พัสดุที่หูหลันเยวี่ยส่งเข้าไปในเมือง มาถึงที่ทำการไปรษณีย์แล้ว ในวันที่ 26 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ
พัสดุถูกเก็บไว้ที่ทำการไปรษณีย์ โดยบุรุษไปรษณีย์จะนำส่ง ใบรับพัสดุ ให้กับผู้รับก่อน จากนั้นผู้รับก็นำใบรับพัสดุไปรับของของตนเองได้
เฉินเชี่ยนเชี่ยนตรวจสอบตู้จดหมายที่บ้าน ก็พบใบรับพัสดุใบนั้น
เธอจึงตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์ทันที
เธอนึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก ว่าหูหลันเยวี่ยส่งอะไรมาให้ที่บ้านกันแน่
เมื่อเปิดห่อพัสดุออกและเห็นถั่วแขกสีเขียวสด ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผักตามฤดูกาล เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ถึงกับตกตะลึง
ในพัสดุยังมีจดหมายแนบมาด้วย
เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะต้องเป็นจดหมายที่หูหลันเยวี่ยเขียนถึงพ่อแม่ของเธออย่างแน่นอน หญิงสาวจึงฉีกจดหมายแล้วดึงกระดาษข้างในออกมาอ่านทันที
หูหลันเยวี่ยเริ่มต้นจดหมายด้วยคำว่า ‘พ่อแม่ที่รัก’ คำเรียกขานที่สนิทสนมเช่นนี้ ทำให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกอิจฉาจนตาร้อน
เธอแทบอยากจะฉีกกระดาษในมือเป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งลงถังขยะเสียเดี๋ยวนั้น
ขณะที่เธอยืนอ่านจดหมายอยู่ริมถนน เฉินอิ่งก็บังเอิญเดินผ่านมารับพัสดุของตนเช่นกัน
แต่เฉินเชี่ยนเชี่ยนกำลังจมอยู่กับโลกส่วนตัวของตนเอง จึงไม่ทันสังเกตว่าเฉินอิ่งเดินผ่านเธอไป
จากจดหมายฉบับนั้น เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ได้รู้ว่าผักนอกฤดูกาลเหล่านี้ เป็นผักที่บ้านสกุลหูปลูกเอง
ครั้งก่อนที่หูหลันเยวี่ยมานอนที่บ้าน เธอเคยพูดถึงเรื่องที่บ้านปลูกโรงเรือนผัก และจะมีถั่วแขก ถั่วฝักยาว และแตงโมสดๆ กินก่อนตรุษจีน
ตอนนั้นเฉินเชี่ยนเชี่ยนคิดว่าหูหลันเยวี่ยกำลังพูดเพ้อเจ้อ
เธอไม่เชื่อว่าบ้านนอกคอกนาอย่างบ้านพวกเขาจะสามารถปลูกผักนอกฤดูกาลได้จริงๆ
แต่เมื่อเห็นผักแต่ละอย่างที่ดูสดและน่ารับประทานในหอพัสดุ เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง
เธอไม่คิดเลยว่าหลังจากที่เธอจากบ้านมาได้เพียงครึ่งปี บ้านหลังนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นนี้
หูหลันเยวี่ยกลับไปอยู่ชนบท ไม่ได้แย่ลง แต่กลับดีขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนเฉินเชี่ยนเชี่ยน ถึงแม้จะกลับมาอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่เธอกลับไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย
เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้ดี ถ้าพ่อแม่ได้เห็นผักสดๆ เหล่านี้ และได้อ่านจดหมายข้างใน พวกเขาจะต้องคิดถึงหูหลันเยวี่ยมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว เฉินเชี่ยนเชี่ยนจึงนำจดหมายและห่อพัสดุไปทิ้งลงถังขยะ
หลังจากทิ้งของพวกนั้นแล้ว เธอก็กลับเข้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โรงงานปิดทำการเนื่องในวันหยุดแล้ว พ่อกับแม่ของเฉินเชี่ยนเชี่ยนจึงใช้เวลาทั้งวันในการประชุม
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ทั้งคู่ก็กลับไปยังบ้านพักพนักงานด้วยกัน
ทันทีที่มาถึงบ้านพัก พวกเขาก็พบกับเฉินอิ่งที่กำลังเดินออกมาข้างนอก
เฉินอิ่งทักทายพวกเขาจากระยะไกล "คุณลุง คุณป้า หลันเยวี่ยส่งของมาจากบ้านเกิดค่ะ ที่บ้านเธอปลูกผักในโรงเรือนสำเร็จแล้ว เธอส่งมาให้บ้านหนู แล้วก็ส่งมาให้บ้านคุณป้าด้วย เชี่ยนเชี่ยนไปเอากลับมาแล้วด้วย กลับบ้านไปก็คงได้เห็นค่ะ"
"บ้านหลันเยวี่ยปลูกผักในโรงเรือนได้จริงๆ เหรอเนี่ย?" แม่เฉินยังรู้สึกเหลือเชื่อกับเรื่องที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่
เฉินอิ่งยิ้มแย้ม "แน่นอนสิคะ เธอส่งถั่วแขก ถั่วฝักยาว แล้วก็มะเขือม่วงมาให้ค่ะ หนูว่าเธอคงส่งของกินให้บ้านคุณป้าเยอะกว่านี้แน่ๆ แถมในจดหมายเธอยังเขียนบอกอีกว่าปลูกพริกได้ไม่เยอะ เลยส่งให้แต่บ้านคุณป้า ไม่ได้ส่งให้บ้านหนู เห็นว่าจะส่งมาให้ใหม่คราวหน้าค่ะ"
"หลันเยวี่ยช่างกตัญญูจริงๆ นะ คุณเฉินนี่มีบุญจริงๆ เลย" ผู้บริหารโรงงานที่เดินเข้ามาในบ้านพักพนักงานพร้อมกับสองสามีภรรยาสกุลเฉินกล่าว
ตำแหน่งของอีกฝ่ายสูงกว่าคุณพ่อเฉินหนึ่งขั้น เขาจึงรีบคล้อยตามคำพูดของหัวหน้า "ใช่ครับ ใช่ครับ หลันเยวี่ยเป็นเด็กที่กตัญญูมากจริงๆ"
หลังจากพูดคุยกันในบริเวณบ้านพักพนักงานต่ออีกเดี๋ยวเดียว พ่อกับแม่ของเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เดินเข้าไปในอาคาร
ขณะที่ทั้งสองคนกลับมาถึงบ้าน เฉินเชี่ยนเชี่ยนในชุดผูกผ้ากันเปื้อนก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว
"พ่อคะ แม่คะ กลับมาแล้วเหรอ เชิญพักผ่อนก่อนนะคะ หนูจะทำอาหารเย็นให้เสร็จเดี๋ยวนี้ค่ะ" เฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอรู้เรื่องที่หูหลันเยวี่ยส่งของมาให้แล้ว เธอจึงแสดงท่าทีสบายๆ ตามปกติออกไป
"เชี่ยนเชี่ยน แล้วของที่หลันเยวี่ยส่งมาลูกเอาไปไว้ที่ไหนแล้วล่ะ?" แม่เฉินอยากเห็นผักสดๆ ที่ลูกสาวบุญธรรมส่งมาจากบ้านเกิดอย่างใจจดใจจ่อ
เฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่คิดว่าแม่จะพูดถึงเรื่องที่หูหลันเยวี่ยส่งของมาให้ทันทีที่เข้ามาในบ้าน "แม่คะ พูดเรื่องอะไรกัน หลันเยวี่ยไม่ได้ส่งของมาให้นี่นา หรือว่าแม่คิดถึงหลันเยวี่ยมาก ถ้าอย่างนั้นหลังตรุษจีนหนูจะไปเยี่ยมเธอที่บ้านนอกเป็นเพื่อนพ่อกับแม่เองค่ะ"
ขณะที่พูด เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็แสดงท่าทีอิจฉาออกมาอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของพ่อเฉินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "เชี่ยนเชี่ยน ลูกหัดโกหกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
"คุณพ่อคะ หนูไม่ได้โกหกนะ" ถึงแม้เฉินเชี่ยนเชี่ยนจะรู้สึกว่าสีหน้าของพ่อไม่สู้ดี แต่เธอก็ยังคงเสแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่
ตอนนี้สีหน้าของแม่ก็เริ่มไม่สดใสดังเดิมแล้วเช่นกัน "เชี่ยนเชี่ยน ตอนที่ลูกไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์เมื่อตอนกลางวัน เฉินอิ่งเห็นหมดแล้ว หลันเยวี่ยส่งของมาให้บ้านเรากับบ้านเฉินอิ่ง แล้วของที่ลูกไปรับมามันอยู่ที่ไหนล่ะ?"
"คุณแม่คะ หนูไปที่ไปรษณีย์จริง แต่หนูไปส่งจดหมายให้เพื่อนค่ะ ไม่ได้ไปรับพัสดุอะไรทั้งนั้น" ถึงตอนนี้แล้วเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ยังคงพยายามปกปิดความจริง
เธอคิดว่าในเมื่อเธอทิ้งของที่หูหลันเยวี่ยส่งมาให้ลงถังขยะไปแล้ว ก็เท่ากับว่าไม่มีหลักฐานที่จะมาเอาผิดเธอ
สีหน้าของพ่อเฉินมืดครึ้มยิ่งกว่าเดิม "เฉินเชี่ยนเชี่ยน พ่อจะถามลูกเป็นครั้งสุดท้าย ลูกเอาของที่หลันเยวี่ยส่งมาไปไว้ที่ไหน?"
"คุณพ่อคะ หนูไม่ได้เห็นของที่หูหลันเยวี่ยส่งมาจริงๆ นะคะ ต้องเป็นหูหลันเยวี่ยกับเฉินอิ่งสมคบคิดกันใส่ร้ายหนูแน่ๆ เธอไม่ได้ส่งของมาให้พวกเราหรอกค่ะ คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ทำไมถึงไม่เชื่อหนูล่ะ? หนูเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อกับแม่นะคะ" เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกน้อยใจจนน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม
เธอคิดว่าเพียงแค่ร้องไห้ออกมา พ่อแม่ก็จะใจอ่อน และจะไม่ซักไซ้เธอต่ออีก
เมื่อเห็นน้ำตาของเฉินเชี่ยนเชี่ยน แม่เฉินก็เริ่มใจอ่อน "เชี่ยนเชี่ยน แม่รู้ ลูกกลัวว่าหลันเยวี่ยจะมาแย่งความรักของพวกเราไป ลูกวางใจเถอะ สิ่งที่เป็นของลูก จะไม่มีใครมาแย่งไปได้"
พ่อเฉินเหลือบมองภรรยาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย "อย่าไร้สาระตามลูก"
จากนั้นพ่อเฉินก็หันไปมองเฉินเชี่ยนเชี่ยนที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารด้วยสายตาคาดคั้น "ที่ทำการไปรษณีย์มีบันทึกการรับพัสดุทั้งหมด เชี่ยนเชี่ยน พ่อจะให้โอกาสลูกเป็นครั้งสุดท้าย"
เมื่อเป็นเช่นนี้ เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้ว่าถ้าเธอยังคงดึงดันที่จะไม่ยอมรับ ก็คงจะไม่รอด เธอเอาแต่ใช้อารมณ์ จนลืมไปว่าที่ทำการไปรษณีย์มีบันทึกการรับพัสดุอยู่
"คุณพ่อคะ คุณแม่คะ หนูขอโทษค่ะ ที่หนูเอาของที่หูหลันเยวี่ยส่งมาไปทิ้ง เพราะหนูไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ติดต่อกับเธอมากเกินไป หนูเลย..." เฉินเชี่ยนเชี่ยนร้องไห้สะอึกสะอื้น
ทั้งๆ ที่คนทำผิดคือเธอ แต่ดูท่าทางที่น่าสงสารของเธอแล้ว คนที่ไม่รู้เรื่องราวคงคิดว่าเธอถูกใครรังแกมา
เมื่อรู้ว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนเอาพัสดุที่หูหลันเยวี่ยส่งมาให้ไปทิ้ง พ่อเฉินก็โกรธจนลุกขึ้นทุบโต๊ะ "เฉินเชี่ยนเชี่ยน ลูกหัดนิสัยไม่ดีพวกนี้มาจากใครกัน?"
"เชี่ยนเชี่ยน ลูกทำให้พวกเราผิดหวังมากจริงๆ" ท่าทีของแม่เฉินอ่อนโยนกว่าสามีเล็กน้อย "ลูกเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อกับแม่ จะไม่มีใครมาแย่งสิ่งที่เป็นของลูกไปได้ แต่ลูกก็ไม่ควรโกหกหลอกลวงพ่อกับแม่ที่รักลูกนะ"