สวัสดี ข้าชื่อฝู่อิน แต่ไม่นานมานี้ ข้ามีชื่อที่ท่านเซียนตั้งให้ใหม่ ท่านประทานชื่อให้ข้าว่า...ม่อนคุง!!! ข้าไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ข้าก็ชอบมัน และนับแต่ที่ท่านตั้งชื่อให้ ตบะของข้ามันก็เริ่มฟื้นฟูจน ข้าสามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้แล้ว อีกทั้งข้ายังรู้สึกว่าขีดจำกัดทางสายเื มันถูกทะลวงด้วยพลังลึกลับบางอย่าง.....
วันนี้มันเป็วันที่ข้ามีความสุขมาก....ข้าใช้ชีวิตกับท่านเซียนมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว....ท่านเซียนเป็คนใจดี ข้าชอบมองหน้าของท่านตอนที่ท่านหลับ คิ้วที่เรียวยาว มุมปากที่เหมือนว่าจะยิ้มอยู่ตลอด ลมหายใจที่แ่เบาของท่าน มันทำให้หัวใจของข้าสั่นสะท้าน ข้ารู้สึกเสียวสันหลังวาบในทุกครั้งที่ข้าจ้องมองท่าน
ส่วนหน้าที่ของข้าก็ไม่มีอะไรมาก ท่านให้ข้าคอยดูแลสมุนไพรระดับสูงเพียงต้นเดียว ต้นนี้คือสมุนไพรชำระกาย การที่ท่านให้ข้าดูแลมันเช่นนี้ บางทีท่านอาจจะ้ามอบมันให้กับข้า ถ้าข้าได้กินมัน อย่างน้อยร่างกายของข้าอาจจะยกระดับเป็กาย์ก็ได้!!.....หากวันใดที่ข้าบรรลุระดับเทวะ วันนั้นข้าจะไปล้างแค้นให้ครอบครัวของข้า มันคงอีกไม่นานหรอก หนี้เืในครั้งนี้ ข้าจะให้พวกมันได้ชดใช้ ข้าจะเลาะหนัง เฉือนเนื้อ ดึงเส้นเอ็น ป่นกระดูก เอาิญญาของพวกมันมากักขังไว้ ข้าจะทรมานพวกมัน ข้าคือมัจจุราชที่มีแต่ความเคียดแค้น เป็ยมทูตที่จะมารับดวงิญญาของพวกมั...
"ม่อนคุง!!!อยู่ไหนมากินผลไม้เร็ววว~ เมี้ยวๆ"
"เมี้ยวววว~เมี๊ยว " [ กรี๊ดดด>< ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ~ เสียงท่านเซียนยังไพเราะเช่นเดิมเลย แฮ่ก แฮ่ก~]
เสียงของท่านมันทำในข้ามีความสุขมาก สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตข้าคือการได้นอนเตียงเดียวกับท่าน (ตอนเป็แมว) เขากอดข้าเอาไว้ทุกคืน กรี๊ด~ ให้ตายสิ พอข้านึกถึงทีไร แข้งขามันก็อ่อนแรงทุกที หากข้าแก้แค้นได้สำเร็จ ข้าจะมาใช้ชีวิตร่วมกับท่านตลอดไป รอก่อนเถอะเ้าพวกชั่วช้าสาระเลวทั้งหลาย อีกไม่นานหรอกข้าจะ....
"ม่อนคุง เมี้ยววว~"
"ม่าววววว~" [ข้ามาแล้วเ้าค่ะ]
"มานี่เลยเ้าตัวแสบ " โรซ่าอุ้มแมวน้อยมาไว้ในอ้อมแขน เขาหอมมันฟอดหนึ่งก่อนจะเล่นกับมัน
"ม่าวว~เมียวววววว แง้วววววว~" [อ้าย~ ข้ามีความสุขจริงๆ ข้าจะละลายแล้ว~ คางของข้า....]
.......วันที่ผลไม้หรือผักสมุนไพรเติบโต มันคือวันที่ข้าไม่ชอบที่สุด เพราะท่านโรซ่าจะต้องเดินทางลงจากเขา ไปแลกเปลี่ยนสิ่งของ หรือเอาไปเป็ของฝากคนอื่นๆ.... ถึงพวกมนุษย์ที่นั่นจะใจดีกับข้า แต่ทว่า..
เมื่อไม่นานมานี้ ภายในหมู่บ้านมันได้มีจิ้งจอกเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมา ข้าไม่ชอบกลิ่นตัวของมัน ข้าคิดว่ามันจะต้องมีจุดประสงค์ที่ไม่ดีแน่ๆ ยังไงวันนี้ข้าจะต้องปกป้องท่านโรซ่าให้ได้ ........
>>>>>>>>
"ม่อนคุงทำหน้าตาจริงจังเชียว ฮ่าฮ่า น่ารักจริงๆ" ผมชอบแมวตัวนี้มาก มันดูตลกจริงๆ แมวตัวนี้ผมเรียกมันว่าม่อนคุง เนื่องจากมันไม่มีเพศ(คิดไปเอง) แล้วตัวของมันก็เป็สีฟ้าเหมือนในการ์ตูน ผมเลยยืมชื่อมาใช้ ซึ่งเ้าแมวตัวน้อยมันตลกมาก ตอนอาบน้ำด้วยกัน มันจะยืนแข็งเป็หิน จนผมอาบน้ำให้มันเสร็จแล้ว มันก็ยังไม่รู้สึกตัว มันยืนตาลอยอยู่นานกว่ามันจะกรีดร้องออกมา จู่ๆขนสีฟ้าของมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูอ่อน ผมว่ามันคงไม่ใช่แมวแล้วล่ะ บางทีมันอาจจะเป็...กิ้งก่าก็ได้ ฮะฮ่าฮ่า
ผมใช้ชีวิตร่วมกับมันมาเกือบเดือน ผมทำทุกอย่างร่วมกันกับมันอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะกิน นอน อาบน้ำ ตกปลา ปลูกผัก ทำอาหาร มันจะอยู่กับผมเสมอ ผมคิดว่ามันคงจะเห็นผมเป็พ่อแม่ของมันแน่ๆ...ชีวิตของผมเริ่มจะมีสีสันขึ้นมาบางแล้ว อย่างน้อยผมก็หายคิดถึงบ้านเกิดไปได้สักพัก........จนกระทั่งผมได้เจอปัญหาใหม่เข้ามา??
...ผมคิดว่า..บ้านกลางป่าของผมมันมี....ผี!!! ใช่แล้ว มันมีผี!!! นี่คือเื่จริงที่ผมไม่ได้คิดไปเอง
ผีที่ผมว่า มันเป็ผีผู้หญิงผมยาว บางคืนมันจะมายืนที่ปลายเตียงของผม เจอหนักหน่อย ถึงขนาดมันมานอนทับตัวของผมเลยก็มี ส่วนเ้าแมวตัวแสบก็ไม่ช่วยอะไรผมเลย วันนี้ผมถึงตัดสินใจว่าจะไปขอคำปรึกษากับคนในหมู่บ้าน พร้อมกับเอาผักผลไม้ไปแลกเปลี่ยนด้วยเลย....
ในที่สุดสวนผลไม้ก็เริ่มทยอยออกผลกันแล้ว....เ้าต้นหยินหยางมันโตเร็วมาก เพียงไม่กี่วันก่อนผมก็ได้เห็นผลของมันออกตามกิ่งก้าน แถมวันนี้มันยังโชยกลิ่นหอมออกมาให้ผมได้กลิ่นอีก.... แต่หลังจากได้ลองชิม ผมรู้สึกไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไหร่ มันมีรสชาติที่หวานฉ่ำ กับเปรี้ยวจี๊ดอยู่ในผลเดียวกัน ผลของมันเป็สีขาวดำเหมือนวงกลมหยินหยาง มันมีขนาดเท่ากับผลของแอปเปิล กลิ่นของมันคล้ายคลึงกับเสาวรส ตอนนี้มันออกผลมาได้สิบกว่าลูกแล้ว ถึงผมจะไม่ชอบมัน แต่เ้าม่อนคุงกลับชอบมันมาก เอาจริงๆมันก็ชอบทุกอย่างนั่นแหละ เ้าแมวตะกละตัวนี้ มันชอบกินทุกอย่างที่ผมปลูก ไม่ว่าจะเป็ผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ชาที่ผมปลูก เ้านี้ฟาดเรียบหมด บางครั้งผมก็แปลกใจจริงๆ นี่มันแมวหรือคนกันแน่???
>>>>>>>>>>>>
ครั้งนี้ผมเดินทางมาถึงหมู่บ้านเร็วกว่าปกติ ทางด้านลุงฟางกับลุงโม่ เดินทางไปหาญาติยังไม่กลับ ในตอนนี้เหลือขาประจำแค่เพียงหมอยาลุงจาง ป้าหวังที่พึ่งกลับมาจากการไปทำธุระต่างเมือง และแม่เฒ่าหลินที่พาหลานสาวคนสวยมาอยู่ด้วย
บ้านของป้าหวังก็เหมือนบ้านไม้ทั่วๆไป ป้าหวังแกปลูกบ้านติดกับลุงฟางตรงทางเข้าหมู่บ้าน
ป้าหวังหายตัวไปนานเกือบสองเดือน พอเดินทางกลับมา ร่างกายของแกดูจะเด็กลงกว่าเดิม....ครั้งที่เห็นป้าหวัง ผมแทบจะจำแกไม่ได้ บางที่ผมยังอดคิดไม่ได้เลย ว่าแกหายไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า
"ป้าหวัง หายไปนานเลยนะครับ ผมนึกว่าป้าย้ายบ้านเสียแล้ว "
"อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ ท่านโรซ่าสบายดีนะเ้าคะ "
"ผมสบายดีครับ ป้าหวังล่ะ สบายดีนะครับ ่นี้ป้าดูสาวขึ้นเยอะเลยนะครับ ตอนแรกผมยังคิดว่าเป็สาวสวยที่ไหนเดินหลงเข้ามาเสียอีก ฮ่าฮ่า" ป้าหวังเป็คนที่สุภาพพูดคุยง่าย เหมือนลุงจาง แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวของแก มันให้ความรู้สึกเหมือนผู้สูงศักดิ์ หยิ่งทะนง จึงทำให้ดูเข้าถึงได้ยาก
"ปากหวานจริงเชียวนะเ้าคะ สงสัยข้าต้องแนะนำลูกสาวให้ท่านได้รู้จักเสียแล้ว หุหุ" ป้าหวังหัวเราะร่า มันเป็เื่ธรรมดาของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็ที่ไหนหรือยุคสมัยใด เวลาถูกชมว่าสวยก็จะยิ้มมีความสุข เพราะผู้หญิงกับความสวยงาม มันเป็ของคู่กัน
"ม่าวววว!!! เหมียว " [ไม่ได้นะ!!! ท่านโรซ่าเป็ของข้า]
แมวน้อยที่นั่งอยู่บนตะกร้า พอได้ยินคำพูดของป้าหวังเื่ลูกสาว นางก็รีบกระโจนมาเกาะไหล่ของชายหนุ่ม ก่อนจะร้องะโเสียงดังออกมา แม้ว่าป้าหวังจะแข็งแกร่งกว่านางอยู่หลายเท่า แต่เื่นี้นางยอมให้ไม่ได้
"ม่อนคุงเป็อะไรไป??? หิวแล้วเหรอ รอให้ถึงบ้านลุงจางก่อนนะ" ผมยิ้มแล้วลูบหัวของมันเบาๆ
"นี่คงจะเป็แมวน้อยหลงทาง ที่ยายเฒ่าหวังบอกสินะ.. สัญลักษณ์บัว9กลีบ!!!..." ป้าหวังหรี่ตาลง นางเผยสีหน้าที่จริงจังออกมา
"จริงสิ!!ป้าหวัง ป้ายุ่งอยู่หรือเปล่า ไปบ้านลุงจางกันไหมครับ พอดีผมมีปัญหาใหญ่จะมาปรึกษากับทุกคน เดี๋ยวว่าจะแวะไปชวนแม่เฒ่าหลินด้วยเลย ....."
ป้าหลินไม่พูดอะไรมาก แกแค่พยักหน้าอย่างเคร่งเครียดจริงจัง ก่อนจะเดินไปเอาอะไรสักอย่างในบ้าน สักพักแกก็ถือท่อนไม้เดินออกมา มันดูเหมือนจะเป็ขลุ่ยยาวสีขาว ที่ทำมาจากไม้ไผ่... นี่ไม่ใช่ขลุ่ยในแบบที่ผมรู้จัก มันคือขลุ่ยยาวคล้ายขลุ่ยจีน แต่มันมี11รู....ตรงปลายด้าม มีเชือกร้อยลูกปัดสีม่วงขนาดเท่านิ้วโป้ง และตรงปลายเชือกมีพู่สีฟ้ามัดเอาไว้ ขลุ่ยสีขาวถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตงดงาม.... จากการคาดเดา เ้านี่คงจะเป็เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของโลกใบนี้......ตลอดทางป้าหวังไม่ได้เอ่ยถามอะไรเลย แต่สีหน้าของนางดูไม่ค่อยจะดีนัก....
จากนั้นผมก็แวะมาหาแม่เฒ่าหลินและสาวน้อยสุดน่ารักหลินอัน นางเป็หลานสาวของแม่เฒ่าหลิน สาวน้อยนางนี้ อายุประมาณ20ต้นๆ ซึ่งน่าจะห่างจากผมเพียงแค่ไม่กี่ปี หลินอันนางเป็คนที่ตัวเล็ก น่าจะสูงไม่ถึง160เิเ(จากการคาดเดา) ใบหน้าของนางออกไปในทางใสซื่อ นางมีนิสัยร่าเริงสดใส ในครั้งแรกที่ได้เจอกัน นางดูค่อนข้างจะหวาดระแวงในตัวของผม
...แต่หลังจากมอบปิ่นปักผมให้แก่นาง ความหวาดระแวงที่นางเคยมี มันแทบจะหายไปจนหมดสิ้น.....ตัวนางในตอนนี้เวลาที่ผมเดินทางผ่าน นางจะต้องรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจรู้สึกฟูฟ่อง....ปิ่นอันนั้น สงสัยนางจะชอบมันจริงๆ ถึงขนาดใส่มาอวดให้เห็น.....บางทีปิ่นที่ผมแกะสลักไว้นับสิบอัน ผมคงจะได้ใช้ประโยชน์จากมันเสียที.....
..........
ตอนนี้กลุ่มของผมได้เดินทางมาถึงบ้านลุงจางแล้ว ป้าหวังยังคงถือขลุ่ยไว้แน่น ส่วนแม่เฒ่าหลิน ไม่รู้แกไปเอาพัดมาจากไหน(พัดจีนโบราณแบบพับ) นางได้ถือพัดเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง พัดทั้งสองมีสีที่แตกต่างกัน อันหนึ่งสีขาว อีกอันสีดำ ผมไม่รู้ว่าลวดลายในพัดมันเป็ยังไง แต่ผมรู้สึกว่าพัดสองอันนั้นมันเท่จริงๆ บางที่ในตอนว่างๆ นอกจากแกะสลักปิ่นแล้ว ผมคงจะมีอะไรทำแก้เบื่อเพิ่มเข้ามาอีกอย่าง.........
"สวัสดีท่านโรซ่า เป็เกียรติจริงๆที่ท่านเดินทางมาเยี่ยม...อะไรกัน!!!กลิ่นนี้มัน?? เหมือนว่าจะเป็....ผลหยินหยาง!!! โอ้~ใช่ผลหยินหยางหรือเปล่าขอรับ ข้าขอดูได้มั้ย พวกท่านเข้ามาหลบร้อนก่อน ข้าตื่นเต้นจริงๆ โอ้์ไม่น่าเชื่อว่าข้ากำลังจะได้เห็นมันอีกครั้ง ท่านโรซ่าเชิญๆ เปิดเลยขอรับข้ารออยู่ ...&_##'&-=[--......"
"ใจร่มก่อนครับลุงจาง ฮ่าๆ ไม่ต้องรีบๆ"
ลุงจางก็ยังคงเป็เช่นเดิม นั่งตกปลาอยู่ที่เดิม การพูดคุยก็รูปแบบเดิม แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้ แกจะตื่นเต้นกว่าทุกที แกพูดเร็วจนฟังแทบไม่ทัน พอรู้สึกตัวอีกที ทุกคนก็มานั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่เสียแล้ว
โดยไม่รอช้า ผมก็ทยอยเอาของออกมาจากในตะกร้าจนหมด มีชาเพลิงตะวัน2ห่อ ชาหยาดพิรุณ8ห่อ ชาเหมันต์4ห่อ ส่วนผักสมุนไพรจะมีต้นเกล็ดั หญ้าหนวดเสือ ตันกระดิ่งลม อย่างละ20ต้น ผลหยินหยางอีก13ลูก สุดท้ายเป็เนื้อตากแห้งอีกหลายชิ้น
การแลกเปลี่ยนดำเนินไปตามปกติ สินค้ามาใหม่ อย่างผลหยินหยาง มันได้เรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนในห้อง เนื่องจากลุงจางเป็คนให้พันธุ์ต้นกล้าหยินหยางมาปลูก ผมจึงแบ่งให้ลุงจางไป6ผล ป้าหวังกับแม่เฒ่าหลินได้คนละ3ผล และแน่นอน ผมยังมีส่วนของสาวน้อยหลินอันอีก1ผล บรรยากาศภายในห้องมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ดูมีความสุข แต่...ดูเหมือนม่อนคุงจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดี มันส่งเสียงร้องโวยวายอยู่ตลอดเวลา นับั้แ่ที่มันเจอกับหลินอัน
"เหมียว!!! ม่าว แงววววว ม่าว!!" [หยุดเลยเ้าจิ้งจอก!!! เ้าห้ามยิ้มแบบนั้นนะ นายท่านไม่ชอบจิ้งจอกขี้เหร่แบบเ้าหรอก ไปเลยนะชิ่วๆ!!]
ผมเข้าใจดีว่ามันกำลังหวาดระแวงคนแปลกหน้า ซึ่งเป็เื่ธรรมดาของสัตว์ป่าอยู่แล้ว บางทีเื่แบบนี้มันต้องใช้เวลาในการปรับตัว
หลังจากแลกเปลี่ยนอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมจึงพูดถึงเหตุผลสำคัญในการเรียกทุกคนมารวมตัว
"ผมมีปัญหาอยากขอคำแนะนำจากทุกคน...."
ผมเอ่ยยังไม่ทำจบประโยค แต่ทำไมสีหน้าของทุกคนถึงได้ดูจริงจังขนาดนั้น ขลุ่ยในมือป้าหวังถูกกำไว้แน่น ซึ่งไม่ต่างจากพัดในมือแม่เฒ่าหลินสักเท่าไหร่ ส่วนลุงจางยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้แกไปเอาไม้พลองมาถือไว้ั้แ่ตอนไหน กระทั่งสาวน้อยหลินอันก็เป็ไปกับเขาอีก ทางด้านเ้าม่อนคุงมันเลียอุ้งมือรอแล้ว
คนพวกนี้มีสีหน้าจริงจัง ท่าทางที่เคร่งขรึมเหมือนจะบอกเป็นัยๆ ว่าพร้อมแล้ว.....บรรยากาศและท่าทางของทุกคน มันเริ่มจะทำให้ผมกลัวขึ้นมา ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคนพวกนี้พร้อมจะเอาอาวุธมาฟาดหัวใคร โดยไม่สนใจอะไรเลย
"เอ่อ~... ทะทุกคนใจเย็นๆนะครับ ผมแค่จะบอกว่า.... ผมจะหาคนงานมาช่วยทำสวนก็เท่านั้นเอง ฮะฮ่าฮ่า"
"ห๊ะ???(O∆O)" ไม่น่าเชื่อจังหวะอุทานของทุกคนพร้อมกันมาก ผมนี่ขนลุกเลย แล้วทำไมพวกเขาต้องทำหน้าใขนาดนั้นด้วยล่ะ
"ท่านว่าอะไรนะ!!!!" ทุกคนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
"ม่าววววววว~" [ไม่ได้นะ~]