หวนคืนสู่ห้วงฝัน

    สามสำนักรวมตัว

            ตระกูลและสำนักขนาดเล็กจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ทางเข้าภูเขาอสูรพวกเขากำลังรอบางอย่างอยู่ ไม่นานบนท้องฟ้าเสียงของวิหคก็ดังขึ้นภูติวิหคสีเงินที่งดงามบินเข้ามาบนหลังของภูติวิหคสีเงินมีหญิงสาวที่งดงามยืนอยู่

            “สำนักบงกชไร้มลทิน”ตู้เม่าสั่นสะท้าน

            “หนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งในพื้นที่แถวนี้แข็งแกร่งกว่าสำนักจินจิ้งและสำนักไผ่น้อยเสียอีกและผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นเจ้าสำนักคนปัจจุบันขอบเขตก่อกำเนิดขั้นกลาง” จื่อเย่กล่าว

            “เจ้ารู้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย”จางซวนกล่าว

            “ออกท่องยุทธภพจำเป็นต้องรู้จักรวบรวมข้อมูลเอาไว้บ้างหรือคนที่บ้านเจ้าไม่เคยสอน” จื่อเย่กล่าว

            “แน่นอนว่าสอนแต่ข้าพึ่งจะลงจากเขาเป็นครั้งแรกและยังเดินทางได้ไม่ไกลเลยจะไปรู้ข้อมูลมากมายอย่างเจ้าได้อย่างไร” จางซวนกล่าว

            “เอาเถอะการที่นางมาที่นี่แสดงว่าครั้งนี้นางน่าจะเป็นผู้นำในการบุกโจมตีตะขาบร้อยพิษเช่นนั้นพวกเราก็คงสบายมากขึ้น” จื่อเย่กล่าว

            “นางแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”จางซวนกล่าว

            “อืมวิชาของนางนั้นเป็นคู่ปรับกับพิษนับร้อยพอดีทำให้นางค่อนข้างจะทนต่อพิษส่วนคนอื่นๆเกรงว่าคงจะยากลำบากสักหน่อย” จื่อเย่กล่าว

            ต่อมาก็มีรถลากสัตว์อสูรวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วกลุ่มคนที่มาถึงมีคนสิบกว่าคนแต่ละคนล้วนแต่เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างต่ำก็ขอบเขตโอสถทองขั้นสูงและมีก่อกำเนิดถึง1 คน

            “สำนักจินจิ้ง”ตู้เม่ากล่าว

            “เป็นเจ้าพวกนั้นเองงั้นเหรอที่จ้องเล่นงานข้า”จางซวนขบคิดในหัวในใจเริ่มวาดแผนการเอาไว้

            “สำนักจินจิ้งสำนักบงกชไร้มลทิน สองสำนักได้มาถึงแล้วคงไม่ใช่ว่ามีสำนักที่สามหรอกนะ” จางซวนกล่าวขึ้นมา

            “ในพื้นที่แถบนี้นอกจากสองสำนักก็เหลือแค่สำนักไผ่น้อยแล้วละ”จื่อเย่กล่าว

            “พูดถึงก็มาจริงๆด้วย”จางซวนกัดฟันกล่าว

            เพราะผู้ที่มาคือผู้นำตำหนักคุมกฎและซวนหยวนป้าแม้ขอบเขตของผู้นำฝ่ายคุมกฎจะยังไม่ถึงขอบเขตก่อกำเนิดแต่หอกปีศาจในมือก็สามารถทำให้เขาต่อสู้กับขอบเขตก่อกำเนิดได้และเห็นได้ชัดว่าผู้นำฝ่ายคุมกฎต้องการแก่นอสูรไปหลอมยาเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงขอบเขตก่อกำเนิดได้

            “ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถใช้ใบหน้าที่แท้จรงได้”จางซวนกล่าว

            “ข้ารู้อยู่แล้วจึงได้เตรียมนี่เอาไว้”จื่อเย่นำหน้ากากสามชิ้นออกมามอบให้พวกจางซวนและตัวนางเองทุกคนต่างสวมหน้ากากจิ้งจอกที่เหมือนกันและสวมผ้าคลุมเอาไว้

            “อี้เจ้าไม่สามารถเปิดเผยตัวได้หากพวกนั้นเห็นเจ้าจะต้องจดจำได้แน่” จางซวนกล่าว

            “นั่นสินะเช่นนั้นที่เหลือก็ระวังด้วย” อี้พุ่งเข้าสู่กำไลเก็บสัตว์อสูรแต่ดวงจิตกลับเข้าไปในห้องหลอมแล้วเพราะในห้องหลอมอี้สามารถมองสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

            พวกจางซวนเดินไปอยู่ท้ายๆของกลุ่มขุมอำนาจสามสำนักเพราะนอกจากสามสำนักแล้วก็มีตระกูลและผู้ฝึกตนอิสระไม่น้อยที่มารวมตัวกันต่อให้ไม่ได้ชิ้นเนื้อได้น้ำแกงสักเล็กน้อยก็ยังดี

            “ดูเหมือนจะไม่มีใครมาเพิ่มแล้วเช่นนั้นพวกเรามาเริ่มกันเถอะ”เจ้าสำนักบงกชไร้มลทินกล่าว

            “ต้องพึ่งเซียนบงกชแล้ว”ผู้อาวุโสสำนักจินจิ้งยกยิ้มออกมาเมื่อมองไปที่หญิงงามตรงหน้าเจ้าสำนักบงกชไม่เพียงแต่อายุยังน้อยและได้เป็นเจ้าสำนักนี่ก็แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของนางแล้วยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงนางมีใบหน้าที่งดงามอีกด้วย

            “เริ่มกันเถอะ”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าวเสร็จก็เรียกหอกปีศาจออกมา

            “สมบัติปีศาจสหายควบคุมมันได้หรือไม่หากไม่เช่นนั้นก็อันตรายแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักจินจิ้งกล่าว

            “ไม่มีปัญหา”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว

            “เช่นนั้นก็ดี”เจ้าสำนักบงกชไร้มลทินยกฝ่ามือขึ้นดอกบัวสีฟ้าปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของนางก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในภูเขาอสูรคนอื่นๆเองก็กลายเป็นลำแสงพุ่งไปพวกเขาตรงไปยังรังของตะขาบร้อยพิษ

            “ตามข้ามา”จื่อเย่พาพวกจางซวนไปคนละทิศทางกับคนอื่นๆ

            “เอาจริงๆนะหากพวกเราไปขัดใจสามสำนักเข้าพวกเราจะหนีรอดไปได้งั้นเหรอ” ตู้เม่าเกิดความกังวลขึ้นมาเพราะครั้งนี้มีกองกำลังมากมายที่อยู่ในภูเขาอสูรแค่ตระกูลอื่นๆตู้เม่าก็หวาดกลัวแล้วแต่นี่ยังมีสามสำนักอีก

            “หากไม่ยอมเสี่ยงบ้างเจ้าจะได้รับของตอบแทนได้อย่างไรหุบปากแล้วตามมา”จื่อเย่กล่าว

            จางซวนไม่พูดอะไรตลอดทางเพราะจางซวนกำลังวางแผนบางอย่างในหัวจางซวนได้เตรียมแผนการสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายเอาไว้ในหัวเพราะหากตัวตนของจางซวนถูกเปิดเผยฝ่ายคุมกฎจะไม่ลังเลที่จะใช้โอกาสนี้สังหารจางซวน

            “วิชาฝ่ามือห้าธาตุและกระบองสั่นวิญญาณคงไม่สามารถใช้ได้เช่นนั้นก็เหลือแต่ฝ่ามือพลิกสวรรค์เท่านั้นที่พอจะใช้ออกมาได้”จางซวนคิด

            “โฮก!!!!!!!!!!!”ขณะนั้นเองเสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรก็ดังขึ้น

            “ดูเหมือนพวกนั้นจะลงมือกับสัตว์อสูรในระหว่างทางด้วยสินะเจ้าพวกโง่ แบบนั้นเท่ากับไปกระตุ้นความโกรธของอสูรในส่วนลึกหนะสิ” จื่อเย่ขมวดคิ้ว

            “นอกจากสัตว์อสูรที่นี่มีพวกภูติด้วยใช่หรือไม่”จางซวนกล่าว

            “ใช่ภูติและสัตว์อสูรมีต้นกำเนิดเดียวกันฝ่ายหนึ่งเมื่อบุกเบิกสติปัญญากลายร่างเป็นมนุษย์ก็สามารถฝึกฝนบ่มเพาะเหมือนมนุษย์ได้แต่ฝ่ายหนึ่งกลับไม่อาจกลายร่างได้ง่ายๆส่วนใหญ่จะอยู่ในร่างของสัตว์อสูรตลอดไปเพราะหากพวกสัตว์อสูรจะต้องกลายร่างเป็นมนุษย์การบ่มเพาะทั้งหมดจะหายไปไม่เพียงแค่นั้นยังต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์อีกด้วย”จื่อเย่กล่าว

            “นั่นหมายความว่าผู้ปกครองในภูเขาอสูรไม่ได้มีเพียงแค่สัตว์อสูรที่น่าหวาดกลัวแต่มีภูติที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ด้วยสินะ”จางซวนขมวดคิ้ว

            “จะว่าแบบนั้นก็ได้ที่จริงไม่มีใครรู้ความจริงว่าในส่วนลึกมีสัตว์อสูรหรือภูติที่แข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหนกันแน่”จื่อเย่กล่าว

            “นายท่านดูนั่นสัตว์อสูรกำลังหนีตายมาทางพวกเรากันแล้ว” ตู้เม่ากล่าว

            “แย่แล้ว”จางซวนมองเห็นฝูงสัตว์อสูรน้อยใหญ่กำลังหนีตายจากพวกเจ้าสำนักบงกชไร้มลทินที่ตอนนี้โจมตีสัตว์อสูรทุกตัวที่ขวางทางอยู่ทำให้ฝูงสัตว์อสูรกระจายไปด้านข้างซึ่งมาทางพวกจางซวนพอดี

            “อย่าได้เสียเวลารีบขึ้นที่สูงเร็ว”จื่อเย่ทะยานร่างขึ้นไปบนต้นไม้ซึ่งพวกจางซวนก็ขึ้นไปตามเมื่อทั้งสามมองไปยังฝูงสัตว์อสูรที่วิ่งผ่านไปก็หันกลับไปอีกทาง

            “พวกนั้นไม่เก็บร่างสัตว์อสูรงั้นเหรอ”จางซวนกล่าว

            “คงไม่อยากเสียเวลาสำหรับพวกเขาแล้วร่างของสัตว์อสูรระดับ1-3 ไม่ได้มีค่าอะไร” จื่อเย่กล่าว

            “ตู้เม่าไปเก็บมา”จางซวนกล่าว

            “ไม่มีปัญหาเนื้อของสัตว์อสูรเองก็อร่อยไม่น้อยเช่นกัน” ตู้เม่าไม่รอช้าทะยานร่างออกไปก่อนจะเก็บร่างของสัตว์อสูรที่นอนตายเอาไว้ในแหวนมิติ

            จางซวนและตู้เม่าลงมืออย่างชำนาญผู้คนที่เห็นพวกจางซวนเก็บศพของสัตว์อสูรก็พากันหัวเราะเยาะพวกจางซวน

            “เจ้าพวกโง่ไม่รู้คุณค่า”ตู้เม่าเค้นเสียงไม่สนใจ

            “พอแค่นี้แหละการต่อสู้ของฝ่ายนั้นน่าจะเริ่มแล้วพวกเราจะเสียเวลาไม่ได้”จื่อเย่ที่มองไปยังทิศทางหนึ่งก็กล่าวขึ้น

            “อาเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” จางซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงพึงพอใจสัตว์อสูรที่พวกจางซวนเก็บมามีสามสิบกว่าตัวมีระดับ 3 ถึง 5 ตัวนอกนั้นเป็นระดับ1-2 แม้จะไม่สูงแต่ชิ้นส่วนก็สามารถขายได้เนื้อทำอาหารได้แก่นอสูรนำมาปรุงยาได้

            พวกจางซวนที่ตามจื่อเย่ไปก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเมื่อจางซวนหันไปมองตามทิศทางนั้นก็เห็นร่างขนาดใหญ่สูงกว่าต้นไม้กำลังต่อสู้กับสามยอดฝีมือของขอบเขตก่อกำเนิดและโอสถทองขั้นสมบูรณ์

            “เริ่มแล้วสินะ”จื่อเย่กล่าว

            เจ้าสำนักบงกชไร้มลทินเป็นผู้นำในการโจมตีนางร่ายวิชาออกมาอย่างต่อเนื่องโจมตีไปยังตะขาบร้อยพิษแต่เปลือกบนร่างของตะขาบร้อยพิษทรงพลังมากแม้แต่การโจมตีของนางก็ยังไม่อาจทำลายการป้องกันของอีกฝ่ายได้ง่ายๆ

            ส่วนผู้นำฝ่ายคุมกฎและผู้อาวุโสสำนักจินจิ้งกลับลำบากมากกว่าเจ้าสำนักบงกชไร้มลทินเพราะพิษที่ตะขาบร้อยพิษปล่อยออกมารุนแรงอย่างมากหากป้องกันไม่ดีอาจจะตายได้ง่ายๆ

            “เจ้าสำนักคนนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ”จางซวนกล่าว

            “แน่นอนนางถือว่าเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่ทรงพลังที่สุดเป็นบุคคลที่พันธมิตรเซียนให้ความสำคัญถึงขั้นหุบเขาโอสถได้หมั้นหมายบุตรชายคนหนึ่งกับนางอีกด้วยต้องรู้ก่อนว่าหุบเขาโอสถนั้นมีอำนาจมากกว่าสำนักทั่วๆไปมีอำนาจในพันธมิตรเซียนอย่างมากและได้รับความเคารพจากทุกก่องกำลัง”จื่อเย่กล่าว

            “ใครกันที่เป็นคนโชคดีคนนั้น”ตู้เม่ากล่าว

            “เป็นบุตรชายคนเล็กของผู้นำหุบเขาโอสถนามซือถูหลิงจวิน เพียงแต่ตอนนี้เขาหายตัวไปไม่รู้เป็นหรือตาย” จื่อเย่กล่าว

            “ซือถูหลิงจวินบังเอิญจริงท่านอาจารย์ก็ชื่อหลิงจวิน คงเป็นเรื่องบังเอิญนั่นแหละ” จางซวนที่ได้ยินก็คิดในใจ

            การต่อสู้ของสามยอดฝีมือและตะขายร้อยพิษรุนแรงมากหมอกพิษกระจายออกไปเป็นวงกว้างทำให้แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้ายังเหี่ยวเฉาและตายส่วนสิ่งมีชีวิตยิ่งม่ต้องพูดถึง

            “อ๊ากกกกกกแขนข้า”

            “บัดซบรีบถอยออกไปให้ห่างกว่านี้ไม่งั้นได้ตายกันหมดแน่”กองกำลังจำนวนมากที่ติดตามมาด้านหลังถูกหมอกพิษก็ถึงกับแขนขาละลายบางคนหนีไม่ทันก็ตกตายไปกลายเป็นโครงกระดูกขาวนอนกองอยู่ที่พื้น

            “พิษรุนแรงมากน่าสนใจจริงๆ” จางซวนมองไปยังหมอกพิษด้วยแววตาเป็นประกาย

            “อย่าได้ไปเล่นกับพิษพวกนั้นเด็ดขาดไม่งั้นเจ้าได้ตายแน่”เสียงของอี้ดังขึ้น

            “อันตรายขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”จางซวนกล่าว

            “ตามชื่อของมันพิษพวกนั้นผสมผสานไปด้วยพิษนับร้อยหากจะแก้พิษเจ้าจะต้องใช้ยาที่สามารถแก้พิษนับร้อยให้ได้เจ้าในตอนนี้ทำได้หรือไม่ละ”อี้กล่าว

            “ก็จริงแต่หากสามารถนำไปเป็นไพ่ตายในยามจำเป็นได้ละก็” จางซวนคิด

            “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรแต่ล้มเลิกซะรอให้แข็งแกร่งกว่านี้ค่อยว่ากัน”อี้กล่าว

            จางซวนไม่ได้รับปากแต่ก็ไม่ได้ดื้อรั้นจื่อเย่พาพวกจางซวนอ้อมมายังเส้นทางหนึ่งและออกห่างจากกลุ่มคนมากเรื่อยๆจื่อเย่มองไปยังแผนที่และพบเส้นทางใต้ดินนางพาพวกจางซวนเข้าไปแล้ววิ่งด้วยความเร็วสูงสุด

            “เส้นทางนี้มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ”ตู้เม่ากล่าว

            “นี่คงไม่ใช่เส้นทางที่ตะขาบพวกนั้นขุดเอาไว้ใช่หรือไม่”จางซวนเองก็รู้สึกแปลกๆ

            “ไม่ผิดนี่เป็นเส้นทางหนีที่พวกตะขาบขุดเอาไว้ดังนั้นถึงเป็นทางลับ”จื่อเย่กล่าว

            จางซวนและตู้เม่ามองหน้ากันทั้งสองมองเห็นถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความกลัวของอีกฝ่ายหากพวกเขาสิ่งเข้าไปแล้วบังเอิญว่าตะขายร้อยพิษกำลังจะหนีมาทางนี้เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายมาเจอกันในที่แคบไม่เท่ากับว่าพวกเขาส่งตัวเองมาเป็นอาหารตะขาบร้อยพิษงั้นเหรอ 

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนสู่ห้วงฝัน ที่คุณอ่าน