บทที่ 9
เธอคาดหมายไว้ว่าปากของเขาจะต้องเต็มไปด้วยพลังแห่งความหนักแน่น แกร่งกร้าว ละโมบและอาจจะถึงกับโหดร้าย ทว่ามันไม่มีสิ่งต่างๆ เหล่านี้ปรากฏให้เห็นเลย ริมฝีปากที่ประทับลงบนเรียวปากของเธออ่อนโยน ละมุนละม่อมมันคล้ายกับเขาเพียงจิบเรียวปากของเธออยู่ ก่อนจะเคลื่อนไปทั่วราวกับเกรงว่าเธอจะผละออกเสียก่อนที่เขาจะดูดดื่มได้ทั้งหมด...เฮลเล่ย์ไม่ได้สนองตอบหรือต่อต้านแต่อย่างใด อาการช็อกนั่นเองที่ตรึงร่างเธอไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อนไปทางไหนได้ทว่าทุกแรงเต้นของหัวใจที่เกิดตามมา เธอสัมผัสความรู้สึกอยู่ว่าอาการแข็งขืนของตัวเองค่อยๆ ผ่อนคลายลง เรียวปากของเธอเผยอออกเมื่อสัมผัสอยู่ว่าปลายลิ้นของเขากำลังซอนไซ้ลง ทั้งยังยั่วล้ออยู่แต่ก็ไม่ถึงกับจะหักหาญ เฮลเล่ย์แว่วเสียงครางเบาๆ มาจากที่ใดที่หนึ่งไกลแสนไกล โดยหารู้ไม่ว่าเป็นเสียงที่หลุดลอดออกมาจากลำคอของตนเอง จนเมื่อมือทั้งสองของเธอเกาะเอวเขาไว้เพื่อพิงพักร่างเธอเซซวนไปเล็กน้อย และเขาก็ประคองไว้อย่างอ่อนโยน อ้อมแขนที่โอบรัดอยู่รอบร่างในยามนี้ไม่ต่างกว่าปลอกเหล็ก...ไม่...เธออยากจะเปรียบว่า มันเหมือนกับริบบิ้นกำมะหยี่มากกว่า แต่จะอย่างไรก็ตาม เธอหมดแรง สิ้นพลังที่จะหลบหนีให้พ้นออกมาได้เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เมื่อเรียวปากเผยอกว้างขึ้นกว่าเดิมด้วยปลายลิ้นของเขา และแล้วจูบแท้จริงที่ติดตามมา ก็สร้างความเกษมเปรมปรีดิ์ให้บังเกิดอย่างที่เธอคาดไม่ถึงเฮลเล่ย์รู้อยู่ ว่าเธอจะต้องบังคับตัวเองให้หยุดยั้งอยู่แต่เพียงแค่นี้ สำหรับเธอแล้วมันเป็นความไร้สติอย่างยิ่งที่จะมายืนจูบอยู่กับผู้ชายอย่างนี้ มันไม่ใช่ลักษณะของเธอเลยแต่ก็เพิ่งเมื่อคืนนี้เอง ในช่วงเวลาที่มีแต่ความเงียบเหงา ว้าเหว่แทบจะหมดสิ้นกำลังใจ ที่เธอเพิ่งบอกกับตัวเองอยู่ว่า เธออยากทำอะไรที่มันบ้าดีเดือดเสียบ้าง แม้จะไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกเสียจากเพื่อหาประสบการณ์ก็ตามที ก็แล้วทำไมไม่ลองลิ้มเรื่องเพ้อฝันแบบนี้บ้างล่ะ...? เธออยากจะหยุดมันเมื่อไหร่ก็ทำได้อยู่แล้วแล้วนี่มันก็เป็นเพียงแค่จูบธรรมดาๆ ไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย...โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีอะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้วด้วย...ทว่า... ไทเลอร์มีความเชี่ยวชาญและชำนาญเชิงในเรื่องนี้มากกว่าเธอหลายเท่านัก เขาทั้งดื่มลิ้ม ทั้งสำรวจและมีความสุขอยู่กับปากของเธออย่างยิ่ง เขาได้ล้วงความลับที่เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่ามีอยู่ในเนื้อตัวออกมา จูบของเขาทำให้เธอขยับเข้าไปใกล้ด้วยสัญชาตญาณที่สนองตอบต่อปลายลิ้นของเขาที่กระหวัดรัดพันอยู่กับเธอเสียงครางด้วยฤทธิ์แรงแห่งปรารถนาสะท้อนออกมาจากแผงอกที่ทาบทับอยู่กับเนินทรวงของเธอ มันสร้างความตื่นใจให้เกิดขึ้นอย่างเหลือคณา เมื่อเธอคิดไปถึงว่า บัดนี้เธอ...เฮลเล่ย์ แอชตัน สามารถจะปลุกเร้าให้บุรุษหนึ่งผู้เป็นชายชาตรีแสดงปฏิกิริยาเช่นนั้นออกมาได้หลังจากเวลาผ่านไปแสนนาน เขาก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้ากวาดไปทั่วใบหน้าเธอ มือทั้งสองของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและเชื่อมั่นในตนเองอย่างมากเมื่อแหวกปกเสื้อเบลเซอร์ที่เธอสวมใส่อยู่ออก สายตาจรดจ้องเนินทรวงราวจะผลาญเผา และราวจะสนองตอบต่อการเรียกร้องเงียบๆ นั้นเธอสัมผัสความรู้สึกอยู่ว่า ยอดทรวงเริ่มครัดเคร่งขึ้น...รอยยิ้มอ่อนโยนฉาบขึ้นบนใบหน้า นิ้วมือที่แข็งแรงปัดปอยผมสีน้ำตาลทองออกจากนวลแก้มที่แดงเรื่อ“เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้จักผมดีขึ้นกว่านี้ ผมจะค้นหาความลับจากเนื้อตัวคุณทุกตารางนิ้วทีเดียว เฮลเล่ย์ และเมื่อถึงตอนนั้น คุณจะยิ่งกว่าเต็มใจที่จะแบ่งปันความสวยของคุณให้ผมสาบานเลยว่า ผมจะทำความรู้จักกับร่างกายคุณตั้งแต่ภายในจนถึงภายนอก...”คำพูดที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาของเขาทำลายมนต์ขลังและภวังค์ที่เธอตกลงไปสู่จนหมดสิ้น เธอผลักเขาเต็มแรง ซึ่งทำให้ไทเลอร์เซถอยหลังไปก่อนที่จะประคองตัวให้ตรงได้“คุณจะไม่มีวันได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันมากกว่าที่ได้รับรู้ไปแล้วหรอก มิสเตอร์ สก็อตต์” เธอเอ่ยออกมาด้วยสุ้มเสียงกราดเกรี้ยว เกิดมาในชีวิตไม่เคยโกรธแค้นใครเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อนเลย “ฉันจะไม่ยอมให้มารยาทแสนทรามของคุณกับพฤติกรรมที่คุณแสดงออกในวันนี้มาทำให้ฉันตกใจกลัวจนต้องลาออกจากงานดีๆ อย่างนี้แน่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะยังคงทำงานอยู่กับสวนสนุกซิเรนดิพิตี้นี้ต่อไปในตำแหน่งที่ฉันทำอยู่ถ้าคุณคิดจะไล่ฉันออกหรือพยายามแตะต้องเนื้อตัวฉันอีกฉันจะประกาศก้องกลางศาลเลยว่าคุณใช้วิธีการรุกรานทางเพศกับฉัน คุณไม่มีทางทำให้ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณง่ายๆ หรอกฉันว่าทางที่ดีคุณจะมองหาผู้หญิงคนอื่นที่ยินดีจะตกเป็นเหยื่อของคุณจะดีกว่า”ส้นรองเท้าของเธอกระแทกอยู่กับพื้นพรมก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูตามหลังปังใหญ่ แนนซี่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตำใจและร้อนใจระคนกัน“เลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือนี่...? ” หางเสียงของเธอบอกความวิตกอย่างเห็นได้ชัดเฮลเล่ย์พยายามกล้ำกลืนทุกถ้อยคำที่พร้อมจะพรั่งพรูออกจากปากเกี่ยวกับพฤติกรรมของมิสเตอร์ สก็อตต์ลงไว้ด้วยความยากลำบาก ตอบคำถามของเพื่อนร่วมงานราวไม่ใส่ใจ“เปล่าเลย มิสเตอร์ สก็อตต์กับฉัน สามารถทำความเข้าใจกันได้อย่างดียิ่ง” จากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องก่อนที่แนนซี่จะทันซักถามอะไรต่อกว่าเธอจะกลับมาถึงห้องทำงานของตัวเอง... พื้นรองเท้าก็แทบจะลุกเป็นไฟทั้งด้วยความร้อนของอากาศและความร้อนใจของเธอ แต่ละย่างก้าวนั้น... เธอได้แต่สาปแช่งไทเลอร์ สก็อตต์ ค่าที่เขาเป็นยโสโอหัง เป็นเพศผู้ที่น่าชิงชังที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมาการที่เขาตั้งสมมุติฐานว่า เธอจะไม่มีวันต้านทานฤทธิ์แรงแห่งความปรารถนาของเขาไว้ได้เลย มันเป็นอะไรที่เธอเหลือจะทนได้จริงๆ นี่เขาคิดว่าเธอเป็นเพศเมียที่อ่อนแอกระหายหิวในรสสัมผัสจากมือชายเช่นนั้นหรือ...? นี่เขาแอบเข้ามาหยิบแฟ้มประวัติส่วนตัวของเธอไปเปิดอ่าน จนสามารถบอกอายุและสถานภาพการแต่งงานหรือโสดของเธอได้ ก่อนหน้าที่จะเรียกไปพบเช่นนั้นหรือ...? นี่เขากำลังคิดว่าเธอเป็นสาวแก่ที่อารมณ์ปรวนแปรง่ายหรืออย่างไร...? หรือว่าเขาเดาเอาว่าเธอเหงาและสิ้นหวังที่จะมีผู้ชายมาให้ความสนใจจนต้องจำยอมให้เขาล่วงเกินโดยไม่ได้คิดจะต่อต้านแม้แต่น้อยเช่นนั้นหรือ...?เธอสั่งให้ผู้ช่วยทำงานแทนต่อไปก่อน ส่วนตัวเธอวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเล็กๆ ที่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเพื่อความสะดวกของเธอเอง ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาทำให้เฮลเล่ย์ออกจะตกใจ ไม่แน่ใจว่าชาร์ลีนจะสังเกตเห็นหรือเปล่าว่าเรือนผมเธอยับยุ่ง ริมฝีปากชอกช้ำแถมยังแก้มแดงปลั่งอีกด้วยปรกติแล้วเธอจะต้องแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อผ้าไม่มีแม้แต่รอยยับย่น แล้วนี่มีใครสังเกตเห็นบ้างหรือเปล่าว่า ที่แนวคางของเธอมีรอยลิปสติกเปื้อนอยู่...? ริมฝีปากของไทเลอร์ประทับเอาสีที่ฉาบเรียวปากไว้และไล้ไปยังจุดอ่อนไหวใต้ติ่งหูยังโชคดี ที่เสื้อเบลเซอร์ปิดบังเสื้อตัวในที่บิดเบี้ยว ชายเสื้อบางส่วนหลุดออกมาจากขอบกระโปรงเสียด้วยซ้ำเธอไม่พอใจกับภาพลักษณ์ของตัวเองในขณะนี้เลยรีบล้างหน้าด้วยน้ำเย็นและลงมือแต่งหน้าใหม่ แปรงผมให้เรียบก่อนจะตลบเกล้าเป็นมวยไว้บนศีรษะ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เธอก็ผลักไสเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกไปให้พ้นจากใจแต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะชาร์ลีนสังเกตเห็นความผิดปรกติที่เกิดขึ้นกับเธอได้ในทันที“เฮลเล่ย์ เธอยังสบายดีอยู่หรือเปล่าน่ะ...? ฉันน่ะตั้งคำถามนี้กับเธอถึงสามหนแล้วนะ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยินที่ฉันพูดเลยนี่”“เอ๊า...ฉันก็สบายดีน่ะสิ” เฮลเล่ย์แต่งน้ำเสียงให้รื่นเริงเข้าไว้ “ฉันก็แค่ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นละ”“แค่นั้นน่ะเหรอ แล้วเธอจะให้ฉันตอบเขาว่ายังไงล่ะ? ”“ตอบใคร...ตอบเรื่องอะไร...? ”“ก็ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมที่น็อกซ์วิลล์น่ะสิ...” ชาร์ลีนบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ “เขาอยากรู้เรื่องที่จะจัดงานปาร์ตี้ปิดฤดูให้กับทีมฟุตบอล”“อ๋อ...เรื่องนั้นน่ะเหรอ...แล้วฤดูกาลแข่งขันมันจะจบเมื่อไหร่ล่ะ? ”“วันที่สามสิบเอ็ดตุลาคม”“เอ๊า...ถ้ายังงั้นเธอจะต้องมาถามฉันทำไม ในเมื่อเธอก็รู้อยู่ว่าสวนสนุกของเราจะปิดตั้งแต่วันที่หนึ่งตุลาคม”“เอ้อ...ฉันก็แค่คิดว่า...”“ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ชาร์ลีน”“ก็ได้...งั้นฉันจะตอบเขาไปตามนี้เลย”จากน้ำเสียงของผู้ช่วย มันคล้ายจะบอกว่าเฮลเล่ย์กำลังทำอะไรที่ไม่ยุติธรรมต่อเจ้าหล่อนอยู่ มันคล้ายกับเจ้าหล่อนต้องตกเป็นแพะรับบาปขณะที่เธอกำลังอารมณ์ไม่ดี