บทที่ 22 ตั้งชื่อว่า ต้ามี นี่มันหลอกกันชัด ๆ!
เสิ่นมู่เหยี่ยนึกขึ้นได้ ชื่อต้ามีมันฟังดูเหมือนชื่อแมว
พอครบครึ่งชั่วโมง เสิ่นมู่เหยี่ยก็ทนไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“เธอนั่งพักก่อนนะ ฉันจะไปดูต้ามี”
เสิ่นมู่เหยี่ยทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้น ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น
“คุณชาย เป็อะไรรึเปล่าครับ?” พ่อบ้านเดินเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง คุณชายน้อยของเขากลายเป็เด็กดีเชื่อฟังแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ?
ที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือการเชื่อฟังเด็กหญิงอายุสามขวบ ถึงแม้ว่าเด็กหญิงคนนั้นจะเป็ญาติผู้ใหญ่ของคุณชายก็เถอะ
บอกให้ยืนม้าครึ่งชั่วโมง เขาก็ยืนจริง ๆ
เสิ่นมู่เหยี่ยโบกมือรับน้ำจากพ่อบ้านมาดื่มอึกหนึ่ง “เื่คนขับรถจัดการเรียบร้อยหรือยัง?”
คนขับรถคนนั้นคือคนเดียวกับที่เสิ่นจืออินเคยเตือนเขาเอาไว้
วันนั้นตอนไปโรงเรียน เขารู้สึกผิดสังเกตกับท่าทางของคนขับรถ เลยให้คนไปสืบดู ซึ่งผลก็เป็อย่างที่คุณย่าตัวน้อยของเขาบอกไว้ไม่มีผิด
น้องชายของคนขับรถติดการพนัน ตอนนี้แม้จะยังไม่เป็หนี้พนันก้อนโตอย่างที่เสิ่นจืออินบอก แต่คงอีกไม่นานแน่
การพนันน่ะ ััแม้เพียงนิด สุดท้ายก็มีแต่พังทลายทั้งครอบครัว
ตอนนี้เสิ่นมู่เหยี่ยเชื่อคำพูดของคุณย่าตัวน้อยโดยสนิทใจแล้ว แน่นอนว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะให้คนขับรถคนนั้นทำงานในตระกูลเสิ่นต่อ
พ่อบ้านรายงานว่า “จัดการย้ายออกไปจากตระกูลเสิ่นเรียบร้อยแล้วครับ”
เสิ่นมู่เหยี่ยพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ
พ่อบ้านช่วยพยุงเขาขึ้น ตอนนี้เขายังพอไปหาคุณย่าตัวน้อยได้!
พ่อบ้านมองตามคุณชายออกไป ก่อนจะก้มหน้าลงส่งข้อความหาท่านเ้าบ้านอย่างรวดเร็ว
[ท่านเ้าบ้าน ไม่ดีแล้วครับ! อาการของคุณชายหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ตอนนี้นายหญิงว่าอย่างไร เขาก็ว่าตามนั้นหมดเลยครับ!]
เสิ่นควาน [...]
เสิ่นควาน [เข้าใจแล้ว ผมกับลูกชายคนโตจะกลับไปอาทิตย์หน้า]
เด็กนั่นกินยาผิดหรือไง?
เขาก็อยากจะกลับไปดูคุณย่าสามขวบด้วยเหมือนกัน ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนถึงปราบลูกชายหัวรั้นของเขาได้
เสิ่นมู่เหยี่ยผู้พิการแต่ใจสู้ เดินทางไปหาเสิ่นจืออิน แล้วก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นคุณย่าตัวน้อยนั่งอยู่บนหลังเสืออย่างดุดัน
“นี่...ต้ามีเหรอ?”
บอดี้การ์ดที่รับผิดชอบดูแลต้ามีพยักหน้า
“คุณชายไม่ทราบหรือครับ นายหญิงบอกว่าเป็คุณที่ให้เลี้ยง”
เสิ่นมู่เหยี่ย “...”
แล้วเขาจะไปรู้ได้ยังไง ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณย่าจะเป็เสือ!”
อ้วนกลมขนาดนี้ ยังจะกล้าตั้งชื่อว่าต้ามีอีก นี่มันหลอกลวงกันชัด ๆ!
เสิ่นมู่เหยี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป คุณย่าตัวน้อยของเขาเลี้ยงผีได้ เลี้ยงเสือก็คงไม่แปลก
เสิ่นจืออินที่กำลังดึงหูต้ามีอยู่พลางสั่งสอนมันไปด้วย พอเห็นหลานชายเดินมาก็โบกมือเรียก
“หลานชาย มาทางนี้เร็ว”
น้ำเสียงเล็ก ๆ แฝงไปด้วยความร่าเริง
เสิ่นมู่เหยี่ยมองดูเ้าเสือที่กำลังมองมาทางเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เขากลับไม่เดินเข้าไปหา แถมยังถอยหลังไปอีกสองก้าว
“ผมว่า...ไม่เข้าไปดีกว่า”
เสือตัวอ้วนขนาดนี้ อาหารการกินต้องดีมากแน่ ๆ ถ้ามันเกิดติดใจในรสชาติของเด็กหนุ่มอย่างเขาขึ้นมาจะทำยังไง?
“โอ๊ย...ขี้ขลาดจัง ฉันกะจะให้ต้ามีช่วยฝึกซะหน่อย”
เสิ่นมู่เหยี่ย “...”
ตอนนี้ถ้าเขาบอกว่าไม่อยากฝึกเซียนแล้ว จะยังทันไหมนะ?
แน่นอนว่าเขาก็แค่คิดเท่านั้น
จริง ๆ แล้ว เสิ่นมู่เหยี่ยที่ชอบความตื่นเต้นและการผจญภัยนั้น ชอบสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งอย่างเสือมาก
ดังนั้น ในตอนที่เสิ่นจืออินเอาดาบไม้ท้อออกมาจ่อที่คอต้ามี พร้อมกับข่มขู่ไม่ให้มันขยับเขยื้อน เขาก็ยังพยายามเข้าไปใกล้ ๆ
ต้ามีรู้สึกเบื่อหน่าย จึงหาวหวอดพร้อมกับกลอกตาไปมา
มันก็ไม่อยากขยับอยู่แล้ว เพราะเปลืองแรง
หลังจากที่ได้ััตัวเสือแล้ว เสิ่นมู่เหยี่ยก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป
“คุณย่า นี่คือเสือที่เธอเลี้ยงไว้เหรอ?”
เสือตัวนี้ลูบเพลินดีจริง ๆ ดีกว่าการลูบแมวเสียอีก
พูดถึงเื่นี้ เสิ่นจืออินก็เงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ฮึ่ม มันน่ะ ฉันเลี้ยงด้วยนมผงจนโตเลยนะ!”
ลำบากเธอแทบตาย
เสิ่นมู่เหยี่ยมองร่างกายของเสือแล้วแลบลิ้น “คุณย่าช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ เลี้ยงเสือได้อ้วนกว่าในสวนสัตว์อีก”
ต้ามีคิดในใจ ‘แกนี่มันช่างกล้าจริง ๆ ถึงจะเป็เื่จริง แต่พูดจาอ้อมค้อมหน่อยไม่ได้รึไง?’
หลังจากหายกลัวแล้ว เสิ่นมู่เหยี่ยก็ถ่ายรูปคู่กับต้ามีหลายรูป
เสิ่นจืออินก็สนใจเข้าร่วมด้วย
ต้ามีเลยกลายเป็ฉากหลังหลากหลายแบบไปโดยปริยาย
เสิ่นจืออินวางแผนให้เสิ่นมู่เหยี่ยฝึกฝนร่างกายในตอนกลางวัน พอตกกลางคืน เธอก็เอายาที่กลั่นเสร็จแล้วไปให้เสิ่นมู่เหยี่ยที่เหนื่อยล้าทั้งตัว
“ข้างในนี้คือยาชำระเส้นเอ็น เธอเอามันไปใส่ลงในอ่างอาบน้ำแล้วแช่ตัวลงไป อาจจะเจ็บนิดหน่อย ทนเอาหน่อยนะ”
หลังจากมอบมันให้เขาแล้ว เสิ่นจืออินก็ไม่สนใจใยดีอีก เธอกลับไปดูละครโทรทัศน์ต่อ
เสิ่นมู่เหยี่ยคิดว่าที่เธอพูดว่าเจ็บนิดหน่อยคงจะแค่เจ็บนิดหน่อยจริง ๆ
แต่ในความเป็จริง เขาเจ็บจนร้องลั่นออกมาอย่างน่าสังเวช พ่อบ้านถึงกับคิดว่าเขาโดนทำร้าย
ในที่สุด ตอนที่เขาปีนออกมาจากอ่างอาบน้ำ เขาก็รู้สึกเหมือนิญญาหลุดออกจากร่าง
แต่เมื่อมองดูน้ำอาบที่สกปรกจนกลายเป็สีดำคล้ำ แถมยังส่งกลิ่นเหม็น
ถึงแม้จะไม่มีแรง เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น
นี่มันต้องเป็การชำระล้างไขกระดูกในตำนานอย่างแน่นอน!
หลังจากพักไปครู่หนึ่ง เขาก็รวบรวมพลังลุกขึ้น อาบน้ำแล้วเข้านอน หลับเป็ตายั้แ่หัวถึงหมอน
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นมู่เหยี่ยพบว่าการฝึกฝนร่างกายเมื่อวานไม่เพียงแต่ไม่ทำให้เขารู้สึกปวดเมื่อยหรือเหนื่อยล้า แต่ร่างกายของเขากลับเบาสบายอย่างยิ่ง
รู้สึกเบาสบายเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาหลายเดือน แล้วอยู่ ๆ ก็ได้ชำระล้างคราบไคลที่ฝังแน่นมานาน
เขารู้สึกมหัศจรรย์และตื่นเต้น ความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนกับคุณย่าของเขาก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นับจากนี้ไป ถ้าคุณย่าของเขาจะให้เขาไปทางทิศตะวันออก เขาจะไม่ไปทางทิศตะวันตกอย่างแน่นอน!
ใน่วันหยุดสองวันนี้ เขาอยู่ภายใต้คำสั่งของเสิ่นจืออิน
ในระหว่างที่เขากำลังวิ่ง เสิ่นจืออินนั่งอยู่บนหลังของต้ามี โดยถือเบ็ดตกปลาไว้ในมือ ที่ปลายเบ็ดมีเม็ดยาบำรุงิญญาห้อยอยู่ ซึ่งมีแรงดึงดูดอย่างมากสำหรับสัตว์
เสิ่นมู่เหยี่ยวิ่งสุดชีวิต ดวงตาของต้ามีจ้องเขม็งไปที่เม็ดยาที่อยู่ข้างหน้า น้ำลายไหลย้อย เนื้อตัวสั่นระริกด้วยไขมัน ขณะที่มันวิ่งอย่างหนักหน่วงจนแผ่นดินะเื
เสิ่นมู่เหยี่ยร้องะโ “อาาา...คุณย่าครับ ผมวิ่งเองได้ ไม่ต้องให้ต้ามีไล่ตามผมก็ได้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกูเาบดขยี้อยู่!”
เสิ่นจืออินดื่มนมจากขวดนมอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับว่าเธอกำลังดื่มเหล้าอยู่
“ไม่ได้หรอก มีแรงกดดัน ถึงจะมีแรงผลักดัน หลานชาย สู้ ๆ!”
เสิ่นมู่เหยี่ยคิดในใจ ‘เธอเหยียบฉันตายไปเลยดีกว่า!’
หลังจากกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น เสิ่นมู่เหยี่ยก็ยังคงต้องแช่ตัวในอ่างยาอีกครั้ง
โชคดีที่อาการปวดหลังจากนั้นไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก และน้ำก็สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเสิ่นมู่เหยี่ยต้องไปโรงเรียน เสิ่นจืออินจึงไม่สามารถฝึกซ้อมให้หลานชายได้ ทำให้รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกฝึกฝนก็ไม่ใช่เธออยู่แล้วนี่นา
“จำไว้นะ แม้จะอยู่ที่โรงเรียนก็อย่าลืมฝึกฝนบ่อย ๆ ล่ะ~”
เสิ่นมู่เหยี่ย “...ครับ รู้แล้วครับ”
หลังจากมองหลานชายออกไปแล้ว เสิ่นจืออินก็ะโกลับไปที่โต๊ะ หยิบยาเม็ดที่เตรียมไว้ให้กู้ไฮว๋และฉินเจินมาบรรจุใส่กล่องอย่างดี จากนั้นก็ผูกไว้กับดาบไม้ท้อพร้อมกับติดยันต์ลงไปสองแผ่น
เธอยืนอยู่ริมหน้าต่างแล้วตบไปที่ดาบไม้ท้อเบา ๆ “ไปได้”
ดาบไม้ท้อในมือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปในพริบตา
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เสิ่นจืออินก็มองไปยังยาเม็ดที่เหลืออยู่
นอกจากที่เธอ้าแล้ว ยาเม็ดที่เหลืออีกหลายชนิดที่ใช้รักษาอาการาเ็ภายใน าเ็ภายนอก และถอนพิษ เธอก็ไม่ได้ใช้
เพราะเธอมักจะปรุงยาอะไรก็ได้ตามแต่ว่ามียาสมุนไพรอะไร
นอกจากสมุนไพรที่ให้เสิ่นมู่เหยี่ยช่วยซื้อมาให้ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เธอเก็บมาจากบนเขา เธอนำมากลั่นเป็ยาเม็ดทั้งหมดแล้ว
ส่วนใหญ่จะเป็ยาเม็ดที่ปั้นด้วยมือ