ในขณะที่สองแม่ลูกนั่งอยู่ในรถ อู๋หลิ่วถงก็เป็คนกลางเอ่ยถามเื่ราวของผีสาวและคนขับ ร่างกายของผีสาวยังรับรู้ได้ถึงความเ็ปจากการถูกพลังของเฉินม่อไป๋โจมตีเมื่อครู่ เธอจึงพูดตอบด้วยท่าทีหวาดกลัว
"ฉันกับเขารู้จักกันเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังอยู่ใน่วัยรุ่นขาดความยับยั้งชั่งใจเลยทำเื่ผิดพลาดลงไป ฉันตั้งท้องทำให้เราต้องแต่งงานกัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาและครอบครัวก็ดูแลฉันเหมือนเ้าหญิง จนกระทั่งแม่สามีพาฉันไปที่คลินิกเถื่อนแห่งหนึ่งเพื่อดูเพศเด็กในท้อง...เมื่อบ้านสามีรู้ว่าลูกในท้องเป็ผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย พวกเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน"
"ฉันพยายามเอาอกเอาใจครอบครัวของเขามาตลอด แต่ก็ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวความรักความเห็นใจหลับมา เวลาผ่านไปเกือบห้าปี ฉันก็จับได้ว่าเขามีชู้ เราทะเลาะกันรุนแรงมาก ฉันจึงตั้งใจว่าจะพาลูกไปอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเกิดสักระยะ แต่กลับไปไม่ถึง...รถที่ฉันนั่งเกิดอุบัติเหตุ" ผีสาวพูดเสียงสั่น
"แล้วลูกของพี่สาวล่ะ?" อู๋หลิ่วถงกะพริบตาถามด้วยความอยากรู้
ผีสาวส่ายศีรษะแล้วร้องไห้อย่างเ็ป "เธอรอดตาย แต่กลับโชคร้ายกว่าเพราะต้องกลายเป็คนพิการ ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต แต่เดิมครอบครัวสามีก็รังเกียจที่หลานเป็ผู้หญิงอยู่แล้ว และยิ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้จึงยกให้ครอบครัวของฉันดูแล ฉันแค้นใจมากเลยคอยรังควานครอบครัวของเขากับผู้หญิงที่อยู่ใกล้ตัวตลอด...แต่นังแพศยาพวกนั้นก็สมควรโดนแล้ว กล้าดียังไงมาเข้าใกล้สามีของฉัน!"
"เขาทำกับพี่สาวและลูกขนาดนี้ ทำไมพี่สาวถึงยังมองว่าเขาเป็สามีอยู่อีกล่ะ" อู๋หลิ่วถงเอียงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ โลกของผู้ใหญ่ช่างซับซ้อนจริง ๆ
"ความเห็นแก่ตัวยังไงล่ะ" เฉินม่อไป๋พึมพำออกมาเสียงเบา แต่ถึงกระนั้นสองคนในรถก็ยังได้ยินอยู่ดี เจี้ยนลู่ไม่เข้าใจว่าทำไมบุตรสาวถึงพูดคำนี้ออกมาแต่ก็ไม่ได้กล่าวถาม ส่วนคนขับนั้นไม่อยากจะยุ่งเื่ของลูกค้าจึงได้แต่ตั้งใจขับรถให้ถึงที่หมาย
"ไม่ใช่! เป็ความรักต่างหาก!" ผีสาวส่ายศีรษะไม่ยอมรับ
ดวงตาของเฉินม่อไป๋ขุ่นมัวลงก่อนจะคลี่ยิ้มเย็น แม้เธอจะไม่ได้พูดโต้ตอบกลับไปแต่ก็เห็นได้ชัดว่านี่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผีสาวยิ่งกว่าเดิม
ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สิบห้านาทีก็ถึงจุดหมาย ซึ่งขณะที่เจี้ยนลู่กำลังจ่ายเงิน เฉินม่อไป๋ก็บีบอัดพลังของตนเองให้เป็เชือกสีทองเส้นเล็ก ๆ แล้วจับผีสาวตนนั้นลงมาจากรถอย่างแเี
ผีสาวรู้แล้วว่าเธอไม่สามารถขัดขืนอะไรเฉินม่อไป๋ได้ จึงยอมจำนนอย่างหมดหนทาง เธอมองไปยังรถของสามีด้วยสายตาแดงก่ำราวกับเื
"ท่านนักพรต ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายคนอีกแล้ว" ผีสาวขอร้องอ้อนวอน ดูท่าทางน่าสงสารแต่ไม่ใช่กับเธอแน่นอน
"กลิ่นอายชั่วร้ายของคุณมีมากขนาดนี้ คงทำร้ายผู้คนมาเยอะละสิ คิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ " เฉินม่อไป๋หรี่ตาลง เธอไม่ยอมให้ผีสาวทำร้ายมนุษย์ไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ในขณะที่คนขับรถกำลังจะขับจากไป เฉินม่อไป๋ก็เคาะกระจกของเขาเบา ๆ
"มีอะไรเหรอ" ดวงตาของคนขับรถดูอ่อนล้าเล็กน้อย
"คุณหาเวลาไปเยี่ยมลูกสาวกับเซ่นไหว้ให้ภรรยาบ้างนะคะ" เฉินม่อไป๋ขยับยิ้มลึกลับก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าบ้าน
ชายวัยกลางคนอ้าปากค้าง เขามองร่างสูงโปร่งของหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา
เธอรู้ได้ยังไงว่าเขามีลูกสาวกับภรรยาที่เสียไปแล้ว!
ขณะมองลอดผ่านรั้วบ้าน ทันใดนั้นก็เห็นเงาเลือนรางของหญิงสาวใบหน้าคุ้นตามองมาอย่างโกรธแค้น!
มือไม้ของชายวัยกลางคนอ่อนเปลี้ยไปหมด เขารีบขับรถจากไปทันที เมื่อกลับมาถึงกลับบ้านก็เอาแต่สวดมนต์อยู่ในห้อง ปากพึมพำขอโทษภรรยาที่จากไปอย่างหวาดกลัว หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ก็เอาเื่ที่พบเจอมาไปบอกกล่าวแก่พ่อกับแม่ในคืนนั้น
สองสามีภรรยาชราซึ่งเชื่อเื่แบบนี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้วจึงเดาได้ว่าตลอดหลายปีที่การดูตัวของลูกชายล่มไม่เป็ท่าเสมอน่าจะเป็เพราะผีภรรยาเก่าตามรังควานแน่นอน พวกเขาจัดแจงเตรียมของเซ่นไหว้ให้แก่เธอเพื่อบรรเทาความแค้น ก่อนจะไปเยี่ยมเยือนหลานสาวพิการพร้อมกับมอบเงินก้อนหนึ่งให้แล้วรีบร้อนจากไป
และแล้วชีวิตหลังจากนั้นของพวกเขาก็เริ่มดีขึ้น แต่เพราะอยู่กับิญญาอาฆาตมานาน สุขภาพร่างกายจึงค่อนข้างทรุดโทรม ยากที่จะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน
หลังจากเฉินม่อไป๋สวดส่งิญญาหญิงสาวเสร็จแล้ว เธอและแม่ก็ช่วยกันจัดของที่ซื้อมา วุ่นวายได้สักพักก็จัดทุกอย่างให้เข้าที่อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
"พรุ่งนี้ลูกจะไปที่ไหนอีกรึเปล่า" เจี้ยนลู่เอ่ยถาม
หญิงสาวทำท่าทีครุ่นคิดได้สักพักก็ตัดสินใจได้ "หนูจะไปตลาดโบราณอีกสักรอบค่ะ"
"ให้แม่ทำข้าวกล่องไว้ไหม" เจี้ยนลู่เอ่ยถามขึ้นเผื่อว่าบุตรสาวอยากจะลองกินอาหารใหม่ ๆ ดูบ้าง
"ไม่เป็ไรค่ะ แม่ไม่ต้องเหนื่อยหรอก" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
ได้ยินคำพูดที่น่าฟังของลูกสาว เจี้ยนลู่ก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข "ไป๋ไป๋ของแม่เป็เด็กดีจริง ๆ "
วันต่อมา
เฉินม่อไป๋ออกจากบ้านเพื่อไปตลาดขายของเก่าั้แ่เช้า เธอใส่ชุดใหม่ที่ซื้อมาด้วยตนเอง พร้อมกับวิกผมยาว
หญิงสาวหมุนตัวอยู่รอบกระจกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกปากขอให้แม่แต่งหน้าให้ตนเอง
เมื่อวานนี้เจี้ยนลู่พาเธอไปซื้อเครื่องสำอางแล้ว แต่เฉินม่อไป๋กลับยังไม่รู้วิธีแต่งหน้า จึงทำได้แค่ขอให้แม่ช่วย
แน่นอนว่าเจี้ยนลู่เต็มใจอย่างถึงที่สุด เธอสนุกไปกับการช่วยบุตรสาวแต่งหน้าอยู่ครู่ใหญ่ก็สามารถเนรมิตให้หญิงสาวงดงามขึ้นทันตาเห็น
ในขณะที่เจี้ยนลู่แต่งหน้าให้ เฉินม่อไป๋ก็พยายามจดจำวิธีแต่งหน้าของยุคสมัยนี้ไปด้วย
"แม่ ไปก่อนนะ" เฉินม่อไป๋หยิบกระเป๋าสะพายใบโปรดขึ้นมาถือไว้ก่อนจะโน้มตัวลงไปกอดมารดา
"เดินทางดีๆ ล่ะ" เจี้ยนลู่ตบหลังบุตรสาวเบาๆ
เฉินม่อไป๋มีประสบการณ์การเดินทางจากครั้งก่อนแล้ว ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาไม่นานในการมายังตลาดค้าของเก่าแห่งนี้
เสิ่นอันชื่นชอบที่จะอยู่ที่นี่ เขาจึงกลับมาหลังจากตามเธอไปรับของเซ่นที่บ้านเธอเมื่อคราวก่อน
"พี่สาวให้ผมไปตามคุณปู่ไหมครับ" อู๋หลิ่วถงลอยมาอยู่ข้าง ๆ เฉินม่อไป๋ด้วยท่าทางร่าเริง
"เอาสิ ฉันมีเื่จะถามเขาอยู่พอดี" เฉินม่อไป๋พยักหน้า
อู๋หลิ่วถงหายตัวไปได้ไม่นาน ข้างกายของเขาก็มีชายชราใบหน้าคุ้นตาติดตามมาด้วย
"ไอหยา หายไปวันเดียวก็สวยขึ้นเป็กองเลยนา" เสิ่นอันพูดติดตลก
เฉินม่อไป๋ส่ายศีรษะขำ ๆ ให้กับท่าทีของิญญาตรงหน้า เธอเดินหามุมลับตาคนก่อนจะพูดเข้าเื่
"จำได้ว่าคุณพูดถึงการประมูลหยก ฉันเลยอยากจะรู้ว่ามีแหล่งขายหยกที่ถูก ๆ บ้างหรือเปล่า ถ้าให้ไปประมูลเลยก็คงไม่ไหว ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น" เฉินม่อไป๋ถอนหายใจ เธอเคยลองเช็กราคาหยกแล้ว แต่มันค่อนข้างแพงสำหรับตัวเองในยามนี้เกินไปมาก
เฉินม่อไป๋อยากได้หยกมาทำเป็ของวิเศษให้ตัวเองเพื่อเป็สื่อกลางในการใช้พลังต่อกรกับภูตผี
ถึงแม้ิญญาของเธอจะแข็งแกร่ง แต่พลังบำเพ็ญเพียรกลับน้อยจนน่าใจหาย น่าเสียดายที่พลังดั้งเดิมนั้นสลายไปหลังจากเธอเสียชีวิตแล้ว ส่วนพลังที่มีอยู่น้อยนิดในร่างเกิดใหม่นั้นมาจากการนั่งสมาธิมาั้แ่เด็ก ต้องขอบคุณเจี้ยนลู่ที่มักสรรหาวิธีบรรเทาโรคสมาธิสั้นของเธอนั่นแหละ
"แหล่งขายหยกน่ะมีแน่นอนอยู่แล้ว แต่มันต้องใช้ดวงเยอะสักหน่อย..."
หลังจากนั้น เสิ่นอันก็เล่าเกี่ยวกับการพนันหยกให้ฟัง
การพนันหยกก็คือการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ทุกคนสามารถซื้อหินหยกในราคาถูกได้ แต่ทางร้านจะไม่รับประกันว่าด้านในจะมีหยกจริง ๆ หากมีความสามารถในการดูหินก็ดีไป แต่ถ้าไม่ก็ต้องเสี่ยงดวงเอาเอง ซึ่งสถานที่ที่เสิ่นอันแนะนำก็เป็สถานที่ยอดนิยมของนักพนันหยกในเมืองถานนั่นเอง
"ฉันแนะนำให้เธอไปกับเมิ่งหลาน เขาพอจะมีหน้ามีตาในแวดวงการพนันหยกอยู่บ้าง" เสิ่นอันกล่าว
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
จากนั้นหญิงสาวก็มุ่งหน้าไปยังร้านของศิษย์พี่พร้อมกับิญญาของเสิ่นอันและอู๋หลิ่วถงที่ลอยตามมา