ตอนที่ 22 อิฟริท
เมดิโอหันหาคนพูดข้างกายพลางตกใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรู้จักมัน ในเมื่ออดทนเก็บความสงสัยไม่ได้จึงตัดสินใจถามออกไป“เจ้ารู้จักมันด้วยหรอ”“จะลืมลงได้ยังไง”เชสตอบเสียงอ่อน ประสบการณ์หลายสิบปีที่ผ่านมาไม่มีทางที่จะไม่เคยเห็นศาสตราลับของเหล่ามอนสเตอร์ ทักษะลับที่จะรวมพลังดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์เพื่อแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่พร้อมกับพลังทุกด้านจะมากขึ้นหลายระดับในระยะเวลาหนึ่งแม้จะบอกว่าเป็นศาสตร์ลับแต่ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีอาภณ์สงครามของตัวเองไม่ว่าเผ่าพันธุ์นั้นจะเป็นเผ่าชั้นสูงหรือต่ำเตี้ยขนาดไหน ส่วนจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับมอนสเตอร์ตนนั้นๆอีกที และดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะมีอยู่ตนหนึ่งเฮทันทีที่ร่างนั้นเผยสู่สายตาทุกชีวิต กองเชียร์เยติต่างพากันโฮ่ร้องเสียงระเบิดก้องไปทั่วทั้งถ้ำตรงกันข้ามกับมนุษย์ที่เหลือต่างปั้นหน้าไม่ถูก“ม มิเนอร์วา นั่นมัน”เอริก้าหน้าเสียเอ่ยถามเพื่อนสาวเสียงสั่น“อาภรณ์สงคราม...เคยอ่านเจอมาเหมือนกันว่าเป็นวิชาชั้นสูงของพวกมอนสเตอร์ ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเจอที่นี่ ดูเหมือนงานนี้จะเจอศึกหนักแล้ว”มีน่าเม้มปากแน่น แน่นอนว่าเธอมีแฟนการสำรองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่ในตอนนี้เธออยากจะเชื่อให้พาร์ทเนอร์ของเธอ อยากจะเชื่อใจเขาให้ถึงที่สุด “เริ่มไม่ดีแล้วแฮะ เมดิโอ นายทำแบบนั้นได้ไหม”เชสหันไปถามเยติๆข้างๆด้วยตาแป๋วและใสซื่อ“เจ้าจะบ้าหรอ ข้าใช้พลังได้ไม่เต็มที่มาเป็นปี จะให้ข้าระเบิดพลังแล้วใช้ท่านั้นได้ เจ้าคิดว่าข้าเป็นตัวอะไร”“เป็นเยติ2ธาตุไง”พูดไม่ทันจบเสียงคำรามนคอพร้อมแยกเขี้ยวส่งกลับมาแทน เชสยิ้มเจื่อนถึงจะพูดติดตลกแต่ใช่ว่าจะไม่ลงมือคิดแผนต่อกร หากจะให้สู้กันตรงๆคงไร้ซึ่งทางชนะ ความหวังที่พอพึ่งได้คงมีแค่พลังเพลิงจากแขนขวาของเมดิโอโชคดีในโชคร้ายที่ไฟเป็นดาวข่มของธาตุน้ำแข็งพอดี ไม่งั้นทุกอย่างคงยากกว่านี้‘จะเสริมธาตุไฟ ถ้าไม่ใช้ไฟด้วยกันก็ต้องเป็นลม เฮ้อไม่ถนัดทั้งคู่เลยแฮะ’“มาแล้ว”เชสร้องบอกหลังมองตามการขยับกล้ามเนื้อแม้จะถูกขนจำนวนมากปกคลุมก็ตาม เมดิโอเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมรับมือทว่าภาพพื้นลานประลองกลายเป็นหลุมลึกพร้อมๆกับฟัวร์เตในอาภรณ์สงครามปรากฏเบื้องหน้าพวกเขา ไม่มีใครตามความเร็วนั้นทันร่างกายบังคับให้กระพริบตาตามธรรมชาติ เมื่อลืมตาอีกครั้งจากร่างของฟัวร์เตกลับกลายเป็นหมัดใหญ่ตรงเข้ามาห่างจากทั้งสองไม่กี่มิลลิเมตรปังปังรู้ตัวอีกทีราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่หัวเต็มๆ โล่ระดับต่ำที่ร่ายทันเสี้ยววินาทีก่อนหมัดจะซัดเข้าใบหน้าไม่อาจทนทานพลังทำลายมหาศาลได้ 1คน1เยติลอยกระเด็นติดผนังถ้ำในพริบตากลายเป็หลุมลึกสองหลุมเชสขยับปากร่ายเวทอย่างยากลำบาก สายตาชำเลืองมองหลุมข้างๆที่มีเยติตัวเล็กพยายามลุกจากหลุมปลอกแขนเหล็กทั้งสองข้างแหลกไปได้สักพักแล้ว เวทมนตร์เสริมความเร็วระดับกลางหม่นแสงลงจนเกือบจะสลายไป ทันใดนั้นมันพลันเรืองแสงอีกครั้ง“ทนใช้ไปก่อนนะ ถ่วงเวลาให้ที”แขนยกเสื้อปาดเลือดกำเดา ทั้งหน้ายังมีอาการชาเพราะหมัดเต็มแรงก่อนหน้า ถ้าไม่ได้โล่กระจายแรงคงไม่พ้นกระโหลกแตกแน่เชสร่ายเวทจบอีกสองบทพุ่งเข้าร่างกายเมดิโอทันทีทั้งสองบทล้วนเป็นเวทเสริมพลังง่ายๆแต่ได้ผลและใช้เป็นวงกว้าง หนึ่งคือเสริมปฏิกิริยาร่างกายด้วยสายฟ้า และอีกหนึ่งคือเพิ่มความเร็วประสาทตาเพื่อมองการเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ให้ออกตามจริงเขาไม่อยากร่ายเวทสามบทนั้นเพราะมันเปลืองพลังมานาทว่าด้วยเงื่อนไขของพรสวรรค์เขาจำเป็นต้องร่ายเวทมนตร์เป็นเซต และ1เซตต้องมากกว่า1บท“ทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำซะ”เด็กหนุ่มตอบรับพลางกระโดดเว้นระยะห่างจากแนวหน้าลงมาด้านหลัง สีหน้าฉายแววเศร้าอย่างเห็นได้ชัด“ไปให้สุดแล้วหยุดที่มานาแห้ง”เขาเปรยก่อนเริ่มร่ายเวทสายตามองการต่อสู้เหนือมนุษย์ตรงหน้าปะทุส่งผลให้ทั้งภูเขาสั่นสะเทือนหมัดสองหมัดปะทะกันเสียงแตกหักเกิดขึ้นทันที อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีกลับต้องมารับมือกับเกราะที่สร้างจากศาสตร์ลับ แม้จิตใจจะไม่ย่อท้อแค่ไหนแต่ทุกสิ่งมีขีดจำกัด กระดูกมือแทบแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ไม่เจียมตัว อย่างเจ้าควรอยู่เงียบๆไปนั่นแหละดีแล้ว”ฟัวร์เตคำรามขณะที่ปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ศรีษะเพื่อปิดฉากการต่อสู้“เห่าอยู่ได้ ปากเหม็นว้อย”แขนสีแดงกระแทกหยุดการโจมตีนั้นกลางอากาศ ไม่เพียงเท่านั้นพลังเพลิงระอุกำลังเผาเกราะแขนสีหิมะให้อยู่ในสภาพละลายไม่เหลือชิ้นดี แม้จะพยายามต้านทว่าแค่พละกำลังไม่อาจเอาชนะธาตุที่ข่มตนเองได้ ฟัวร์เตกัดฟันแน่นตอนนั้นเอง ไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะเล่นลูกไม้ เมดิโอที่ปล่อยแรงทั้งหมดไปให้แขน จู่ๆกลับต้องเซถลาไปด้านหน้าเพราะคู่ต่อสู้ดึงหมัดกลับอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว“ถ้าไฟของเจ้ามันแรงนัก งั้นข้าแค่จัดการฝั่งที่อ่อนแอกว่าก็พอ!!”ช่วยไม่ได้ที่จะตกเป็นเป้าหมายของศัตรูขณะไม่สามารถทรงตัวได้ หมัดแล้วหมัดเล่าประเค็นเข้าใส่กลางลำตัวและสีข้างซ้าย ใบหน้าซ้าบเต็มไปด้วยรอยหมัด“จงรู้ไว้ ข้าไม่เคยนักเจ้าเป็นพวกเดียวกันด้วยซ้ำ เจ้าลูกครึ่งโสโครก แม่เจ้าก็โสโครก อับอายจริงๆทั้งที่มีเชื้อสายของเยติชั้นสูง”ขายักษ์ตั้งใจจะเตะอัดกลางท้องทว่ากลับถูกหยุดเอาไว้ แขนแดงเพลิงเกาะท่อนขาไว้แน่นพร้อมกระจายไอความร้อนและเปลวเพลิง“เจ้าจะด่าข้าหรือดูถูกข้า ข้าจะอัดเจ้า แต่ถ้ากล้ามาดูถูกแม่ข้า...จงเตรียมกลายเฒ่าถ่านไปซะ”อ้ากเมดิโอใช้ทั้งแขนรัดท่อนขาที่เคยใช้เตะตัวเองไว้แน่นก่อนจะเร่งความร้อนหมายจะเผาท่อนขาอีกฝ่ายให้เป็นจุลจริงๆมานาไหลเข้าปกป้องขาในทันทีโดยการสร้างความเย็นเพื่อต่อต้านแต่ไม่เป็นผล ไม่มีทางจะต้านได้แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำไฟนั่นยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในท้ายที่สุดเสียงร้องทุรนทุรายได้แผดออกมาจากเยติสีเงินมันมองร่างเล็กกว่าอย่างอาฆาตแค้น แขนทุกข้างที่ยังอยู่ดีระดมทุบและต่อยเข้าไปราวกับสัตว์บ้าคลั่ง ไม่มีใครแม้แต่ผู้เฒ่าเยติคาดหวังจะได้เห็นภาพนี้“ปล่อยสิวะ ปล่อยข้า ไอ้ตัวสกปรก!!!!”หมัดแล้วหมัดเล่า เล็งไปยังศีรษะของเมดิโอ จนกระทั่ง...แกร๊บหมัดที่ต่อยลงไปสุดแรงพร้อมเสียงปริร้าวของกระโหลกก้องไปทั้วถ้ำ เมดิโอราวกับหุ่นเชิดที่เส้นเอ็นขาด เพลิงร้อนระอุกว่ากลายร้อยองศาสลายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง แผ่นน้ำแข็งหนาเข้าครอบคลุมขาซ้ายทั้งข้างเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ดวงตาเบิกโพลงและเหงื่อจำนวนมากไหลตามเขาแต่ละเส้นภายใต้อาภรณ์สงครามอันน่าเกรงขามบริเวณขาซ้ายขนเงินสง่างามถูกไหม้ไปจนหมดไม่เหลือชิ้นดีเผยเนื้อเปล่าๆถูกไฟไหม้จนเละ กลิ่นเนื้อไหม้ลอยโชยเตะจมูกทุกผู้“ฮ่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”ฟัวร์เตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงแฝงความโ,งอกไว้เต็มประดาก่อนจะถอนหายใจยาว มันฉีกยิ้ม แขนแกร่งยกเหยียดลงไปกำรอบลำคอศัตรูและยกร่างนั่นขึ้นมาไม่ขยับเขยี้ยนไม่แต่น้อย เปลือกตาปิดไม่สนิท นัยน์ตานั้นดูล่องลอยไปไกล ไม่มีใครมั่นใจว่าเขาตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ทันใดนั้นลางสังหรณ์สั่งให้เขาระแวงแต่ขณะนี้ไม่มีสิ่งใดมาหยุดเขาไม่ให้สังหารเยติตรงหน้า แรงบีบที่มือเพิ่มขึ้นทีละน้อย ทำหน้าที่เป็นคีมเหล็กบดขยี้ลำคอในมือให้แหลกโดยไม่ได้เอะใจเลยว่าอาณาเขตของขนสีแดงบนร่างเมดิโอค่อยๆเพิ่มอย่างช้าๆจังหวะที่ทุกอย่างกำลังเข้าสู่จุดวิกฤต แวบหนึ่งฟัวร์เตคิดว่าเขาเห็นประกายแสงจากนัยน์ตาขวาสีแดงลูกนั้น ไม่ทันคิดต่อมือขวาสีเพลิงพลันยกช้าๆขึ้นมาเกาะข้อมือที่ใช้บีบลำคอ“ยังมีสติอยู่อีกหรอ...ไม่สิ แค่สัญชาตญาณเท่านั้น”ไอร้อนจางๆแผ่จากแขนขวา ลมหายใจรวยรินเบาลงเรื่อยๆ พลังในร่างไม่เหลือพอจะเปร่งได้อีกแล้ว“ข้าชื่มชมเจ้าจริงๆเมดิโออยู่ในสภาพนี้แล้วยังจะมีใจสู้...ข้าจะฆ่าเจ้าซะเดี๋ยวนี้ ตามด้วยเจ้ามนุษย์ตัวจ้อยนั่น”ฟัวร์เตมองเลยไปข้างหลังเมดิโอเพื่อหวังจะเจอเชสทว่าที่พบดันมีแต่ความว่างเปล่า“หาฉันอยู่หรอ?”เสียงกระซิบเบาๆเอ่ยข้างหูทำให้ทั้งจั๊กจี้และขนลุก ฟัวร์เตเหวี่ยงแขนไปตามทิศทางของเสียงก็พบแต่ความว่างเปล่า“ทางนี้ต่างหาก”เชสยืนกลับหัวมาจากกอคริสตัลขนาดใหญ่บนเพดาน คทาชี้ลงมาหาฟัวร์เต“Fatal Flame”ดวงไฟขนาดใหญ่ที่สามารถกลืนร่างเยติธรรมดา2ตัวได้ในครั้งเดียวก่อร่างขึ้นบริเวณไม้คทา ตำแหน่งที่อยู่ทำให้คล้ายกับกำลังจ้องมองดวงอาทิตย์บนฟากฟ้า ขนาดของมันใหญ่ขึ้นเรื่อยก่อนจะตกลงมาอย่างเชื่องช้าใส่ฟัวร์ซึ่งกำลังถือร่างไร้สติในมือ“เหอะ โง่เง่า”ไม่คาดฝันว่าจะทำเช่นนั้น เยติสองสีในมือถูกเขวี้ยงเข้าใส่บอลเพลิงมหึมาจนร่างถูกกลืนหายไป ไม่มีใครคิดว่าชีวิตของเมดิโอจะจบลงเพียงเท่านั้นมนุษย์ทุกคนช่วยไม่ได้ที่จะหันไปมองมิเนอร์วา หญิงสาวคนเดียวที่ยังคงสงบนิ่ง“Fatal Flame เป็นเวทสายเปลวเพลิงระดับกลางค่อนไปทางสูง ถ้าไม่มีเกราะป้องกันดีๆหรือมีร่างกายทนทานต่อไฟแม้แต่อัศวินชั้นสูงก็โดนมันย่างสดได้เช่นกัน”น้ำเสียงราบเรียบไม่หยี่ระต่อสถานการณ์อธิบายเกี่ยวกับเวทมนตร์บทนี้ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนอยากรู้“คิดงั้นหรอ”ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ เชสลงมาจากเพดานถ้ำปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังฟัวร์เต บริเวณเท้ามีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน มันคือมนตราดัดแปลง ย่างก้าวเทพอัสนี เทียบได้กับเวทมนตร์ระดับกลางคมดาบเล็งไปที่คอซึ่งปกคลุมไปด้วยขนหนาเคร้ง“ชิ”ปลายดาบชนเข้ากับลำคอแกร่งนั่น ผลลัพธ์แทบไม่ต่างจากเดิมแม้แต่น้อยไร้รอยขีดข่วนบนร่างกายแกร่งนั่น เพิ่งรู้ตัวว่าถูกโจมตีเยติขนเงินหันมาหวังจะคว้าจับเชสทว่าเขากลับหายไปปรากฏตัวอยู่อีกที่ไม่ไกล“เร็วจริงนะ มนุษย์ตัวจ้อย...แต่คงจะได้อีกไม่นาน”เป็นดังนั้น เวทไฟเมื่อกี้สูบมานาเขาไปมากกว่าเวทไหนๆ เพราะระดับและความรุนแรงห่างจากเวทขั้นสูงเพียงนิดเดียว ใบหน้าซีดขาวยิ่งกว่าตอนสู้กับโอเกอร์ มิหนำซ้ำขณะนี้เขายังเปิดใช้งานเวทมนตร์ระดับกลางอีกบทเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว“1นาที”“หืม”“เชื่อไหมว่าในอีก1นาทีจะรู้ผลแพ้ชนะ”“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าจะเอาอะไรมาชนะข้า ดูนั่นสิเจ้าเนื้อย่างฝีมือเจ้าตรงนั้น แน่นิ่งไม่ขยับ เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้ว”ฟัวร์เตยกนิ้วโป้งชี้ไปยังร่างสีน้ำตาลเกรียมบนพื้นไม่ไกล ผิวหนังฝั่งซ้ายไม่มีขนอีกต่อไปมีเพียงผิวสีน้ำตาลเหลืออยู่ คำพูดถากถางนั่นไม่มีสิ่งใดเข้าหูเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มประดับบนหน้าฉีกยิ้มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสภาพเมดิโอเต็มตา“นายเกิดบนโลกมนุษย์สินะ”“หืม เจ้าหมายความว่ายังไง”จู่ๆ เชสถามดันคำถามแปลกๆออกมาก้องไปทั่วถ้ำ ไม่เพียงฟัวร์เตแต่เยติทุกคนหันมองหน้ากันยกเว้นผู้เฒ่าเยติ“ดูเหมือนทุกๆคนจะเกิดบนโลกมนุษย์กันหมด...ยกเว้นผู้เฒ่าคนนี้ พวกนายเลยไม่เคยเห็นมอนสเตอร์สายพันธุ์อื่นมาก่อนใช่ไหม”“เจ้ามนุษย์สวะพยายามถ่วงเวลาโดยไร้ความหมาย”ฟัวร์เตเดินลากขาข้างที่เจ็บเข้ามาใกล้เขามากขึ้น เชสไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดวงตาสีข้างสบกันไม่มีใครยอมใคร“ความไม่รู้บางครั้งก็เป็นภัยอันใหญ่หลวง...”ทึ่งฟัวร์เตหยุดร่างไว้ตรงหน้าเชสห่างกันไม่ถึง1ฟุตด้วยซ้ำ เงาใหญ่ทอดทับเด็กหนุ่มผมดำจนมิด ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกจ้องลงมาราวกับมองมดตัวเล็ก“ไม่เคยคิดบ้างหรอว่าทำไมถึงมีเยติผ่าเหล่าผ่ากอขนาดนั้นโผล่มา ไม่ใช่แค่ครึ่งหนึ่งเป็นสีแดงแต่กลับมีสองแขน ดูยังไงก็ไม่ใช่สายเลือดแท้”“ต้องการจะสื่ออะไร”แม้แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้ายังข้องใจกับคำพูดนั้น คิ้วขมวดเป็นปมทำให้เชสยิ้มมุมปาก“ตอนแรกฉันก็ไม่เอะใจหรอก จนกระทั่งเห็นผิวหนังใต้ขนตอนถูกไฟของรุ่นพี่ยูรีนเผา เพราะขนเป็นสีขาวเลยไม่ทันสังเกต…ผิวหนังสีน้ำตาลแดงนั่นน่ะ!!!”“ฟัวร์เต จัดการเมดิโอก่อน!!”อยู่ดีๆผู้เฒ่าเยติพลันตะโกนอย่างลุกลี้ลุกลน น้ำเสียงแฝงความหวาดกลัวไว้เต็มเปี่ยม ด้านมิเนอร์วา เธอเบนสายตามองร่างเกรียมบนพื้นที่กำลังเกิดอะไรบางอย่าง ขนฝั่งซ้ายโดนเพลิงนั่นเผาไปจนหมดเผยกล้ามเนื้อเพียวๆและสีผิวแท้จริงให้เห็นหญิงสาวหัวเราะในลำคอ“ยังอุตส่าห์รู้อีกนะ รู้เยอะเหมือนพวกจอมเวทแก่ๆเลย”“ไม่ทันแล้วล่ะ สายเลือดอีกครึ่งหนึ่งได้ตื่นขึ้นมาเพราะเวทไฟที่ฉันใช้ไป พร้อมรึยังที่จะเจอกับมอนสเตอร์ระดับสูง อิฟริท”