บทที่ 4 มุ่งมั่นที่จะเป็ชายที่เร็วที่สุด
“ลูกชายคนดี เรียกข้าว่าท่านพ่อสิ ท่านพ่อ!”
ฉินเทียนหยอกล้อกับฉินเฟิงที่อยู่ในผ้าอ้อม ััถึงความสุขของการเป็พ่อคนครั้งแรก
แต่ฉินเฟิงไม่ให้เกียรติผู้เป็พ่อเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่อีกฝ่ายให้เขาเรียก ทารกน้อยก็จะตอบกลับไปอย่างไร้เดียงสา ทำให้ใบหน้าของประมุขตระกูลหม่นหมอง ส่วนผู้เป็แม่ก็จะหัวเราะจนดอกไม้ในสวนเบ่งบาน
แต่ผู้เป็พ่อก็ยังคงมีความสุขกับมันได้ไม่มีเบื่อ ทุกวันจะต้องเรียกเขาหลายสิบครั้ง
‘ตัวประหลาด!’
ฉินเฟิงขี้คร้านจะสนใจบิดาไร้ค่า จึงเรียกเปิดร้านค้าของระบบขึ้นมา
หลังจากเกิดมา เขาก็พบว่าความเร็วในการฝึกตนของตนเชื่องช้าลง ตามที่ระบบกล่าวไว้ เหตุผลที่ฝึกตนได้เร็วตอนอยู่ในครรภ์ นอกจากจะมีน้ำยาเทวาช่วยเสริมแล้ว ยังมีผู้เป็แม่ซึ่งเป็ยอดฝีมือคอยช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ อีกด้วย
แต่ตอนนี้เขาเกิดมาแล้ว ทุกอย่างจะต้องพึ่งพาตนเองทั้งหมด
ฉินเฟิงมีแต้มวายร้ายเพียงสามหมื่นกว่าแต้ม จึงไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งใดที่ช่วยเพิ่มพลังฝึกฝนอย่างรวดเร็วได้เลย
ในตอนนั้น ระบบก็กล่าวขึ้นทันใด [แนะนำให้เ้าของแลกเปลี่ยนแสงแห่งการหยั่งรู้ ผลของมันคือ จะช่วยเพิ่มสติปัญญาให้กับเ้าของ เพียงแค่เข้าใจความลับในชั้นฟ้าแรกของกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า การฝึกตนก็จะได้ผลเป็สองเท่า]
แสงแห่งการหยั่งรู้ : เพิ่มสติปัญญาให้เ้าของเป็สองเท่า ราคาแลกเปลี่ยน 30,000 แต้มวายร้าย มีผลอยู่ได้หนึ่งเดือน
“หยั่งรู้!?”
ฉินเฟิงคิดสักพักแล้วพยักหน้าตกลงแลกเปลี่ยน
เมื่อเทียบกับการเพิ่มพลังฝึกฝนอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะเข้าใจกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าโดยเร็วที่สุด
ตามบันทึกในความทรงจำของเขา หากสามารถเข้าใจวิชากลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าทั้งหมดได้ เขาจะกลายเป็ะ ไม่ตาย และไม่สูญสลาย
แม้ว่าจะถูกฆ่าตาย ก็ยังสามารถหยดเืและกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง
นี่เป็วิชาที่จำเป็สำหรับพวกตัวร้ายที่สังหารคนแล้วหนี หรือหมายปองภรรยาของผู้อื่นเสียจริง
ข้าขอสาปแช่ง!
ข้าเป็สุภาพบุรุษผู้ซื่อสัตย์ในสำนักขงจื๊อที่อ่าน ‘กวีนิพนธ์ของขงจื๊อ’ จะยอมตกต่ำเป็ตัวร้ายได้อย่างไร!
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของ ใช้ 30,000 แต้มวายร้าย แลกเปลี่ยนเป็แสงแห่งการหยั่งรู้ระยะเวลาหนึ่งเดือนสำเร็จ!]
ท้องฟ้าส่งเสียงคำรามกึกก้อง!!
ฉินเฟิงรู้สึกเหมือนบางอย่างในสมองปะทุขึ้นมาทันที ิญญาของเขาราวกับล่องลอยออกจากร่าง สิ่งที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝนก่อนหน้านี้ แต่ในตอนนี้กลับรู้แจ้งได้อย่างง่ายดาย
วสันตฤดูผันผ่าน ฤดูสารทหมุนวนมาอีกครั้ง...
ระยะเวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเฟิงในวัยสามขวบ เติบโตเป็เด็กน้อยที่งดงามราวรูปสลักจากหยก ด้วยภาพลักษณ์ซึ่งไร้พิษภัยตุ่์และสรรพสัตว์ รวมถึงมารยาทที่เรียนรู้มาในชาติก่อน เมื่อพบใครก็ยิ้มทักทาย ทำให้เขาใช้ชีวิตในตระกูลฉินได้อย่างราบรื่น
ไม่ว่าจะเป็สาวโสดหรือสะใภ้สาวที่แต่งงานแล้ว พอเห็นเขาก็จะอุ้มขึ้นมาจูบหนึ่งครั้ง
ในฐานะสุภาพบุรุษผู้ซื่อสัตย์ในสำนักขงจื๊อที่อ่าน ‘กวีนิพนธ์ของขงจื๊อ’ ย่อมรู้ดีว่าการตอบแทนคือมารยาทที่ดี ดังนั้นทุกครั้งที่เหล่าหญิงสาวจูบเขา เด็กน้อยก็จะจูบกลับไปเพื่อตอบแทน
แต่ระบบกลับกล่าวหาเขาทุกครั้งว่าเป็พวกที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบหญิงสาวและยังให้แต้มวายร้ายเขาเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น
เขาเป็คนแบบนั้นหรือ!?
ถึงแม้เขาจะมีใจ แต่ก็ไม่คิดจะก่ออาชญากรรมแบบนั้นหรอก!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีน้องชายผู้เป็บุตรแห่ง์ จะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเื่วุ่นวายเหล่านี้
นับั้แ่น้องชายยึดครองครรภ์ได้สำเร็จ เขาก็ราวกับเป็ลูกวัวน้อยทะนงตนที่นั่งอยู่บนก้อนเมฆ
ไม่เพียงแต่สำเร็จในการเข้าใจวิถีแห่ง์และโลก แต่ยังสามารถคำนวณวิชาเฉพาะตัวที่อยู่เหนือระดับ์ได้ ทำให้บนท้องฟ้าเกิดร่างเงาของัและหงส์เพลิงล้อมรอบอยู่เป็ระยะ พลางส่งเสียงคำรามและกู่ขันอย่างกึกก้อง
เมื่อเทียบกับตอนที่เขาเกิดมา เสียงนี้นั้นดังกว่ามากนัก!
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ตระกูลฉินทั้งตระกูลปลาบปลื้มใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะได้อัจฉริยะผู้มีพร์ถึงสองคนในครรภ์เดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้บรรพชนผู้เก็บตัวฝึกมานานปี ออกจากการฝึกตนชั่วคราว และตั้งชื่อให้น้องชายของเขาด้วยตัวเองว่า ‘ฉินฮ่าว’ ชายผู้กล้าซึ่งฝึกฝนทุกสิ่งอย่างจากชั้นฟ้าั้แ่ยังไม่กำเนิด
ต้องเผชิญหน้ากับน้องชายที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ ฉินเฟิงจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ตลอดสามปี เขาใช้เวลาทุกลมหายใจฝึกฝนเพื่อยกระดับวรยุทธ์ของตนเอง
ในสายตาผู้อื่น เขากับน้องชายอาจจะเป็อสูรในระดับเดียวกัน แต่คนในครอบครัวย่อมรู้เื่ของกันและกันดี
ตอนอยู่ในครรภ์มารดา เขาไม่ได้เข้าใจวิถีแห่ง์และโลกอย่างแท้จริง ที่สามารถฝึกฝนในครรภ์ได้ ก็เป็เพราะเปิดใช้ทักษะพิเศษ
นั่นหมายถึง เขากับกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า ไม่ได้เข้ากันได้เต็มสิบส่วน ทำให้ไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้
จุดเริ่มต้นของเขาตามหลังน้องชายอยู่ไกลโข หากไม่อยากถูกบูชายัญหรือถูกฆ่าตายในภายหลัง ก็จำต้องรีบยกระดับวรยุทธ์ให้ทันท่วงที
ในเวลานี้เขาเข้าใจกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าในชั้นแรกแล้ว วรยุทธ์เองก็ทะลวงถึงขั้นิญญาโลหิตระดับเก้า อีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงถึงขั้นปฐมพิสัย และเปิดตันเถียนเพื่อกักเก็บปราณิญญาของตนเองได้แล้ว
การบรรลุขั้นปฐมพิสัยตอนอายุสามขวบ จะทำให้เขาเป็ผู้ที่ทำลายสถิติโบราณ
“จงทะลวงขั้นปฐมพิสัยเดี๋ยวนี้ ข้าสั่งให้ทะลวง!!”
ฉินเฟิงผู้นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นทันใด เขาะโเสียงดังลั่นและใช้ปราณิญญาทั้งหมดในร่างกายโจมตีตันเถียนของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
ตู้ม!!
เสียงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นขึ้นในร่างของฉินเฟิง ภายในตันเถียนปรากฏห้วงอวกาศอันมืดมิดขึ้นมา
ปราณิญญาที่อยู่โดยรอบไหลบ่าเข้ามาในตันเถียนอย่างบ้าคลั่งดั่งคลื่นั์ กลายเป็จุดพลังที่ส่องสว่างอยู่ในห้วงอวกาศอันมืดมิด ทำให้มันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสรรค์สร้างอันไม่มีวันสิ้นสุด
“หึ ๆ ข้าทะลวงถึงขั้นปฐมพิสัยระดับหนึ่งแล้ว!”
ฉินเฟิงผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ รู้สึกได้ว่าตนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น นับั้แ่ที่เขาเข้าใจชั้นฟ้าแรกของกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า ความสามารถในการฟื้นฟูของเขาก็แข็งแกร่งกว่าผู้อื่นในระดับเดียวกันมาก และยิ่งเข้าใกล้ความเป็ะ ไม่ตาย และไม่สูญสลายไปอีกก้าวหนึ่ง
“หากนับเวลาแล้ว น้องชายของข้าน่าจะเกิดแล้วสินะ!”
ฉินเฟิงเงยหน้ามองดวงจันทร์พลางพึมพำกับตนเอง สามปีที่ไม่ได้เจอ เขายิ่งคิดถึงน้องชายฝาแฝดมากขึ้นเรื่อย ๆ
นับั้แ่สามปีก่อนที่น้องชายห้องครรภ์แต่เพียงผู้เดียว แหล่งทำแต้มวายร้ายของเขาก็หายไป
ถึงแม้ว่าตามกฎวายร้ายของระบบ การรังแกผู้อื่นจะสามารถได้รับแต้มวายร้ายได้เช่นกัน แต่มันก็น้อยเกินไปจนน่าสงสาร ไม่อาจเทียบได้กับน้องชายผู้เป็บุตรแห่ง์เลยจริง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น เขาที่ถูกพี่สาวและสะใภ้น้อยแห่งตระกูลฉินเอาเปรียบมาสามปี จะได้แต้มเพียงพันกว่าแต้มเท่านั้น ซึ่งห่างไกลจากแต้มที่ได้จากการทุบตีน้องชายฝาแฝดเพียงสักครั้งมากโข
“โอ้ เ้าถั่วน้อยผู้โง่เขลาของข้า เ้ารู้หรือไม่ว่าสามมาปีนี้พี่ชายเ้าใช้ชีวิตอย่างไร!?”
ฉินเฟิงมองดูระบบที่แสดงแต้มวายร้ายสี่พันสามร้อยแต้ม ซึ่งเป็แต้มที่เขาอุตส่าห์เก็บสะสมมาตลอดสามปีโดยไม่กล้าใช้แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวว่าน้องชายจะเปิดใช้รัศมีแห่งเครือญาติ ทำลายล้างเผ่าพันธุ์เสียก่อน
แต่โชคดีที่น้องชายกำลังจะคลอดในอีกไม่นาน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเสริมพลังให้กับตนเอง
ฉินเฟิงรีบเปิดระบบร้านค้า เขาหมายตาวิชาตัวเบาระดับเทวะที่ชื่อว่า ‘ฝีเท้าปีศาจ’ มานานแล้ว แต่เพราะแต้มของเขายังมีจำกัด จึงสามารถซื้อได้เพียงเล่มแรกเท่านั้น
ฝีเท้าปีศาจเล่มหนึ่ง : เมื่อฝึกสำเร็จ ร่างกายจะเบาดุจนกน้อย เดินบนหิมะได้อย่างไร้ร่องรอย ราคาแลกเปลี่ยน 4,000 แต้มวายร้าย
หมาป่าต้องฝึกเขี้ยวให้ดี แกะต้องฝึกขาให้แข็งแรง!
เมื่อต้องเผชิญกับน้องชายผู้ไร้เหตุผลและเป็บุตรแห่ง์เช่นนี้ เขาจึงต้องมุ่งมั่นที่จะเป็ชายที่ว่องไวที่สุดในดินแดนา ดังนั้นตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาจึงทุ่มเทฝึกฝนการหลบหนีอย่างหนักหน่วง
หากพบความผิดปกติเพียงแค่เล็กน้อย เขาก็จะสามารถวิ่งหนีออกไปได้ไกลหลายร้อยเมตรในทันที
ตอนนี้ฉินเฟิงมีวิชาตัวเบาระดับเทวะอย่าง ‘ฝีเท้าปีศาจ’ ความเร็วในการหลบหนีของเขาจึงยิ่งเพิ่มขึ้นอีก ต่อให้เผชิญกับวิกฤตการณ์ล้างเผ่าพันธุ์ เด็กน้อยก็เชื่อว่าตนมีโอกาสสูงที่จะหลบหนีได้สำเร็จ
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของ ใช้ 4,000 แต้มวายร้าย แลกเปลี่ยนเป็ วิชา ‘ฝีเท้าปีศาจ’ เล่มหนึ่งสำเร็จ!]
ฉินเฟิงมองเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าในทันที อีกฝ่ายก้าวย่างอย่างวิจิตรหากแต่ว่องไว ท่วงท่าเปลี่ยนแปลงปั่นป่วนไปจนยากจะคว้าตัวได้ เด็กน้อยก้าวเข้าใกล้การเป็ชายที่เร็วที่สุดในดินแดนามากขึ้นอีกขั้น...