ตอนที่ 12
จำใจยินยอม 1
รังสีกระบี่ของพ่อบ้านอู๋รุนแรงสุดเปรียบแต่ยังมิทันฝ่าเข้ากลุ่มควันขาว กลับถูกคลื่นลมปราณที่กระแทกสวนออกมาปะทะชนแตกสลาย
...เหตุใดจึงปรากฏมารร้ายในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้
เพียงััคลื่นลมปราณหักล้างพ่อบ้านอู๋ก็คาดเดาออกในทันที ว่าคู่ต่อสู้คือมารร้าย ความคิดเช่นนี้ มิแสดงออกถึงฐานะตัวตนที่มิน่าจะเป็เพียงพ่อบ้านตระกูลใหญ่ เพราะแท้จริง...อู๋โหย่งอี้ นั้นมิใช่พ่อบ้านตระกูลหินั้แ่ต้นหากแต่เป็ สมาชิกหน่วยกองกำลังพิเศษของราชสำนักเทียนถัง หนึ่งในกลุ่มสายลับ ผู้ทำหน้าที่เฟ้นหาเด็กน้อยมากพร์ทั่วแผ่นดินเพื่อรับใช้ราชสำนัก ซึ่ง...หลินรั่วซีคือหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่ได้รับการประเมินแล้วว่ามีพร์ระดับสูง แต่นั่นมิใช่ประเด็นหลักที่ทำให้อู๋โหย่งอี้ต้องลงทุนปลอมตัวมาเป็พ่อบ้านเพื่ออารักขาเด็กน้อยแซ่หลินผู้นี้ เพราะแต่ละปีราชสำนักเทียนถังสามารถเสาะหายอดยุทธ์วัยเยาว์ที่พร้อมด้วยพร์ในระดับนี้ได้นับร้อยคนแต่เป็เพราะธาตุพลังลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเืของหลินรั่วซีต่างหากธาตุพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่า...ในรอบหนึ่งพันปีจะถือกำเนิดขึ้นเพียงคนเดียวเท่านั้น
“กองคาราวานนี้ซุกซ่อนสิ่งใดกันแน่ถึงกับต้องลงทุน ใช้ผู้ฝึกตนเชื่อมฟ้าดินขั้นสาม เพื่อคุ้มครองขบวนเดินทางมายังสถานที่ห่างไกลทุรกันดารเช่นนี้”เสียงหวานใสของนายหญิงภายในเกี้ยวเอ่ยกังวาน หนึ่งในสมุนคลุมหน้าก็กระโจนขึ้นเหนือกลุ่มควันก่อนที่ผ้าดำปิด่ปากจะถูกลมพัดเลิกขึ้น เผยให้เห็นปากซึ่งอ้ากว้างผิดรูปฉีกยาวไปจนถึงใบหู แต่พ่อบ้านอู๋ไม่ทันเห็นชัดตาว่าเกิดอะไรขึ้นกลุ่มควันขาวที่ปกคลุมทั่ว ก็ถูกดูดเข้าไปในปากของสมุนปิดหน้าผู้นี้จนหมดสิ้น สมุนคลุมหน้าคนอื่นๆ เมื่อเห็นควันขาวจางหาย ก็แยกย้ายกันออกไล่ตามกลุ่มคนของกองคาราวานแต่ยังมิได้ลงมือสังหาร ทั้งหมดเพียงเพื่อสกัดถ่วงมิให้ผู้ใดหลบหนี
“ข้าจะคุ้มกันสิ่งใดมารร้ายมิจำเป็ต้องรู้” พ่อบ้านอู๋ไม่กล้าประมาท เรียกกระบี่บินทั้งห้าเล่มซึ่งซุกซ่อนอยู่ในสายรัด ให้ทะยานแยกออกเป็ห้าสาย หมุนวนไปตามนิ้วมือขวาบังคับจู่โจมต่อเนื่องเข้าใส่ชายชุดดำที่เพิ่งจะสูดกลืนควันอำพรางเข้าไปจนท้องบวมปูด
พลังกระบี่ทำลายล้างของพ่อบ้านอู๋มิใช่ธรรมดายิ่งโจมตีหหนุนเนื่อง ยิ่งก่อเกิดพลังทับซ้อน เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ถอยร่นค่อยเปลี่ยนวิธีกาแบ่งแยก เป็หนึ่งควบคุม...ปิดเส้นทาง หนึ่งอำพราง...หมุนวนล่อหลอกสามสังหาร...ยแกทิสแยกทาง สับเปลี่ยนกันจู่โจม หากคู่ต่อสู้พลั้งเผลอ รับมือผิดพลาดล้วนสาหัสถึงตาย
แต่คู่ต่อสู้แบกเกี้ยวเหล่านี้มิใช่ผู้ฝึกฝนวิชามารชนชั้นทั่วไปควันขาวที่ดูดกลืนก่อนหน้า เวลานี้ถูกย่อยสลายสิ้น ความเร็วของมันก็แปรเปลี่ยนตามกลายเป็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ ค่อยทัดเทียมรับมือห้ากระบี่ของพ่อบ้านอู่ได้โดยไม่ต้องถอยหนีพ่อบ้านอู๋รับรู้ว่าศัตรูว่องไวกว่าเก่า คิดปรับเปลี่ยนกระบวนท่ารับมือแต่ยังมิทันได้เริ่ม สมุนแบกเกี้ยวผู้นี้ ก็พ่นควันขาวก่อนหน้าซึ่งผสมรวมกับพิษพลังในร่าง ก่อเป็ควันเหนียวหนืดสีเขียวอ่อนแถมพิษพลังยังมีฤทธิ์ผุกร่อน พอดีเป็ดาวต้านของธาตุโลหะ
พ่อบ้านอู๋ เวลานี้ตกอยู่กลางกลุ่มควันกระบี่บินกลายเป็สึกกร่อนเชื่องช้า ยามนั้นมิมีทางเลือก จำใจสละทิ้งตัวกระบี่ประสานมือสองข้าง ก่อเกิดอักขระทำลาย พริบตากระบี่บินทั้งห้าค่อยแตกะเิก่อเป็สะเก็ดทำลายล้าง ซัดจนปราณพิษแตกออกไม่รวมรั้งเช่นเดิม
สมุนคลุมหน้ามิยินยอมพ่ายแพ้ กัดนิ้วตนเอง ใส่ลงในหุ่นขี้ผึ้งวิเศษก่อนส่งลมปราณเคลื่อนออก ดูดกลืนลมปราณควันพิษ ก่อร่างกลายเป็งูเขียวสมาหัว พุ่งฉวัดเฉวียนคิดงับร่างของพ่อบ้านอู๋ให้แหลกเละ
แต่กระบี่วิเศษก่อนหน้ามิได้เป็เพียงศาตราชั้นต่ำ แม้ตัวโลหะแตกสลายแต่กลับหลงเหลือรังสีกระบี่ซ่อนแฝง พ่อบ้านอู๋เห็นงูร้ายโผใกล้ ไม่กล้าเก็บออมผสานรวมรังสีกระบี่หลงเหลือทั้งห้า ก่อเกิดเป็ม่านกระบี่จำแลงคุ้มกายเมื่อปะทะชนกับงูร้ายทั้งสามหัว สองฝั่งแทะล้วนแตกสลายเท่าเทียม แต่แล้วจู่ ๆคู่ต่อสู้ก็พลันถอยกลับ เหินร่อนลงไปหยุดยืนที่ข้างเกี้ยวตามเดิม
พ่อบ้านอู๋เห็นคู่ต่อสู้ทะยานกลับคืนจึงเหลือบสายตาตามลงพื้น พอดีัักับลมปราณของผู้ที่ถูกเรียกขาน...นายหญิง ในเกี้ยวขนทั่วร่างพลันลุกชัน จากนั้นค่อยปรากฏเงาร่างของมารร้ายขนาดมหึมา ปะทุแล่นภายในจิตใต้สำนึกของตนแวบแรกตื่นใ คิดทะยานหลบหนี แต่เมื่อหันกลับไปยังท้ายขบวนคาราวาน พอดีเห็นหลินรั่วซียังมิได้หลบหนีจากไปตามคำสั่งแต่กลับดื้อรั้น รวมกลุ่มกับหยางอี้และบิดา ที่กำลังร่วมมือกับนักบู๊สำนักคุ้มภัยพากลุ่มคนมุ่งหน้าท้ายขบวน หวังร่วมมือกันหลบหนี
...ไม่ได้การ หากพวกััรู้ถึงธาตุพลังในตัวของคุณหนู ต้องแย่แน่ ๆ
พ่อบ้านอู๋ไม่มีทางเลือก จำต้องทุ่มสุดกำลังเพื่อให้หลินรั่วซีหลบหนี ตัดสินใจเรียกธวัชสีทองไพ่ตายใบสุดท้ายออกมาตระเตรียมใช้ออก
ธวัชเก้า...ธงสีทอง ด้ามสีเงินยาวสิบสองหุนในมือยามเสริมลมปราณเชื่อมฟ้าดินเข้าไป พลันขยายออกอีกสามเท่า อีกทั้งเวลานี้ผสานเข้ากับเคล็ดวิชาเฉพาะของกองกำลังอาณาจักรเทียนถังค่อยสะบัดลอยขึ้นเหนือสมรภูมิ ก่อนจะแตกออกเป็เส้นสีทองเก้าเส้นพุ่งตกลงบนพื้นดิน ตามตำแหน่งค่ายกลที่พ่อบ้านอู๋กำหนด
ทันทีที่แสงทั้งเก้าเส้นพุ่งปักลงพื้น พ่อบ้านอู๋จึงตวาดคำ...เก้าปิดผนึก!!! ตำแหน่งทั้งเก้าพลันส่องแสงสีทองเรืองรองก่อเกิดเป็เสาแสงทั้งเห้าต้น ค่ายกลกักขังรวมรั้งเป็ขุนพล์พุ่งทะยานขึ้นฟ้าก่อเป็กรงขังขนาดมหึมา กักขังผู้คนโดยไม่แต่หลักใหญ่คือเกี้ยวสีดำที่ใจกลางค่ายกลจะให้หลุดรอดออกมามิได้