63.อดีตของไป๋หลงและศัตรูในที่มืด
ในขณะที่ศิษย์ทั้งหลายแยกย้ายกันออกจากสนามกลุ่มที่จะลงแข่งเป็นกลุ่มแรกถูกแยกไปยังข้างสนาม ส่วนอีกกลุ่มต่างแยกย้ายกันหาที่นั่งชมการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น
“การลงแข่งรอบนี้ไม่อนุญาตให้นำสัตว์อสูรลงแข่งด้วย...เสี่ยวไป๋เจ้าไปหาที่วิ่งเล่นรอข้าแข่งขันเสร็จค่อยกลับมาก็แล้วกัน”ไป๋หลงบอกเจ้ากระต่ายในอ้อมแขนของตน
เสี่ยวไป๋ทำปากยื่น ‘น่าเบื่อจริงข้านึกว่าจะได้อัดคนให้หายคันไม้ คันมือ!’เสี่ยวไป๋บ่นทางกระแสจิตก่อนจะกระโดด ออกจากอ้อมแขนของไป๋หลง ‘ข้าไปก็ได้ มีบางอย่างเกี่ยวกับองค์หญิงสกุลเฉิน ที่ข้าข้องใจ ดังนั้นข้าจะไปสืบ!’เสี่ยวไป๋กล่าวจบก็กระโดดซ้ายขวาหลบหลีกผู้คน แล้วหายลับไปจากครรลองสายตา
‘องค์หญิงสกุลเฉิน?’ไป๋หลงทวนคำพูดของเสี่ยวไป๋ในใจ ด้วยความงุนงง เหตุใดเสี่ยวไป๋จึงข้องใจเกี่ยวกับสตรีผู้นี้...คงไม่ใช่ว่าโรคเจ้าชู้กำเริบหรอกนะ! คิดจะไปสืบข่าวหรือไปแอบดูหญิงงามใกล้ๆกันแน่ เจ้าเสี่ยวไป๋ตัวแสบ!
ในขณะที่เสี่ยวไป๋ลัดเลาะหลบหลีกเหล่ามนุษย์ทั้งหลายมุ่งหน้าไปทางที่นั่งขององค์หญิงสกุลเฉิน แต่แล้วเจ้าเสี่ยวไป๋ก็ปวดท้องจึงเบนทิศทางมุ่งไปหาพุ่มไม้ เพื่อทำธุระส่วนตัวในขณะที่มันกำลังจะปลดปล่อยของเสียจากร่างกาย พลันได้ยินเสียงฝีเท้า เข้ามาใกล้และหยุดยืนข้างพุ่มไม้ที่เสี่ยวไป๋อยู่
‘มารดามันเถอะทำไมต้องมายืนคุยตรงนี้ด้วย!’เสี่ยวไป๋ก่นด่าในใจได้แต่แขม่วท้องไม่ปล่อยของเสียออกขณะเสี่ยวไป๋จะหาพุ่มไม้ใหม่เพื่อทำธุระส่วนตัวก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน
“ข้าขอเตือนเจ้าอยู่ให้ห่างไป๋หลงไว้ หาไม่แล้วข้าจะสังหารเจ้าเสีย!”น้ำเสียงเย็นชาคุ้นเคยดังขึ้นเสียงแบบนี้ต้องเป็นเฟยหานตงแน่นอนเสี่ยวไป๋เงี่ยหูฟังนึกสงสัยว่าเฟยหานตงกำลังขู่ใคร
“ถึงข้าจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่เจ้าคิดว่าสังหารข้าแล้วนางจะให้อภัยเจ้าที่สังหารสามีของนางหรือ ฮึ...”น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นเสียงนี้ก็คุ้นๆหูเช่นกัน เสี่ยวไป๋มองลอดช่องว่างของพุ่มไม้ออกไป พบว่าเป็นเฟยหานตงและเยี่ยนเฟยยืนสนทนากันอยู่ หน้าตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความอาฆาตพร้อมจะชักดาบมาฆ่าฟันกันได้ทุกขณะ
หนึ่งคือเทพอสูร หนึ่งคือมารเกิดสองคนนี้สู้กันขึ้นมาเกรงว่า มันที่อยู่ในระยะใกล้เพียงนี้จะโดนลูกหลงไปด้วยขณะที่เสี่ยวไป๋ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเผ่นหนีออกจากตรงนี้หูกลับได้ยินเฟยหานตงกล่าว
“เจ้ากับนางเป็นแค่เรื่องในอดีต!”น้ำเสียงเย็นชาของเฟยหานตงเถียงกลับทันที“ชาตินี้นางเป็นของข้า หัวใจนางอยู่ที่ข้า ต่อให้ข้าสังหารเจ้านางก็จะไม่เกลียดข้าอย่างแน่นอน”น้ำเสียงของเฟยหานตงมั่นใจในตัวเองอย่างมาก มากจนน่าหมั่นไส้
“ฮึ อีกไม่นานหรอกความทรงจำของนางก็จะกลับมา”เยี่ยนเฟยเหยียดยิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยแผนการและชั่วร้ายในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แตกต่างจากปกติที่มักจะยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ
“เป็นไปไม่ได้!ความทรงจำของนางจะกลับมาได้อย่างไร!”เฟยหานตงกล่าวสีหน้าตื่นตระหนก หากไป๋หลงจำอดีตได้นางจะต้องกลับมาเสียใจเพราะเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง“ก่อนนางถือกำเนิดเป็นเทพมังกร นางได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งไปแล้วไม่มีทางที่นางจะฟื้นคืนความทรงจำได้ ต่อให้เป็นเทพ มีอำนาจมากเพียงใดก็ไม่อาจเรียกความทรงจำเหล่านั้นกลับคืนมาได้!”
น้ำแกงยายเมิ่ง สามารถลบเลือนความทรงจำของดวงวิญญาณในอดีตชาติได้ทว่าผู้ที่ดื่มลงไปนั้นลืมเลือนอดีต ได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ดื่ม
หากมีจิตใจแน่วแน่ที่จะไม่ลืมอดีตน้ำแกงยายเมิ่งก็อาจมีผลเพียงน้อยนิด ลืมเลือนไม่หมดสิ้นมีความทรงจำบางอย่างที่ไม่ชัดเจนอยู่ในหัว หรือบางทีอาจถึงขั้นน้ำแกงไม่มีผลจดจำทุกสิ่งได้อย่างแม่นยำ
แต่หากผู้ดื่ม ยินยอมที่จะลืมอดีตถึงขั้นต้องการลืมอย่างรุนแรง ชนิดที่ว่าทุกภพทุกชาติไม่ปรารถนาจะจำได้น้ำแกงยายเมิ่งก็จะส่งผลรุนแรง ตามจิตที่ปรารถนาเกิดกี่ภพกี่ชาติไม่อาจจำอดีตที่ต้องการลืมนั้นได้อีกแม้กระทั่งถือกำเนิดเป็นเทพเซียนก็ไม่อาจใช้อำนาจเวทมนตร์ให้ความทรงจำนั้นฟื้นคืนมาได้
เยี่ยนเฟยยิ้มเยาะอีกฝ่ายอย่างผู้เหนือกว่า แล้วกล่าว“นับแสนปีที่เจ้ากักขังข้าไว้ใต้แม่น้ำลืมเลือน โชคดีที่ยายเมิ่งช่วยข้าออกมา หนำซ้ำนางยังมอบยาถอนน้ำแกงลืมเลือนให้ด้วย....ข้าผสมยาถอนน้ำแกงยายเมิ่งลงในน้ำชาของไป๋หลง อีกไม่นานนางก็จะจำทุกอย่างได้!”เยี่ยนเฟยกระตุกยิ้ม“นางยอมสละทุกสิ่งได้เพื่อข้า นางไม่มีวันหมดรักข้าได้แน่นอนที่นางดิ่มน้ำแกงยายเมิ่งก็แค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น!”
“ไม่มีวันหมดรักหรือ!”น้ำเสียงของเฟยหานตงเต็มไปด้วยความรังเกียจ“นางเป็นเผ่าเทพยอมทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเอง แต่งงานกับมารเช่นเจ้านั่นคือสิ่งแรกที่นางยอมเสียสละเพื่อเจ้า นางต้องอดทนต่อคำดูถูกและสายตาเกลียดชังจากเทพและมาร ทั้งหมดที่นางทำเพื่อเจ้ายังไม่มากพออีกหรือ!”เฟยหานตงกระชากคอเสื้อเยี่ยนเฟยเข้ามาใกล้ เขาอยากจะชกใบหน้างามนี้เอามีดกรีดทำลายให้เสียโฉม บุรุษผู้นี้ ดีแต่ใช้ใบหน้าท่าทางอ่อนโยนล่อลวงใจคนทั้งที่ความจริงจิตใจโหดเหี้ยม แม้กระทั่งกับคนที่รักตนเอง
“เพราะนางรักข้ามากจึงยอมทำเพื่อข้าทุกอย่าง...เมื่อความทรงจำนางกลับมาเจ้าก็เป็นได้แค่หมาหัวเน่า!”เยี่ยนเฟยเชิดหน้าท้าทาย เทพมังกรฟ้าผู้สูงส่ง แต่กับเรื่องความรัก รักคนผู้นึงได้แต่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ ท้ายที่สุด สตรีผู้นั้นก็ไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาสุดท้ายนางก็แต่งกับผู้อื่น...
“เจ้าไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของไป๋หลงเลยสักนิดตอนนั้นจอมมารบิดาของเจ้า มีข้อต่อรอง ยอมให้ไป๋หลงแต่งเข้าบ้านเพียงแต่ว่าบุตรธิดาที่เกิดจากนาง ต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยให้จอมมารใช้ฝึกวิชา! นอกจากเจ้าไม่ปกป้องนางแล้วตอนที่นางบออกว่าท้อง เจ้าทำอย่างไรกับนาง! ไม่ใช่เจ้าหรือที่สั่งขังนางรอให้นางคลอดแล้วเอาลูกให้จอมมารใช้เป็นเครื่องมือฝึกวิชา!”เฟยหานตงสีหน้าเกรี้ยวกราด แววตาคิดจะฆ่าคน
เสี่ยวไป๋ได้ยินแล้วตาโต‘โอ้ว...ข่าวเด็ด ข่าวเด็ด!’เสี่ยวไป๋อุทานในใจด้วยความตกตะลึงแต่ขณะนั้นเอง ร่างกายไม่รักดีของเจ้าเสี่ยวไป๋ก็ผายลมเสียงดัง
“ปู้ด!”ซ้ำยังปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาด้วย
เฟยหานตงและเยี่ยนเฟยหันขวับมองที่มาของเสียงและกลิ่นสุดท้ายจึงพบว่าในพุ่มไม้ที่อยู่ข้างๆพวกตน มีเจ้ากระต่ายน้อยตัวสีขาวกำลังทำท่าเงี่ยหูฟัง สีหน้าของคนทั้งสองพลันมืดครึ้มราวกับมีเมฆดำทะมึนปกคลุม
เสี่ยวไป๋ผู้เผลอผายลมทำหน้าตาใสซื่อราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น....
“เอ่อ...ข้ามาหาที่ถ่ายทุกข์นะพวกเจ้าคุยกันตามสบายนะ...ข้า...”เสี่ยวไป๋กล่าวขณะเผลอผายลมอีกรอบคราวนี้มีเสียงเบาๆ แต่กลิ่นรุนแรง จนเทพและมารทำสีหน้าพะอืดพะอมคล้ายอยากอาเจียน...
เสี่ยวไป๋อาศัยกลิ่นผายลมที่ทำให้คนทั้งคู่ไม่ทันระวังตัว แล้วรีบเผ่นหนีจากไป...
เมื่อคนทั้งคู่ตั้งสติได้ก็คว้าตัวเจ้าเสี่ยวไป๋ไว้ไม่ทันแล้ว...
เกรงว่าเจ้าเสี่ยวไป๋คงจะกลับไปเล่าทุกอย่างให้ไป๋หลงฟังอย่างแน่นอน
“หากไป๋หลงได้ยินเรื่องนี้จากปากเจ้าเสี่ยวไป๋แทนที่จะรับรู้เรื่องราวจากความทรงจำของตัวเอง เกรงว่างานนี้เจ้าคงหมดหวังได้นางคืนตลอดกาล..”เฟยหานตงยิ้มเยาะก่อนจะปล่อยมือจากคอเสื้ออีกฝ่าย แล้วสะบัดชายเสื้อคลุม เดินจากไปอย่างสง่างาม
เยี่ยนเฟยพลันหน้าซีดเผือดไป๋หลงในเวลานี้ กับไป๋หลงเมื่อภพชาติที่เป็นภรรยาของเขานางสองคนแม้จะเป็นคนเดียวกัน แต่แตกต่างกันมาก...
ภรรยาของเขาทุ่มเทเสียสละเพื่อเขา เพราะคำว่ารักที่นางยึดมั่น ยินยอมแต่งเข้าเผ่ามารยินยอมถูกตราหน้าว่าทรยศเผ่าพันธุ์ อดทนกับคำพูดและสายตาดูหมิ่นมากมายเพื่อความรักนางเสียสละได้ทุกสิ่ง...
ส่วนไป๋หลงผู้นี้นางคือเทพมังกรขาวผู้ถือกำเนิดใต้ฐานดอกบัวของเจ้าแม่กวนอิมเรียนรู้หลักธรรมต่างๆตั้งแต่เยาว์วัย รู้จักปล่อยวางความทุกข์ ฝึกหัดตนในทางธรรม สิ่งที่นางเรียนรู้คือรู้จักรักตัวเองให้มากไม่หาความทุกข์ใดๆมาสู่ตน
หากไป๋หลงได้ยินเรื่องนี้จากปากของเสี่ยวไป๋โดยที่นางไร้ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งกับเขา ไร้ความรู้สึกยามเป็นสามีภรรยาที่ร่วมฟันฝ่าปัญหามากมายด้วยกันได้ยินเพียงเรื่องที่คนภายนอกรับรู้... ไป๋หลงจะต้องปล่อยวางอดีตลงทันที และความผิดพลาดในอดีตที่เขาทำไว้นางจะต้องไม่มีวันหวนกลับมาหาเขาอีกแน่นอน...
‘ไม่ได้! จะให้นางรู้เรื่องนี้ไม่ได้...’พลันสีหน้าและแววตาที่เคยอ่อนโยนของเยี่ยนเฟย ก็กลายเป็นโหดเหี้ยมทันทีพลังสีดำรอบๆกายพลันแผ่ออกจากร่าง ‘เจ้ากระต่ายปากมากต้องตาย!’ดวงตาของเยี่ยนเฟยแดงก่ำ ดุดัน กระหายเลือดอย่างรุนแรง ก่อนร่างจะหายวับไปทันทีด้วยเวทมนตร์
“ฮึฮึ”เสียงหัวเราะดังขึ้น เมื่อเยี่ยนเฟยจากไป น้ำเสียงแหบแห้ง พลันกล่าวขึ้น“ลูกชายข้า เจ้าจงฆ่า และฆ่า ยิ่งเจ้าฆ่ามากเท่าไหร่ ความมืดก็จะยิ่งกลืนกินเจ้าในไม่ช้า ลูกรัก เจ้ากับข้าก็จะกลายเป็นพวกเดียวกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”เสียงหัวเราะบ้าคลั่งชวนขนลุกดังก้องอยู่บริเวณนั้น
เดิมทีร่างนี้มีรัศมีสว่างไสวของเซียนผู้บำเพ็ญเพียรมานานบัดนี้รอบๆร่างของท่านเซียนผู้เป็นที่นับหน้าถือตาของคนมากมายกลับมีรัศมีสีดำของจิตมารแผ่ปกคลุมไปทั่ว... หากมีใครมาได้เห็นภาพนี้จะต้องทราบในทันทีว่าเซียนผู้นี้ได้ถูกจิตมารครอบงำแล้ว...
แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือ...ชายผู้นี้ไม่ได้ถูกจิตมารครอบงำเท่านั้นแต่กำลังถูกอดีตจอมมาร ที่หลงเหลือเสี้ยวจิตวิญญาณเล็กน้อยเข้าสิงและบัดนี้มันกำลังเติบใหญ่อยู่ในร่างของเซียนอาวุโสแห่งเขาคุนหลุนจิตของอดีตจอมมารกำลังกล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ หายนะกำลังมาเยือนสามภพอีกครั้ง!
ณข้างสนามประลองยุทธ
“เจ้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”เด็กหนุ่มปีสองในชุดสีดำถามเด็กหนุ่มปีสองในชุดสีขาวของสำนักแพทย์โอสถ
“ฮึ...เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่เกินความสามารถของข้าอยู่แล้ว”เด็กหนุ่มชุดขาวตอบขณะคนชุดดำแสร้งทำเป็นของตกแล้วก้มหยิบใกล้ๆ คนชุดขาว
“งานนี้นางเด็กสารเลวนั่นต้องตาย!”เสียงคนชุดดำตอบกลับด้วยความเกรี้ยวกราดขณะยืดกายขึ้น
“รับรองว่าตายแบบอนาถถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ อย่างที่เจ้าต้องการแน่นอน ฮึ ฮึ”คนชุดขาวตอบเสียงเบา
“ขอบใจสหาย”คนชุดดำตอบก่อนจะก้าวจากไป...
‘ใช่แล้ว... ฮุ่ยหนิงหรงน้องสาวสารเลวผู้นี้จะต้องตายอนาถ!’แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการ
เขาสืบเรื่องราวของไป๋หลงผู้นี้จนท้ายที่สุดพบว่านางคือน้องสาวต่างมารดาของเขา เป็นศัตรูของเขาตั้งแต่นางเกิด! ลูกของหญิงชั่วที่เข้ามาแทรกกลางความรักระหว่างบิดามารดาของเขา ทำให้มารดาเขาเป็นได้แค่เมียน้อย ไม่อาจมีตำแหน่งเป็นฮูหยินได้ทั้งๆที่มาก่อน!
น่าเสียดายที่ตอนเด็กเขาให้สัตว์อสูรโยนนางลงสระน้ำแต่นางดันรอดตายมาได้! และเพราะนังเด็กสารเลวนี่รอดตายมาได้ ทุกวันนี้บิดา และมารดาของเขากลับต้องแยกกันอยู่ ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้เหมือนเมื่อก่อนหากนางตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้นบิดามารดาของเขาครอบครัวของเขาก็คงได้อยู่กันพร้อมหน้า...
ณลานประลอง
หลังจากเด็กทุกคนที่มีชื่อลงแข่งขันในรอบแรกถูกเรียกมารวมตัวกันในสนามประลอง สายตาของเด็กปีหนึ่งทั้งหมดในกลุ่มเดียวกับไป๋หลงล้วนพุ่งตรงไปยังเฟยหานตงที่อยู่อีกฝั่งของสนาม
เฟยหานตงรับรู้ได้ถึงแววตามุ่งร้ายของคนทั้งหมดโดยเฉพาะจากไป๋หลง แม้เฟยหานตงจะทำสีหน้าเย็นชาเหมือนปกติทว่าแท้ที่จริงแล้วกลับรู้สึกหนาวๆร้อนๆ โดยเฉพาะสายตาของไป๋หลงหากเขาไม่รีบปรับความเข้าใจกับนาง เกิดนางความทรงจำกลับคืนมา เขาอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยภพชาตินั้นนางรักเยี่ยนเฟยมาก จนยอมสละได้ทุกสิ่ง...
ไป๋หลงที่จับจ้องมองเฟยหานตงตลอดพลันประหลาดใจที่จู่ๆอีกฝ่ายก็ดูเศร้าหมองทว่าเพียงพริบตาเดียวอาการนั้นก็หายไป ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่ถึงอย่างไรแค้นนี้ก็ต้องชำระ! หลอกให้เธอเสียใจมาหลายเดือนถ้าไม่เอาคืนก็ไม่ใช่ไป๋หลง!
ทันทีที่เสียงประกาศเริ่มการแข่งขันศิษย์ในชุดดำทั้งหลายทั่วลานต่างพุ่งเข้าหาคนที่ใกล้ตัวที่สุด แล้วจัดการทุบตีเตะโด่งอีกฝ่ายออกนอกสนาม
เสียงทุบตีและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นทั้งสนาม ทุกอย่างดูชุลมุนวุ่นวายไปหมดวินาทีนี้ต่อให้เป็นคนรักหรือสหายกัน ล้วนลงมืออย่างไม่ปรานียังดีที่การแข่งขันรอบนี้ ให้ใช้ได้เพียงดาบไม้เท่านั้น เนื่องจากเป็นการต่อสู้แบบตะลุมบอน หากให้ใช้อาวุธจริงอาจมีคนถึงขั้นชิ้นส่วนร่างกายหลุดหายไปเพราะการประลองนี้...แม้ยากักวิญญาณจะช่วยให้ วิญญาณไม่หลุดออกจากร่าง แต่ถ้าแขนขาขาดก็ยังต้องบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี
ในอีกมุมหนึ่งของสนามประลองผู้ชมทั้งหลาย เริ่มสังเกตเห็นว่า มีคนกลุ่มหนึ่งร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ ทุบตีและเหวี่ยงคู่ต่อสู้ออกจากสนามร่วมมือกันทุบตีศัตรูจนเกิดเป็นช่องว่างมุ่งตรงไปข้างหน้า และเมื่อมองให้ชัดๆหลายคนก็อุทานด้วยความประหลาดใจ เพราะผู้นำของคนกลุ่มนี้ คือเด็กสาวอัปลักษณ์ผู้สวมหน้ากากสีขาวที่กำลังทุบตี กระโดดถีบ คนที่ขวางให้หลบไปให้พ้นสายตาของเด็กสาวจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลา...
เมื่อเห็นว่าสุดปลายทางคือเฟยหานตงผู้ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่นานๆทีจะมีคนกล้าเข้าไปตอแยด้วย แน่นอนว่าเฟยหานตงขยับไม่กี่ครั้งก็ถีบศัตรูทั้งหลายกระเด็นออกนอกสนามไปได้
ไป๋หลงชี้ดาบไม้ในมือไปที่เฟยหานตงเป็นการประกาศท้าทายจะเล่นงานอีกฝ่าย โดยมีสหายชั้นปีหนึ่งคอยคุ้มกันอยู่รอบๆแน่นอนว่าเป้าหมายของทุกคนชัดเจนมาก... เล่นงานเฟยหานตง!
ผู้ชมรอบสนามส่งเสียงฮือฮาทันที สตรีอัปลักษณ์ผู้นี้คงจะเสียสติไปแล้ว! ถึงกับสุมหัวกับศิษย์ปีหนึ่งคิดจะรุมเล่นงานเฟยหานตง!
ไป๋หลงผู้ถูกความโกรธเข้าครอบงำจิตใจถีบเข้าที่ยอดออกของเด็กปีสองที่พุ่งเข้ามาหาเธอ ทว่าอีกฝ่ายดูจะไม่ลดละความพยายามยังคงพุ่งมาหาเธอ ฟาดดาบไม้ลงมา แววตาคู่นั้นปรากฏกลิ่นอายสังหาร
ทำให้ไป๋หลงที่แต่เดิมมุ่งหน้าจะไปจัดการเฟยหานตงต้องชะงักบรรยากาศรอบตัวเริ่มผิดปกติ จากที่เธอและกลุ่มเพื่อนจัดการเฟยหานตงได้อย่างง่ายตายบัดนี้กลายเป็นว่ากลุ่มของเธอกลับถูกเด็กปีสองรุมล้อมหน้าหลังไว้แต่ละคนมีคู่ต่อสู้พัวพันจนไม่อาจไปช่วยสหายคนอื่นๆได้
ไป๋หลงรับรู้ได้ถึงปราณสังหารรุนแรงจากคนเหล่านี้จนคิ้วขมวดมุ่น...
การแข่งขันนี้ไม่ควรมีการมุ่งหมายเอาชีวิตกันแต่ละกระบวนท่าของปีสองล้วนเน้นจุดตายทั้งสิ้น ทั้งท้ายทอย คอ ลูกตายังมีจุดอ่อนเช่นข้อพับเข่า ยังดีที่อาวุธเป็นดาบไม้ หากเป็นอาวุธจริงเกรงว่าเด็กปีสองเหล่านี้ต้องจ้วงแทงดาบใส่แน่นอน
และด้วยฝีมือของปีสองเหนือกว่าปีหนึ่งทำให้สหายหลายคนของเธอต่างล้มลง หลายคนสลบเหมือด ปรากฏรอยถูกทุบตีจนเกิดรอยฟกช้ำไปทั่วร่าง โดยเฉพาะตามใบหน้า
ขณะที่ไป๋หลงสังเกตเห็นว่าเด็กปีสองทำท่าจะแทงดาบใส่ตาของสหายร่วมชั้นปีที่ถูกฟาดข้อพับขาจนล้มลงไปกองกับพื้น สหายผู้นั้นแขนถูกทุบตีบาดเจ็บ จนไม่อาจยกขึ้นมาปกป้องตาตัวเองได้แต่เบิกตากว้างรอดาบนั้นแทงใส่ตาตนเอง
“บัดซบ!”ไป๋หลงสบถด้วยความหัวเสียไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพวกปีสองจะไร้ยางอายถึงขั้นใช้วิธีต่ำทรามเช่นนี้มาเล่นงานคนที่ไร้ทางสู้ไป๋หลงไม่สนใจคู่ต่อสู้ตัวเองที่กำลังฟาดดาบไม้ใส่ตนไป๋หลงหันหลังรับดาบไม้นั้นจึงถูกดาบไม้ฟาดจนรู้สึกสะท้านไปทั้งร่างความเจ็บปวดแผ่ขยายไปทั่วทั้งหลัง ไป๋หลงเจ็บจนหน้านิ่ว ทว่าไม่มีเวลาสนใจได้แต่พุ่งตัวเข้าหาไปช่วยสหายที่กำลังโชคร้ายกว่า
ไป๋หลงสะบัดดาบสุดแรงเข้าใส่ข้อมือเด็กปีสองที่กำลังจะแทงดาบใส่ตาของสหายจนได้ยินเสียงกระดูกข้อมืออีกฝ่ายลั่นดังกรอบ ขณะที่ดาบไม้ของอีกฝ่ายเหวี่ยงกระเด็นหลุดมือไป
“อ๊าก”เด็กคนนั้นกุมข้อมือตัวเองขณะร้องโหยหวนดังลั่นแต่ท่ามกลางเสียงร้องโอดโอยของคนทั้งสนามเสียงของเด็กคนนี้จึงไม่ได้เป็นของแปลกใหม่จนมีคนให้ความสนใจ
ไป๋หลงขยับยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะใช้เข่าเสยหน้าท้องอีกฝ่ายจนตัวงอเป็นกุ้งแรงปะทะครั้งนี้ทำให้ร่างของอีกฝ่ายกระเด็นขึ้นกลางอากาศ ไป๋หลงก็ถีบตัวพุ่งขึ้นแล้วใช้หมัดเสยปลายคางอีกฝ่ายกลางอากาศ เมื่อร่างของอีกฝ่ายกำลังจะร่วงลงพื้น
แววตาของไป๋หลงปรากฏความโหดเหี้ยมพุ่งตัวตามแล้วกระโดดฟาดขาหวดอีกฝ่ายกระเด็นออกนอกสนามด้วยความเร็วดุจดาวตก
เหล่าศิษย์สำนักแพทย์โอสถต่างเห็นคนกระเด็นมาทางตนเองต่างพากันกระโดดหลบคนละทาง เนื่องจากความเร็วนี้มากเกินไปหากหลบไม่ทันพวกตนอาจบาดเจ็บได้..
“ตูม!” เสียงร่างของเด็กปีสองคนนั้นปะทะพื้นข้างสนามดังสนั่นก่อนอีกฝ่ายจะกระอักเลือดออกมาแล้วสลบคาที่...เหล่าแพทย์สนามรีบวิ่งเข้ามาดูคนเจ็บหลังจากหายตกใจ จากสภาพกระดูกหลายชิ้นของคนผู้นี้หักโดยเฉพาะข้อมือที่ห้อยลงอย่างชัดเจน ยังมีกระดูกซี่โครงอีกหลายชิ้น แพทย์สนามทั้งหลายสบตากันรับรู้ได้ถูกความโหดเหี้ยมของคนลงมือพวกเขาล้วนหันไปมองคนที่จัดการส่งคู่ต่อสู้จนอยู่ในสภาพนี้
นางคือเด็กสาวอัปลักษณ์ผู้สวมหน้ากากสีขาว...ศิษย์น้องผู้มีความสามารถด้านการแพทย์เป็นเลิศไป๋หลง...แต่ละคนอ้าปากค้างเมื่อเห็นไป๋หลงเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี จัดการทุบตีเด็กปีสองที่กำลังต่อสู้กับสหายของตนไป๋หลงทุบตีคนเหล่านั้นด้วยความรุนแรงโหดเหี้ยมแล้วจัดการโยนอีกฝ่ายออกนอกสนามคนแล้วคนเล่า
เหล่าผู้คนข้างสนามกระโดดหลบร่างที่ลอยกระเด็นสู่ข้างสนามบางคนโชคร้ายกระโดดหลบไม่ทันก็ถูกร่างของผู้บาดเจ็บทับได้แต่ร้องโอดโอยขอความช่วยเหลือจากสหาย
สภาพคู่ต่อสู้ของไป๋หลงแต่ละคนล้วนกระดูกหักบางคนข้อมือหัก ขาหัก ซี่โครงหัก ซ้ำใบหน้ายังปูดบวมฟกช้ำไปทั่ว
เหล่าแพทย์สนามต่างรู้สึกขนลุกหวาดกลัวต่อไป๋หลงขึ้นมาทันที... เป็นแค่เด็กปีหนึ่งแต่พลังยุทธของนางกลับสามารถทำร้ายคู่ต่อสู้ปีสองที่น่าจะพลังยุทธสูงกว่าจนมีสภาพอนาถเช่นนี้ได้คนแล้วคนเล่าโดยที่นางแทบไม่บาดเจ็บเลย...เกรงว่าพลังยุทธของไป๋หลงคงก้าวหน้าอาจไปถึงระดับยอดยุทธแล้ว....
‘สวรรค์ ท่านลำเอียงเกินไปแล้ว!เหตุใดคนผู้หนึ่งถึงได้เกิดมาเพียบพร้อมได้ถึงเพียงนี้ทั้งพลังยุทธและสติปัญญาในการเป็นแพทย์โอสถ...’เหล่าแพทย์สนามได้แต่โอดครวญในใจด้วยความอิจฉา
แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ...แม้กระทั่งเทพเซียนบนสวรรค์ยังโอดครวญว่าฟ้าลำเอียงให้พลังอำนาจมากมายแก่อันธพาลผู้นี้! โดยเฉพาะเหล่าคนที่ถูกไป๋หลงรังแก!