เกวียนเทียบอาชาสองคันเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง ของถูกขนย้ายขึ้นเกวียนเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกัน มาทิลด้าไล่ต้อนเหล่าทโมนที่พากันเดินโซซัดโซเซเพราะแอบไปดื่มกินกับพวกทหารสาวมาเมื่อคืนจนพากันเมาแอ้ และผู้นำในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเจ้าหัวขโมยจอมปลอมที่พวกเขาอุส่าลำบากลำบน พามันมาแก้อาคมให้ถึงที่นี่
เจ้าชายแห่งบารามอสที่ใครต่อใครพากันล่ำลือ แต่เจ้าตัวกลับทำตัวได้สม เฟริน เดอเบอโรว์ หัวขโมยแห่งบารามอสได้อย่างน่าปวดหัว
ถ้าเธอไม่ทรงถามพระมารดาโดยตรง เธอก็คงไม่ได้ทราบเรื่องนี้เป็นแน่ หลังจากเกิดเรื่องขึ้น เจ้าตัวดีก็เหมือนมีอภิสิทธิ์มากมายเกินกว่าหัวขโมยธรรมดาจนเธออดสงสัยไม่ได้ ไม่ใช่แค่ไม่ใช่หัวขโมยธรรมดาแล้ว เจ้าตัวดียังเป็นถึงเจ้าชายแห่งเดมอสอีกต่างหาก
“องค์หญิงมาทิลด้า ทรงเดินทางปลอดภัย น่ะเพค่ะ”
เวียงนา องค์รักษ์รักษาพระองค์ กษัตริย์เฮลด้าที่มาส่งเสด็จเจ้าหญิงมาทิลด้า ถวายความเคารพด้วยความนอบน้อม ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มอารมณ์ดีอีกคนที่ยืนยิ้มโปรยเสน่ห์ข้างเกวียน
“ท่านเฟริน ฝากองค์หญิงด้วยเพค่ะ”
ไม่ทันที่มาทิลด้าจะได้ทันเอ่ยแก้อะไร เจ้าตัวดีก็ยื่นมือหนาส่งมาฉุดร่างบางที่ขึ้นเกวียนรั้งท้ายคนอื่น เข้าไปด้านในของเกวียนพร้อมกับกระโดดตามไปติด ๆ
“หน้าที่ปกป้องเจ้าหญิง เป็นหน้าที่ของอัศวินอยู่แล้วนี่ครับ” เจ้าตัวดียักคิ้วส่งให้หญิงสาว “แล้วผมก็เป็นอัศวินหนุ่มไฟแรงเสียด้วยสิ”
“เอาจริง?” คิลเอ่ยถามเพื่อนซี้ที่โดดเข้ามานั่งในเกวียนเรียบร้อยแล้ว
“บ๊ะ อย่าดูถูกกันสิว่ะ หน้าที่ปกป้องเจ้าหญิงมันหน้าที่ฉันอยู่แล้ว พวกแก ๆ ๆ อย่าเสือกมาแย่งหน้าที่ฉันเด็ดขาด”
เฟรินชี้ไล่ชายหนุ่มทุกคนในเกวียน แต่เหมือนมันจะจงใจสื่อถึงเจ้าหญิงคนงานแห่งคาโนวาลเสียมากกว่า ทำให้เสียงหัวเราะเบา ๆ เกิดขึ้น
“นายจะเหมาเจ้าหญิงทั้งหมด ไม่โลภไปหน่อยหรือไง เฟริน” โรจิบน้ำชามองเพื่อนตัวดี
ก็จริง ในเกวียนลำนี้มีเจ้าหญิงถึงสี่คน แม่มดหนึ่ง อัศวินห้า... คิดได้แล้วเฟรินก็ขยับยิ้มชั่วร้ายขึ้น ที่ใครเห็นแล้วก็ต้องเสียววาบ
“ก็จริงแฮะ อัศวินก็ต้องจงรักภักดีจริงมั้ย ลิน” คาลิน่าส่งสายตาดุ ๆ ปรามชายหนุ่มที่ถลาพรวดเข้ามานอนหนุนตักเธออย่างไม่เกรงใจ “เจ้าหญิงมาทิลด้า แข็งแกร่งแต่ควรค่าแก่การปกป้อง โรนายน่าจะเหมาะที่สุด เจ้าหญิงเรนอนคนงาม อ่อนหวาน นุ่มนวล น่าทะนุถนอม คิลนายรับไปแล้วกัน ส่วนเฟลิโอน่านี่คงไม่ต้องพูดถึง ไอคาโลมันจองไว้นานแล้ว คนสุดท้ายแม่มดสาวพราวเสน่ห์มาพร้อมกับ คฑาพิฆาตแบบนี้ คงต้องให้คนกระบาลแข็งที่สุด ครี้ด มีดีกว่าไม่มี น่ะเว้ย อัศวินทั้งห้ากับสาวงามห้าคน ฮ่าฮ่า... เกวียนนี้มันสุดยอดจริง ๆ เลย พับผ่าสิ”
เท่านั้นแหละท่านอัศวินหนุ่มก็โดนสาวเจ้าทั้งสี่เรียกไปขอบอกขอบใจกันจนน่วมไปทั้งตัวอย่างน่าสังเวช กระเสือกกระสนไปให้เจ้าหญิงคนสำคัญประจำตัวรักษาแผลให้ หงุงหงิง
“ซ่าไม่เข้าเรื่อง”
เฟรินเบ้หน้าไม่สบอารมณ์แบบเด็ก ๆ
“ไอเฟริน อัศวินบ้านแกดิ ให้เจ้าหญิงดูแล” คิลแขวะเข้าให้เรียกเสียงหัวเราเบา ๆ ขึ้นภายในเกวียน
คาลิน่ามองชายหนุ่มที่ชี้ชวนนักฆ่าดูนู่นดูนี่ไม่เลิกกันอย่างสนุกสนาน ภาพธรรมดา ๆ แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นสบายใจอีกครั้ง ความอบอุ่นที่เธอมันจะได้รับจากชายหนุ่มเสมอ
กำหนดการเดินทางกลับล่าช้ากว่ากำหนดมากจนเจ้าชายโรเวน เสนาธิการฝ่ายซ้ายของป้อมอัศวินต้องกุมขมับด้วยความปวดหัว เพราะเหล่าทโมนเริ่มโวยวายเรียกร้องขอแวะตามเมืองต่าง ๆ พออนุญาตคนหนึ่ง คนอื่น ๆ ก็ตามมาไม่เลิก แล้วเจ้าคนที่ขอแวะมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้เป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากเจ้าคนที่ทำให้ทุกคนต้องออกเดินมาช่วยมันอยู่อย่างนี้
เจ้าคนที่ดูเหมือนจะไม่สำนึกเลยสักนิดด้วยซ้ำว่ามันกำลังทำให้ทุกคน อาจจะกลับไปไม่ทันพิธีเปิดภาคการศึกษา หรือบางทีเขาเองอาจจะผิดจริง ๆ ที่เลือกยอมฟังความเห็นของพวกมัน
“น่า น่ะ ๆ พักกันสักคืนสองคืนแล้วกัน เมืองหน้าเนี่ย เชื่อฉันสิ รับรอง แจ่ม”
เจ้าตัวดีเริ่มเปิดบทสนทนาเจรจาอ้อนวอนต่อรองกับมาทิลด้า กัปตันคนใหม่ของเกวียนที่โดนโรเวนยกหน้าที่ปวดหัวนี้มาให้ ครี้ดกระโดดเข้าร่วมวงการเจรจาอีกคนทันที สองผู้มากประสบการณ์สบตากัน ปิ้ง ๆ นั่งยิ้มแก้มตุ่ย
“ไม่”
มาทิลด้าประกาศลั่นก่อนจะชักปวดหัวขึ้นมา ตุบ ๆ นึกเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าทำไม โรเวนถึงโยนงานนี้มาให้เธอแทน
“น่าน่ะ มาทิลด้าจ้า แวะสักคืนเดียวก็ได้” เฟรินยังคงพยายามต่อรองต่อ
“ไม่”
เฟรินบ่นหงุงหงิงชวนปวดหัว จนมาทิลด้าต้องทุบหีบข้างตัวเสียงดังปัง ส่งผลให้เจ้าตัวดีทำหน้า ทำตาละห้อยอย่างชวนนึกสงสารอย่างที่ มาทิลด้าเริ่มสงสัยขึ้นมาตงิด ๆ ว่าเป็นแผนของเจ้าตัวดีหรือป่าว
“ป้อมอัศวินไม่ใช่เจมิไนล์” มาทิลด้าเอ่ยขึ้นก่อน พอสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลสลดคู่นั้นก็ต้องถอนหายใจเฮือกด้วยความใจอ่อน “แต่จะยกหนนี้ให้สักหน”
เจ้าตัวดีกระโดดดีใจลงพรวดออกจากเกวียนไปยังเกวียนลำด้านหน้าเพื่อบอกข่าวกับพวกเพื่อน ๆ ทันทีโดยไม่ฟังคำต่อมาของมาทิลด้าแม้แต่นิดเดียว
ความจริงถ้าเธอเลือกใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวแบบคาโล ก็คงจบปัญหาไปได้นานแล้ว มาทิลด้าถอนหายใจเฮือก กำหนดการเดินทางต้องล่าช้าลงไปอีกแน่
“พวกเธอทำยังไง ถึงได้ปราบเจ้าพวกนั้นอยู่” มาทิลด้าถามสองสาวหัวหน้าชั้นปี ที่หันไปมองหน้ากันก่อนหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“นั้นน่ะสิค่ะ เฟรินน้อยออกจะน่ารักแท้ ๆ” เรนอนเอ่ยถึง เฟรินเมื่อตอนยังเป็นเด็ก ครี้ดกับ คิลแทบอยากตะโกนบอกเหลือเกินว่า เจ้า เฟรินน้อยที่เหล่าสาว ๆ รักนักรักหนา ซนยิ่งกว่าลูกลิงเสียอีก
“เว้นหมอนั่นไว้สักคนดีกว่ามาทิลด้า ขนาดเฟลิโอน่ากับคาลิน่ายังรับมือไม่ไหวเลย”
“ก็คุณเฟรินช่างอ้อน ช่างพูด นี่ค่ะ”
หนุ่ม ๆ เกาหัวแกรก ๆ อยากกระโดดออกไปตามเจ้าเพื่อนหัวขโมยเสียเหลือเกิน เมื่อเหล่าสาวงามทั้งห้าเริ่มเข้าสู่โหมดความเป็นแม่บ้านเต็มตัวเสียแล้ว
แสงจันทร์ยามค่ำคืนทอดแสงต้องทะเลสาบ ทะเลสาบที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าชายโรเวน ผู้เปิดทางน้ำเพื่อสร้างความสมดุลทางการค้าให้แก่เจมิไนล์ หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวทอดสายตามองยังผืนน้ำที่กว้างใหญ่ด้วยความสงบ มือบางเกี้ยวผมสีฟ้าไว้หลังใบหูเพราะแรงลม
“ดึกดื่น เจ้าหญิงไม่ควรเสด็จมาคนเดียวเช่นนี้น่ะ กระหม่อม ทำแบบอัศวินอย่างหม่อมฉันจะเดือดร้อนได้น่ะกระหม่อม”
เสื้อเชิ้ตตัวเก่งถูกนำมาคลุมให้แก่หญิงสาวอย่างเบามือ
“นึกว่าอัศวินจะแอบหนีไปเที่ยวในเมืองอีกนี่”
คำกระเซ้ารู้ทันทำให้อัศวินหนุ่มสะดุ้งทำหน้าเหยเก ถอนหายใจเบา ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างหินที่หญิงสาวนั่งอยู่
“นาน ๆ ที อัศวินก็ต้องทำหน้าที่เสียบ้าง”
ทั้งสองทอดมองไปยังทะเลสาบกว้างใหญ่เงียบ ๆ สายลมพัดเบา ๆ สร้างความสบายใจให้แก่คนทั้งสอง
“อ่ะ ให้”
สร้อยข้อมือสีเปลือกไม้... เฟรินสวมเข้าที่ข้อมือเสร็จก็ส่องมันกับแสงจันทร์
“เท่ห์มากเลย ลิน” เฟรินพูดยิ้ม ๆ ถูกใจ
“หิน อคอติล เชื่อกันว่าจะช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ น่ะ”
เฟรินเลิกคิ้วเหล่มองหญิงสาวข้างตัวก็รู้สึกใจหาย ใบหน้านวลยังคงสงบแต่เพราะความที่เขารู้จักเธอดี จึงรู้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจนัก ทันเท่าความคิด มือหนาของคนตัวโตกว่าฉวยโอกาสกระชากร่างบางให้ไถลลงมากองบนตักแกร่ง ร่างบางดิ้นรนกุกกักจนร่างสูงต้องกอดหญิงสาวเข้าแนบอกเพื่อหยุดอาการประท้วงของหญิงสาวเสียอย่างนั้น
“ฉันมันดีแต่ทำให้ ลินเสียใจ”
“หือ?”
“ลิน... ถ้าเกิดว่าฉันเป็นปีศาจ ปีศาจที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันหวาดกลัว ลินจะรังเกียจไหม”
น้ำเสียงจริงจังกับกระแสที่ฟังดูเว้าวอนของร้องในดวงตาสีน้ำตาลอมดำคู่นั้น ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหว เจ็บปวดร่วมกับชายหนุ่มไปด้วย
“เฟร”
“ฉันเป็นพี่ชายของเฟลิโอน่า เป็นเจ้าชายรัตติกาล พระโอรสของจ้าวปีศาจแห่งเดมอสที่ใคร ๆ ก็พากันหวาดกลัว”
เฟรินกลั้วหัวเราะเบา ๆ คลายอ้อมกอดหญิงสาวออก พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น หลุบสายตาลงต่ำ กลัวในสิ่งที่หญิงสาวจะเอ่ยออกมา
เจ้าชายรัตติกาล...
พลันภาพการต่อสู้ที่ อเมซอนก็แล่นเข้าสู่ความทรงจำ พลังที่เธอได้เห็นในวันนั้นกับท่าทีของเพื่อนสาวและรุ่นพี่ลอเรนซ์ที่ดูจะพากันเคารพในตัวชายหนุ่มมากนัก และเรื่องการบุกเข้าโจมตีทุกอย่างก็เริ่มเป็นภาพที่ชัดเจน พลังของเจ้าชายรัตติกาล พลังผู้สยบจอมมาร ทั้งน่ากลัวทั้งโดดเดี่ยว บางที่ชายหนุ่มข้างตัวเธอนี่ก็คงจะรู้สึกไม่ต่างอะไรกับพี่ชายเธอมากนัก อาจจะดูโดดเดี่ยวมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
มือบางของคนบนตักวางทาบของแก้มกระด้างทั้งสองด้านจับหันใบหน้าคมคายกลับมาสบตากับเธอตรง ๆ ดวงตาสีฟ้าทอดมองด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน ใจดีเช่นเคย ริมฝีปากบางโน้มเข้าประทับริมฝีปากหนาเบา ๆ เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะดึงกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้านวลขึ้นสีจาง ๆ ให้พอเห็น
“นายก็คือนาย”
เฟรินเบิกตากว้างเล็กน้อย พอเห็นสีนวลบนแก้มหญิงสาวบนตัก เขาก็เริ่มขยับยิ้มขัน กระชับร่างหญิงสาวเข้าสู่อ้อมอก ซึ่งคราวนี้เธอยอมเขาแต่โดยดี ร่างสูงปลดสร้อยคอไข่มุกประจำตัวออกมา แล้วบรรจงสวมใส่ให้แก่หญิงสาวแทน
“ไข่มุกรัตติกาล”
มือบางคลึงสร้อยบนคองาม
“เฟลิโอน่าบอก”
“โร น่ะ”
มีอะไรบ้างไหมที่ไอหมอนี่มันจะไม่รู้
“สร้อยนี่จะปกป้องอาคม หือ? คุณสมบัติของลิน” เฟรินทาบมือบนไข่มุก “ควบคุมพลังปีศาจ”
“แต่แบบนี้ เฟร... นายก็”
เฟรินชูแขนข้างที่สวมสร้อยข้อมือขึ้นให้เธอเห็นได้ถนัด
“ก็เจ้านี่มีเทพคุ้มครองแล้วนี่น่า อีกอย่าง ลิน ก็อยู่ด้วยไม่เห็นเป็นไร” ชายหนุ่มยิ้มกว้างกระชับอ้อมกอดหญิงสาวออดอ้อนเหมือนเด็ก ๆ
“สร้อยนี่หมายความว่า ลิน เป็นของผมคนเดียวแล้วนับจากนี้ไป” คำพูดสองแง่สองง่ามของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวหน้าแดงก่ำเริ่มดิ้นกุกกักอีกรอบ “และผมจะดูแล ลิน ให้สำคัญยิ่งกว่าใคร”
ริมฝีปากหนาประทับลงหาความหวานในริมฝีปากบาง มือบางยกขึ้นคล้องรอบคอชายหนุ่ม เคลิ้มรับสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้โดยไม่รู้ตัว
โครม...
“เออ โทดทีว่ะ โรเวนให้มาตาม” คิลเกาหัวแกรก ๆ
.................................................................................