของฮูหยิน!
เครื่องเรือนทั้งหมดในห้องนอนของอานลู่โหวฮูหยินจางซื่อไม่ได้แตกต่างจากยามที่เพิ่งแต่งงานเข้ามามากนักเตียงใหญ่หรูหราหลังนั้นยังเป็เตียงแต่งงานในคืนส่งตัวเข้าหอ
เตียงแต่งงานของฮูหยินเอกจะปล่อยให้หญิงแพศยาเช่นฉินเอ๋อร์ทำให้ด่างพร้อยได้อย่างไร!
หวังหมัวมัวบีบมือสาวใช้น้อย“เ้าบอกเื่นี้กับผู้ใดบ้าง”
สาวใช้น้อยถูกบีบจนเจ็บในใจสั่นสะท้าน เห็นสีหน้าอึมครึมน่ากลัวของหวังหมัวมัวก็รู้ว่าตนเองอาจรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้เข้าแล้วนางรีบเอ่ยสาบานทันที “บ่าวไหนเลยจะกล้าบอกผู้อื่นยามนั้นในลานบ้านมีเพียงบ่าวกับคนอื่นๆ ที่มีหน้าที่พรมน้ำกวาดพื้นเช่นกัน” ความหมายแฝงคือแพร่ออกไปก็ไม่ใช่ข้าทำเพราะยามนั้นคนที่อยู่ที่นั่นไม่ใช่ข้าเพียงคนเดียว
หวังหมัวมัวโกรธพฤติกรรมเหลวไหลของอานลู่โหวจนขมับเต้นตุบๆอายุปูนนี้สามีภรรยาแก่เฒ่าไม่มีความกระตือรือร้นรังเกียจว่าฮูหยินแก่แล้วความสวยโรยราก็เข้าใจได้ ด้วยฐานะท่านโหวรับอนุหรือรับสาวใช้ ให้อยู่ในลานบ้านสักแห่งอย่างจริงจังจะมีผู้ใดพูดอะไรได้
แต่ไม่ใช่กับท่านนี้! อานลู่โหวบ้างก็ลักกินขโมยกิน ทั้งหอมและเหม็นพกไว้ข้างกาย หลังจากรับยังพูดอย่างสง่าผ่าเผยว่าไม่รับอนุไม่รับสาวใช้อุ่นเตียงทำท่าราวกับว่ารักมั่นต่อฮูหยินเพียงใด ที่จริงคือใช้แล้วทิ้งไม่รับผิดชอบด้วยซ้ำ!
ซ้ำยังเ้าชู้ประตูดินเหลือทนเอาแต่จับตาดูว่าคุณหนูและสตรีสกุลใดงดงามอีกทั้งสตรีที่ถูกใจไม่ใช่เพียงสตรีย่านเริงรมย์อีกด้วย
เมื่อเวลาผ่านไปไม่ต้องพูดถึงว่าฮูหยินเสียใจ แม้แต่นางเองเห็นแล้วยังโกรธแค้นถ้าแต่งให้บุรุษเช่นนี้ นับว่าชาติก่อนมิได้สร้างสมบุญบารมีโดยแท้!
เหล่าไท่จวินกับจางซื่อพูดคุยกันจบพอดี
จางซื่อเห็นหวังหมัวมัวออกไปแล้วไม่กลับมาอีกก็รู้ว่าต้องมีเื่เกิดขึ้นในเรือนจินเซียงจึงอำลาฮูหยินเฒ่าแล้วออกมา
หลังถามเื่ราวจากหวังหมัวมัวจางซื่อไม่แสดงสีหน้า เพียงสั่งคนรีบกลับไป
พอกลับถึงเรือนจินเซียงเมื่อเข้าประตู ก็เห็นบ่าวหลายคนยืนอยู่หน้าประตูลานบ้านมองห้องหลักกระซิบพูดคุยไกลๆ พวกบ่าวพูดอะไรได้บ้างนอกจากฉวยโอกาสไม่มีคนกระซิบวิพากษ์วิจารณ์เื่เหลวไหลพวกนั้นของเ้านาย
สีหน้าเยือกเย็นที่เกร็งไว้ตลอดทางของจางซื่อครั้งนี้ฝืนทนไม่ไหวอีกต่อไปเหลือบมองหวังหมัวมัวแวบหนึ่ง
หวังหมัวมัวเข้าใจทันทีปิดปากกระแอมในลำคอ
เสียงไอเบาๆทำให้สาวใช้พวกนั้นใ เมื่อหันหลังถึงพบว่าจางซื่อกลับมาแล้วรีบหลบไปสองฝั่งอย่างเงียบๆ แล้วย่อตัวทำความเคารพ
จางซื่อพาหวังหมัวมัวและสาวใช้ใหญ่หลายคนสาวเท้าขึ้นบันไดใช้เท้าถีบเปิดประตูห้องหลักแล้วซอยเท้าไปยังห้องปีก จากนั้นก็ได้เห็นไป๋หย่งชุนรีบจัดเสื้อผ้าเขายังดี เพียงถอดกางเกงเท่านั้น ส่วนสาวใช้ฉินเอ๋อร์นั้นก็น่าเวทนาหน่อย ยามนี้ได้แต่คลุมเสื้อผ้าสั่นระริกขดตัวกลมอยู่บนพื้น
“ท่าน ท่าน!” จางซื่อชี้ไป๋หย่งชุน สีหน้าโกรธเกรี้ยวจนเปลี่ยนจากขาวเป็เขียว“นี่คือห้องหอของเรา แต่ท่านกลับ...ออกไปออกไป!”
ไป๋หย่งชุนก็รู้ว่าตนเองเห็นฉีเมี่ยวแล้วเกิดความคิดชั่ววูบจนหน้ามืดถึงได้พาสาวใช้กลับมาแต่จางซื่อไม่ไว้หน้าตนเองปานนี้ต่อหน้าผู้อื่น เขาก็คิดว่าเสียหน้าจริงๆ เอ่ยปากพูดทันที“ห้องหอแล้วอย่างไร ถิ่นของข้ายังถึงคราวเ้ามายุ่มย่ามหรือ!”
จางซื่อน้อยใจจนตาแดงเรื่อทันที“วันนั้นท่านให้ข้ายับยั้งปัญหาสิ่งที่พูดพวกนั้นลืมไปหมดแล้ว! ข้าอดทนเพื่อสกุลไป๋ของท่านมาหลายปีเพียงนี้ไม่ไปล่วงเกินเ้านายผู้สูงศักดิ์ผู้นั้น ไม่สร้างปัญหาให้สกุลไป๋ของท่าน แล้วท่านล่ะ? ท่านกลับตอบแทนข้าเช่นนี้!พกอะไรก็พากลับเข้ามาในห้อง ท่านบีบคอข้าให้ตายไปเลยเถอะ!”
จางซื่อะโหยิบกรรไกรขึ้นมาจากในตะกร้าเข็มด้ายพุ่งไปหาไป๋หย่งชุน
ไป๋หย่งชุนถูกพูดถึงเื่ในยามนั้นในใจก็โศกเศร้าเสียใจแต่เมื่อเห็นจางซื่อหยิบอาวุธสังหารพุ่งมา ก็ใจนวิ่งไปข้างนอกทันที
จางซื่อถูกเขาทำเช่นนั้นโกรธไม่น้อยกวัดแกว่งกรรไกรไล่หลัง “ท่านกลับมา! ถ้ายังเป็บุรุษท่านก็หยุดซะ!”
• ••
ขณะที่ในเรือนจินเซียงเละเทะวุ่นวายข่าวท่านโหวถูกโหวฮูหยินไล่ตีไปถึงหูของฉีเมี่ยวทันทีอย่างไรเสียคนที่นางจัดให้เฝ้าดูคนในเรือนจินเซียงก็ได้รับการฝึกฝนเป็พิเศษจากลั่วหย่งล้วนไม่ใช่บทบาทง่ายๆ ทั้งสืบข่าวโดยไม่ทิ้งร่องรอย และต้องสนิทสนมกับสาวใช้หลายคนในเรือนจินเซียง
“...ฮูหยินไล่ตีนายท่านใหญ่ สุดท้ายเหล่าไท่จวินส่งคนมาออกคำสั่งเรียกท่านโหวและฮูหยินไปเรือนจิ่นซิ่วถึงเลิกราชั่วคราว”อวี้เหลียนพูดเสียงเบา “อีกทั้งเมื่อครู่ข้ายังไปสืบข่าวหน้าประตูเรือนจิ่นซิ่วโดยเฉพาะลานบ้านของเหล่าไท่จวินเข้มงวดกว่าลานบ้านของท่านโหวมากนักสาวใช้และหญิงรับใช้พวกนั้นเฉลียวฉลาด ปิดปากเงียบชั่วขณะหนึ่งบ่าวสืบข่าวอะไรไม่ได้”
“เ้าทำดีมากแล้ว”ฉีเมี่ยวมองอวี้เหลียนอย่างรู้สึกปลง รวมทั้งปิงเหลียนที่รินชาอยู่ข้างๆอ้ายเหลียนกับเวิ่นเหลียนที่ยืนอยู่สองฝั่งของม่านฉลุโค้ง
คิดในใจว่าลำบากลั่วหย่งแล้วไปหาคนที่เฉลียวฉลาดรอบคอบสี่คนนี้มาจากที่ใด หน้าตาสวยสดงดงาม แต่ไม่ได้โดดเด่นเหนือชั้นไม่สะดุดตาเกินพอดี อีกทั้งนิสัยแตกต่างกันแต่ละคนมีจุดแข็งของตน อวี้เหลียนรอบคอบปิงเหลียนเข้มงวด อ้ายเหลียนกับเวิ่นเหลียนคนหนึ่งแต่งตัวเก่ง อีกคนทำอาหารเก่งอีกทั้งสี่คนนี้ช่างสังเกตสีหน้าท่าทาง เชี่ยวชาญในการสืบข่าว
เดิมทีสาวใช้ทั้งสี่เข้าจวนโหวมารับใช้ซื่อจื่อกับฮูหยินก็กังวลอย่างยิ่งคราวนี้พบว่าฮูหยินเป็คนอ่อนโยนจิตใจดีงามยิ่งนัก ในใจก็ผ่อนคลายแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง “นี่เป็หน้าที่ของบ่าว”
อวี้เหลียนร่าเริงหน่อยกล้าพูดกล้าคุย ถามฉีเมี่ยวว่า “ฮูหยินคิดจะทำอย่างไรเ้าคะที่จริงคราวนี้ถ้าคนทั้งจวนรู้เื่นั้นถึงน่าสนุก”
ฉีเมี่ยวหัวเราะพรืด“เ้าเด็กนิสัยเสียคนนี้อย่างไรเสียนั่นเป็บิดามารดาของซื่อจื่อ ถ้าเป็เื่เป็ราวน่าขบขันถึงอย่างไรในใจซื่อจื่อคงรู้สึกไม่ดี”แม้นางอยากลงโทษตาเฒ่าผู้นั้นมากเพียงใดก็ต้องเลือกวิธีการ
อวี้เหลียนพยักหน้าอย่างได้รับการสั่งสอน“ฮูหยินพูดถูก บ่าวคิดผิดแล้ว”
“ที่ใดกัน พวกเ้ายอมคิดเพื่อข้า ข้าปลื้มใจยิ่งนัก”จูงปี้ย่วนที่ซื่อบื้อหน่อยเอาแต่นิ่งเงียบอยู่ฝั่งหนึ่ง พูดว่า “สินเดิมที่ข้าพามาด้วยมีเพียงปี้ย่วนคนเดียวอยู่ด้วยกันมานานพวกเ้าก็รู้ดี สาวใช้ผู้นี้มีนิสัยซื่อสัตย์ไม่เหมาะที่จะทำบางเื่ โชคดีที่มีพวกเ้าดูแล”
ปี้ย่วนพยักหน้าหงึกๆั้แ่ปี้ชิงตายไป นางก็ยิ่งคิดเพียงรับใช้ซื่อจื่อและฮูหยินให้ดีนางไม่เชี่ยวชาญเื่อื่น และไม่กล้าเสนอหน้าไปเพิ่มปัญหา