ครืดดดดดด ครืดดดด
“...ดึกป่านนี้ใครโทรมานะ”
ฉันบ่นออกมา ก่อนจะชะงักเพราะเบอร์นั้นคือเบอร์โรงพยาบาลโกวอน
“สวัสดีค่ะ”
< คุณคิมคะ… >
“....”
< คุณแม่ หัวใจหยุดเต้นค่ะ….;(฿&!,;:;)&&&฿ >
ตุ๊บ!
โทรศัพท์ฉันล่วงลงพื้น แขนขาฉันอ่อนจนไม่มีแรงขยับ
ฉันนิ่งช็อคไปพักใหญ่ น้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น ฉันรีบตั้งสติ พาร่างกายที่อ่อนปวกเปียกนี้วิ่งไปยังห้องฮัลวอลทันที
ปั้ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
ฉันทุบประตูห้องฮัลวอลรัว เสียงสะอื้นดังออกมาพร้อมกับใจฉันที่สั่นสู้แข้งขา
แกร้ก~
“หืม”
ฮัลวอลหัวฟู ยืนหาวใส่ ก่อนจะตาเบิกโพลงด้วยความใกับสภาพฉัน
“ฮะ ฮัลวอล…. ฮึก แม่ อึก แม่ฉัน…..”
ฉันพูดตะกุกตะกักจนฟังไม่เป็ประโยค
ฮัลวอลวิ่งไปคว้ากุญแจรถบนหัวเตียงแล้วจูงข้อมือฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันที
ระหว่างบนรถ ฉันสะอื้นจนตัวหอบ มือสั่นไม่หยุด ฮัลวอลไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แต่จับมือฉันบีบแน่น จนถึงโรงพยาบาล ฉันสติหลุดจนจำทางไปห้องพักของแม่ไม่ได้ สองขาน้อยๆ ของฉันวิ่งเหมือนปูพึ่งหัดเดิน ล้มๆ ลุกๆ จนเข่าเป็แผลเืซึม
ฮัลวอลพาฉันวิ่งมาถึงหน้าห้องพักแม่ ที่ถูกหมอและพยาบาลวิ่งเข้าออกวุ่นวายไปหมด
“ฮึก แม่…”
ฉันพยายามชะเง้อคอมอง ผ่านช่องประตู ก็เห็นหมอพยายามปั้มหัวใจแม่อยู่ ฉันปิดหน้า ร้องไห้อ้อนวอนต่อเทพเ้าว่าอย่างพึ่งพรากแม่ไปเลย ฮัลวอลดึงฉันไปกอด ลูบหลังฉันไว้ ไม่นานหมอกับพยาบาลก็ค่อยๆ ทยอยออกมา
“คุณคิมครับ..”
ฉันหันมองหมอช้าๆ ที่เหงื่อไหลเต็มหน้า
“หมอทำสุดความสามารถแล้ว.. ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”
ตุ๊บ!!!
ฉันทรุดลงกับพื้นทันที ที่หมอแจ้งข่าว
เสียงกรีดร้องเรียกแม่ของฉันลั่นดังโรงพยาบาล ฮัลวอลดึงฉันไปกอดแน่น ฉันสะอื้นจนแทบขาดใจ ได้แค่มองร่างแม่ที่ผ้าขาวคลุมไว้ ถูกเข็นผ่านหน้าไป ฉันไม่มีแม้กระทั่งแรงจะลุกดูหน้าแม่เลยด้วยซ้ำ
….ชีวิตฉัน ไม่เหลือใครแล้ว
งานศพแม่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ด้วยความที่ฉันมีญาติน้อยจนแทบนับคนได้ งานจึงเล็กและเงียบจนแทบดูไม่ออกว่าเป็งานศพ
ฉันนั่งนิ่ง น้ำตาไหลตรงข้างจุดเคารพศพแม่ แขกแปลกหน้าต่างๆ มาเคารพศพแม่ คนแล้วคนเล่า ฉันพยายามประคองสติรับแขก แม้จะถูกชวนคุยจากคนรอบข้าง แต่น้ำตาของฉันก็ยังไม่หยุดไหล
“...ดายอน”
ฉันค่อยๆ หันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นพี่อุนกูกับพี่เจฮาใส่ชุดขาวดำ ยืนอยู่ ฉันโค้งหัวทักทายพี่ๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตา
“เสียใจด้วยนะดายอน…”
พี่เจฮาเดินกอดฉันแล้วลูบหลังเบาๆ
พี่ๆ พากันไปเคารพศพแม่ ก่อนจะกลับมาคุยกับฉัน
“พี่แจ้งลางานให้แล้วนะครับ 1 อาทิตย์ ถ้าเราอยากจะพักต่อ บอกพี่ได้นะ พี่จะทำเื่ให้เองครับ”
พี่อุนกูพูด แล้วจับเบาๆ ที่ไหล่ฉัน
“ขอบคุณ พี่ๆ มากค่ะ”
ฉันโค้งขอบคุณพี่ๆ แล้วยิ้มเล็กๆ ให้
“ดายอน…”
เสียงฮัลวอลเรียกขึ้น เ้าตัวเดินถือน้ำเปล่ามาขวดนึง
“คุณ… ที่โดนตอกนิ้วนี่ครับ”
“สวัสดีครับ”
ทั้งสองทักทายกัน ก่อนจะมองหน้ากันไปมา
“ไปพักกินข้าวเถอะ เธอไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้าแล้วนะ เดี๋ยวฉันรับแขกแทนเอง..”
ฮัลวอลพูดเสียงเบา พลางลูบหลังฉันไปด้วย
“ฮึก มะ ไม่เป็ไร ฉันไม่หิวน่ะ”
ฉันก้มมองพื้น แล้วพูดด้วยเสียงแหบออกไป
“งั้นมานี่…เอ่อ.. ขอตัวก่อนนะครับ”
ฮัลวอลโค้งหัวเล็กน้อยให้พี่หมอทั้งสอง ที่ยังยืนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่ ก่อนจะจูงมือฉัน ไปนั่งลงที่โต๊ะอาหาร กลิ่นหอมๆ ของโจ๊กลอยมาแตะจมูก แต่ท้องของฉันไม่หิวแม้แต่นิด
“กินหน่อยเถอะ สักสองสามคำก็ยังดี… แม่เธอคงไม่สบายใจถ้าลูกสาวเขาอดข้าวอดน้ำ เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้แบบนี้…”
ฮัลวอลพูดแล้วค่อยๆ เชยคางฉันขึ้น นิ้วเรียวลู่เช็ดน้ำตาให้ฉันซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจะตักโจ๊กมาเป่าแล้วเอามาป้อนฉัน
“ฮึก ฉะ ฉันกินเองได้..”
ฉันตอบก่อนจะคว้าช้อนมาตักกินเอง ฉันกินได้ 3 คำก็วางช้อนลง แล้วนั่งมองแขกแปลกหน้าที่ฉันเองยังไม่รู้จักเดินไปมา…
ฮัลวอลเอื้อมมือมากุมมือฉัน แล้วยิ้มเล็กๆ ให้
“...เธอยังมีฉันอยู่อีกคนนะ ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง”
ฉันน้ำตาไหลอีกรอบ ก่อนจะยิ้มขอบคุณฮัลวอล ฉันฮึบขึ้นสู้ เช็ดน้ำตาตัวเองแล้วกลับไปทักทายแขกที่เหลือ
“ดายอน…”
เสียงเล็กๆ ของเพื่อนสาวคนสนิทฉันดังขึ้น ตอนแรกที่ฉันหยุดร้องไห้แล้ว พอเห็นหน้าเพื่อนน้ำตาฉันก็พลั่งพลูออกมาอย่างกับก็อกแตก
“ฮือออออ โบรา”
“ฉันขอโทษที่มาช้านะ…”
โบรานั่งกอดฉันแน่น และขอโทษไปด้วย เธอพึ่งบินกลับมาจากต่างประเทศเนื่องจากไปดูงาน ลงเครื่องปุ๊ปก็ดิ่งมาหาฉันที
ใครจะไปโกรธเพื่อนได้ยะ
“ฮึก ไม่เป็ไร… ขอบใจที่มานะ”
ฉันนั่งกอดคอร้องไห้กับโบราอยู่นานพอสมควร จนหนุ่มๆ ทั้งสอง (ฮัลวอลกับแฟนโบรา) ต้องมาจับเราแยกออกจากกัน
หลังจากนั้นโบราก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน ฉันไปส่งเพื่อนเสร็จก็กลับมานั่งมองรูปแม่ที่เดิม โดยมีฮัลวอลเดินตามต้อยๆ ตลอดเวลา จนจบพิธีงานของแม่