ตำแหน่งนายของตำหนักในยังคงว่างเปล่า และทุกคนั้แ่ถงกุ้ยเฟย สนมเอกทั้งสี่ไปจนถึงนางสนมระดับล่างต่างจับจ้องมองไปที่ตำแหน่งนี้ต่างคนต่างเก็บงำความคิดเกี่ยวกับเื่นี้เอาไว้มิดเม้นแม้ว่าฮ่องเต้คังซีจะรับสั่งว่าจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งฮองเฮาอีกทว่าเหล่าสนมชายาในตำหนักในก็ยังคงหวังว่า สักวันหนึ่งฮ่องเต้จะถอนรับสั่งนี้ไปเสีย
แน่นอนว่าเมื่อตำแหน่งฮองเฮาว่างเปล่าดังนั้นจึงไม่มีการเข้าเฝ้าถวายพระพรของเหล่าสนมต่อฮองเฮาในยามเช้าแต่เพราะไทเฮายังมีพระชนม์อยู่ ดังนั้นเหล่านางสนมจึงต้องไปเข้าเฝ้าถวายพระพรพระองค์ทุกวันการทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เพื่อแสดงความกตัญญูเท่านั้น แต่ยังเป็การแสดงสถานะของแต่ละคนอีกด้วย เพราะผู้ที่สามารถเข้าเฝ้าไทเฮาได้ย่อมต้องเป็ผู้สูงศักดิ์ของฝ่ายในสนมชายาระดับต่ำไม่อาจเข้าเฝ้าได้
ตอนนี้ฮ่องเต้กำลังอยู่ใน่รุ่งเรืองแม้ว่าจะไม่มีฮองเฮาอยู่เหนือหัว แต่ฮองเฮาในอนาคตหรือก็พระชายาของรัชทายาทก็ไม่กล้าทำตัวหยิ่งผยองไม่เพียงแต่ชายารัชทายาทเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่าหญิงงามที่แสวงหาโอกาสให้ตนเองอยู่เสมอในเมื่อพระชายาขององค์รัชทายาทยังไม่แสดงท่าทีโอหังชายาขององค์ชายที่มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่าย่อมต้องหลีกเลี่ยงการทำตัวหยิ่งยโสในตำหนักของตนเองตามไปด้วยเพราะเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าทำตัวล้ำเส้นไม่อยู่ในระเบียบยิ่งไปกว่าองค์รัชทายาทและชายาของพระองค์
และคงเป็เื่ผิดที่จะกล่าวว่าสนมระดับล่างไม่แสวงหาตำแหน่งสนมระดับสูง ในวังนั้นยกย่องผู้สูงศักดิ์เหยียดหยันคนต่ำต้อย เมื่อเป็นางสนมระดับต่ำแล้วโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็มีน้อยไปด้วย หากพวกนางไม่ได้ติดตามสนมชายาชั้นสูงไม่ต้องพูดถึงการไต่เต้า แต่วันเวลาในวังนั้นย่อมผ่านไปได้อย่างยากลำบากเป็แน่
ต่งเอ้อซื่อไม่ได้บังคับให้สนมชายามาคารวะตอนเช้าและตอนเย็นดังนั้นหว่านซีก็จะไม่เสนอหน้าไปเช่นเดียวกันแม้ว่านางจะไม่ได้เผชิญหน้ากับต่งเอ้อซื่อแต่เพียงใช้ความคิดเล็กน้อยก็รู้ว่าต่งเอ้อซื่อที่พ่ายแพ้อย่างยับเยินเมื่อวานนี้จะต้องพยายามหาโอกาสโจมตีนางอีกครั้งอย่างแน่นอนและเมื่อถึงเวลาแพ้ชนะก็อยู่ที่วิธีการเท่านั้น
ในความเป็จริง ต่งเอ้อซื่อโหดร้ายกว่าที่ผู้อื่นคิดนัก หากนางทำได้ หว่านซีเชื่อว่านางจะกำจัดผู้หญิงทุกคนในตำหนักในโดยไม่ลังเลและทุกอย่างไว้เพียงผู้เดียว
ต่งเอ้อซื่อไม่ใช่คนที่ได้รับความนิยมนักตามหลักเหตุผลแล้ว องค์ชายแปด องค์ชายเก้า และองค์ชายสิบถูกเรียกว่าสามเหลี่ยมเหล็ก ใครๆก็สามารถจินตนาการได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นเพียงใดดังนั้นจึงน่าสงสัยว่าเหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างพระชายาทั้งสามจึงอยู่ในระดับปานกลางเพียงเท่านั้น
หากบอกว่าพระชายาขององค์ชายสิบเป็ชาวมองโกลจึงไม่สนิทกับพระชายาขององค์ชายแปดและต่งเอ้อซื่อนั้นก็พอฟังขึ้นทว่าแล้วเหตุใดพระชายาขององค์ชายแปดจึงไม่สนิทกับนาง ทั้งที่ความจริงแล้วพระชายาขององค์ชายแปดนั้นเป็ลูกพี่ลูกน้องของอิ้นถังพวกเขาจึงควรใกล้ชิดกันมากกว่าคนอื่นๆ แต่ความสัมพันธ์ของพวกนางกับเป็เหมือนความสัมพันธ์ของคู่อื่นๆที่วางตัวห่างเหินต่อกัน
หว่านซีเคยไตร่ตรองเื่นี้ในชีวิตก่อนน่าเสียดายที่ยามนั้นนางไม่เคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเื่นี้กับผู้ใด มันจึงกลายเป็ปริศนาอย่างหนึ่งสำหรับนางไปแล้ว
แต่ถึงอย่างไร นางก็ไม่ได้สนใจเื่นี้ั้แ่แรกอยู่แล้วแต่เดิมที่เคยถามเื่พวกนี้ก็เพียงเพื่อความสำราญเท่านั้นจะได้คำตอบหรือไม่ก็ไม่สำคัญสำหรับนาง
หลังจากเกิดเื่การแย่งชิงความโปรดปรานในห้องหนังสือและจบลงด้วยการที่อิ้นถังลงโทษจูซื่อไปแล้ว ก็ไม่มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่งเอ้อซื่อที่อยู่เื้ั และคนอื่นๆ เช่นโจวซื่อและหลิวเจียซื่อต่างก็รอดูว่าอิ้นถังจะทำอย่างไรต่อไป
พวกนางเห็นว่าอิ้นถังผ่อนปรนให้หว่านซีหลายครั้งปกป้องดูแลนางอยู่ตลอด ดังนั้นพวกนางจึงไม่เชื่อว่าเื่นี้จะจบลงอย่างง่ายดายหากอิ้นถังจะเกิดลุแก่โทสะแล้วดุด่าต่งเอ้อซื่อขึ้นมา เื่ก็อาจจะจบเพียงเท่านั้นทว่าอิ้นถังไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่กลับทำตัวเหมือนปกตินั่นยิ่งทำให้ทุกคนไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อครั้งที่หลิวเจียซื่อเข้าตำหนักมาใหม่ๆ อิ้นถังไปเยือนเรือนนางถึงห้าวันติดต่อกัน ยามนี้สตรีทุกคนในตำหนักในกำลังจับตาดูว่าหว่านซีจะเป็ที่โปรดปรานไปได้อีกนานเพียงใด
หว่านซีเองก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอิ้นถังพักอยู่ที่เรือนของนางเป็เวลากว่าครึ่งเดือน แม้แต่่มื้ออาหารเขาก็ไปกินเป็เพื่อนนางอยู่เสมอ
ด้วยความโปรดปรานเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงหลิวเจียซื่อหรืออนุภรรยาคนอื่นแม้แต่ต่งเอ้อซื่อที่คิดว่าตนเองจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้ก็ยังไม่สามารถอยู่นิ่งได้ไหว
อนุหวันเหยียนผู้นี้ช่างมีความสามารถเสียจริง!
ความสนใจในตัวสตรีของอิ้นถังนั้นไม่เคยยาวนาน หากสตรีปรนนิบัติต่อเขาอย่างดีการที่เขาจะโปรดปรานนางสักห้าหรือหกวันนั้นก็ถือว่าเป็เื่ธรรมดา ตอนนี้ไม่เพียงแต่เขาจะไปเรือนหว่านซีนานกว่าครึ่งเดือนแต่ยังมีแนวโน้มที่จะเป็เช่นนี้ต่อไปอีกด้วย
ดังนั้นต่งเอ้อซื่อผู้ไม่เคยเรียกให้อนุภรรยามาคารวะตนเองจึงออกคำสั่งให้บรรดาอนุภรรยาเข้ามาคารวะนางที่เรือนหลักในวันรุ่งขึ้น
นับั้แ่วันที่หว่านซีได้พบต่งเอ้อซื่อในพิธียกน้ำชานางก็ไม่ได้ออกจากเรือนของตนเองอีกเลย ไม่ใช่ว่านางกลัวคนเ่าั้แต่เป็เพราะอิ้นถังวุ่นวายกับนางอยู่ทุกวันจนนางไม่สามารถลุกจากเตียงได้หากไม่พักผ่อนเสียบ้าง นางก็อาจจะไม่มีแรงทำสิ่งใดเลย
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากออกไปไหน แต่ว่านางออกไปไหนไม่ได้ต่างหาก
เมื่อได้ยินว่าต่งเอ้อซื่อให้อนุทั้งหมดไปคารวะนางยามเช้าที่เรือนหลักหว่านซีจึงรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งสิ่งเดียวที่นางเสียดายคือไม่ได้เห็นท่าทางของต่งเอ้อซื่อตอนพูดประโยคเหล่านี้ต่างหาก
ไม่ว่าตำหนักในจะเกิดความโกลาหลเพราะนางเป็ที่โปรดปรานอย่างไร สำหรับภายนอกแล้วไม่มีใครใส่ใจเื่นี้ ฮ่องเต้คังซีสนใจเพียงว่าจะมีใครรับใช้บุตรชายของเขาหรือไม่ แต่ไม่ใส่ใจว่าบุตรชายของเขาจะโปรดปรานสนมชายาคนใด ส่วนอี้เฟย้ามีหลานชาย ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถให้กำเนิดหลานชายให้แก่นางได้นางก็ย่อมโปรดปรานคนนั้นยิ่งไปกว่านั้นนางกับฮ่องเต้เป็ผู้มอบหว่านซีให้แก่อิ้นถัง หากนางยังสอดมือเข้าไปยุ่งอีกก็จะไม่เป็การดีเท่าใดนัก
เนื่องจากหว่านซีเป็คนโปรดเพียงคนเดียวมาตลอดครึ่งเดือน ยามนี้ผิวของนางจึงเปล่งปลั่งและดูนุ่มนวลชวนหลงใหล เดิมนางก็งดงามโดดเด่นในบรรดาสตรีในตำหนักในอยู่แล้วยามนี้ก็ยิ่งงดงามมากขึ้นไปอีก
ปกตินางไม่ได้พบกับสตรีคนอื่นมากนักแต่เมื่อนางจะปรากฏตัว เป็ธรรมดาที่นางก็ต้องแต่งตัวให้ประณีตโดดเด่นกว่าทุกคน
พระสนมคนโปรดก็ต้องดูเหมือนพระสนมคนโปรด ควรต้องอ่อนโยนไม่อวดดี แต่ก็ต้องไม่ให้ผู้คนติฉินได้ว่าเสแสร้งทำตัวสูงส่งหรือทำตัวเป็แบบอย่างเพื่อให้ผู้คนสร้างซุ้มประตูเชิดชูเกียรติให้อย่างนั้น
ยามที่หว่านซีมาถึงเรือนหลัก จูซื่อและคนอื่นๆ ก็มาถึงแล้วเช่นกัน ก่อนหน้านี้ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องหอมอบอาภรณ์และความงามของสตรีในเรือนหลังที่ทั้งโดดเด่นมีชีวิตชีวาทว่าเมื่อนางมาถึง ทั้งห้องก็เงียบลงราวกับว่าการปรากฏตัวของหว่านซีรบกวนพวกนางเข้า
ต่งเอ้อซื่อนั่งอยู่้าดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะกวาดมองทั่วห้อง แม้จะเต็มไปด้วยสาวงามแต่หว่านซีกลับเป็ผู้ที่โดดเด่นที่สุด ทันทีที่นางปรากฏตัวก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ทันที ทำให้ผู้ได้ยลไม่อาจละสายตาจากนางได้ ต่งเอ้อซื่อมองนางอย่างเพ่งพินิจ ก่อนจะเห็นว่าผิวสีชมพูระเรื่อของนางมิใช่เป็เพราะการแต่งหน้าแต่เป็ความงามตามธรรมชาติที่เปล่งประกายน่าหลงใหล
หว่านซีเดินเข้าไปในห้องโดยมีทิงอวี่เป็ผู้ประคองนางไม่สนใจสายตาพินิจพิเคราะห์ของผู้ใด เพียงคารวะต่งเอ้อซื่ออย่างสุภาพอ่อนน้อม "หม่อมฉันคารวะพระชายา ขอจงทรงพระเจริญ”
"ไม่ต้องมากพิธี"ต่งเอ้อซื่อตั้งใจจะหาเื่อีกฝ่ายทว่าการที่หว่านซีทำทุกอย่างถูกต้องตามแบบแผนไร้ที่ติทำให้ยากแก่การจับผิดจริงๆ
"ขอบพระทัยพระชายา" หว่านซียืนขึ้นพลางยิ้ม
"่นี้น้องสาวหวันเหยียนรับใช้องค์ชายด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง นั่งลงเถิด!" ต่งเอ้อซื่อเอ่ย น้ำเสียงคล้ายกำลังเอ่ยเื่ธรรมดาๆทว่านัยของมันคือการบอกว่า นางผูกขาดอิ้นถังไว้เพียงผู้เดียว
หว่านซีแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจและพูดเบาๆ ว่า"ขอบพระทัยพระชายาที่ชมเชย”
เมื่อต่งเอ้อซื่อได้ยินคำพูดนั้นความโกรธพลันอัดแน่นเต็มอกนางเอ่ยชมเสียทีไหน สตรีผู้นี้กำลังกล่าวโทษนางอยู่อย่างนั้นรึ
สตรีในห้องทุกคนล้วนแต่นั่งลงแล้วมีเพียงหว่านซีเท่านั้นที่ต้องรอให้พระชายาอนุญาตให้นั่งลงไม่ต้องสงสัยเลยว่าต่งเอ้อซื่อกำลังพยายามกดข่มและส่งสัญญาณเตือนหว่านซีว่าอย่าผยองจนเกินไป
"พระชายา น้องสาวหวันเหยียนเพิ่งเข้ามาในตำหนัก ดังนั้นข้าเกรงว่านางจะไม่คุ้นเคยกับกฎ และนางก็ไม่คุ้นเคยกับพี่สาวน้องสาว ดังนั้นเื่นี้..."หว่านซีเพิ่งจะนั่งลงหลิวเจียซื่อซึ่งเคยเป็ที่โปรดปรานมากที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา
คำพูดของหลิวเจียซื่อตรงไปตรงมามากพอ หากเป็หว่านซีจากชาติที่แล้ว นางอาจจะหน้าแดงและยอมจำนนในทันที น่าเสียดายที่ในยามนี้ ผู้ที่เผชิญหน้ากับหลิวเจียซื่อคือหว่านซีที่เกิดใหม่นางละวางความระมัดระวังเื่ชื่อเสียงไปแล้ว จึงย่อมไม่หลงกลวิธีการดังกล่าวแน่นอน
หว่านซียกนิ้วเรียวดังดอกกล้วยไม้ขึ้น ค่อยๆหยิบถ้วยชา ถือฝาจอกเอาไว้ในมืองามดุจหยกแล้วค่อยๆ จิบชาอย่างนิ่มนวลปล่อยให้ผู้คนเฝ้ามองและสาปแช่งนางอยู่ในใจโดยไม่อาจเอ่ยออกมาได้ตรงๆ
หลิวเจียซื่อเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเว่ยซื่อและขยิบตาอย่างเงียบๆ ส่งสัญญาณให้นางช่วย
เว่ยซื่องุนงงอยู่ชั่วขณะนางเหลือบมองต่งเอ้อซื่อซึ่งนั่งอยู่บนสุดด้วยสีหน้าจริงจังคล้ายกำลังจดจ่ออยู่กับการดื่มชาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกถึงความโปรดปรานที่หว่านซีได้รับใน่เวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมาในใจของเว่ยซื่อก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาทันควันก่อนที่นางจะพูดอย่างเห็นพ้องกับหลิวเจียซื่อว่า “พี่สาวหลิวเจียพูดถูกเ้าจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้กฎของตำหนักใน เราต่างเป็พี่สาวน้องสาวดังนั้นจึงต้องช่วยเหลือกันจึงจะถูก”
ความหมายโดยนัยของทั้งสองประโยคนี้เรียบง่ายยิ่งนักพวกนางเพียงหวังให้หว่านซียอมถอยเพื่อให้หยาดฝนและหยดน้ำค้างสามารถพร่างพรมได้อย่างทั่วถึงเท่านั้น
น่าเสียดาย หว่านซียังคงนิ่งเงียบ ไม่สะทกสะท้านกับความพยายามกดดันจากคนอื่นๆนางเพียงรักษาท่าทีนิ่งเฉย ปล่อยให้คนอื่นหงุดหงิดที่ไม่อาจกระตุ้นให้นางแสดงท่าทีอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาได้